บทนำ
ราพณาสูร
ไกรศรี
นาคราช
สามตระกูลขั้วมหาอำนาจที่หากใครได้ยินชื่อก็ต่างพากันอกสั่นขวัญเสีย ไม่เพียงอำนาจเงินตราที่พวกเขาได้มาแต่หากมีผู้คนใต้อาณัติล้นหลามที่พร้อมจะทำตามคำสั่งของพวกเขาอย่างเคร่งครัด
ธุรกิจดำมืดที่มีอยู่ในมือสามารถทำให้ประเทศเล็กๆเกิดากลางเมืองกันได้อย่างไม่ยากนัก
อย่าเข้าใกล้คนกลุ่มนี้เด็ดขาดถ้าหากไม่อยากจบชีวิตของตนเองลงเสีย
นั้นคือสิ่งที่บอกต่อๆกันมาในกลุ่มคนที่รู้ถึงการมีตัวตนของทั้งสามตระกูล จะมีสักกี่คนที่อยากนำตัวเองเข้าไปสู่เื่ที่อันตรายหากเลี่ยงได้ก็คงจะอยากออกห่างให้ได้มากที่สุด
...แต่กับบางคนแม้จะพยายามสักเท่าไหร่ก็มิอาจหลีกหนีชะตากรรมนี้ไปได้...
ตึก ตึก ตึก
เสียงปลายนิ้วกระทบลงริมกระจกรถเมอร์เซเดสเบาะหลัง มันดังเร่งเร้าชายคนขับในความเงียบสงัด หญิงสาวภายในรถสีขาวคันใหญ่ใบหน้าไม่เผยความรู้สึกแต่นิ้วมือกลับเคาะเป็จังหวะเนิบๆแววกังวลใจ
“ทุกอย่างต้องผ่านไปด้วยดีเหมือนทุกทีแน่นอนครับ”
สายตาคมเข้มเหลือบมองกระจกหลัง ภาพไลลาผู้เป็เ้านายตอนนี้ไม่สามารถสงบอารมณ์ของตนเองได้ ทำให้บอดี้การ์ดหนุ่มที่เฝ้ามองเธออยู่ไม่ห่างรับรู้ถึงความวิตกกังวลที่แผ่ซ่านออกมา
สีหน้าปิดบังความรู้สึกอยู่แต่ความกระสับกระส่ายของเธอก็คงหนีไม่พ้นสายตาเหยี่ยวของคนข้างกายสนิทไปได้
“....ฉันก็ขอให้เป็แบบนั้น”
ปลายนิ้วต้นเสียงชะงักลงเธอหันไปสบตากันต์บอดี้การ์ดหนุ่มในกระจกใส สายตาเรียบนิ่งระคนกังวลใจยังถูกส่งไปหาผู้สนทนาอยู่ไม่คลาย
แม้เธอจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ความรู้สึกของเธอในตอนนี้มันรับรู้ได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่าง....ลางสังหรณ์ที่บอกกับเธอว่าครั้งนี้มันคงจะเป็ครั้งสุดท้ายแล้ว
หากขอได้ไลลาก็อยากที่จะให้ข้อความที่เธอได้รับมานั้นเป็เพียงอารมณ์ชั่ววูบของผู้เป็พ่อ
แต่เธอที่เป็ลูกย่อมรู้ดียิ่งกว่าใครหากชายที่เด็ดขาดคนนั้นเป็คนที่เอ่ยบอกออกมาแล้วละก็...
วันนั้นคงถึงเวลาที่เธอต้องเป็ฝ่ายที่ทำใจ
“ฉันน่ะยังไม่อยากแต่งงานเข้าตระกูลราพณาสูร...ไม่อยากแต่งเข้าตระกูลั์นั่นหรอกนะ”