กาลเวลาหมุนเวียนไปจนครบหนึ่งพันปี
หลังจากผ่านพ้นหนึ่งพันปีแห่งความวิริยะอุตสาหะ ในที่สุดสวีทงก็สามารถก้าวข้ามธรณีประตูนั้นได้สำเร็จ บรรลุขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้าอย่างสง่างาม
จากนั้นเขาจึงค่อย ๆ ถอนจิตััออกมาจากมุกโกลาหล
เมื่อััถึงขุมพลังมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย แววตาของสวีทงก็ทอประกายแห่งความยินดี
“์ไม่ทิ้งผู้มีความเพียร ในที่สุดการพิสูจน์มรรคาของข้าก็สำเร็จเสียที”
มีเพียงผู้ที่ก้าวเดินบนวิถีพิสูจน์มรรคาด้วยพละกำลังอย่างแท้จริงเท่านั้น ถึงจะล่วงรู้ว่าเส้นทางสายนี้ยากลำบากเพียงใด
แม้จะมีเมล็ดพันธุ์มหาเต๋าแห่งพละกำลังคอยเกื้อหนุน ประกอบกับการทำความเข้าใจกฎเกณฑ์จากต้นโลกา ทว่าสวีทงก็ยังต้องใช้เวลาถึงหนึ่งพันปีเต็ม
หลังจากที่เขาเข้าใจกระบวนการวิวัฒนาการของโลกธาตุทั้งหมดจนครบถ้วน สวีทงจึงสามารถทลายกำแพงกั้นและก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้าได้ในที่สุด
หากจะเปรียบเทียบกับขั้นพลังในหงฮวง ยามนี้เขาก็คือตัวตนในขอบเขตปราชญ์นั่นเอง
แต่หากวัดกันที่พลังต่อสู้ สวีทงในยามนี้แข็งแกร่งกว่าปราชญ์ทั่วไปหลายขุมนัก
ด้วยกฎเกณฑ์แห่งพละกำลังที่เป็รากฐาน ผสานกับพลังบำเพ็ญอันไพศาลดุจหุบเหวลึก สวีทงในขณะนี้ย่อมเป็บุคคลอันดับหนึ่งภายใต้มรรคาจารย์หงจวินอย่างไม่ต้องสงสัย
แน่นอนว่าความจริงเขาก็ครองตำแหน่งนี้มานานแล้ว เพียงแต่ยามนี้เขายิ่งทิ้งห่างผู้อื่นออกไปอีก
มรรคาจารย์หงจวินในยามนี้มิอาจจัดอยู่ในขอบเขตปราชญ์ได้อีกต่อไป หากกล่าวให้ถูกคือเขาอยู่ในอีกระดับที่สูงส่งกว่า... ขอบเขตผสานมรรคา ซึ่งด้อยกว่ามหาเต๋าเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การทะลวงขั้นในครั้งนี้ก็ทำให้สวีทงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ยามนี้เมื่อบรรลุขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้าแล้ว หงจวินคิดจะจัดการข้าคงไม่ใช่เื่ง่ายอีกต่อไป
หากคำนวณดู เวลาของการบรรยายเต๋าครั้งที่สามใกล้เข้ามาทุกที หลังจากการบรรยายครั้งสุดท้ายสิ้นสุดลง เผ่าอู๋และเผ่าปีศาจจะต้องถอนตัวออกจากหน้าประวัติศาสตร์ในไม่ช้า และปราชญ์ทั้งหลายแห่งฟ้าดินก็จะจุติขึ้นพร้อมกัน
ข้าอยากรู้นักว่า เมื่อถึงเวลานั้น หากหงจวินพบว่าข้าบรรลุขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้าไปก่อนแล้ว เขาจะมีสีหน้าเช่นไร?”
สวีทงเริ่มรู้สึกคาดหวังกับเหตุการณ์ในอนาคตขึ้นมา
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์ทะลวงขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้าสำเร็จ พลังต่อสู้ทัดเทียมปราชญ์ จะออกจากด่านยามนี้หรือไม่ โปรดเลือกทางเลือกของท่าน]
[ทางเลือกที่ 1: ออกจากด่าน สำแดงพลังสยบฟ้าดิน รางวัล: สี่กระบี่สังหารเซียน]
[ทางเลือกที่ 2: ปิดด่านต่อไป แต่จงแผ่ซ่านกลิ่นอายพลังออกไปให้โลกประจักษ์ รางวัล: เตาหลอมเฉียนคุน]
[ทางเลือกที่ 3: ปฏิเสธการออกจากด่าน อยู่อย่างซุ่มซ่อนจนถึงที่สุดคือวิถีแห่งาา รางวัล: โอสถหลอมเทพจำนวน 12 เม็ด]
เมื่อเห็นภารกิจใหม่ถูกส่งมาทันทีที่เขาออกจากฌาน สวีทงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
แต่ครานี้เขาไม่ได้ตัดสินใจในทันที
ยามนี้ข้าอยู่ในขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้าแล้ว จะว่าไปก็พอมีกำลังที่จะปกป้องตนเองได้บ้าง ข้าควรจะปิดด่านต่อ หรือจะออกจากด่านดี?
สวีทงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
ทว่าความลังเลนั้นก็มลายหายไปอย่างรวดเร็ว
เหลวไหลสิ้นดี! จะมาลืมปณิธานดั้งเดิมเพียงเพราะความสำเร็จเพียงเท่านี้ได้อย่างไร!
เซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้าแล้วอย่างไร? ก็ใช่ว่าจะไร้เทียมทานในหงฮวงเสียหน่อย!
ตอนนี้ตาแก่เ้าเล่ห์หงจวินอยู่ในขอบเขตผสานมรรคา สูงกว่าข้าถึงหนึ่งขอบเขตใหญ่ ต่อให้ข้าพิสูจน์มรรคาด้วยพละกำลัง ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
ยิ่งไปกว่านั้น ในมือเขายังมีแผ่นหยกรังสรรค์ที่เป็ยอดสมบัติโกลาหล หากข้าโผล่หน้าออกไปยามนี้ มีหวังได้ถูกกำจัดจนไม่มีที่ฝังศพแน่นอน
ข้าไม่ออกไปเด็ดขาด บำเพ็ญเพียรต่อไปสิถึงจะถูก!
“ระบบ ข้าเลือกข้อสาม!”
สิ้นวาจาของสวีทง ระบบก็ตอบสนองทันควัน
[ติ๊ง! โฮสต์ทำการเลือกเรียบร้อย มอบรางวัลโอสถหลอมเทพสิบสองเม็ด!]
เบื้องหน้าของสวีทงปรากฏขวดหยกบรรจุโอสถขวดหนึ่ง
สวีทงลองหยิบโอสถสิบสองเม็ดนั้นขึ้นมาดมเพียงเบา ๆ ทันใดนั้นเขาก็ััได้ว่าิญญาต้นกำเนิดของตนสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับกำลังจะถือกำเนิดใหม่
ดวงตาของสวีทงเป็ประกายทันที
คราวนี้ทำไมระบบถึงได้ใจดีนัก? ถึงกับมอบของดีเช่นนี้ให้เชียวรึ!
ชื่อของโอสถหลอมเทพนั้นสวีทงไม่เคยได้ยินมาก่อน และไม่รู้ว่าอานุภาพที่แท้จริงคืออะไร
ทว่าตามนิสัยของระบบที่ผ่านมา มูลค่าของโอสถหลอมเทพนี้น่าจะต่ำกว่าเตาหลอมเฉียนคุนและสี่กระบี่สังหารเซียนอยู่มาก
เพราะของสองอย่างนั้น อย่างแรกคือยอดสมบัติสังหารที่ต้องใช้ปราชญ์สี่คนถึงจะทำลายได้ ส่วนอย่างหลังคือสมบัติวิเศษที่สามารถเปลี่ยนของขั้นหลังกำเนิดให้กลายเป็ขั้นปฐมกำเนิดได้ ใครได้ย่อมสามารถสร้างสมบัติวิเศษปฐมกำเนิดออกมาได้ไม่รู้จบ
สวีทงนั้นน้ำลายสอเมื่อนึกถึงของสองสิ่งนั้น แต่เขาก็รู้ดีว่าน้ำลายสอไปก็ไร้ประโยชน์ ของจะดีเพียงใด หากไม่มีชีวิตรอดเพื่อมันจะมีค่าอันใด
เดิมทีเขาคิดว่าโอสถหลอมเทพคงเป็เพียงของแถมธรรมดา แต่เมื่อครู่นี้ที่เขาัักลิ่นอาย พบว่ามันสามารถบำรุงิญญาต้นกำเนิดได้อย่างล้ำลึก กระทั่งอาจสร้างิญญาต้นกำเนิดใหม่ขึ้นมาได้
หากของสิ่งนี้ปรากฏในหงฮวง ย่อมต้องมีการเข่นฆ่าแย่งชิงกันขนานใหญ่แน่นอน ทว่าสวีทงมิได้คิดจะนำมันออกไปเผยแพร่
สวีทงเก็บโอสถหลอมเทพไปพลางพึมพำ “น่าเสียดายที่ข้าถือกำเนิดจากิญญาต้นกำเนิดของผานกู่ ซึ่งแข็งแกร่งอยู่แล้ว ของสิ่งนี้จึงไม่ได้จำเป็สำหรับข้าเท่าใดนัก แต่เอาเถอะ เก็บไว้ก่อน วันหน้าอาจจะมีประโยชน์ ต้องรีบฝึกฝนต่อ เพื่อจะก้าวไปอีกขั้นให้เร็วที่สุด”
หลังจากบรรลุขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้า สวีทงััได้ว่าเหนือขอบเขตนี้ขึ้นไป ยังมีขอบเขตที่สูงยิ่งกว่าให้ไขว่คว้า
นั่นคือ... เซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้าไร้ขอบเขต
หากจะเปรียบเทียบให้ตรงกัน ระดับนั้นก็น่าจะเป็ขอบเขตเดียวกับการผสานมรรคานั่นเอง
ส่วนระดับที่สูงยิ่งขึ้นไปกว่านั้น สวีทงยังมิอาจหยั่งรู้ได้
ในยามนี้ เต๋าของเขายังไปไม่ถึงจุดนั้น
ทว่าหากวันใดเขาบรรลุถึงระดับนั้นได้ เมื่อนั้นเขาคงไม่ต้องหวาดกลัวหงจวินอีกต่อไป
“เพื่อชีวิตที่สงบสุขในวันหน้า ข้าต้องซุ่มซ่อนต่อไปให้มั่น!”
สวีทงให้กำลังใจตนเอง ก่อนจะเข้าสู่การปิดด่านบำเพ็ญต่อ
ทว่าหลังจากสวีทงปิดด่านไปได้ไม่นาน บนมหาพิภพหงฮวงกลับเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้น
เผ่าอู๋และเผ่าปีศาจเปิดศึกากันอย่างเต็มรูปแบบ
าครั้งนี้แผ่ขยายไปทั่วทั้งหงฮวง
ปราณม่วงหงเิของหงอวิ๋นและสายที่สวีทงตบทิ้งไป ท้ายที่สุดทั้งสองเผ่าก็หาไม่พบ
ในระหว่างนั้น ตี้จวิ้นเคยคิดจะพุ่งเป้าไปที่หนวี่วา แต่หนวี่วานั้นไม่ใช่ผู้ที่จะเคี้ยวได้ง่าย ๆ นอกจากพี่ชายอย่างฝูซีที่เป็กึ่งปราชญ์แล้ว นางยังเป็ศิษย์สายตรงของปราชญ์หงจวิน หาได้ไร้ชื่อเสียงเรียงนามเหมือนหงอวิ๋นไม่
ตี้จวิ้นจึงจำต้องล้มเลิกความคิดนั้นไปอย่างอับจนหนทาง
ทว่ายามเมื่อทั้งสองเผ่าปะทะกันอย่างเต็มกำลัง ตี้จวิ้นกลับต้องพบกับความจริงที่เขาแทบไม่อยากจะเชื่อ
พลังของเผ่าปีศาจเมื่อต้องเผชิญหน้ากันตรง ๆ กลับมิอาจต้านทานเผ่าอู๋ได้เลย ซ้ำร้ายสถานการณ์ยังดูเหมือนการถูกไล่ต้อนอยู่ฝ่ายเดียว
ร่างกายของเหล่าสมาชิกเผ่าอู๋นั้นแข็งแกร่งผิดวิสัย การโจมตีส่วนใหญ่แทบจะทำอะไรพวกเขาไม่ได้เลย
เพียงเริ่มเปิดศึก กองทัพเผ่าปีศาจก็แตกพ่ายยับเยินทุกแนวรบ
ผ่านไปเพียงไม่กี่ปี เผ่าปีศาจก็ถูกบีบคั้นจนตกที่นั่งลำบาก
สิบสองบรรพชนอู๋เมื่อได้รับข่าวชัยชนะต่างก็ลำพองใจยิ่งนัก
ภายในวิหารผานกู่ บรรพชนอู๋ทั้งสิบสองมารวมตัวกัน ใบหน้าของทุกคนล้วนฉายแววยินดี
“ฮ่า ๆ ๆ ยามนี้เ้าพวกปีศาจนั่นหวาดกลัวเผ่าอู๋ของพวกเราจนขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว พี่ใหญ่ ข้าเห็นว่ามิสู้พวกเราทุ่มกำลังทั้งหมดกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากไปเสียเลย ในวันหน้าพิภพหงฮวงแห่งนี้จะได้มีเผ่าอู๋เป็เ้าปกครองเพียงหนึ่งเดียว เมื่อได้ฐานะนี้มา พลังโชคชะตาแห่งฟ้าดินย่อมตกเป็ของพวกเราแต่เพียงผู้เดียว ถึงตอนนั้น แม้แต่ปราชญ์ก็ทำอะไรเราไม่ได้!”
ก้งกงเอ่ยออกมาอย่างฮึกเหิม
ตี้เจียงนิ่งเงียบตลอดการสนทนา ทว่าในใจของเขากลับเริ่มคล้อยตาม
เผ่าอู๋ไม่ได้บำเพ็ญิญญาต้นกำเนิด ย่อมไร้หนทางบรรลุเป็ปราชญ์ แต่หากได้เป็เ้าปกครอง์และพิภพ มีพลังโชคชะตามหาศาลหนุนนำ ด้วยรากฐานของเผ่าอู๋ พวกเขาก็สามารถแข็งแกร่งทัดเทียมปราชญ์ได้เช่นกัน
เมื่อถึงเวลานั้น แม้แต่มรรคาจารย์หงจวินก็คงมิอาจทำอะไรพวกเขาได้
และทุกอย่างในยามนี้ดูเหมือนจะอยู่แค่เอื้อม
ในที่สุด ตี้เจียงก็ตัดสินใจเด็ดขาด
“สั่งการลงไป! เปิดาเต็มอัตราศึก! กวาดล้างเผ่าปีศาจให้สิ้นซาก!”