ผู้เฒ่าเฉินนั่งมองเด็ก ๆ ที่ทยอยกลับมาถึง เหลือเพียงกลุ่มของหลงซิน หญิงชรานามเหมยอี้เชี่ยนเดินออกมาจากวงเวทเคลื่อนย้ายพร้อมเครื่องครัวจำนวนมาก นางเดินแจกจ่ายเครื่องมือและสอนวิธีชำแหละ การถลกหนังให้กับเด็ก ๆ
สมปองกับหลี่ซุนกำลังเลือกจุดก่อไฟบนลานหิน
หญิงชราเดินเข้ามา นางยิ้มให้กับหลี่ซุนและสมปอง
“คารวะน้าอี้เชี่ยน” หลี่ซุนทักทาย
สมปองรีบทักทายตามทันที “คารวะน้าอี้เชี่ยน”
นางยิ้มมองหลี่ซุน “สุนัขป่าตัวนี้พวกเ้าล่าได้ดี าแมีเพียงแห่งเดียว ถลกหนังดี ๆ ไว้ตอนเข้าเมืองคงขายได้ราคาดี"
นางเอ่ยชม พี่หลี่ก็จ้องมองมาที่สมปองแล้วหน้าแดง “ท่านน้า เข่อเจี้ยนเป็คนสังหารมัน ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด”
“อ้อ เ้าสามารถจัดการสุนัขป่าตัวนี้ด้วยตัวเองหรือ”
“ขอรับน้าอี้เชี่ยน” สมปองยิ้ม “แล้วจะต้องชำแหละอย่างไร”
เหม่ยอี้เชี่ยน เลือกมีดขึ้นมาเล่มหนึ่งกดปลายมีดลงที่คอของสุนัขป่า กรีดเป็เส้นลงไปที่ท้อง และลงมีดเป็แนวก่อนค่อย ๆ ถลกหนังออกให้ดู พอทั้งคู่เริ่มเข้าใจก็ปล่อยให้หลี่ซุนกับสมปองถลกหนังต่อ
กรรมวิธีถลกหนังเพื่อรักษาสภาพหนังเป็ความรู้อย่างหนึ่ง ในป่ายุคโบราณไม่ได้มีเสื้อผ้าหนังสัตว์จำหน่ายมากนัก คนที่ออกไปล่าสัตว์ก็มิใช่จะได้หนังสัตว์ที่สมบูรณ์เสียทุกครั้ง การต่อสู้กับสัตว์ป่าอาจทำให้เกิดรอยแผลจำนวนมาก หากเป็เช่นนี้หนังของมันก็ไม่มีราคาค่างวดใด ๆ เว้นเสียว่าจะมีรอยแผลแค่ 1 หรือ 2 แผลเหมือนที่สมปองจัดการกับสุนัขป่า
ลูกสุนัขป่ายังนอนอุตุอยู่ด้านข้าง ทั่วลานหินต่างกำลังวุ่นวายกับการถลกหนังและชำแหละ พี่หลงซินกับเพื่อนแบกสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายหมีมาอีกหนึ่งตัว เด็ก ๆ ร้องแสดงความยินดี มีเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นย่อมเป็เื่ดี
ขณะที่ลานหินกำลังครึกครื้น แต่แนวป่ากลับเงียบสงัด สมปองที่สังเกตุอยู่ก่อนรับรู้ถึงความผิดปกตินี้ พอถลกหนังเสร็จก็ชวนหลี่ซุนเคลื่อนย้ายลึกเข้าไปในลานหิน ขณะเคลื่อนย้าย สายตาพลันเห็นกลุ่มอื่นกำลังโรยบางสิ่งลงไปในเนื้อสัตว์อสูรที่ชำแหละเสร็จ
"พี่หลี่ ท่านเห็นหรือไม่ บนเนื้อสัตว์อสูรพวกเขาโรยอะไรกัน"
"อ่อ ของพวกเราก็มี ข้าเตรียมไว้แล้ว เกลือ ต้องโรยเกลือก่อนย่างรับประทาน นอกจากจะทำให้เนื้อสัตว์อสูรสะอาดขึ้นแล้วยังเพิ่มรสชาติด้วย" หลีซุนบอก
“อ่อ เกลือ”
หลี่ซุนโรยผงสีขาวลงไปบนเนื้อสุนัขป่า แล้วคลุก
สมปองสงสัย "เกลืออะไรทำไมถึงดูแปลก ๆ" คิดยังไม่ทันจบก็หยิบผงที่หลี่ซุนกำลังโรยไปหยิบหนึ่งส่งไปที่ปลายลิ้น
"แหวะ เค็ม" ในที่สุดสมปองก็แน่ในว่ามันคือเกลืออย่างแน่นอน
กองไฟหลายกองถูกก่อขึ้น เด็กแต่ละกลุ่ม ๆ นั่งล้อมกองไฟของตนเอง เหลือเพียงแสงสว่างจากกองไฟเท่านั้นที่ส่องสว่างไปทั่วลานหิน ขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการก่อกองไฟเพื่อย่างเนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้ จู่ ๆ ชายคนหนึ่งก็พุ่งพรวดออกจากแนวป่า
ชายหนุ่มคนนั้น ตรงไปยังผู้เฒ่าเฉินทันที
"ผู้เฒ่าเฉิน หลี่ถงหว่านกับตู้สือหุยนำคาราวานกลับมาแล้ว"
“แล้วเหตุใดไม่ตรงไปที่หมู่บ้าน?” ผู้เฒ่าถามด้วยความสงสัย
ลานหินแห่งนี้อยู่คนละเส้นทางกับกองคาราวาน โดยปกติกองคาราวานสามารถเดินทางตรงเข้าหมู่บ้านที่ประตูเชิงเขาห่างจากลานหินไม่ถึงสามลี้
“ผู้เฒ่าตรงประตูทางเข้านั้นถูกทำลาย ตอนนี้คาราวานกำลังมุ่งหน้าไปประตูสำรอง”
“ประตูสำรองอยู่ริมน้ำด้านล่างกองคาราวานต้องใช้เวลานานเกินไป เ้าตามข้าไปดูกัน" ผู้เฒ่าเฉินกล่าวกับเหมยอี้
"หลงซินเ้าช่วยดูแลทุกคน ข้าจะไปดูคาราวานพวกเ้าอยู่ในเขตเวทป้องกันห้ามออกมาข้างนอกเด็ดขาด" ผู้เฒ่ากล่าวก่อนหายตัวไป
“นั่นไง” สมปองคิดในใจ บรรยากาศเงียบจนเกินไปสร้างความไม่สบายใจให้กับเขา สายลมเย็นเยือกโชยพัดทำให้เด็ก ๆ ขนลุกซู่
การปิ้งย่างที่ควรจะสนุกครึกครื้นกลับเป็ไปอย่างเงียบเชียบ พอทุกคนเงียบจึงรู้สึกถึงบรรยากาศเงียบเชียบจากแนวป่าซึ่งปกติต้องมีเสียงสัตว์อสูรบ้าง แต่เงียบ
หลงซินก็รู้สึกถึงบรรยายากาศ ความหิวทำให้เขาให้ความสนใจกับเนื้อสัตว์อสูรย่างข้างหน้ามากกว่า เด็กทุกคนต่างรีบรับประทาน ไม่นานก็ลืมบรรยากาศที่แปลกประหลาดนี้ไป
บางสิ่งบางอย่างพุ่งชนเขตอาคมดังซี่แล้วหายไป เสียงซี่ไม่ดังมากประกอบกับกำลังรับประทานอาหารทำให้เด็ก ๆ ไม่ได้เฉลียวใจกับเสียงที่เกิดขึ้นแต่สมปองกลับไม่ใช่
ผู้เฒ่าเฉินไม่อยู่ในวงเวท เสียงไหม้นอกวงเวทแม้ไม่ใช่เสียงดังแต่ก็สามารถได้ยินหากสนใจ สมปองได้ยินเสียงซี่แต่แรก เขาเหลือบตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวังขณะที่มือกำลังพลิกเนื้อสุนัขป่าย่าง
สมปองผ่านการฝึกทำอาหารคาวที่ศูนย์ฝึกอาชีพมาหลายเดือนจึงย่างเนื้อสุนัขป่าอย่างชำนิชำนาญ ขณะเดียวกันก็สังเกตุสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ไปด้วย
“เนื้อสุนัขป่านี่ อร่อยจริง ๆ” หลี่ซุนเฉือนส่งเนื้อชิ้นใหญ่ส่งเข้าปากเคี้ยว ก่อนร้องชมสมปอง
“โชคดีที่ใส่เครื่องปรุงพอดี ข้ากลัวว่าจะเค็มเกินไป” สมปองคิดถึงโลกก่อนหน้าที่มีโรคประจำตัวเป็ความดันโลหิตสูงจนต้องระวังเื่ความเค็ม แต่พอมาคิดอีกที นี่มันอีกโลกหนึ่งจะกลัวเค็มไปทำไป เขาได้แต่ขำตนเองในใจ
เสียดายอสูรคล้ายหมูป่าป้อนลูกสุนัขป่าไปหมด
สายตาวิบวับปรากฎขึ้นในป่าส่วนกลางห่างจากวงเวทย์ไม่ไกล จับจ้องมองเด็ก ๆ กำลังรับประทานกันอย่างสนุกสนาน เนื้อสัตว์อสูรทำให้มันหิวแต่เมื่อมันจินตนาการถึงเด็กพวกนี้ที่กินเนื้อสัตว์อสูรจนอิ่มแล้วมันค่อยกินเด็กพวกนี้อีกทอดหนึ่งแค่นี้ก็ทำให้น้ำลายเยิ้มไหลออกมาข้างปาก
“พี่หลี่ ข้าว่ามีใครแอบมองเราอยู่”
“แอบมอง ใครกัน”
“จากในป่า เมื่อครู่ข้าเห็นแววตามันปรากฎแวบนึง”
“เ้าคิดมากไป ข้าดูแล้วไม่เห็นมีอะไร”
หลี่ซุนมองแนวป่ารอบหนึ่งไม่พบเห็นสิ่งใด
“ข้าว่า เราไปบอกพี่หลงซินดีกว่า ให้เขาตัดสินใจ”
“งั้นเดี๋ยวข้าไปเอง เ้ารออยู่นี่”