แสงจันทร์สีเงินซีดสาดส่องลงมาเต็มลานดินแคบหลังกำแพงอารามอันสูงชัน ขับเน้นเงาร่างทะมึนของศิษย์หน่วยตรวจการทั้งเจ็ดให้เด่นชัดราวกับภูตผีจากยมโลก พวกมันยืนคุมเชิงเป็ครึ่งวงกลม ปิดกั้นทุกเส้นทางหลบหนีของเฟิงอี้ที่ยืนสงบนิ่ง พิงแผ่นหลังกับกำแพงหินอันเย็นเฉียบ อาวุธในมือสะท้อนแสงวาววับราวกับเขี้ยวเล็บของมัจจุราช บรรยากาศกดดันหนักหน่วงราวกับม่านเหล็กไร้รูปที่กำลังบีบรัดเข้ามา หวังจะบดขยี้ทุกความหวังให้แหลกสลาย
เฟิงอี้กวาดตามองวงล้อมด้วยแววตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี สมองประมวลผล ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วปานสายฟ้า เจ็ดต่อหนึ่ง แถมแต่ละคนล้วนมีพลังปราณอย่างน้อยก็ขั้นรวมปราณขั้นปลาย หรืออาจจะถึงขั้นหลอมร่าง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปะทะตรงๆ คือทางเลือกที่โง่เขลาที่สุด คือการเดินเข้าสู่ความตายอย่างชัดแจ้ง เขาต้องใช้สมอง... และความได้เปรียบเพียงอย่างเดียวที่เขามีในตอนนี้ คือศัตรูยังคงประเมินเขาต่ำเกินไป ยังคงเห็นเขาเป็เพียงเศษสวะกวาดลานที่บังเอิญโชคดี
‘เจ็ดรุมหนึ่ง... ยังไม่นับพวกที่อาจจะซุ่มอยู่อีก... ช่างให้เกียรติข้าเสียจริง’ เฟิงอี้คิดในใจอย่างเสียดสี ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับดังชัดเจนในความเงียบ "ศิษย์พี่ทั้งเจ็ดลงทุนลงแรงมาล้อมจับข้าเพียงผู้เดียว... มันดูจะ... ง่ายเกินไปหน่อยกระมัง?"
คำพูดยียวนนั้นทำให้ศิษย์หน่วยตรวจการหลายคนขมวดคิ้ว หันมองหน้ากันด้วยความไม่พอใจระคนดูแคลน ไอ้เด็กนี่มันยังกล้าปากดีต่อหน้าความตายอีก!
รองหัวหน้าหน่วยที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดทางซ้าย ก้าวออกมาข้างหน้า ตวาดเสียงกร้าวราวกับเสียงหินกระทบกัน "หมดทางหนีแล้วเฟิงอี้! สิ้นฤทธิ์แล้วก็จงทำตามคำสั่งแต่โดยดี! คุกเข่าลงมอบตัวเสีย! บางทีท่านหัวหน้าอาจจะเมตตาไว้ชีวิตสุนัขเช่นเ้า!"
เฟิงอี้เพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายประกายบางอย่างที่เยียบเย็นและอ่านไม่ออก เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นช้าๆ ในท่าทางที่ดูเหมือนจะยอมจำนน "ก็ได้... ในเมื่อศิษย์พี่ออกคำสั่ง... ข้ายอมแล้ว..."
ขณะที่ศัตรูส่วนใหญ่กำลังจับจ้องการเคลื่อนไหวของเขา บางคนอาจจะเริ่มคลายความระมัดระวังลงเล็กน้อย คิดว่าเหยื่อผู้ต่ำต้อยสิ้นฤทธิ์และยอมจำนนต่อชะตากรรมแล้ว!
ฟุ่บ!
มือข้างหนึ่งของเฟิงอี้ที่ยกขึ้นเหมือนจะยอมแพ้ พลันล้วงเข้าไปในอกเสื้อที่ขาดรุ่งริ่งอย่างรวดเร็วปานอสรพิษฉก!
ควักเอา ถุงผ้าใบเล็กเก่าๆ ที่เขาแอบซ่อนและเตรียมไว้เสมอสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ออกมา! มันคือหนึ่งใน ‘สมบัติ’ ไม่กี่ชิ้นที่เขามี!
"ระวัง! มันจะทำอะไร?!" ใครคนหนึ่งร้องเตือนด้วยสัญชาตญาณ!
แต่สายไปแล้ว! เฟิงอี้สะบัดข้อมืออย่างแรง!
พรึ่บ!
ถุงผ้าพุ่งแหวกอากาศ! ตรงไปยัง ศิษย์หน่วยตรวจการสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้รอยแตกบนกำแพงมากที่สุด – ทางหนีเดียวของเขา! ถุงผ้าแตกกระจายกลางอากาศ! ผงขี้เถ้าสีดำละเอียด ที่เขาเก็บสะสมไว้จากการเผาใบไม้ ฟุ้งกระจายออกมาดุจม่านหมอกทมิฬ! สาดเข้าใส่ใบหน้าและดวงตาของศิษย์โชคร้ายทั้งสองเต็มๆ!
"อ๊าก!/แค่ก! แค่ก! ผงบ้าอะไรวะเนี่ย!"
"แค่กๆ! แสบตา! บัดซบ! ข้ามองไม่เห็นอะไรเลย!"
เสียงร้องด้วยความใ เ็ป และสำลักดังลั่น! ศิษย์ทั้งสองยกมือขึ้นปัดป่ายใบหน้าและดวงตาอย่างทุลักทุเล สับสนอลหม่าน เสียกระบวนท่าไปโดยสิ้นเชิง!
แต่เฟิงอี้ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น! มืออีกข้างเหวี่ยง ถุงหนังใส่น้ำใบเล็ก อีกใบที่เตรียมไว้! คราวนี้เหวี่ยงไปยัง พุ่มไม้รกทึบ ทางด้านขวาอย่างแม่นยำ! ของเหลวสีคล้ำ (ที่เขาผสมดินโคลนลงไป) สาดกระจายเสียงดัง แคว่ก! กลิ่นดินชื้นและกลิ่นคาวจางๆ (จากเศษปลาที่เขาอาจจะเคยทิ้งไว้) ลอยแตะจมูก!
"รอยเืรึ?! ไม่สิ... เสียงนั่น! มันหนีไปทางพุ่มไม้! ตามไปเร็ว!" ศิษย์สามคนที่อยู่ด้านหลังซึ่งอยู่ไกลเกินกว่าจะเห็นเหตุการณ์ชัดเจน หลงกลตามเสียงและกลิ่นคาวที่คล้ายเือย่างง่ายดาย พวกมันรีบหันและพุ่งตามไปยังทิศทางนั้นทันทีด้วยความรีบร้อน!
วงล้อมที่เคยปิดแน่น เปิดออกเป็ช่องว่างในพริบตา! โอกาสเดียว!
ฟุ่บ!
เฟิงอี้ไม่รอช้าแม้แต่เสี้ยววินาที! ร่างของเขาทะยานออกไปราวกับลูกศรหลุดจากแล่ง! พุ่งตรงไปยังรอยแตกที่กำแพงซึ่งบัดนี้ไร้คนขวาง! เฉียดผ่านร่างศิษย์สองคนที่ยังคงกุมหน้าและไอแค่กๆ อย่างไม่ไยดี!
"หยุดนะโว้ย!" ศิษย์คนหนึ่งที่พอจะลืมตาได้ข้างหนึ่ง พยายามตวัดกระบี่เข้าขวางตามสัญชาตญาณ!
แต่เฟิงอี้ไม่ได้คิดจะหลบ! เขากระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง! ใช้ไหล่ของศิษย์เคราะห์ร้ายคนนั้นเป็ ฐานดีดตัว อย่างคาดไม่ถึง!
พรึ่บ!
ร่างของเขาลอยคว้างขึ้นกลางอากาศ! หมุนตัวหนึ่งรอบอย่างพลิ้วไหวและสง่างามเหนือความคาดหมาย! ราวกับวิหคทะยานหลุดจากกรงขัง! ลอยข้ามศีรษะของศัตรูที่กำลังตกตะลึง ไปคว้าจับเถาวัลย์เก่าแก่ที่เกาะอยู่บนกำแพงได้อย่างแม่นยำ!
"ไอ้สารเลว!" หัวหน้าหน่วยตรวจการที่เพิ่งวิ่งตามมาถึงจุดเกิดเหตุ เงยหน้ามองภาพนั้นด้วยความตกตะลึงและโกรธจัดจนหน้าเขียว!
เฟิงอี้ไม่สนใจเสียงสาปแช่ง! เขาปีนป่ายขึ้นไปตามเถาวัลย์อย่างรวดเร็วราวกับลิงลม สัญชาตญาณที่เฉียบคมนำทางเขาให้บิดตัวหลบหลีกอาวุธลับที่ยิงตามขึ้นมาได้อย่างหวุดหวิด! จนกระทั่งร่างของเขาเหยียบลงบนสันกำแพงสูงได้สำเร็จ!
เขายืนอยู่บนนั้นชั่วครู่ท่ามกลางแสงจันทร์ หันกลับมาสบตากับหัวหน้าหน่วยตรวจการที่ยืนเดือดดาลอยู่เบื้องล่าง รอยยิ้มเ็าปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นและเหงื่อ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่กลับบาดลึกลงไปในใจของผู้ฟังทุกคนที่ได้ยิน:
"ฝากบอกท่านหัวหน้าหอโอสถด้วยว่า... วันนี้ข้าเป็ฝ่ายหนี แต่วันหน้า... ข้าจะเป็ผู้เลือกเอง ว่าใครจะได้รอด"
กล่าวจบก็ไม่รอปฏิกิริยาใดๆ! เขาพลิกตัวดิ่งลงสู่ความมืดมิดและรกชัฏของป่าอีกฝั่งของกำแพงทันที! ทิ้งไว้เพียงความแค้นที่คุกรุ่นและความรู้สึกเย็นวาบในใจของหัวหน้าหน่วยตรวจการและเหล่าลูกน้องที่ยืนแหงนมองอย่างโง่งม!
ร่างของเฟิงอี้ร่วงลงสู่พื้นดินอ่อนนุ่มใน ร่องดิน ที่ปกคลุมด้วยตะไคร่สีเขียวเข้มและม่านไอน้ำบางเบา เขากลิ้งตัวหลบเข้าสู่เงามืดของพงไม้หนาทึบทันที เสียงะโสาปแช่งจากบนกำแพงค่อยๆ เงียบหายไป พวกมันคงไม่บ้าพอที่จะตามลงมาในป่าทึบยามค่ำคืนโดยไม่มีการเตรียมการที่ดีพอ
เขารอดแล้ว... อย่างน้อยก็ในตอนนี้... เฟิงอี้ถอนหายใจ พิงต้นไม้ใหญ่ พยายามสงบสติอารมณ์ที่ยังพลุ่งพล่าน แต่แล้ว... ความรู้สึก "เรียกหา" หรือ "เชื่อมโยง" อันแปลกประหลาดที่เคยรู้สึกเพียงแวบๆ ในอดีต ก็กลับมาชัดเจนขึ้นอีกครั้งในห้วงจิต! มันไม่ใช่เสียง ไม่ใช่ภาพ แต่เป็แรงสั่นะเืในส่วนลึกของิญญา... เหมือนหัวใจอีกดวงหนึ่งกำลังเต้นสะท้อนกลับมา... ดึงดูดให้เขามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ลึกเข้าไปในป่าโบราณแห่งนี้!
ด้วยความสงสัยระคนเหนื่อยล้า และความรู้สึกผูกพันอันแปลกประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้ เฟิงอี้ตัดสินใจลองเดินตามแรงดึงดูดนั้นไป เขาก้าวเท้าฝ่าความมืดและความรกชัฏของป่าที่เต็มไปด้วยอันตรายที่มองไม่เห็นไปเรื่อยๆ แรงสั่นะเืในใจนำทางเขาอย่างแม่นยำ ผ่านต้นไม้ใหญ่ ผ่านลำธารเล็กๆ จนกระทั่ง... มาหยุดอยู่หน้าซาก หอศิลาดำ โบราณ ที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวและลึกลับท่ามกลางแสงจันทร์สลัว มันดูเก่าแก่และผุพังยิ่งกว่าอาคารใดๆ ในอารามที่เขาจากมาเสียอีก
แรงสั่นะเืในใจรุนแรงที่สุด ณ ที่แห่งนี้! เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า "ต้นกำเนิด" ของแรงดึงดูดนี้ อยู่ภายในหอคอยร้างนี่เอง!
เฟิงอี้สูดลมหายใจลึก กวาดตามองหอร้างด้วยความระแวง ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าไปอย่างระมัดระวัง ภายในมืดมิดและเย็นเยียบยิ่งกว่าภายนอก เขาััได้ถึงพลังงานเก่าแก่ที่ตกค้างอยู่ และอาจจะมีกลไกหรือค่ายกลโบราณหลงเหลืออยู่ก็เป็ได้ เขาเดินตามแรงสั่นะเืในใจไปเรื่อยๆ ฝ่าใยแมงมุมและฝุ่นหนาเตอะ จนมาถึงผนังหินด้านในสุดที่ดูเหมือนจะเป็ทางตัน ไม่มีทางไปต่อ
แต่แรงสั่นะเืบอกว่าเป้าหมายอยู่ "หลัง" ผนังนี้! เขาเหนื่อยล้าจากการหลบหนีและปีนป่าย จึงเผลอยกมือขึ้นพิงผนังหินผุพังนั้นเพื่อพักหายใจ...
คลิก!
เสียงกลไกเบาๆ ที่แทบไม่ได้ยินดังขึ้น! พร้อมกับที่ผนังหินตรงจุดที่มือเขาััพลันสั่นะเื! รอยจารึกโบราณที่สลักอยู่บนผนัง (ซึ่งเขาไม่ได้สังเกตเห็นในความมืดก่อนหน้านี้) เริ่มเปล่งแสงสีทองเรืองรองจางๆ ออกมา!
เพล้ง!
ผนังหินส่วนหนึ่งเกิดรอยร้าวเป็เส้นสายประหลาด! เถาวัลย์แห้งกรังที่เกาะอยู่บนรอยจารึกนั้น สลายตัวเป็ผงธุลีในพริบตา! ผนังหินค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ไร้เสียง! เผยให้เห็น โพรงหินขนาดพอดีศีรษะเด็ก ที่ซ่อนอยู่เื้ั!
และภายในโพรงหินนั้น! ท่ามกลางแสงสีทองจางๆ ที่ส่องออกมาจากรอยจารึกโบราณ! ไข่สีขาวนวล ใบหนึ่ง ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศอย่างท้าทายกฎแรงโน้มถ่วง!
ลวดลายสีทองโบราณอันซับซ้อนบนเปลือกไข่ส่องประกายวูบวาบราวกับมีชีวิต! ไข่ทั้งใบสั่นไหวเล็กน้อย... และส่งผ่านความรู้สึก "ยินดี" และ "คุ้นเคย" อย่างแรงกล้า ผ่านเข้ามายังส่วนลึกของจิตใจเฟิงอี้!
เขายืนนิ่ง จ้องมองไข่ใบนั้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง... ความรู้สึกผูกพันอันลึกซึ้งที่ไร้เหตุผลถาโถมเข้ามา... ไข่ใบนี้... มันรอคอยเขาอยู่จริงๆ!
*** จบตอนที่ 4 ***