ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 90 ทัณฑ์พิพากตัดสังสาร

              คาซุโอะกรีดดาบฟาดฟันเข้ามาเรย์ก็แฉลบกายมาทางขวามือพร้อมกับตวัดปลายดาบปาดใส่แขนซ้ายของคู่ต่อสู้อย่างว่องไว


              คาซุโอะจำต้องรั้งดาบกลับมาปัดป้องดาบยาวของเรย์ก็แปรเปลี่ยนเป็นแทงปราดใส่ชายโครงข้างซ้ายของศัตรู


              แขนซ้ายกับชายโครงข้างซ้ายของคาซุโอะห่างกันไม่ถึงหนึ่งคืบแต่ดาบรั้งกลับมาท่านั้น สภาวะต้านรับแฝงไว้ด้วยการจู่โจม มีความมุ่งหมายตีโต้


              ดังนั้นกระแสลมปราณจึงรุนแรงยิ่งยามฉุกละหุกไม่ทันลดดาบลงคุ้มครองหว่างเอว ได้แต่เบี่ยงถอยมาทางขวาครึ่งก้าว


              เรย์พลันตวัดดาบขึ้นทิ่มแทงใส่แก้มซ้าย คาซุโอะรั้งดาบขึ้นปัดป้อง ปลายดาบก็พลันทิ่มลงจี้ใส่เท้าซ้ายของคาซุโอะแทน


              คาซุโอะไม่มีทางต้านรับอีกจำต้องก้าวเท้าซ้ายถอยไปด้านหลังหนึ่งก้าว


              เรย์สบัดดาบติดตามท่าแล้วท่าเล่าล้วนแต่จู่โจมทางซ้ายมือ บังคับให้ศัตรูถอยกายหนึ่้งก้าวส่วนก้าวต่อไปก็ถอยสลับมาทางขวา


              กาโต้ที่ชมอยู่ด้านนอกจับจ้องจนตาลายพร่างพรายนี่นับเป็นครั้งแรกที่ตนได้เห็นเด็กหนุ่มผู้นี้แสดงศักยภาพที่แท้จริงของเพลงดาบให้เห็นหลังจากที่ร่วมงานกันมากว่าหนึ่งเดือน ในใจก็อดชื่นชมไม่ได้


              ชั่วพริบตาเดียวหักล้างกันเกือบสามสิบกระบวนท่ามีทั้งต้านรับและตีโต้ ทว่าตลอดเวลาดาบของทั้งสองฝ่ายกระทบกันเพียงไม่ถึงสิบครั้งแต่กระบวนท่าอันลึกล้ำที่ร่ายรำออกจากดาบคาตานะยาวยังสลับต่อเนื่องกันไม่มีที่สิ้นสุดพลิกแพลงแปรเปลี่ยนอย่างไร้ขอบเขต


              รุกกระหน่ำจนคาซุโอะเป็นฝ่ายล่าถอยสิบกว่าก้าวแผ่นหลังมาถึงริมต้นไม้ใหญ่


              ทว่าเรย์เลือกรั้งดาบกลับมาและกระโดดล่าถอยออกห่างอีกครั้งเพื่อให้อีกฝ่ายได้ตั้งหลักใหม่


              ในทางกลับกันมันทำให้ความโกรธของศัตรูเพิ่มขึ้นแทนเป็นความโกรธที่มีไว้เพื่อกลบเกลื่อนความกลัวตายดาบที่ชี้มายังเขาเริ่มสั่นเครือตามมือที่ถือ


              “แม่งเอ๊ยอย่าดูถูกกันนะโว้ย!”


              น้ำเสียงอันเกรี้ยวกราดดังก้องไปทั่ว


              คาซุโอะโก่งตัวอย่างปุบปับมือกำดาบง้างไปด้านหลังกล้ามเนื้อทุกส่วน แขน ฝ่าเท้าข้อมือคำรามออกมาราวกับเครื่องจักรที่ลุกไหม้จากพลังออร่าซึ่งไหลมารวมกัน


              “แกตายซะ! ดาบผ่าธรณี—”


              คาเสะเหวี่ยงดาบออกไปด้านหน้าคลื่นพลังที่ปลดปล่อยออกประดุจศรที่หลุดจากแล่งเป็นเส้นตรงพื้นหินดินทรายถูกแยกออกจนแหวกเป็นเส้นทางสมชื่อ บวกกับการเอนชนาท์ธาตุลมจนเกิดกระแสสลมกรรโชกรุนแรง


              ถึงแม้จะตกอยู่ในความโกรธแต่สติของคาซุโอะไม่ได้ถดถอยตามคลื่นดาบขั้นสุดยอดของเขานั้นแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์อํามหิตยิ่ง


              ด้วยตำแหน่งยืนหากเรย์เลือกที่จะหลบพ้นจากระยะกาโต้ที่อยู่ด้านหลังก็จะเป็นฝ่ายรับแทน


              แต่หากเลือกที่จะรับไว้ด้วยกำลังภายในอันน้อยนิดนั่น ก็มีโอกาสที่ทั้งคู่จะโดนคลื่นดาบนี้กลืนหายไปพร้อมกันในคราเดียว


              ‘เอาล่ะแกจะเลือกแบบไหนดีล่ะ!’


              แต่ทว่าสิ่งที่เรย์รอก็คือขณะนี้ เขาเก็บดาบเข้าฝักโน้มเอียงท่อนบนไปด้านหน้าเล็กน้อยในท่าอิไอนี่เป็นกระบวนท่าที่เกิดจากเคล็ดวิชาต่าง ๆ มาผสมเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็น


              กระบวนท่า ‘ทัณฑ์พิพากตัดสังสาร’


              รูม่านตาของเขาหรี่ลงเป็นแนวตั้งดั่งสัตว์ป่าใบหน้ายังคงความสงบนิ่งราวกับทะเลสาบที่คลื่นลมไม่เคลื่อนน้ำทะเลสาบในดวงตากระจ่างใสจนเห็นก้นบึ้ง


              พริบตาที่คลื่นดาบเกือบพุ่งกระทบตัวของศัตรูคาซุโอะกลับมองเห็นเส้นลากหนึ่งเส้นที่ดูเหมือนของมีคมล่องหนตัดผ่านอากาศจนมิติบิดเบี้ยวรวมถึงตัดผ่านแม้กระทั่งคลื่นดาบของตนจนสลายหายไป ลากยาวมาถึงเบื้องหน้าตน


              ถึงแม้คาซุโอะจะมองไม่เห็นว่าอีกฝ่ายโจมตีด้วยวิธีอะไรแต่สัญชาตญาณได้กู่ร้องเตือนให้เขาตัดสินใจกระโดดหลบออกข้างถอยห่างจากเส้นคมที่ลากผ่านตัวไป


              เพียงเสี้ยววินาทีคาซุโอะได้ยินเสียงคมดาบเชือดเฉือนกระทบกันเองอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นปรากฏการณ์มิติอันบิดเบี้ยวรูปทรงกลมขนาดคลุมรอบลำตัวมนุษย์ได้สองคนจากจุดที่ยืนเมื่อครู่


              มันคือรอยดาบที่เชือดเฉือนคล้ายกลีบดอกไม้จำนวนนับไม่ถ้วนล่องลอยอยู่ภายในคลื่นทรงกลมจนมิติอากาศบิดเบี้ยวถึงแม้ตัวคาซุโอะจะสามารถถอยฉากออกมาได้เพียงเสี้ยววิทว่าก็ถูกรอยคมดาบระเบิดใส่จนเกิดเป็นแผลที่ถูกเฉือนตามร่างกายอย่างน่ากลัว


              เป็นท่าดาบที่เกิดจากการหลอมรวมท่าร่างของเคล็ดวิชาที่แปด‘ทำลายเกาทัณฑ์’ ครอบคลุมถึงอาวุธลับหรือวิชาประเภทแผ่พุ่งทุกชนิดไม่เพียงใช้ดาบปัดกระแทกอาวุธลับที่ศัตรูซัดพุ่งมา ยังต้องยืมพลังจู่โจมกลับไปพุ่งสนองต่อฝ่ายศัตรูเอง


              คาซุโอะเพิ่งจะตั้งหลักได้เพียงครู่เดียวเด็กหนุ่มภายใต้หน้ากากก็เคลื่อนตัวมาอยู่เบื้องหน้า


              เรย์เหวี่ยงดาบเพื่อทำท่าว่าจะตัดคอคาซุโอะดาบคมกริบเคลื่อนที่ผ่านอากาศ มันกำลังจะแตะโดนลำคออีกฝ่าย คาซุโอะยกดาบขึ้นมาป้องกันซ้ำอีกรอบครั้งนี้คมดาบไม่สามารถปิดกั้นอะไรได้เลยนอกจากความว่างเปล่าดาบของเรย์เปลี่ยนทิศทางกะทันหันเหมือนรู้ล่วงหน้า เขาฟันเสยขึ้นเฉีอนใบหูแทนลำคอ


              เมื่อใบหูกระเด็นหลุดออกคาซุโอะก็หัวหมุนคว้าง


              เรย์ลดดาบในมือลงยกเข่ากระแทกเข้าใส่ตำแหน่งชายโครงเต็มแรงจนอีกฝ่ายตัวงอ


              คาซุโอะซึ่งกำลังถูกกระบวนท่าระดมใส่ยังรวบรวมสติไม่ได้มือข้างที่เหลือยกขึ้นมาจับแผลตรงกกหูทั้งยังพยายามเหวี่ยงดาบในมือเพื่อป้องกันการโจมตี


              ในจังหวะที่ร่างกายของคาซุโอะเซไปเซมาดาบบัสตาร์ดในมือก็วาดออกไปอย่างไร้แบบแผน


              ทว่าดาบยาวของเรย์นั้นวาดผ่านถึงตัวก่อนมันตัดผ่านแขนขวาของคาซุโอะขาดสะบั้นเกือบเสมอไหล่


              "อ๊ากกกก! —ไอ้พวกเวร ฉันจะฆ่าแก!"


              ดาบในมือคาซุโอปลิวไปพร้อมแขนเขาคุกเข่าอ้าปากหายใจอย่างลำบาก รู้สึกเหมือนปอดจะระเบิดในไม่ช้า เลือดแดงฉานจากปากแผลไหลนองเจิ่งพื้น เจ็บแปลบปลาบสุดจะทานทนส่งเสียงคร่ำครวญอย่างโหยหวน


              "สันดานต่ำช้าของมนุษย์อย่างที่ไม่อาจทนมองและจิตใจอันสูงส่งเจิดจ้า พวกเราแต่ละคนย่อมรู้จักอย่างใดอย่างหนึ่งในนั้นหรือไม่ก็รู้จักทั้งสองอย่าง แค่เรื่องง่ายๆ เท่านั้น... คุณเองก็ได้ตัดสินใจแล้วว่าอยากจะเป็นแบบไหนกันแน่จริงไหม?”


              เรย์กล่าวขณะสะบัดเลือดออกจากใบดาบและเก็บมันเข้าฝักอย่างสงบ


              “ไม่นะ!”


              นักธนูสาวที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาเห็นเหตุการณ์วิ่งลงมาประคองคาซุโอะไว้อย่างร้อนรน


              เรย์ก้าวขยับเดินเข้าไปเห็นอีกฝ่ายกระวนกระวายกอดคาซุโอะไว้อย่างปกป้องทว่าเขาไม่ได้สนใจเพียงแค่เดินขึ้นเนินผ่านทั้งคู่ไปเท่านั้น


              “รีบพาเขาไปรักษาซะแขนข้างที่ขาดนั่นพอจะให้หมอต่อได้อยู่ อย่าลืมเก็บกลับไปด้วยล่ะ”


              กาโต้ที่พอจะเคลื่อนไหวได้แล้วเดินตามหลังมาและกล่าวขึ้นกับเธอ โดยไม่แสดงท่าทีคุกคามอะไร


              หญิงสาวนักธนูพยักหน้าอย่างเงอะงะรีบทำตามอย่างว่าง่าย เธอนำผงยาของอัลเคมิสท์มาโรยบนปากแผลเพื่อใช้สำหรับห้ามเลือดก่อนจะนำตัวคาซุโอะจากไป โดยไม่ลืมเก็บแขนข้างที่ขาดไปด้วย


              เรย์และกาโต้เดินผ่านเนินขึ้นมาด้านบน พบหญิงสาวที่กำลังขดตัวอยู่ใต้ต้นไม้อย่างสั่นกลัวน่าสงสารแววตาของเธอทำให้เรย์อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเพื่อนคนสำคัญ


              “ผมชื่ออาซากุระเรย์ครับ— ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายคุณ อยากให้เชื่อใจผมได้ไหมครับ”


              เรย์นั่งคุกเข่าลงหนึ่งข้างปราศจากท่าทีคุกคาม


              เขาเอ่ยถามด้วยความสุภาพโดยพยายามรักษาระยะห่างให้เธอนั้นรู้สึกปลอดภัยพร้อมกับถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้าภายใต้หน้ากาก


              แววตาของหญิงสาวขยับวูบไหวเล็กน้อยจนเขาสังเกตได้แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ได้ตอบอะไรเขากลับมา เพียงแต่ขดตัวจ้องเขาอย่างเขม็งเกร็ง


              “…”


              “คือว่าอย่างนี้นะสาวน้อย...ฉันเองมีลูกสาวคนหนึ่งเหมือนกัน และฉันจะไม่ยอมให้มีใครมาทำเลว ๆแบบนี้กับลูกสาวแน่นอน— เพราะฉะนั้นฉันเองก็จะไม่ยอมทำเรื่องเลว ๆแบบนี้กับใครเช่นกัน ขอให้สบายใจได้”


              กาโต้กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่มแสดงออกอย่างอ่อนโยน


              “ขออนุญาตให้ผมได้ช่วยคุณได้ไหมครับถ้าคุณเข้าใจที่พูดรบกวนช่วยพยักหน้าให้ผมก็ได้”


              เรย์ถามขึ้นอีกครั้งอย่างใจเย็นโดยไม่แสดงท่าทีเร่งเร้าเอาคำตอบจากอีกฝ่าย


              “…”


              หญิงสาวเงียบไปสักพักก่อนจะพยักหน้าให้กับเขาเรย์หยิบชุดแจ็คเก็ตจากมือของกาโต้ที่ยื่นส่งมาให้ เพื่อส่งต่อให้หญิงสาวนำมาปกปิดร่างกายท่อนบนที่เสื้อผ้าถูกฉีกขาดไปบางส่วน


              แต่ยังไม่ทันที่มืออันสั่นเทาของเธอจะเอื้อมถึงเรย์ก็สังเกตได้ถึงร่างบางที่กำลังส่ายโงนเงนก่อนจะฟุบหน้าคว่ำไปโดยที่เรย์คว้ารับไว้ได้อย่างทันท่วงที

     

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน