ฮวาผิงปลุกให้จูเยว่ให้ไปนอนที่ตั่งนอนเล็กด้านข้างเตียงจากนั้นตัวเองก็ไปนอนที่เตียง เนื่องจากแปลกที่แปลกทางนางเลยยังนอนไม่ค่อยหลับมองไปรอบๆ ในห้องดูวังเวงเงียบเชียบ โรงเตี๊ยมข้างหุบเขามีเสียงสัตว์เสียงลมเสียงสารพัดยามมืดมิดเช่นนี้ นางคิดว่าดีแล้วที่อยู่ที่ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ข้างนอกน่าจะน่ากลัวกว่านี้แน่ คิดสักพักนางก็เคลิ้มหลับไป
“ข้ารู้..เ้า้าสิ่งใด?” เสียงซานตงกังวานชัดเจนในความฝันของฮวาผิง
“เ้าเป็ใครกัน?” ฮวาผิงหลับตาขยิบๆ ออกเสียงถามไปในความฝันนั้น นางเห็นแต่ความมืดได้ยินแต่เสียง
“สิ่งที่เ้า้าข้าช่วยเ้าได้” ซานตงหลอกล่อ
“เ้าจะช่วยอะไรข้า?” ฮวาผิงขดตัวพยายามเพ่งมอง
“เ้าต้องลองทำตามที่ข้าจะบอกให้เ้าทำแล้วเ้าจะได้ตามที่เ้า้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ซานตงปรากฏแต่ใบหน้ามาเขาลืมตาขึ้นมองฮวาผิง เขาทำให้ดวงตาของเขามีสีเหลืองสดสว่างจ้าทำให้ฮวาผิงเห็นในฝัน
ฮวาผิงเห็นตาสุกสกาวสีเหลืองสดนางจ้องมองไปในฝันนั้น ตอนนี้นางไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวนางกลับทำปากขมุบขมิบไปมา หน้าตาคุ้นๆ เหมือนใครกัน
“ข้า้าสิ่งใดก็จะได้ตามที่้าเหรอ? ข้าอยากได้หลายสิ่งท่านจะให้ข้าได้จริงๆ หรือ?” ฮวาผิงผ่อนคลายและกระดิกหูไปมา
“ได้สิเ้าจะได้ตามที่เ้า้าเ้าฟังข้าให้ดีที่มุมห้องนี้มีช่องทางลับอยู่แล้วเ้าจะรู้ได้เองว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป” ซานตงหลับตาหายไปในความฝันของฮวาผิง
“ข้ายังไม่ได้บอกเลยว่าข้า้าสิ่งใด ท่านอย่าพึ่งรีบจากไป!!” ฮวาผิงสองมือไขว่คว้าอากาศไปมา
จูเยว่พลิกตัวไปมาได้ยินเสียงฮวาผิงขยับตัวร้องเบาๆ แต่ก็คิดว่านางอาจจะฝันเรื่อยเปื่อยไปนางคงเหนื่อยจากการเดินทางจูเยว่เลยไม่ได้สนใจปล่อยให้นางนอนไปแบบนั้น
ยามอิ๋น 5.00 น. อีกไม่กี่ชั่วยามก็จะสว่างแล้วจูเยว่เลยตื่นลุกออกจากห้องไปเอาน้ำชากับน้ำล้างหน้ามาเตรียมไว้ให้กับฮวาผิงในตอนเช้า
ตอนที่นางออกไปหางของนางยาวไปหน่อยไปปัดโดนขอบประตูทำเสียงประตูดังเล็กน้อย ฮวาผิงเลยรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหลังจากจูเยว่คล้อยหลังออกจากประตูไปแล้ว
"นี่ข้าฝันไปหรอกหรือ?" นางหันไปมองที่ตั่งนอนที่อยู่ใกล้ๆ จูเยว่คงพึ่งจะออกไปนอกห้องเสียงเปิดประตูเมื่อครู่คงเป็เสียงของนาง
ฮวาผิงจำความฝันเมื่อสักครู่ได้นางเกิดความสงสัย นางสลัดขนลุกขึ้นจากที่นอน แล้วเดินไปดูที่มุมห้องเดินสำรวจไปมาทั้งสี่มุมห้อง มุมแรกมีแจกันใหญ่ทับอยู่ มุมที่สองเป็พื้นโล่งมุมที่สามมีตู้หนังสือเล็กทับอยู่ มุมสุดท้ายมีกระถางต้นไม้นางจึงเลือกเดินเข้าไปที่พื้นโล่งก่อนเพราะง่ายที่สุด
นางไปหยุดยืนที่จุดมุมของห้องบริเวณพื้นที่โล่งนั้นดูเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น นางเหลือบมองขนตัวเองที่บอกสีไม่ได้ลายไปหมด ั้แ่เด็กจนโตมาสี่ปีแล้วที่นางไม่มีความสุข นางคิดว่าถ้านางหน้าดีสวยกว่านี้นางคงจะหาคู่ครองได้ไม่ยากนางคงจะมีความสุขมากกว่านี้
“นี่ข้าจะเชื่อความฝันและสัญญาลมๆ แล้งๆ ของสิ่งที่ไม่มีตัวตนมันจะเป็ไปได้หรือ?” นางไม่แน่ใจนางเอื้อมมือลงไปแตะที่พื้นโล่งมุมห้องนั่นพร้อมถอนหายใจเบาๆ ในความเขลาของตัวเอง นางนึกขึ้นมาได้ว่าหน้าตาผู้ที่อยู่ในฝันช่างเหมือนใบหน้าภาพเขียนที่ติดไว้ที่ห้องน้ำของโรงเตี๊ยมเลยข้าน่าจะจำไม่ผิดนะ
“คุณหนูท่านตื่นแล้วหรือ?” จูเยว่กลับมาพร้อมอ่างน้ำล้างหน้านางเอามือข้างที่เหลือเปิดประตูผลักออกเบาๆ แล้วนางก็มองหาฮวาผิงที่เตียงนอนพร้อมเปล่งเสียงถาม ฮวาผิงหันไปมองจูเยว่แต่นางรู้สึกตัวว่าวูบลงไปด้านล่างพื้น ใจหล่นไปที่ตาตุ่มหางของนางชะลูดตามแรงลมหูนางก็ลูดผลุบลงหลุมไปด้วย
แม้ตัวนางจะมีขนสามสีที่บอกสีไหนได้ไม่ชัดแต่จังหวะนี้เหมือนขนทั้งสามสีของนางเหมือนถูกจับเข้าเครื่องโม่แป้งมันเขย่าหมุนรวมเป็สีเดียวกันได้เลย
นางไม่ทันได้เปล่งเสียงใดๆ ร่างก็ร่วงหล่นหายลงไปในพื้นมุมห้องพักเสียแล้วใบหน้าของนางเหมือนก้อนแป้งที่ถูกนวดรวมบดไปมา
จูเยว่กวาดตามองรอบห้องไม่เจอฮวาผิงก็เกาหัวตัวเองตอนนางออกไปฮวาผิงยังหลับอยู่ที่เตียง นางไปไม่นานทำไมหายไปไหนได้หรือว่าคุณหนูจะไปห้องน้ำนางคิดแล้วเดินไปนั่งที่ตั่งไม้รอจนเผลอหลับไป
เมื่อฮวาผิงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมามองไปรอบๆ ห้องนี้ไม่ใหญ่มีขนาดเท่าห้องพักที่นางเช่าพักอยู่ที่ต่างออกไปห้องนี้ไม่มีเฟอร์นิเจอร์แบบห้องข้างบนมีเพียงโต๊ะไม้เล็กๆ เก้าอี้หนึ่งตัวและที่ผนังมีห่วงโซ่สำหรับตรึงนักโทษ นางจะออกไปได้อย่างไรกันนางเริ่มกลัว
“เ้าไม่ต้องกลัวเ้าจำข้าได้ไหมฮวาผิง?” ซานตงเปล่งเสียงใบหน้าซานตงลอยออกมาจากความมืดรอบห้อง
“จำได้ๆ ท่านที่มีภาพเขียนของท่านติดไว้ที่ห้องน้ำของโรงเตี๊ยมไง” ฮวาผิงรีบกล่าว
“นั่นมันใช่สาระที่ข้าจะพูดหรือไงกัน? ไม่ใช่!!!” ซานตงเกรี้ยวกราดเสียงแข็งทันที
“อ๋อ..ข้าตอบผิด..ท่านที่อยู่ในฝันข้าเมื่อสักครู่นี้ใช่หรือไม่?” ฮวาผิงกล่าวใบหูของนางลูดไปด้านหลังหางของนางหดตกลงพื้นนางงอตัวหลบต่ำลงแทบจะคุกเข่า ตอนนี้นางทั้งแปลกใจและเริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว นางกำลังสับสนว่านางยังฝันอยู่หรือไม่

ใบหน้าของจงหลี หุ่นยืนเต็มตัวของกว้าอี