หลังจากกำจัดหมาป่าเขียวหลังเหล็กไปแล้ว าแทั่วสรรพางค์กายของเซียวอวี้มีไม่ถึงสามสิบแห่งเขานั่งขัดสมาธิบนพื้นรักษาาแทันทีพลังต้นกำเนิดฟ้าดินอันบริสุทธิ์หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ มวลอากาศสีขาวราวน้ำนมหนาแน่นปกคลุมโอบรอบกายเขาไว้
เกิ่งเปียวกลอกตามองบนเขาขี้คร้านจะตกตะลึงอะไรอีกแล้ว ตอนนี้รู้สึกว่า ไม่ว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้นกับเซียวอวี้ก็ไม่น่าแปลกใจใดๆทั้งสิ้น
เขาแอบตัดสินใจไว้แล้วชีวิตนี้จะติดตามเซียวอวี้ด้วยความจงรักภักดีเกิ่งเปียวคลับคล้ายคลับคลารู้สึกว่าชีวิตของตนเองในอนาคตจะเกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกฟ้าคว่ำปฐี
เวลาหนึ่งก้านธูปผ่านพ้นไปาแของเซียวอวี้หายเป็ปกติ ลมปราณมากมายมหาศาลหายวับไปจากบนร่างของเขาเขายังสังเกตได้อีกว่า พลังของตนก้าวหน้าขึ้นอีกแล้ว แม้จะยังไม่เพียงพอจะเลื่อนระดับอีกครั้ง
“คุณชายข้าลองประมาณเวลาดูแล้ว ถ้ามีมือสังหารจริงๆ ละก็ เขาน่าจะใกล้ถึงูเาสองปฐีแล้วละขอรับ”เกิ่งเปียวเดินตรงเข้าไปหา
ใบหน้าของเซียวอวี้ปรากฏความเหี้ยมเกรียมกระตุกมุมปากขึ้นแ่เบา “เช่นนั้นพวกเราก็รอเขาอยู่ที่นี่เถอะ”
นัยย์ตาของเกิ่งเปียวเต็มไปด้วยจิตสังหารกล่าวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “ขอรับ ข้าก็อยากจะดูว่าฮูหยินสามจะส่งยอดฝีมือแบบไหนมาลอบสังหารคุณชายกันแน่”
เกิ่งเปียวก่อแผงปิ้งย่างขึ้นใกล้ๆทั้งยังล่าวัวป่ามาได้ตัวหนึ่ง ปิ้งย่างอยู่ตรงนั้นด้วยความชำนิชำนาญเซียวอวี้เห็นแล้วก็อดสนุกไม่ได้ “ฝีมือปิ้งย่างของพี่เกิ่งไม่เลวเลยทีเดียว”
เกิ่งเปียวยิ้มยิงฟัน“เมื่อหลายปีก่อนติดตามพี่ห้าฝึกฝนอยู่ข้างนอก ก็ได้เรียนรู้มาด้วยคุณชายลองชิมฝีมือข้าดูขอรับ”
เซียวอวี้จุ๊ปากกล่าวยิ้มแย้ม “ถ้ามีเหล้าด้วยคงดีเลิศ”
พูดยังไม่ทันขาดคำจู่ๆ เซียวอวี้ย่นคิ้วมุ่น สีหน้าเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมทันที จิตสังหารอันเลือนรางลอยมาจากที่ห่างไกล
เกิ่งเปียวตัวแข็งทื่อด้วยเช่นกันและยังสังเกตได้ถึงไอสังหารที่ค่อยๆ เข้มข้นขึ้นทุกที
“ที่ข้ามีเหล้าชั้นดีคุณชายท่านนี้ยินดีจะดื่มสักคำหรือไม่” มีเงาดำร่างหนึ่งค่อยๆย่างเท้าออกมาจากบริเวณที่ห่างออกไปหลายสิบจั้ง กลิ่นอายดุร้ายอันน่าสยดสยองไหลพรั่งพรูเข้ามา
ชิ้งๆๆๆ!
เกิ่งเปียวขวางตรงหน้าของเซียวอวี้ทันทีกระบี่สั้นหกเล่มลอยออกมาจากด้านหลัง วางขนานอยู่ตรงหน้าอกไอกระบี่แรงกล้าปลดปล่อยออกมาจากภายในร่างของเกิ่งเปียว
“ใครรีบโผล่หัวออกมา!” เกิ่งเปียวตะคอกเสียงใส่
บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งสวมชุดจิ้งจวงผ้าเนื้อหยาบสีเทาย่างเท้าออกมาทันทีที่เกิ่งเปียวมองเห็นลวดลายบนหน้าอกซ้ายของเขา หน้าพลันถอดสีหวาดผวาขึ้นทันควัน
“กลุ่มกาทมิฬ!”
เกิ่งเปียวตกตะลึงพรึงเพริดน้ำเสียงเจือความหวาดกลัวเล็กน้อย
สีหน้าของเซียวอวี้ก็ค่อยๆเคร่งขรึมด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เพราะคำว่ากลุ่มกาทมิฬที่เกิ่งเปียวหลุดปากพูดออกมาหากแต่เป็เพราะมองเห็นถึงความแปลกประหลาดในจังหวะก้าวเท้าของมือสังหารผู้นี้
ถึงแม้จะห่างชั้นจากฝีเท้าภูตเจ็ดสังหารของสำนักต้นตำรับอีกมากแต่ก็มีส่วนคล้ายคลึงอยู่บ้างเหมือนกัน นี่คือระบบมรรคาที่สำนักนรกทศทิศทิ้งไว้ในทวีปอวี้ซวีอย่างนั้นหรือ”
ใบหน้าของเซียวอวี้ผุดรอยยิ้มเย้ยหยันเล็กน้อย
สำนักนรกทศทิศเป็กลุ่มมือสังหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเซียนพิภพแม้กระทั่งตำหนักวิถีใหญ่ทั้งสามยังไม่อาจทำอะไรกับพวกมันได้ ไม่รู้ว่ารังหลักอยู่ที่ไหนกันแน่
เมื่อหลายปีก่อนกลุ่มสำนักนรกทศทิศลอบสังหารยอดฝีมือของอาณาจักรเซียนจื่อฉยงไปไม่น้อยมีความแค้นกับเซียวอวี้ที่ไม่อาจสะสางได้คิดไม่ถึงว่าจะพบระบบมรรคาที่พวกเขาทิ้งเอาไว้ในทวีปอวี้ซวี
ทางแคบมักพบศัตรู[1]จริงๆ
เซียวอวี้หรี่ตามองสำรวจมือสังหารผู้นี้พลังของอีกฝ่ายเข้าใกล้ขั้นลูกกลอนนิลเต็มทีผนวกกับวิธีลอบสังหารที่ลึกลับยากแก่การคาดเดามือสังหารที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้สามารถทัดเทียมกับยอดฝีมือขั้นลูกกลอนนิลทั่วไปได้แล้ว
คิดไม่ถึงเลยว่าตู้อวิ๋นเย่ว์ถึงกับตัดใจยอมเสียเงินจ้างมือสังหารของจริงมากำจัดตนอีกทั้งยังฟังออกได้ไม่ยากจากน้ำเสียงของเกิ่งเปียวว่าฐานะของมือสังหารผู้นี้จะต้องไม่ธรรมดา
บุรุษวัยกลางคนแตะพื้นดินอย่างไร้สรรพเสียงย่างเท้าเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มประหลาดกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ข้าเป็มือสังหารป้ายเงินอันดับหนึ่งของกลุ่มกาทมิฬต้วนจาง”
สีหน้าของเกิ่งเปียวตึงเครียดเป็อย่างยิ่งเขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าตู้อวิ๋นเย่ว์จะว่าจ้างคนของกาทมิฬมาจัดการเซียวอวี้กลุ่มนี้ตะลุยไปตามตอนใต้ผ่านร้อยอาณาจักรมาพันกว่าปีไม่รู้ว่าลอบสังหารยอดฝีมือไปตั้งเท่าไรเล่าลือว่าเื้ัมีสำนักวิถีมารเป็ที่พึ่งแม้กระทั่งสำนักกระบี่เสวียนหวงยังไม่ยอมหาเื่โดยไม่มีสาเหตุ
“ชิ้ง!”
เกิ่งเปียวไม่พูดอะไรอีกทันทีที่ทั้งสองมือกดลงในห้วงอากาศ กระบี่สั้นหกเล่มที่ลอยอยู่ตรงหน้าของเขาพลันเปล่งแสงแวววาวระยิบระยับออกมาไอกระบี่ยาวหลายจั้งข้ามผ่านไปในอากาศหลายต่อหลายเล่มฟันใส่ต้วนจางพร้อมกับเสียงลมพายุและสายฟ้าฟาดกระหน่ำ
เซียวอวี้ทอดถอนใจความสามารถของเกิ่งเปียวและอีกฝ่ายแตกต่างกันมากจนเกินไป อีกทั้ง ‘เคล็ดกระบี่เมฆินทร์วายุอสนีบาต’ ที่เกิ่งเปียวใช้ก็แสนจะธรรมดาถึงเพียงนั้นจะเป็คู่ต่อสู้ของมือสังหารคนนั้นได้อย่างไร
“จิ๊!”
ต้วนจางหัวเราะเยาะ“กล้าลงมือกับข้า ใจกล้าใช้ได้”
สวบ!
เงาร่างของเขากะพริบวูบกลายเป็ภาพเงาติดตาหายไปจากที่เดิม
เซียวอวี้เพ่งตามองรีบร้องะโลั่น “เกิ่งเปียวโจมตีทางซ้ายห่างออกไปอีกสามสิบหมี่”
เกิ่งเปียวอึ้งงันไปแต่ร่างกายที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชนมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วแสงกระบี่ราวกับผ้าไหมยาวฟันเข้าใส่
ชิ้ง!
เงาดำทมิฬเงาหนึ่งปรากฏตัวออกมาจากตรงนั้นต่อมาคลื่นความร้อนที่พอจะหลอมละลายหินศิลาและทองคำได้ม้วนตลบทั่วสารทิศกำปั้นเพลิงสีทองเข้มสกัดแสงกระบี่นี้เอาไว้ ท่าไม้ตายทั้งสองพุ่งปะทะกันอย่างรุนแรง
ตูม!
ภายในระยะร้อยจั้งโดยรอบสั่นะเืพื้นดินบริเวณที่หมอกควันและเถ้าธุลีฟุ้งกระจายปรากฏรอยแตกเป็ทางหลายเส้น
ดวงตาอันโเี้ร้ายกาจของต้วนจางที่จ้องมองเซียวอวี้ฉายความประหลาดใจเล็กน้อยเขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเซียวอวี้จะรู้ตำแหน่งที่เขายืนอยู่นี่เป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้เลย
เซียวอวี้หัวเราะเยาะในใจถึงแม้เขาไม่มีตบะเหมือนในชาติที่แล้ว แต่ประสบการณ์ยังคงมีอยู่เมื่อชาติก่อนยังเคยศึกษา ‘ฝีเท้าภูตเจ็ดสังหาร’อยู่่หนึ่ง สำหรับแก่นแท้ของจังหวะก้าวเดินในการสังหารคนวิชานี้เขายังเชี่ยวชาญยิ่งกว่ามือสังหารที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ด้วยซ้ำไป
“สวบ!”
เงาร่างของต้วนจางกลายเป็รอยเงาติดตาหายไปจากรอบด้านอีกครั้งเซียวอวี้หัวเราะเยาะออกมา “ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือยี่สิบหมี่”
โครม!
เกิ่งเปียวะเิแสงกระบี่หลายลำแสงเข้าใส่ตามสัญชาตญาณเพียงแต่ต้วนจางมีตบะแก่กล้าเป็อย่างยิ่ง ถูกเขาขวางได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง
ต้วนจางมองเซียวอวี้ด้วยสีหน้าถมึงทึงั์ตาเปล่งแสงเยียบเย็น เอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “ใครถ่ายทอดวิชา ‘ฝีเท้าภูตเจ็ดสังหาร’ ให้เ้า”
เซียวอวี้ยิ้มเรียบเฉยไม่ได้ตอบคำถาม
เป็ฝีเท้าภูตเจ็ดสังหารเหมือนอย่างที่คิดเป็ระบบมรรคาที่สำนักนรกทศทิศทิ้งไว้ในทวีปอวี้ซวีจริงๆ ด้วย
ดูเหมือนว่าความแค้นอีกอย่างในชาติที่แล้วจะจบสิ้นในชาตินี้ด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็ตำหนักวิถีใหญ่ทั้งสามหรือว่าสำนักนรกทศทิศเซียวอวี้จะทำลายระบบมรรคาของพวกเขาให้สิ้นซาก
“มองทะลุ‘ฝีเท้าภูตเจ็ดสังหาร’ ของข้าได้แล้วจะทำไมกันการละเล่นแมวจับหนูนี่ ข้าเล่นจนเบื่อแล้วละ ไปตายซะเถอะ!” ต้วนจางหัวเราะเยาะไอสังหารที่โเี้อำมหิตพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า
เกิ่งเปียวหน้าซีดขาวแต่ยังคงขวางอยู่ตรงหน้าของเซียวอวี้กระบี่สั้นทั้งหกเล่มปล่อยลำแสงกระบี่แพรวพราวออกมาไม่ขาดสายพยายามสกัดกั้นการลอบสังหารของต้วนจาง
เซียวอวี้ส่ายหน้าไปมาความสามารถของทั้งสองฝ่ายแตกต่างมากเกินไปจริงๆ เขากับเกิ่งเปียวร่วมมือกันก็คงประคองได้ไม่ถึงสิบกระบวนเขาไม่ค่อยเข้าใจในกลุ่มกาทมิฬแต่รู้ถึงความน่าหวาดกลัวของสำนักนรกทศทิศเป็อย่างดี
“ท่านาุโท่านลงมือเถอะ ครั้งนี้ข้าติดหนี้บุญคุณแม่นางหวงฝู่ไว้ครั้งหนึ่งจะต้องตอบแทนเพิ่มเป็สองเท่า” เซียวอวี้ประกบมือทั้งสองขึ้นคารวะในกลางอากาศอย่างกะทันหัน
“ได้!”
น้ำเสียงแก่หง่อมเสียงหนึ่งดังขึ้นกะทันหัน
ชิ้ง!
แสงดาบสีเหลืองเข้มยาวร้อยจั้งแสงหนึ่งข้ามผ่านอากาศปลดปล่อยพลังน่าครั่นคร้ามมากมายมหาศาลราวกับสามารถทลายภูผาสูงตระหง่านได้ฟันใส่ต้วนจางอย่างรุนแรง
“อะไรกัน!”
ต้วนจางหน้าถอดสีทันทีปรากฏความเหลือเชื่อและความหวาดผวาขึ้นบนใบหน้า
“กงล้อแห่งมนต์ดำ!”
ต้วนจางสีหน้าอำหมิตเป็อย่างยิ่งแผดเสียงคำรามลั่นเส้นผมขาดสะบั้นไม่หยุด เขาสวนหมัดออกไปทันที กลิ่นอายแห่งการดับสูญความอำมหิตและเยือกเย็นปกคลุมบริเวณใกล้เคียงในระยะร้อยจั้งจนมืดฟ้ามัวดิน
ต้นไม้ที่อยู่รอบๆภายในร้อยจั้งกลายเป็ผุยผงสีขาวอมเทาลอยกระจายอยู่กลางอากาศในชั่วพริบตาเซียวอวี้สบโอกาส มือข้างหนึ่งคว้าเกิ่งเปียวร่นถอยไปอย่างรวดเร็ว
“หมัดมนต์ดำกลืนกินสรรพสิ่งมนต์ชั่วร้ายของกาทมิฬไม่ธรรมดาเหมือนอย่างที่คิดจริงๆ เพียงแต่ตบะของเ้าอ่อนแอเกินไป!”ท่ามกลางความมืดมิดน้ำเสียงแก่หง่อมเรียบนิ่งดังขึ้น
มีแสงดาบสีเหลืองเข้มแสงหนึ่งปรากฏขึ้นอีกครั้งมันยาวหลายร้อยจั้ง อากาศพลันถูกสะบั้นแหลกสลายคลื่นอากาศถูกม้วนตลบซ้อนกันเป็ชั้นๆ ราวกับคลื่นมหาสมุทรที่โหมซัดสาด
“ไม่เ้าสังหารข้าไม่ได้ กลุ่มกาทมิฬของพวกเราจะไม่มีวันปล่อยเ้า พี่ใหญ่ของข้าคือ...!”ท่ามกลางแสงดาบไร้ที่สิ้นสุด ต้วนจางร้องลั่นด้วยความหวาดผวา
“ปึ้ง!”
ร่างของเขาถูกฟันขาดสะบั้นตรงกลางลำตัวเืไหลโชกๆ ลงบนพื้น
เซียวอวี้ที่อยู่ห่างออกไปมองทุกขั้นตอนนั้นด้วยสีหน้าเฉยเมยแต่สีหน้าของเกิ่งเปียวเหยเกอยู่หน่อยๆ เพราะเขาเคยได้ยินเื่เล่าขานมากมายเกี่ยวกับกลุ่มกาทมิฬถ้าเกิดกลุ่มกาทมิฬรับภารกิจแล้วนั้น หากไม่บรรลุเป้าหมายก็จะไม่ยอมเลิกราจนกว่าจะทำตามความ้าของผู้ว่าจ้างจนเสร็จสิ้น
ศพที่ขาดเป็สองท่อนของต้วนจางนอนขวางอยู่บนพื้นเขาคิดไม่ถึงว่าจะมียอดฝีมือขั้นลูกกลอนนิลลอบคุ้มกันเซียวอวี้เป็การลับนอกจากนี้...ยังไม่ใช่ขั้นลูกกลอนนิลทั่วไปด้วย
ดาบสองเล่มฟันมือสังหารป้ายเงินอันดับหนึ่งของกลุ่มกาทมิฬจนถึงแก่ความตายความสามารถแบบนี้เรียกได้ว่าน่าสยดสยอง
เซียวอวี้ยิ้มเรียบเฉยประกบมือทั้งสองคารวะอย่างไม่รู้ทิศทางอีกครั้ง “ผู้าุโโปรดปรากฏตัวออกมาเถอะ”
[1] ศัตรูหรือคนที่ไม่อยากพบหน้ามักยากที่จะหลีกเลี่ยง พบหน้ากันได้ง่าย ๆ