หลังจากหลินเฟิงเลือกวรยุทธ์ได้แล้ว เขาก็้าไปฝึกมันมี แต่ก่อนที่เขาจะออกจากหอตำรานั้น เขาหันไปมองที่บันไดขึ้นชั้นสามของหอตำรา ก่อนจะตัดสินใจเดินจากไป
ไม่ใช่ว่าหลินเฟิงไม่้าขึ้น เพียงแต่ไม่สามารถขึ้นได้ การขึ้นไปชั้นสาม รุ่นเยาว์คนนั้นจะต้องไปถึงระดับก่อเกิด ก่อนอายุ 20 แน่นอนว่าคนที่ไปถึงระดับก่อเกิดได้ก่อนอายุ 20 นั้นต้องเป็ยอดอัจฉริยะทั้งนั้น เพราะปกติแล้ว กว่าพวกเขาจะฝึกไปถึงระดับพื้นฐานขั้น 9 ก็อายุเกือบ 20 ปีแล้ว และการจะเข้าสู้ระดับก่อเกิดนั้นก็ไม่ใช่เื่ง่าย บางคนอาจจะติดอยู่ในขั้นนี้ 5 ปี 10 ปี หรือบางทีอาจจะตลอดชีวิตเลยก็เป็ได้
“ผู้าุโ ข้า้าตำราสองเล่มนี้”หลินเฟิง
หลินเฟิงเดินลงไปที่ชั้น หนึ่ง จากนั้นก็ไปลงทะเบียนยืมตำราวรยุทธ์ทั้งสองเล่มที่เลือก แต่ผลคือผู้าุโหอตำราตกตะลึง จากนั้นหันมามองหลินเฟิงอย่างสงสัย หลินเฟิงทำเพียงยิ้มเท่านั้น
“เ้าแน่ใจแล้วหรือ??”ผู้าุโหอตำรา
ที่ผู้าุโตกตะลึงเป็เพราะตำราที่หลินเฟิงเลือกหนึ่งในสองเล่มคือคำราวรยุทธ์พื้นฐานระดับสูง ไม่เพียงแค่นั้น มันยังเป็วิชาที่ฝึกฝนยากมากวิชาหนึ่ง และหลายปีผ่านมายังไม่มีใครสามารถฝึกจนสำเร็จเลย ส่วนมากจะหยุดอยู่ที่ขั้นต้น แล้วจำยอมต้องเลิกฝึก เพราะไม่เพียงแต่ก้าวหน้าช้า มันอาจเรียกได้ว่าไม่ก้าวหน้าเลยดีกว่า ไม่ว่าจะฝึกนานเท่าใดก็ตาม
วรยุทธ์พื้นฐานระดับสูงที่หลินเฟิงเลือกคือ [ ย่างก้าวไร้เงา ] มันมีทั้งหมดทั้งหมด 9 ขั้น 1-3 ขั้นแรกถือว่าเป็เพียงขั้นต้นของวรยุทธ์ 4-6 ถือว่าเป็่กลาง และ 7-9 ถือว่าคือขั้นสูง เพียงแค่เข้าขั้นกลางได้ก็ถือว่าเก่งเหลือกว่าคนทั่วไปมากแล้ว วรยุทธ์นี้ยังเป็วรยุทธ์ท่าร่างระดับพื้นฐานที่ดีที่สุดในขั้นสองของหอตำรา
อีกวรยุทธ์หนึ่งคือ วรยุทธ์พื้นฐานระกับกลางคือ [ ดัชนีพิฆาต ] เป็วรยุทธ์ระดับกลางที่ยากที่สุด มีระดับใกล้เคียงกับวรยุทธ์พื้นฐานระดับสูงเลยทีเดียว วรยุทธืนี้มีทั้งหมด 6 ขั้น ถ้าฝึกถึงขั้น 6 หรือเข้าใจถึงแก่นแท้ได้สามารถหักอาวุธได้ด้วยนิ้วเดียว วรยุทธ์ยร่้าทั้งเวลาในการฝึกและพร์ด้วยเช่นกัน น้อยคนนักที่จะเลือกฝึกเพราะมนัใช้เวลานาน สู้เอาเวลาที่ฝึกวรยุทธ์นี้ไปฝึกวรยุทธ์อื่นอาจจะได้อีกสองสามวรยุทธ์เพิ่มขึ้นมากฌได้
และที่ทำให้ผู้าุโหอตำราตกตะลึงที่สุดคือ รุ่นเยาว์ที่เลือกสองตำราวรยุทธ์นี้คือ หลินเฟิง คนที่ใครๆก็รู้ว่าเขาคือสวะ ไม่สามารถฝึกวรยุทธ์ได้เพราะร่างกายอ่อนแอ เดิมทีเขาค่อนข้างสับสนั้แ่เห็นหลินเฟิงมาที่หอตำราแล้ว เขาคิดว่าหลินเฟิงอยากจะลองฝืนฝึกวรยุทธ์ดูสักหน่อย แต่เขาไม่คิดเลยว่าตำราที่เขาเลือกฝึกจะเป็ตำราที่ยากเกินกว่าคนธรรมดาจะฝึกกันเสียอีก
“ข้าแน่ใจแล้ว” หลินเฟิงตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นอกมั่นใจเป็พิเศษ
“ถ้างั้นเอามาคืนภายใน 3 เดือน ห้ามเผยแพร่ให้คนอื่นเด็ดขาด หากจับได้มีโทษสถานหนัก” ผู้าุโหอตำราตะลึงกับความมั่นใจของหลินเฟิงมาก จากนั้นเขาก็พูดกฎของหอตำราให้หลินเฟิงฟัง เขาไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้หลินเฟิงมั่นใจ เขาคร้านจะคิด เพราะไม่ว่าคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก คงมีแค่เ้าตัวเท่านั้นที่รู้ ดังนั้นเขาทำได้เพียงรอดูต่อไป
“ข้าเข้าใจ” หลินเฟิงตอบเสร็จก็กล่าวอำลาและจากไปทันที เขา้าฝึกฝนโดยเร็ว เขาอยากจะััโลกแห่งจอมยุทธ์ว่ามันเป็อย่างไร
‘ ในที่สุดข้าก็ได้เริ่มต้นซะที รอก่อนเถอะ!! ’ หลินเฟิงทำสีหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ ตอนนี้เขามีคามสุขมากๆ ที่จะได้ฝึกฝนวรยุทธ์ที่เขาใฝ่หา เดิมทีเขคิดว่าอย่างน้อยคงต้องรออีก 5 ปีถึงจะได้เริ่มฝึก แต่เขาไม่คิดเลยว่าจะเร็วขนาดนี้
เมื่อกลับมาถึงบ้านหลินเฟิงก็เปิดตำราอ่านและทำความเข้าใจทันที เขาเริ่มที่ [ ย่างก้าวไร้เงา ] ก่อน เพราะเขารู้ว่ามันฝึกยากแล้วยังต้องใช้เวลานาน และสำหรับ [ ดัชนีพิฆาต ] เขาคิดว่ามันฝึกง่ายมากไม่จำเป็ต้องใช้เวลาเยอะสักเท่าใด
ตอนอยู่ในหอตำราหลินเฟงทำความเข้าใจกับ [ ย่างก้าวไร้เงา ] คร่าวๆเท่านั้น แต่พอเขามาลองทำความเข้าใจแบบจริงจังดูแล้ว เขารู้สึกว่ามันไม่ยากอย่างที่เขาคิด เขาคาดว่าใช้เวลาไม่กี่วันก็สามารถเข้าขั้นต้นได้แล้ว
แน่นอนว่าถ้ามีคนรู้ว่าหลินเฟิงคิดแบบนี้และทำได้แบบนี้จริงๆพวกเขาคงฆ่าตัวตายแน่นอน เพราะขนาดอัจฉริยะ ยังใช้เวลาเป็เดือนกว่าจะฝึกขั้นต้นได้ แต่หลินเฟิงกับบอกว่าใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน และที่สำคัญ หลินเฟิงคือคนที่ทุกคนบอกว่าเป็สวะฝึกฝนวรยุทธ์ไม่ได้
หลังจากทำความเข้าใจ [ ย่างก้าวไร้เงา ] ได้แล้วเขาก็ไปทำความเข้าใจ [ ดัชนีพิฆาต ] ต่อทันที พอทำความเข้าใจ [ ดัชนีพิฆาต ] แล้วหลินเฟิงมีความรู้สึกว่า มันค่อนฝึกฝนง่าย และทรงพลัง แน่นอนว่าหากคนอื่นได้ยินความคิดของหลินเฟิงเข้า พวกเขากระอักเืตายแน่นอน นี้คือวรยุทธ์พื้นฐานระดับกลาง แต่เ้าสวะร่างกายอ่อนแอไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธ์ได้ กับบอกว่าง่าย ทั้งๆที่พวกเขาใช้เวลาร่วมเดือนกว่าจะสามารถฝึกฝนจนเริ่มชำนาญ
เมื่อหลินเฟิงทำความเข้าใจจนรู้ว่าจะเริ่มฝึกอย่างไร หลินเฟิงก็ออกฝึกฝนทันที เขาไม่ได้ไปฝึกฝนที่ลานฝึกของหมู่บ้านตระกูลหลินกับรุ่นเยาว์คนอื่นๆ เนื่องจากเขา้าเก็บตัวไม่้าให้คนอื่นรู้ว่าเขาสามารถฝึกฝนวรยุทธ์ได้แล้ว เขาจะทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนหุบปากไม่ได้ และเมื่อถึงคราวนั้นจะไม่มีใครกล้าเรียกเขาว่าสวะอีก
หลินเฟิงตัดสินใจจะฝึกที่ลานหลังบ้านตัวเอง แทนจะไปลานฝึก การฝึกฝนระดับพลังพื้นฐานนั้นคือการเตรียมร่างกาย เพื่อพลังระดับก่อเกิด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถทำเพียงแค่เข้าใจวรยุทธ์อย่างเดียว พวกเขาต้องใช้วรยุทธ์มาฝึกฝนร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งพร้อมไปด้วย ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถไปถึงระดับก่อเกิดได้
หลินเฟิงเริ่มฝึกทันที ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ว เขาฝึก [ ดัชนีพิฆาต ] ก่อน เนื่องจากเขารู้สึกว่าสามารถฝึกสำเร็จขั้น 1 ได้ภายในวันนี้แน่นอน
ตุ่บๆๆๆๆ
ก่อนจะเริ่มฝึกนั้น หัวใจหลินเฟิงทั้งเต้นแรกจนคนอื่นสามารถได้ยินอย่างชัดเจน ทั้งยังเต็นเร็วกว่าปกติอีกมาก นี้คืดความตื่นเต้นที่เขากำลังจะได้ร่ายรำวรยุทธ์เหมือนในหนัง เหมือนในนิยาย เหมือนในจินตนาการ เขากำลังจะได้ก้าวเข้าสู่โลกของจอมยุทธ์แล้ว
หลังจากหลินเฟิงเริ่มสงบอารมณฺของตัวเองแล้ว เขาจึงค่อยๆร่ายรำท่าต่างๆตามที่เขาจำมาในตำรา เขาเริ่มจากเหยียดนิ้วชี้ไปข้างหน้าจากนั้นก็ตวัดนิ้วชี้ และแทงใส่อากาศที่ว่างเปล่า ไม่ได้ปรากฎเสียงใดๆในขณะที่เขาตวัดและแทง เขาเริ่มใหม่อีกครั้ง
ขั้น 1 ของ [ ดัชนีพิฆาต ] จะสำเร็จก็เมื่อเขาสามารถตวัดและแทงจนเกิดเสียงเสียดสีและฉีกขาดของอากาศ แน่นอนว่าการจำฝึกขึ้นนี้ได้ต้องใช้เวลาเกือบเดือนสำหรับอัจฉริยะคนอื่นๆ หรืออาจเป็เดือนสำหรับคนธรรมดา
แต่สำหรับหลินเฟิงนั้น ผ่านไปเพียงครึ่งวันเท่านั้น เขาก็สามารถสำเร็จขั้น 1 ของ [ ดัชนีพิฆาต ] แล้ว นี้คือความเร็วที่ยอดอัจฉริยะคนไหนๆในประวัติศาสตร์ก็ไม่สามารถทำได้ แต่สวะอย่างหลินเฟิงทำได้ ถ้ามีคนรู้เื่นี้ พวกเขากระอักเืจนตายแน่นอน บางทีหากไม่ตายพวกเขาคงจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินลงไป ไม่กล้าเอาหน้าขึ้นมาให้คนอื่นเห็นอีกแน่นอน เพราะเขาไม่กล้าสู้หน้าใครได้อีกแล้ว
ฟึบ ฟุบ !!
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน หลินเฟิงสามารถร่ายรำได้คล่องขึ้น เป็ธรรมชาติมากขึ้น และยังเกิดเสียงเสียดสีและฉีกขาดของอากาศอีกด้วยเช่นกัน แต่ก็ทำให้เขาหายใจหอบแหกๆ เช่นกัน เขาฝืนฝึกฝนจนสำเร็จภายในครึ่งวันโดยไม่พัก นี้เป็สิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถทำได้ และมีพวกเดียวที่ทำเช่นนี้ คือพวกบ้าฝึกยุทธ์นั่นเอก
“ช้ากว่าที่คิดนะเนี่ย” หลังจากสำเร็จขั้น 1 หลินเฟิงก็นั่งพักทันที เมื่อนั่งพักเขาก็บ่นกับตัวเองราวกับว่าเขาควรจะทำได้ดีกว่านี้ หลินเฟิงไม่รู้เลยว่าหากคนอื่นมาได้ยินเขาพูดประโยคนี้หลังจากสำเร็จขั้น 1 ของ [ ดัชนีพิฆาต ] โดยใช้เวลาแค่ ครึ่งวัน พวกเขาคงอยากจะฆ่าหลินเฟิง หรือไม่ก็ฆ่าตัวตายแน่นอน
หลินเฟิงไม่พักนาน เขาลุกขึ้นมาฝึกฝนต่อทันที แต่คราวนี้เขาฝึก [ ย่างก้าวไร้เงา ] เขา้าสำเร็จขั้น 1 ภายในไม่กี่วัน จริงๆเขาหวังว่าจะสำเร็จภายในวันนี้หรือไม่ก็พรุ่งนี้ด้วยซ้ำ ตอนนี้หลินเฟิงไม่รู้ตัวว่าเขาเหมือนสัตว์ประหลาดที่พวกอัจฉริยะกลัวมาก เพราะขนาดยอดอัจฉริยะยังต้องกระอักเืถ้าหากรู้ว่าเขาสามารถฝึกฝนได้ไวขนาดนี้