คลับเจียงหนานเป็แหล่งรวมตัวที่มีชื่อเสียงของคนดังในเมือง B ในสถานที่แห่งนี้ หากคุณยื่นมือข้างหนึ่งออกไปสุ่มคว้ามาสักคน ก็ฉวยเอาลูกข้าราชการไม่ก็ลูกเศรษฐีมาได้คนหนึ่งแล้ว หรือต่อให้หลับตาก็เหยียบโดนคุณชายที่มีภูมิหลังน่าทึ่งสักคนได้ไม่ยาก
คลับเจียงหนานเป็ระบบสมาชิก คนทั่วไปเข้าไม่ได้ คนที่เข้ามาได้ต่างไม่ใช่คนธรรมดา ว่ากันว่าค่าสมาชิกรายปีของบัตรซิลเวอร์ซึ่งเป็ระดับต่ำสุดในนั้นสูงกว่า 7 หลัก ส่วนบัตรแพลทินัมนั้นก็ประมาณร้อยล้านขึ้นไป
นอกจากนี้บนโลกใบนี้ยังมีสถานที่ประเภทหนึ่งที่ต่อให้มีเงินเองก็เข้าไม่ได้…
เมื่อโคมไฟถูกเปิด เมืองทั้งเมืองก็สว่างไสวไปด้วยสีสันงามตา เปี่ยมไปด้วยรูปลักษณ์แห่งความฟุ้งเฟ้อลุ่มหลง เป็เช่นนี้นับแต่อดีตไม่แปรเปลี่ยนเลย
ลานจอดรถกลางแจ้งซึ่งอยู่ทางซ้ายถัดจากประตูหลักของคลับมีรถหรูสีโทนเดียวกันจอดอยู่แน่นขนัด รถที่ไม่มีที่จอดจึงต้องจอดเรียงกันมาถึงหน้าประตูใหญ่
สำหรับผู้ชายแล้ว สาวสวยและรถหรูเปรียบเสมือนเครื่องหมายและสัญลักษณ์ที่ใช้โอ้อวดสถานะทางสังคม กับคุณชายกลุ่มนี้ที่ไม่เคยรู้จักคำว่าไม่เอิกเกริกมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อออกจากบ้าน รถหรูจึงเป็สิ่งจำเป็ที่ขาดไม่ได้
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ คนประเภทนี้เลี้ยงดูบริษัทรถยนต์เ่าั้ทางอ้อม
คลับเจียงหนานไม่ได้ตั้งอยู่บนถนนสายหลัก แต่ก็ไม่ได้ลับตาคน โดยปกติแล้วแท็กซี่ที่อยู่รอบๆ นี้จะไม่เข้ามา เพราะไม่ค่อยมีลูกค้าจากที่นี่อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อมีรถแท็กซี่สีม่วงอมแดงขับฝ่าเข้ามาจอดหน้าประตูใหญ่ ขวางรถสปอร์ตหรูด้านหลัง จึงเป็เหตุให้คนที่อยู่ด้านในต้องชะโงกหัวออกมาตวาดลั่นอย่างไม่เกรงใจ “ไอ้เวร! เสนอหน้ามาทำซากอะไรที่นี่วะ แม่งเอ๊ย มาที่นี่ทั้งทีดันนั่งแท็กซี่มาเนี่ยนะ ไอ้ห่า จะดัดจริตทำไมก่อน!”
เสียงด่าทอสลับกับเสียงแตรฟังดูครึกครื้นมาก
คนขับแท็กซี่เหลือบมองชายท่าทางเย่อหยิ่งที่อยู่ตรงเบาะหลังผ่านกระจกอย่างไม่สบอารมณ์นัก ก่อนจะหันไปะโใส่เขาว่า “เฮ้! ไอ้หนุ่ม ไอ้หนุ่ม ถึงแล้ว! รีบตื่นได้แล้ว ถึงแล้ว”
หลังจากเรียกอยู่หลายครั้ง ในที่สุดชายหนุ่มก็ตื่นขึ้น เขายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ สองที สะบัดศีรษะเล็กน้อย เมื่อได้สติขึ้นมาหน่อยก็ล้วงหยิบเงินที่ยับยู่ยี่ปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ฉวยหยิบใบหนึ่งส่งให้คนขับแท็กซี่ ธนบัตรที่เหลือก็ยัดใส่กระเป๋าเสื้อแจ็กเกตคืนดังเดิม แล้วผลักประตูลงจากรถไปโดยไม่รอคนขับแท็กซี่หาเงินทอน
“…เฮ้ย! พ่อหนุ่ม พ่อหนุ่ม ตังค์ทอน” คนขับแท็กซี่โบกเงินทอนในมือพลางะโไล่หลังเงาร่างสูงใหญ่นั้น
ชายหนุ่มเ้าของร่างสูงใหญ่โบกมือให้ และก้าวเข้าไปในประตูใหญ่อันโอ่อ่าของคลับโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ทิ้งไว้ให้เห็นเพียงเงาสูงชะลูดที่ทอดมา
“สมัยนี้นี่นะ คนจนก็จ๊นจน คนรวยก็รวยเอาๆ…” คนขับแท็กซี่ส่ายศีรษะ สตาร์ตรถแล้วขับออกจากสถานที่อันหรูหราที่ไม่มีแท็กซี่สักคันเข้ามาแห่งนี้
บริกรซึ่งยืนประจำที่ประตูนั้นเห็นั้แ่ไกลๆ ว่าคนคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า จึงชำเลืองมองซ้ำหลายรอบ และในที่สุดเขาก็ยืนยันตัวตนของคนที่มาได้หลังจากอีกฝ่ายอยู่ห่างไปเพียงสามเมตร
“คุณเว่ยเหรอครับ?!”
“อืม” ชายคนนั้นตอบรับอย่างเกียจคร้านพลางจุดบุหรี่ จังหวะการย่างเท้าของเขาทั้งไม่เร่งรีบและไม่เนิบช้า แต่ก็ต่อเนื่องไม่ขาดสาย ขณะพูดก็เหยียบย่างขึ้นบันไดหน้าประตูไปด้วย
ภายใต้แสงไฟ องคาพยพที่หยาบกร้านของชายหนุ่มเมื่อสะท้อนย้อนกับแสงไฟนั้น ดูแล้วลึกซึ้งอย่างน่าประหลาด
บริกรค้อมศีรษะให้ชายหนุ่มอย่างเคารพนบนอบ และเอียงกายเพื่อนำทางให้โดยไม่จำเป็ต้องเอื้อนเอ่ย
ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไร สูบบุหรี่ในมืออย่างไม่ยี่หระ ณ หัวมุมท้ายสุดของโถงทางเดิน เขาดับก้นบุหรี่ด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะดีดมันลงถังขยะที่อยู่ห่างออกไปกว่าสองเมตร
ก้นบุหรี่เพิ่งจะร่วงลงถังขยะไป บริกรก็เปิดประตูบานใหญ่ซึ่งแกะสลักลวดลายสีเข้มอันสลับซับซ้อนและไร้ป้ายหมายเลขใดๆ ตรงสุดทางเดินให้เขา
ภายหลังประตูค่อนข้างสลัวและมีเสียงดังเล็กน้อย หลังจากประตูเปิดออก ชายหนุ่มก็โบกมือเป็เชิงว่าให้บริกรที่เตรียมจะเอ่ยปากนั้นออกไป