ในคืนที่มืดมิดไม่มีแม้แต่แสงจากพระจันทร์หรือกระทั่งไฟรายทาง รถราที่เคยสัญจรไปมาอย่างพลุกพล่านกลับเงียบเชียบจนน่าใจหาย ลมหนาวเย็นะเืพัดโชยไปจนถึงขั้วหัวใจจนหญิงสาวตัวสั่นเล็กน้อย ในขณะที่ผู้คนต่างพากันซุกตัวหาความอบอุ่นอยู่ใต้ผ้าผืนหนาแต่เธอกลับออกมาด้านนอกเพื่อรอบางสิ่ง.....
คนตัวเล็กหลบซ่อนอยู่มุมเล็กๆมุมหนึ่งของโกดังร้างในเขตชานเมือง “ช่วยด้วย ช่วยเราด้วยนะ เราถูกจับได้แน่”
“เราจะรีบเข้าไปช่วยแกเดี๋ยวนี้ แกหลบอยู่ตรงนั้นนะ” ปลายสายหันไปส่งสัญญาณให้ลูกน้องทำตามคำสั่ง
ริมฝีปากแดงเหยียดยิ้มที่เหยื่อหลงกลเธอเข้าให้แล้ว ทุกอย่างมันเป็แผนการที่เธอวางแผนมาอย่างรัดกุม ั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่เธอดำเนินมาจนถึงจุดนี้ หากย้อนกลับไปได้เธอก็จะทำเช่นเดิมมิเปลี่ยนแปลง เธอรอคอยเวลาที่จะได้สังหารเพื่อนที่เธอรักที่สุดมานาน หากแผนการทั้งหมดเป็ไปด้วยดีจากนี้ก็จะไม่มีหนามที่คอยทิ่มแทงหัวใจเธออีกแล้ว
เธอเลือกที่จะเป็พวกเดียวกับผู้ร้าย เธอเลือกที่จะทรยศพวกเดียวกัน เธอยอมทำทุกทางเพื่อกำจัดคนที่เธอทั้งรักทั้งเกลียด เพราะแก ‘เยว่ซิน’ เเกเป็คนบีบบังคับชั้นเอง ทำอะไรไปก็ไม่เคยได้รับความดีความชอบเหมือนมัน ใครๆก็เปรียบเทียบแกกับชั้น ใช่สิ!แกมันสวย โลกมักจะใจดีกับคนสวยเสมอสินะในเมื่อเป็ตำรวจแล้วมันไม่ก้าวหน้า ไม่สู้รับบทผู้ร้ายไปเลยเป็ไง
ส่วนไอ้พวกมีอำนาจทั้งหลายปากบอกว่าต้องรักษาความยุติธรรม ความจริงแล้วมันสกปรกโสมมสิ้นดี ทั้งๆที่ความสามารถก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน อะไรที่เป็ของมันชั้นจะยึดมาให้หมด! ทั้งตำแหน่งที่มันกำลังจะได้ ทั้งคนรัก ทุกสิ่งทุกอย่างเลย “หากมีชั้นต้องไม่มีแก”
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงกัมปนาทของของอาวุธร้ายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในค่ำคืนที่มืดมิด หญิงสาวร่างอรชรลอบเข้าไปในโกดังร้างพร้อมกับลูกน้องชายที่ติดตามมาด้วยเพียง 2 คน
“ หยุดนะ! อย่าขัดขืนการจับกุมของเ้าหน้าที่” ‘เยว่ซิน’ตำรวจหญิงน้ำดีที่กำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งกระชับกระบอกปืนคู่ใจไว้ในมือเล็ก
ด้วยความเป็ห่วงเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอจึงประมาทไม่รั้งรอกองกำลังเสริมที่กำลังใกล้จะถึงนี้ เธอมั่นใจในฝีมือของตนเองเป็อย่างมาก การตัดสินใจแต่ละครั้งของเธอมักจะนำพาชัยชนะมาให้เธใจอเสมอ และด้วยการฝึกที่มหาโหดน้อยคนนักที่จะผ่านด่านมาได้และเธอคือหนึ่งในนั้น
“พวกนายไปทางนั้น ชั้นจะไปช่วยเสี่ยวฮวาก่อน” เธอวิ่งอ้อมไปทางด้านหลังที่แม้ทางจะมืดมิดจนบางครั้งเธอจะสะดุดข้าวของที่ระเกะระกะอยู่บ้าง เธอก็ไม่คิดจะเปิดไฟฉายเพื่อให้ตนเองกลายเป็จุดสนใจ กลิ่นเหม็นอับชื้นตีคลุ้งเข้าจมูกจนเธอต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูกอยู่บ่อยครั้งจนในที่สุดเธอก็มองเห็นเพื่อนรักอยู่ไกลๆ
ชายฉกรรจ์ร่างโตะโเข้ามาล็อคคอหญิงสาวไว้อย่างรวดเร็ว ร่างเล็กอาศัยความคล่องตัวกระชากแขนใหญ่ที่รั้งอยู่บริเวณคอระหงให้พุ่งถลามาด้านหน้า หญิงสาวเซเล็กน้อยก่อนจะเตะเสยคางคนตัวโตไม่ให้ลุกขึ้นมาทำร้ายเธอได้ แต่กลับไม่หมดแค่นั้นเนื่องจากยังมีคนร้ายโผล่มาจากความมืดอีกหลายคน เธอรู้สึกว่าเื่ราวมันช่างแปลกพิกลราวกับรู้ว่าเธอจะมาบริเวณนี้
หญิงสาวใช้เวลาต่อสู้กับผู้ร้ายนานหลายชั่วอึดใจแต่ความสามารถจะมากแค่ไหนก็ตาม เธอก็เป็แค่หญิงสาวคนหนึ่ง ต่อสู้กับชายฉกรรจ์หลายคนได้นานขนาดนี้ก็ต้องนับถือความสามารถของเธอมากแล้ว
ปัง!
คมะุแล่นออกจากปลายกระบอกปืนของคนร้ายรายหนึ่งพุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างกายของเป้าหมายอย่างแม่นยำ ร่างเล็กชะงักเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆยกมือกอบกุมบริเวณหน้าท้องแบนราบ ขาเรียวทรุดตัวลงกับพื้นช้าๆ เสื้อยืดสีขาวที่ร่างบางสวมใส่ถูกย้อมไปด้วยเืสีแดงฉาน หญิงสาวถูกความเ็ปแทรกเข้ามาแทนที่อาการชาในตอนแรก เธอพยายามข่มตาไว้ไม่ให้หลับ เธอกลัวว่าเธอจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีก….
กึก กึก กึก
เสียงรองเท้าส้นสูงดังเข้ามาใกล้โสตประสาทเธอเรื่อยๆ หญิงสาวพยายามหันมองตามเสียงนั้น แม้สายตาจะเริ่มพร่ามัว แต่เธอก็จำได้ดี ว่ารองเท้าสีหวานคู่นั้นเธอเป็คนเลือกเองกับมือมันเป็ของขวัญวันเกิดเพื่อนรักของเธอ ’เสี่ยวฮวา’
“นะ…หนีไป”คนเจ็บฝืนพูด แม้ตัวเองจะเจ็บแค่ไหน เธอก็เลือกที่จะให้คนที่เธอรักที่สุดหนีเอาชีวิตรอดไปให้ได้ ถึงวันนี้เธอจะไม่รอดกลับไป แต่อย่างน้อยก็ถือว่าได้ช่วยชีวิตคนที่เธอรัก
แต่มันกลับไม่ได้เป็เช่นนั้น คนมาใหม่ไม่ได้มีสีหน้าใหรือเสียใจใดๆด้วยซ้ำ แต่ทว่าใบหน้าหวานนั้นกลับฉายสีหน้าแห่งความสะใจ ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดคลี่ยิ้มน่าสยดสยองออกมา เยว่ซินมองหน้านั้นราวกลับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยได้พบเจอกันมาก่อน
เสี่ยวฮวายกเท้าที่สวมรองเท้าสีหวานเหยียบบดขยี้ย้ำๆลงมาที่แผลบริเวณหน้าท้องของเธอทำให้เืแดงฉานยิ่งไหลออกมาจนเปรอะเปื้อนพื้นรองเท้าสีหวาน ยิ่งคนด้านล่างแสดงสีหน้าเ็ปมากเท่าไร คน้าก็ยิ่งสะใจมากเท่านั้น
“โอ๊ยย….สะ…เสี่ยว…ฮวา”หญิงสาวใต้ล่างเอ่ยเสียงผะแ่
“ไง! เพื่อนรัก เก่งนักไม่ใช่หรือไง ว๊าา…พลาดท่าเสียได้” เสี่ยวฮวาฉีกยิ้มยียวนให้คนเจ็บ
“ทำ..ไม..ทะ..ทำแบบ..นี้”คนเจ็บหายใจรวยรินเต็มที