บทที่ 28 กลยุทธ์ของหลิวปั๋วเหวิน
ที่จริงแล้วฮ่องเต้จูมองเห็นแววของหลิวปั๋วเหวินมากกว่า
ในใจของเขารู้ดีว่าความรู้ความสามารถที่แท้จริงของหลิวปั๋วเหวินนั้นเหนือกว่าหลี่ซ่านฉาง เพียงแต่หลี่ซ่านฉางมีไหวพริบทางอารมณ์สูงกว่าและมีทักษะทางการเมืองเหนือกว่าหลิวปั๋วเหวิน
เมื่อหลี่ซ่านฉางยังมีแผนการเช่นนี้ แล้วผู้ที่มีความรู้ความสามารถเหนือกว่าหลี่ซ่านฉางอย่างหลิวปั๋วเหวินเล่า?
เขาต้องมีแผนการแน่นอน! ยิ่งไปกว่านั้น แผนการของเขาต้องดีกว่าของหลี่ซ่านฉางเป็แน่
หากหลิวปั๋วเหวินสามารถเสนอแผนการที่ดีกว่าได้ ฮ่องเต้จูก็จะสามารถใช้โอกาสนี้แต่งตั้งหลิวปั๋วเหวินเป็ขุนนางได้
ที่จริงแล้ว ด้วยความดีความชอบของหลิวปั๋วเหวิน หลังจากก่อตั้งราชวงศ์ิแล้ว เขาสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็ขุนนางอย่างยิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนที่มีการพิจารณาความดีความชอบ ฮองเฮาหม่าก็ได้เสนอความเห็นต่อฮ่องเต้จูว่าควรแต่งตั้งหลิวปั๋วเหวินเป็ขุนนาง แต่ฮ่องเต้จูผู้นี้ มีจิตใจคับแคบในเื่นี้ จึงแต่งตั้งหลิวปั๋วเหวินเป็เพียงเฉิงอี้ปั๋วเท่านั้น
เหตุใดกันเล่า? ก็เพราะหลิวปั๋วเหวินมีความทะนงในจิติญญาของนักปราชญ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหลิวปั๋วเหวินมีความสามารถอันน่าทึ่ง จิตใจของเขาจึงยิ่งเย่อหยิ่ง ในใจยังมีความรู้สึกดูแคลนฮ่องเต้จูผู้เป็จักรพรรดิที่มีชาติกำเนิดต่ำต้อยอยู่บ้าง
ดังนั้น ฮ่องเต้จูจึงกดหลิวปั๋วเหวินเล็กน้อยเมื่อพระราชทานยศ
หากหลิวปั๋วเหวินยอมก้มหัวให้จูหยวนจาง ตอนนี้หลิวปั๋วเหวินคงไม่ได้เป็แค่เฉิงอี้ปั๋วแน่นอน
บางทีอาจเป็ถึงขุนนางชั้นโหว หรือแม้แต่ขุนนางชั้นกงก็เป็ไปได้
ในบรรดาผู้ที่ร่วมกันสร้างแผ่นดินในตอนนั้น มีเพียงเขาหลิวปั๋วเหวินที่มียศต่ำที่สุด ฮ่องเต้จูยังรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง
ท้ายที่สุดแล้ว ในตอนที่สร้างแผ่นดิน หลิวปั๋วเหวินได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ไว้มากมาย หากไม่มีการช่วยเหลือของหลิวปั๋วเหวิน การที่เขาจะสร้างอาณาจักรต้าินี้คงไม่ง่ายดายเช่นนี้แน่
การจะได้รับแต่งตั้งเป็โหวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเขาหลิวปั๋วเหวินในครั้งนี้แล้ว
“ฝ่าา! ข้าพเ้ามีแผนการอยู่หนึ่งอย่าง ราชวงศ์ต้าิหลังจากสืบทอดมาแปดเก้ารุ่น จำนวนคนมากมายเหลือเกิน แม้จะใช้คลังหลวงของต้าิมาเลี้ยงดูสมาชิกราชวงศ์ก็ยังไม่เพียงพอ หากเป็เช่นนั้น เหตุใดจึงไม่ลดจำนวนสมาชิกราชวงศ์ลงบ้างเล่า?
บรรดาศักดิ์ของราชวงศ์ต้าิของพวกเรามีทั้งหมดแปดขั้น ตามกฎเดิมของฝ่าา เมื่อลดลงถึงขั้นที่แปดคือเฟิ่งกั๋วจงเว่ยแล้ว ก็จะไม่ลดอีกต่อไป ในเื่นี้ฝ่าาอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หากทายาทของผู้มีบรรดาศักดิ์ขั้นที่แปดเฟิ่งกั๋วจงเว่ย ไม่ได้ทำคุณประโยชน์ใดแก่ต้าิ ไม่ได้สร้างความดีความชอบ อาจให้คงสถานะเป็เชื้อพระวงศ์ แต่ไม่มีบรรดาศักดิ์และเบี้ยหวัด หาก้ามีบรรดาศักดิ์และเบี้ยหวัด ก็ต้องสร้างความดีความชอบเสียก่อน”
ด้วยวิธีนี้ จำนวนสมาชิกราชวงศ์ต้าิจะคงอยู่ในขอบเขตหนึ่ง ไม่ถึงกับมีจำนวนน่าสะพรึงกลัวถึงหลายแสนคน
พระบารมีปกป้องของฝ่าาที่แผ่ไปถึงรุ่นที่เจ็ดรุ่นที่แปดนั้น นับว่าเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาแล้ว เชื้อพระวงศ์ต้าิย่อมซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของฝ่าาเป็แน่ ดังสุภาษิตที่ว่า ลูกหลานย่อมมีวาสนาของลูกหลาน ก็คือหลักการนี้”
“นี่!” เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวปั๋วเหวิน ฮ่องเต้จูก็ชะงักงัน ‘ช่างสมกับเป็หลิวปั๋วเหวินจริง ๆ!’
แผนการที่เขาเสนอมานี้ มีความคล้ายคลึงกับแผนระดับกลางที่จูซู่เสนอไว้หลายประการ
เพียงแต่! วิธีการของจูซู่นั้นละเอียดและสมบูรณ์แบบยิ่งกว่า ทำให้ฮ่องเต้จูไม่สามารถจับผิดได้เลย หลิวปั๋วเหวินนั้นยังคงระมัดระวังเกินไป ใครจะรู้ว่าเมื่อถึงรุ่นที่แปดแล้ว สมาชิกราชวงศ์ิจะมีจำนวนเท่าใด?
ก่อนหน้านี้พวกเขาได้อภิปรายกันในห้องทรงพระอักษรถึงจำนวนที่คาดการณ์ไว้เท่านั้น
จูซู่ลูกอกตัญญูคนนั้น ได้ตั้งสมมติฐานไว้ หากมีองค์ชายบางพระองค์ที่ไม่ทำอะไรเลย วัน ๆ เอาแต่สร้างทายาท เมื่อถึงเวลานั้นก็อาจจะเหมือนกับพระเ้าเหวินแห่งราชวงศ์โจวที่มีบุตรถึงร้อยกว่าคน
แล้วจะทำอย่างไรกัน? ไม่แน่ว่าเมื่อถึงรุ่นที่แปด อาจจะมีจำนวนถึงหลายหมื่นคนก็ได้ หากเป็เช่นนั้น ก็จะทำให้ล่มจมได้อยู่ดี
หากไม่มีสามวิธีการของจูซู่ ฮ่องเต้จูอาจจะยอมรับข้อเสนอของหลิวปั๋วเหวินก็ได้
หรืออาจจะนำแผนการของหลิวปั๋วเหวินและหลี่ซ่านฉางทั้งสองคนมาผสมผสานเข้าด้วยกัน
หากเป็เช่นนั้น อาจจะสามารถเทียบเคียงกับกลยุทธ์ระดับกลางของจูซู่ได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฮ่องเต้จูก็รู้สึกจนปัญญาอยู่บ้างในใจ ‘หลิวปั๋วเหวินและหลี่ซ่านฉางช่างไม่เอาไหนเสียจริง! สองคนที่ฉลาดที่สุดรวมกันแล้ว กลับยังสู้บุตรที่ดื้อรั้นคนนี้ของข้าไม่ได้’
แต่ในขณะที่รู้สึกจนปัญญา ในใจก็รู้สึกภาคภูมิใจอยู่บ้าง ‘นี่คือบุตรมากพร์ของข้า’
อีกด้านหนึ่ง หลังจากจูซู่ฟังคำพูดของหลิวปั๋วเหวินจบ ก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง แล้วกล่าวว่า “หืม? สมแล้วที่เป็ท่านชิงเถียนเซียนเซิง*[1] หลิวปั๋วเหวิน! ถึงกับคิดแผนการเช่นนี้ออกมาได้ หากสามารถปรับปรุงให้สมบูรณ์ขึ้นอีกหน่อย ก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่”
“น้องห้า!” จูตี้ที่ได้ยินคำพูดนี้ อดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “หรือว่าแผนการของหลิวปั๋วเหวินนี้ใช้ได้”
“อืม!” จูซู่ พยักหน้าเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “อย่างน้อยก็ดีกว่าแผนของหลี่ซ่านฉางมาก แผนของหลิวปั๋วเหวิน อย่างน้อยก็มีประโยชน์บ้าง ไม่ทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ อีก ส่วนแผนของหลี่ซ่านฉางนั้น ข้าก็ได้บอกท่านไปแล้วว่ามันอันตรายมาก”
“ฮึ!” จูตี้ ส่งเสียงฮึดฮัดเบา ๆ “หลี่ซ่านฉางคนนี้ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนดีอะไร น้องห้า เ้าคิดเห็นอย่างไร?”
จูซู่ยิ้มแล้วกล่าวว่า “พี่สี่ ข้าเห็นด้วยกับความคิดของท่าน เขาดูไม่เหมือนคนดีเลย ต่อไปท่านควรยุ่งกับตาเฒ่าเ้าเล่ห์ผู้นี้ให้น้อยลง อย่าให้เขาหลอกเอาได้”
จูซู่จำได้แม่นว่า หลี่ซ่านฉางคนนี้ สุดท้ายตายอย่างน่าอนาถ นอกจากลูกชายที่ได้เป็พระสวามี ทั้งครอบครัวถูกส่งขึ้นแท่นปะาทั้งหมด
แต่ว่า! ทั้งหมดนี้ล้วนเป็ผลจากการกระทำของเขาเอง
ทุกคนเกษียณแล้ว ไยไม่พักผ่อนให้สบายในบ้านเกิดเล่า นั่นไม่ดีหรือ?
ตราบใดที่เขาไม่ก่อเื่ ไม่หาเื่ตาย ฮ่องเต้จูอาจจะยอมให้เขาอยู่ได้ สวีต๋าและทังเหอ*[2] เป็ตัวอย่างที่ดี สุดท้ายก็ได้ตายอย่างสงบ
ส่วนหลี่ซ่านฉางกลับดีนัก แม้ตัวจะออกจากราชสำนักแล้ว แต่ยังทิ้งสายลับไว้ในราชสำนัก คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
เขาคิดจะทำอะไรกัน?
อีกอย่าง ตอนที่ขุนนางใหญ่ หูเหวยหยงก่อฏ ก็ได้ลอบติดต่อหลี่ซ่านฉาง โดยสัญญาว่าหากสำเร็จจะแต่งตั้งหลี่ซ่านฉางเป็เ้าเมืองหวายซี แต่ถูกหลี่ซ่านฉางปฏิเสธไป
ที่จริงแล้ว! เขาก็รู้สึกสั่นไหวอยู่บ้าง แต่หลี่ซ่านฉางรู้ถึงวิธีการของฮ่องเต้จูดี การที่หูเหวยหยงจะก่อฏสำเร็จนั้นเป็ไปได้ยากยิ่ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อหูเหวยหยงส่งคนมาชวนหลี่ซ่านฉางให้เข้าร่วมเป็ครั้งที่สอง หลี่ซ่านฉางกลับตอบว่า “ข้าแก่แล้ว หลังข้าตาย พวกเ้าก็ทำตามใจเถิด”
นี่หมายความว่าอย่างไร? ‘ก็คือข้าแก่แล้ว ทำอะไรไม่ไหวแล้ว ถึงจะมีผลประโยชน์มากมาย ก็ไม่มีความหมายอะไร หากข้ายังหนุ่มกว่านี้สักหน่อย ข้าอาจจะลองเสี่ยงดูก็ได้’ อย่างนั้นหรือ
บางทีอาจเป็เพราะเหตุนี้ ฮ่องเต้จูจึงไม่ลังเลที่จะสังหารหลี่ซ่านฉาง ขุนนางผู้มีคุณูปการต่อบ้านเมืองทิ้งอย่างไร้ความปราณี
หากหลี่ซ่านฉางถ่อมตนลงสักหน่อย ไม่ไปหาเื่ใส่ตัว เขาก็อาจจะมีโอกาสตายอย่างสงบ
อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้น เขาก็เกษียณแล้ว
ทันใดนั้น ฮ่องเต้จูก็เอ่ยปากขึ้นว่า “เหล่าขุนนางที่รัก พวกท่านมีความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอื่นใดอีกหรือไม่? หากไม่มี ระหว่างแผนของฮั่นกั๋วกงและเฉิงอี้ปั๋ว ผู้ใดคิดว่าแผนไหนดีกว่ากัน?”
“ฝ่าา!”
ในตอนนั้น หลี่ซ่านฉางก็ลุกขึ้นยืนและกล่าวว่า “ข้าพเ้าคิดว่าแผนของท่านหลิวปั๋วเหวินนั้นไม่น่าเชื่อถือ หากนำไปปฏิบัติ ข้าพเ้าเกรงว่าจะทำให้เหล่าเชื้อพระวงศ์ไม่พอพระทัย
ราชวงศ์ิรุ่นที่เจ็ด รุ่นที่แปด และรุ่นที่เก้า แท้จริงแล้วไม่ต่างกันมากนัก แต่เหตุใดเล่า เมื่อถึงรุ่นที่เก้า จึงไม่มีบรรดาศักดิ์และไม่มีเบี้ยหวัดอีกต่อไป? ตอนนี้พวกเราอาจคิดว่าไม่มีปัญหาใด แต่เมื่อถึงเวลานั้น เชื้อพระวงศ์รุ่นที่เก้าจะคิดอย่างไร? แล้วราชวงศ์ิรุ่นที่แปด รุ่นที่เจ็ด บิดาและปู่ของพวกเขา คนเ่าั้จะคิดเช่นไรหนอ?
สิ่งสำคัญที่สุดคือ จำนวนเชื้อพระวงศ์รุ่นที่เก้าของราชวงศ์ิจะมากมายน่าสะพรึงกลัว หากถึงเวลานั้นพวกเขาไม่ยอมปฏิบัติตามกฎนี้ จะทำอย่างไรดีเล่า?” ขณะพูดหลี่ซ่านฉางยังมองหลิวปั๋วเหวินด้วยสายตาท้าทายเล็กน้อย
ตลอดมา หลี่ซ่านฉางรู้สึกไม่พอใจหลิวปั๋วเหวินอย่างมาก แม้ว่าในราชสำนัก ตำแหน่งของเขาจะสูงกว่าหลิวปั๋วเหวิน แต่หากพูดถึงอิทธิพลในหมู่ประชาชนเขาก็สู้หลิวปั๋วเหวินไม่ได้จริง ๆ
ทุกครั้งที่มีโอกาส เขาก็อยากจะเหยียบย่ำหลิวปั๋วเหวินสักครั้ง
หลี่ซ่านฉางกล่าวว่า “ฝ่าา! เมื่อถึงเวลานั้น สมาชิกราชวงศ์ิส่วนใหญ่ก็จะเป็เชื้อพระวงศ์รุ่นที่เจ็ด รุ่นที่แปด และรุ่นที่เก้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“ฝ่าา ข้าพเ้าเห็นว่าฮั่นกั๋วกงพูดถูกต้อง เฉิงอี้ปั๋วตั้งใจยุยงความสัมพันธ์ของราชวงศ์ิกับเชื้อพระวงศ์โดยเจตนา”
“ฝ่าา เฉิงอี้ปั๋วมีเจตนาร้าย สมควรถูกปะา! เขา้าทำลายแผ่นดินิของพวกเราพ่ะย่ะค่ะ!”
“ฝ่าา ข้าพเ้าก็เห็นว่าฮั่นกั๋วกงพูดถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ”
ในทันทีที่คำพูดของหลี่ซ่านฉางสิ้นสุดลง ขุนนางคนแล้วคนเล่าก็ลุกขึ้นโจมตีหลิวปั๋วเหวิน ราวกับว่าพวกเขาได้รับโอกาสที่จะเหยียบย่ำอีกฝ่ายจนถึงที่สุด
เมื่อเห็นผู้คนมากมายโจมตีหลิวปั๋วเหวิน จูตี้ก็ทนไม่ไหว ลุกขึ้นยืนและตวาดด้วยความโมโหว่า “พวกเ้านี่พูดเหลวไหลสิ้นดี! แผนการของฮั่นกั๋วกงหลี่ซ่านฉางต่างหากที่เป็กลยุทธ์ทำลายประเทศอย่างแท้จริง”
[1] ชิงเถียนเซียนเซิง (青田先生) หมายถึง อาจารย์แห่งชิงเถียน เป็ฉายาที่ใช้เรียกหลิวปั๋วเหวิน นักกลยุทธ์และขุนนางผู้มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์ิ ชิงเถียน (青田) เป็ชื่อเมืองในมณฑลเจ้อเจียง (浙江) ซึ่งเป็บ้านเกิดของหลิวปั๋วเหวิน
[2] ทังเหอ (汤和) เป็หนึ่งในขุนพลผู้มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์ิ เป็ที่รู้จักในฐานะผู้ที่ร่วมรบกับฮ่องเต้หงอู่ (จูหยวนจาง) ในการสร้างราชวงศ์ิ ร่วมรบกับจูหยวนจางั้แ่่เริ่มต้นการก่อฏ มีความสามารถทางด้านการรบสูง มีบทบาทสำคัญในการปราบฏและการขยายอาณาเขตของราชวงศ์ิ