บทที่ 22 อยากจะแข่งขันกับพี่อย่างยุติธรรม
“ต้นไม้ที่คุณลุง้า หนูดูแลอย่างดีเลยค่ะ อัตราการรอดชีวิตจะสูงมาก” ฟ่านซีซีพูดด้วยรอยยิ้ม
“งั้นเหรอ งั้นตอนนี้ฉันจะให้คนงานมาขนย้ายนะ เธอก็ช่วยดูหน่อยละกัน ต้นไม้พวกนี้จะเอาไปปลูกที่ ‘จงติ่งอีห่าวเฉิง’ พอปลูกเสร็จแล้ว สุดสัปดาห์หน้าเธอช่วยฉันไปตรวจดูหน่อยนะ”
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา”
“อ้อ จริงสิ ซีซี ฉันเห็นว่าที่นี่เธอยังมีดอกกุหลาบอีกเยอะเลย ขายให้ฉันทั้งหมดได้ไหม ฉันจะจ่ายเงินเพิ่มให้อีก แล้วก็สตรอว์เบอร์รีที่ปลูกใต้ดินนั่น ช่วยย้ายใส่กระถางให้ฉันหน่อยได้ไหม ฉันจะเอาไปให้เป็ของขวัญน่ะ”
ฟ่านซีซีพยักหน้า “ได้ค่ะ คุณลุง้าสตรอว์เบอร์รีกี่กระถางคะ?”
“ขอหกสิบกระถางแล้วกัน เพราะว่าจะเอาไปให้เด็ก ๆ น่ะ เลือกกระถางที่สวย ๆ น่ารัก ๆ ให้หน่อยได้ไหม เดี๋ยวฉันจะให้คนขับรถมารับ”
“ได้ค่ะ ครึ่งชั่วโมงก็เสร็จค่ะ”
“ดีเลย งั้นเธอทำไปก่อนนะ ฉันจะไปจัดการเื่คนรถ”
ฟ่านจิ่นซินเห็นฟ่านซีซีคุยธุรกิจสำเร็จภายในเวลาสั้น ๆ ก็ทั้งอิจฉาและริษยา
พวกเธออายุเท่ากัน ยังเรียนอยู่เหมือนกัน เธอยังใช้เงินอยู่ แต่ฟ่านซีซีกลับหาเงินได้แล้ว
ไม่นาน คนงานขนย้ายต้นไม้ก็มาถึง พวกเขาขนย้ายต้นไม้ออกจากพื้นที่เพาะปลูกอย่างเป็ระเบียบภายใต้การควบคุมของฟ่านซีซี งานนี้ใช้เวลานานกว่าชั่วโมง
เมื่อเห็นว่าต้นไม้ดอกไม้ในพื้นที่หายไปหนึ่งในสามในคราวเดียว ทำให้พื้นที่ว่างเปล่าไปมาก ฟ่านจิ่นซินซึ่งไม่ได้จากไปไหน รู้สึกเ็ปหัวใจเล็กน้อย
แต่เมื่อเห็นฟ่านซีซีส่งมอบกุหลาบและสตรอว์เบอร์รีที่ปลูกแล้ว ได้รับเงินก้อนโต เธอก็ไม่รู้สึกเ็ปหัวใจอีกต่อไป เหลือเพียงความอิจฉา
“ขายได้เท่าไหร่?” ฟ่านจิ่นซินมองฟ่านซีซีที่กำลังนับเงินอยู่คนเดียว พลางเอ่ยถามอย่างตะกุกตะกัก
“ไม่มาก แค่สี่พันสอง” ฟ่านซีซีเก็บเงินแล้วย้อนกลับมามองเธอ
“เธอยังไม่กลับอีกเหรอ?”
ฟ่านจิ่นซินกลืนน้ำลาย แค่สี่พันสอง?
แค่แปบเดียวเธอก็หาเงินได้สี่พันสองแล้ว เธอยังมีอะไรไม่พอใจอีก
“ฟ่านซีซี ถ้าเธอขายต้นไม้ดอกไม้พวกนี้ได้หมด จะหาเงินได้เท่าไหร่?”
“อันนั้นไม่รู้สิ ฉันยังติดหนี้ต้นไม้ลุงจ้าวอีกตั้งเยอะ! ว่าแต่ ในเมื่อเธอมาแล้ว ก็ไปหยิบตะกร้าข้าง ๆ นั่นแล้วเก็บสตรอว์เบอร์รีกลับไปกินที่บ้านสิ! เก็บเยอะ ๆ นะ เอาไปวางขายที่ร้านด้วย”
“อ๋อ!” ครั้งนี้ฟ่านจิ่นซินไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยกับการที่ฟ่านซีซีสั่งงานเธอ เธอเลยหยิบตะกร้าไปเก็บสตรอว์เบอร์รีอย่างมีความสุข
ฟ่านจิ่นซินมองดูสตรอว์เบอร์รีลูกโต ๆ สวย ๆ เธอไม่อยากจะยอมรับเลยว่า ฟ่านซีซีที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ข้าง ๆ นั้นดูเข้าถึงง่าย แถมยังดูเปล่งประกายท่ามกลางแสงแดดอีกด้วย
แต่ความรู้สึกดีที่เธอมีต่อฟ่านซีซีนั้นกลับแตกสลายไม่มีชิ้นดีในตอนเย็น เมื่อเธอได้เจอกับพี่ชายของตัวเอง
พี่ชายของเธอออกไปข้างนอกทั้งวัน เขากลับมาพร้อมกับของมากมาย ไม่ว่าจะเป็ชุดสวย ๆ รองเท้าหนังทันสมัย กิ๊บติดผมคริสตัล นาฬิกาข้อมือสุดหรู แถมยังมีคอมพิวเตอร์ที่เธอใฝ่ฝันอยากได้
แต่ของพวกนี้ ล้วนแต่เป็ของฟ่านซีซีทั้งนั้น เธอไม่ได้แม้แต่ชิ้นเดียว
“ซีซี ฉันเอาคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ไปวางไว้ในห้องเธอนะ”
“ซีซี วันนี้ฉันซื้อนาฬิกาข้อมือคู่รักมา ฉันใส่ให้เอง”
“ซีซี อาบน้ำเสร็จรึยัง ไปลองชุดใหม่ที่ฉันซื้อให้หน่อยสิ”
“ซีซี มาดูนี่ ชอบกิ๊บติดผมคริสตัลที่ฉันซื้อไหม”
ทุกครั้งที่ฟ่านจิ่นซินได้ยินพี่ชายของเธอเรียกชื่อฟ่านซีซี หัวใจของเธอก็จมดิ่งลงไปอีก
เมื่อเห็นฟ่านซีซียืนอยู่ต่อหน้าพี่ชายของเธอด้วยท่าทางเขินอายและมีความสุขจนเห็นได้ชัด เธอก็อดบ่นไม่ได้
“ทำไมมีแต่ของฟ่านซีซี? แล้วของฉันล่ะ? ฉันไม่ใช่น้องสาวของพี่หรอกเหรอ? พี่ลำเอียงเกินไปแล้วนะ”
ฟ่านจิ่นเฉิงมองน้องสาวของเขาอย่างเ็า “เมื่อวานเธอขอยืมเงินซีซีใช่ไหม?”
พอฟ่านจิ่นซินได้ยินก็ะโใส่ฟ่านซีซีทันที “ฟ่านซีซี เธอกล้าฟ้องพี่ชายฉันเหรอ เธอไม่ได้ให้ฉันยืมเงินแม้แต่นิดเดียว เธอร้ายกาจจริง ๆ!”
น่าเสียดายที่ตอนกลางวันเธอยังรู้สึกว่าฟ่านซีซีไม่น่ารำคาญเท่าไหร่
ฟ่านซีซีรู้สึกงุนงงมาก เธอไม่ได้พูดนี่นา!
พูดให้ถูกต้องคือ เมื่อวานเธอยุ่งจนลืม
ฟ่านจิ่นเฉิงดึงฟ่านซีซีมาอยู่ข้างหลังตัวเอง แล้วพูดเสียงเย็น “ฟ่านจิ่นซิน เธอคิดว่าถ้าซีซีไม่บอกฉัน ฉันจะไม่รู้หรือไง? เมื่อวานมีคนในหมู่บ้านได้ยินเธอะโใส่ซีซี บอกว่าเธอขอยืมเงินหนึ่งหมื่นหยวน แต่ซีซีไม่ให้ยืม หลังจากนั้นเธอก็ไปคุยกับซ่างตงอีกพักหนึ่ง เธอพูดอะไรกับเขา?”
ฟ่านจิ่นซินถึงกับตาเหลือก ก้มหน้าอย่างอาย ๆ แล้วตอบอย่างขอไปที “ไม่ได้พูดอะไร”
“ไม่ได้พูดอะไรจริง ๆ งั้นเหรอ?” ฟ่านจิ่นเฉิงดูจะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นัก
ทันใดนั้น ฟ่านจิ่นซินก็เงยหน้าขึ้นมาทันที พร้อมกับส่งเสียงเยาะเย้ย “เขาบอกว่าเขาชอบฟ่านซีซี อยากจะแข่งขันกับพี่อย่างยุติธรรม พอใจรึยังล่ะ?”
ฟ่านซีซีเห็นท่าทางของพี่จิ่นเฉิงกำลังจะเปลี่ยนไป จึงรีบเปลี่ยนเื่สนทนา “ฟ่านจิ่นซิน ฉันยังไม่ได้ถามเธอเลยนะ เมื่อวานนี้ทำไมเธอถึงต้องยืมเงินฉันตั้งหนึ่งหมื่นหยวน เธอเอาเงินมากมายขนาดนั้นไปทำอะไร หรือว่าเธอไปทำอะไรผิดกฎหมายมาหรือเปล่า?”
พอฟ่านจิ่นซินได้ยินแบบนั้นก็โมโหทันที “เธอพูดอะไรของเธอน่ะ ฉันก็แค่จะเอาเงินไปซื้อคอมพิวเตอร์”
แล้วก็ถือโอกาสซื้อของขวัญวันเกิดชิ้นพิเศษให้แฟนหนุ่มด้วย
แน่นอนว่า เธอไม่กล้าพูดประโยคนี้ต่อหน้าพี่ชาย
แต่ฟ่านจิ่นเฉิงก็พูดเตือนขึ้นมาในเวลานั้นว่า “ถ้าเธออยากจะซื้อของขวัญให้ใคร ก็เอาเงินของตัวเองไปซื้อ อย่ามายุ่งกับเงินในกระเป๋าคนอื่น ถ้ายังกล้าไปยืมเงินซีซีอีก ฉันจะหักขาเธอ”
ฟ่านจิ่นซิน “...”
เมื่อกี้เธอดูเหมือนจะไม่ได้พูดความในใจออกมานี่ ทำไมพี่ชายถึงรู้เื่ที่เธอจะซื้อของขวัญให้คนอื่นได้ล่ะ?
เห็นได้ชัดว่าฟ่านจิ่นซินอยากได้คอมพิวเตอร์มาก ฟ่านซีซีจึงพูดอย่างไม่ลังเลใจ “งั้นฉันยกคอมพิวเตอร์ที่พี่จิ่นเฉิงซื้อให้เธอไปแล้วกัน เดี๋ยวเธอค่อยย้ายไปไว้ที่ห้อง”
แต่ฟ่านจิ่นซินกลับตะคอกใส่ “ใครอยากได้ความสงสารจากเธอ ฉันไม่เอาคอมพิวเตอร์ของเธอ!”
พูดจบเธอก็ปิดประตูเสียงดังแล้วขังตัวเองอยู่ในห้อง
ฟ่านจิ่นเฉิงสงสารฟ่านซีซีที่ถูกน้องสาวดุ จึงปลอบเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อย่าไปสนใจยัยนั่นเลย เธอมันไม่รู้จักดีชั่ว สักวันเดี๋ยวก็รู้เอง”
ฟ่านซีซีกะพริบตาปริบ ๆ เธอฉลาดพอที่จะไม่พูดอะไร
หลังจากเื่วุ่นวายผ่านพ้นไป ฟ่านมี่มี่ก็เดินเข้ามาหา
“พี่รอง ฉันปั่นจักรยานเป็แล้ว เราไปซื้อจักรยานกันเมื่อไรดี?”
ฟ่านซีซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าเธอรีบใช้ พี่จะบอกพ่อกับแม่ให้ไปซื้อพรุ่งนี้ แต่ถ้าเธอไม่รีบ รอวันเสาร์อาทิตย์หน้าก็ได้ วันเสาร์พี่จะไป ‘จงติ่งอีห่าวเฉิง’ เดี๋ยวพี่พาเธอไปซื้อจักรยาน เดินเล่น แล้วกินของอร่อย ๆ”
ดวงตาของฟ่านมี่มี่เป็ประกาย “งั้นฉันรอวันเสาร์อาทิตย์หน้าก็ได้ พี่รอง เราตกลงกันแล้วนะ”
“ตกลง” ฟ่านซีซียิ้มรับ
……
วันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ฟ่านมี่มี่นับนิ้วรอ
บ่ายวันศุกร์ สภาพอากาศเกิดแปรปรวน พายุฝนซัดกระหน่ำทั่วเมืองหมี่เฉิงอย่างรุนแรง ก่อนเวลาเลิกเรียน ท้องฟ้ามืดมิดราวกับกลางคืน