ยามจื่อ พายุหิมะโหมกระหน่ำรุนแรง บดบังแสงจันทร์สิ้นสว่าง
เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ของชายชราผู้หนึ่ง เคลื่อนไหวกลมกลืนไปกับพายุหิมะอย่างสมบูรณ์แบบ ฝีเท้าแ่เบาดุจขนนก เหยียบย่ำลงบนผืนหิมะโดยไร้รอยยุบ
ปรมาจารย์เทียนเสวียน ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งราชสำนัก ลอบเร้นกายเข้าสู่อาณาเขตจอมมาร ซ่อนเร้นจิตสังหารมิดชิด
มือขวากุมด้ามกระบี่โบราณ มันสั่นครางหวิวๆ เตรียมพร้อมบั่นคอศัตรูในดาบเดียว
'หมู่บ้านตกอยู่ในเงื้อมมือมารนอกรีต... ป่านนี้คงเต็มไปด้วยซากศพ เสียงชาวบ้านคงกรีดร้องโหยหวน' ชายชราคิดในใจ พลางขบกรามแน่นด้วยความเคียดแค้น
ทว่า... เมื่อก้าวล่วงลึกถึงใจกลางลานหมู่บ้าน ฝีเท้ายอดปรมาจารย์พลันชะงักค้าง!
ดวงตาสงบนิ่งดุจบ่อน้ำลึก เบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตะลึง
ไร้เสียงกรีดร้อง... ไร้กองซากศพ... ทั่วทั้งหมู่บ้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ผสานเสียงกรนเบาๆ ลอยแว่วมาจากกระท่อมทุกหลัง
ปรมาจารย์เทียนเสวียนหลับตาลง แผ่ขยายััปราณตรวจสอบรอบทิศทาง
เสี้ยววินาทีต่อมา ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง!
"นี่มัน..."
เขาัักระแสความร้อนวิ่งพล่านทะลวงใต้พื้นปฐี ควันไฟสมควรลอยขึ้นฟ้า กลับถูกพลังลี้ลับสูบดึงลงไปวิ่งวนใต้ผืนดิน เชื่อมโยงกระท่อมทุกหลังเข้าไว้ด้วยกันราวกับเส้นเืดำอสุรกายขนาดั์!
"ค่ายกลเตาเผาิญญาใต้พิภพ!"
ปรมาจารย์เฒ่าสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าปอด "มันสร้างความอบอุ่นจอมปลอม หลอกล่อผู้คนหลับใหลอย่างตายใจ... ช่างวิปริตและแยบยลสุดแสนบรรยาย!"
สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวตวัดมองฝ่าพายุหิมะ พุ่งตรงไปยังกระท่อมดินดิบหลังมหึมา มันตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ท้ายหมู่บ้าน
ชายชราไม่รอช้า รวบรวมกำลังภายในไว้ตรงปลายเท้า ทะยานร่างขึ้นสู่อากาศราวกับวิหคเหิน พุ่งตัวข้ามลานกว้าง มุ่งตรงไปยังลานหินหน้ากระท่อมของลู่ชิงอย่างเงียบเชียบรวดเร็วปานสายฟ้า
เมื่อเข้าใกล้ระยะประชิด ปรมาจารย์ทิ้งตัวลง สองเท้าเหยียบลงบนแผ่นหินชนวนหน้าประตูบ้านแ่เบาดุจขนนก
ทว่า... เสี้ยววินาทีฝ่าเท้าััพื้นหิน!
สิ่งประจักษ์ชัดกลับไม่ใช่ความแข็งแกร่งของศิลา... มันคือความลื่นไถลระดับฝืนกฎเกณฑ์์และโลกหล้า!
ปรี๊ดดดดดดด!
"เฮ้ย!"
ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งราชสำนัก ยืนหยัดมั่นคงดุจขุนเขามาทั้งชีวิต พลันเสียสมดุลในพริบตา! ขาทั้งสองข้างฉีกถ่างออกจากกันอย่างรวดเร็ว ไถลลื่นไปคนละทิศคนละทาง ราวกับกำลังแสดงงิ้วฉากแยกขา!
แท้จริงแล้ว ลานหินบริเวณนี้คือจุดสาดน้ำอาบขี้ไคลผสมฟองสบู่ของลู่ชิงทิ้งเมื่อหัวค่ำ น้ำสบู่เข้มข้นเจือปนไขมันสัตว์ปะทะความเย็นจัดของพายุหิมะ จับตัวแข็งกลายเป็ลานน้ำแข็งเคลือบสบู่ ลื่นปรื๊ดเสียยิ่งกว่าทาน้ำมันหมูสิบชั้น!
'ค่ายกลมารสลายแรงต้าน!' ชายชราคำรามลั่นในใจ 'มันลบแรงเสียดทานของพื้นดินออกไปจนหมดสิ้น หวังทำลายฐานรากวิชาตัวเบาของข้า!'
สัญชาตญาณยอดนักสู้สั่งการ เทียนเสวียนรีบโคจรลมปราณทั่วร่าง ตอกส้นเท้าลงหมายเจาะทะลวงพื้นหินเพื่อยึดเกาะ
ยิ่งเค้นกำลังภายในกดกระแทกลงไป ความลื่นของน้ำแข็งสบู่ยิ่งสะท้อนพลังกลับมา ส่งผลให้ไถลเร็วขึ้นเท่านั้น!
วืด! วืด! แคร่ก!
ชายชราร่ายรำเพลงกระบี่สยบคลื่นรักษาสมดุลร่างกาย แขนสองข้างหมุนควงเป็วงกลมราวกับกังหันต้องลม ขาพยายามสับซอยย่ำเท้าอยู่กับพื้นอย่างทุลักทุเล
ฝืนใช้ลมปราณต้านทานความว่างเปล่าอย่างไร้จุดศูนย์ถ่วง เส้นลมปราณพลันตีกลับ! ปรมาจารย์เฒ่าหน้าแดงก่ำ กระอักลิ่มเืสีคล้ำมุมปาก
หลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่บนลานลื่นเกือบครึ่งก้านธูป เขาสามารถใช้ปลายกระบี่จิ้มทะลวงพื้นน้ำแข็ง ค้ำยันร่างหยุดนิ่งสำเร็จ
"ร้ายกาจ... ร้ายกาจยิ่งนัก..." สายตาจ้องมองบานประตูไม้เบื้องหน้าด้วยความหวาดหวั่นผสมความเคารพอย่างลึกซึ้ง
ชายชรายกมือปาดเืมุมปาก รวบรวมลมปราณทะลวงฟ้าไว้ตรงฝ่ามือ ถ่ายเทความร้อนละลายสลักประตูอย่างเงียบเชียบ
แอ๊ด... บานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าถูกผลักเปิดออก มวลอากาศร้อนระอุพุ่งเข้าปะทะใบหน้าเย็นเฉียบของชายชราอย่างจัง!
ใจกลางห้องปรากฏแท่นศิลาปล่อยไอร้อนออกมาต่อเนื่อง บนแท่นนั้น ลู่ชิงกำลังนอนตะแคง หลับสนิททอดกายอย่างผ่อนคลาย ไร้ความกังวลใดในใต้หล้า!
ผ้าห่มฝ้ายทอมือชั้นแรก ห่มคลุมปิดมิดชิด ผ้าห่มขนสัตว์ูเาชั้นสอง ห่มทับซ้อนปิดทับ และผ้าห่มนวมผืนหนานุ่มชั้นสุดท้าย คลุมทับปกป้องมิดชิดจนถึงปลายคาง! ท่อนแขนทั้งสองข้างตระกองกอดรัดหมอนขนอ่อนเป็ดป่าขนาดมหึมาเอาไว้แน่น
ฟี้... ครอก... เสียงกรนดังสม่ำเสมออย่างเป็สุข ช่างเสียดแทงและน่าหงุดหงิดเหลือพรรณนา!
เทียนเสวียนกำด้ามกระบี่โบราณในมือแน่น เส้นเืสีเขียวปูดโปนหลังฝ่ามือ เกร็งจนกระดูกนิ้วลั่นกึกกัก
แววตาชายชราเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก จิตสังหาระเิพุ่งทะยานทะลุขีดสุด!
"คืนนี้ ข้าจะเป็ผู้ยุติฝันหวานของเ้าเอง!"
กระบี่โบราณถูกยกขึ้นช้าๆ ลมปราณบริสุทธิ์ทั้งชีวิตแปดสิบปี ถูกรีดเร้นหลั่งไหลเข้าสู่ตัวใบดาบอย่างบ้าคลั่ง!
แสงกระบี่สีฟ้าสว่างวาบเจิดจ้า แผ่พุ่งคลื่นพลังออกมาสว่างโร่ไปทั่วห้อง
"เพลงกระบี่ราชสำนัก ทะลวงฟ้า!"
ฟุ่บบบ! ร่างเทียนเสวียนหายวับจากจุดเดิม กลายเป็เพียงเส้นแสงสีฟ้า! ปลายกระบี่อันแหลมคม พุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งเข้าหาตำแหน่งหัวใจลู่ชิง ด้วยความเร็วเหนือสติปัญญามนุษย์!
ฉัวะ! ปราณกระบี่ฉีกกระชาก ผ้าห่มฝ้ายทอมือชั้นแรกขาดสะบั้น! เส้นใยฝ้ายเหนียวแน่นนับแสนเส้น ม้วนตัวเข้าพันธนาการใบดาบ สร้างแรงเสียดทานมหาศาลหน่วงรั้งความเร็ว!
ฉีกกก! กระบี่ทะลวงผ่านผ้าห่มขนสัตว์ชั้นสอง เส้นขนหยาบหนาบีบอัดเข้าหากันดุจกำแพงศิลา ดูดซับพลังทะลวงจนแสงสีฟ้าเริ่มริบหรี่!
ปังงง! พุ่งกระแทกเข้าใส่ผ้าห่มนวมชั้นสาม พลังจลน์อันมหาศาลแทบมอดดับลงสิ้น!
และด่านสุดท้าย ปลายกระบี่อันอ่อนกำลัง พุ่งดำดิ่งเข้าไปในหมอนขนเป็ดป่าใบมหึมาเบื้องหน้าแผ่นอกลู่ชิง!
พัฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ!
มวลอากาศมหาศาลซ่อนตัวอยู่ในช่องว่างระหว่างปุยขนอ่อนนับแสนเส้น ถูกปลายกระบี่และลมปราณบีบอัดอย่างฉับพลัน! แรงกระแทกทำลายล้างพุ่งมาเป็เส้นตรง ถูกความนุ่มฟูและอากาศธาตุกระจายแรงออกไปรอบทิศทางอย่างสมบูรณ์แบบ!
ปุยขนอ่อนเป็ดป่านับหมื่นนับแสนเส้น ะเิทะลักกระจายออกจากรอยขาดปลอกหมอน ฟุ้งปลิวว่อนไปทั่วห้อง ราวกับเกิดพายุหิมะสีขาวบริสุทธิ์ขนาดย่อมภายในกระท่อม!
ชายชราแผดเสียงคำราม รีดเค้นลมปราณหยดสุดท้ายกระแทกพลังอัดเข้าไปในด้ามกระบี่ หวังแทงทะลุ!
ทว่า... ความรู้สึกสะท้อนกลับจากด้ามกระบี่ ทำให้หัวใจยอดนักดาบร่วงหล่นสู่ตาตุ่ม! มันไม่เหมือนการแทงเกราะเหล็กแข็งแกร่ง แต่มันเหมือนกระบี่ของเขาถูกสูบกลืนจมดิ่งลงบ่อโคลนไร้ก้นแห่งจักรวาล! แรงต้านทานล่องหนเหนี่ยวรั้งใบกระบี่เอาไว้อย่างสิ้นเชิง!
'นี่มัน... วิชาเส้นใยไหมฟ้าพันธนาการ! ผสานหลักการแห่งเต๋า ความอ่อนสยบความแข็งขั้นสูงสุด! มันใช้ปุยเมฆอ่อนนุ่มที่สุด สยบปราณกระบี่เกรี้ยวกราดที่สุดของข้า!'
ขณะชายชราตกตะลึงจนเสียสติ พายุขนนกเป็ดป่าฟุ้งกระจาย เริ่มปลิวว่อนร่วงหล่นลงมาปะทะร่าง ด้วยชุดแพรสีขาวและใบหน้ายอดฝีมือยังคงเปียกชุ่มโชกน้ำเย็นจัดจากหน้าบ้าน ขนนกสีขาวนับพันเส้นจึงเกาะติดหนึบ! แปะทับไปทั่วใบหน้า เส้นผม และเสื้อผ้าอย่างเหนียวแน่น! สภาพเทียนเสวียนไม่ต่างอะไรกับไก่แก่ตัวั์เพิ่งถูกถอนขนคลุกแป้ง ดูน่าสมเพชและน่าขันจนถึงขีดสุด!
รอยขาดของผ้าห่มและหมอน ทำให้ลมหนาวพัดวนอยู่ตามพื้น เล็ดลอดเข้าไปััผิวกายลู่ชิง
ชายหนุ่มกำลังหลับสบาย พลันสะดุ้งเล็กน้อย ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างรุนแรง
"อื้อ... ลมเย็นรั่วเข้ามา..." ลู่ชิงงึมงำในลำคอขัดใจอย่างที่สุด "ผ้าห่มเป็รูหมดแล้ว... ไอ้บ้าหน้าไหนมันมาเจาะรูเล่นวะ..."
คำบ่นงึมงำนั้น ทะลวงเข้าสู่โสตประสาทเทียนเสวียนดุจสายฟ้าฟาด!
'์! มันกำลังเย้ยหยันข้า! มันกำลังตำหนิว่า... รังสีปราณกระบี่ทะลวงฟ้าอันแสนภาคภูมิใจของข้า เป็เพียงแค่ลมเย็นกระจอกงอกง่อย เล็ดลอดเข้ามารบกวนอุณหภูมิการนอนของมันเท่านั้น!'
ด้วยความรำคาญใจจากความหนาวรบกวน ลู่ชิงยกมือขวาขึ้นมาอย่างเชื่องช้าและงัวเงีย ตวัดหลังมือ ปัดไปข้างหน้าเพื่อเขี่ยต้นเหตุผ้าห่มเป็รูให้พ้นทาง
เพียะ!
หลังมือคนี้เี ปัดกระแทกเข้าด้านข้างใบกระบี่โบราณ เบาๆ เหมือนปัดแมลงวันบินกวนใจ!
ทว่า สำหรับเทียนเสวียนผู้สูญเสียลมปราณไปจนหมดสิ้น ฝืนเกร็งรั้งกระบี่เอาไว้สุดกำลัง แรงปัดธรรมดานั้น กลับสร้างคลื่นความสั่นะเืมหาศาล สะท้อนกลับไปตามใบดาบ พุ่งวาบเข้าสู่ง่ามมือยอดฝีมืออย่างรุนแรงและเฉียบพลัน!
แคว่ก!!
"อ๊าก!"
จุดหู่โข่วของปรมาจารย์เทียนเสวียน ฉีกขาดสะบั้นในเสี้ยววินาที! โลหิตสีแดงสดสาดกระเซ็นออกมาจากง่ามมือ! ความเ็ปแล่นแปลบปลาบทะลวงเข้าสู่ไขกระดูก!
เคร้งงงงง! กระบี่โบราณคู่กาย หลุดกระเด็นออกจากมือฉีกขาด ร่วงหล่นกระทบพื้นศิลาดังกังวาน!
ลู่ชิงปัดของรำคาญพ้นทางเสร็จ พลิกตัวหันหลังให้ ดึงผ้าห่มส่วนยังดีอยู่ขึ้นมาคลุมโปงมิดศีรษะ พึมพำงัวเงียสั่งการ
"อาฝู... พรุ่งนี้ไปหาคนมาปะผ้าห่มให้ข้าด้วย... หนาวจะตายชัก..."
ฟี้... ครอก... ชายหนุ่มกลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งอย่างง่ายดาย
ทิ้งชายชราผู้ปกคลุมไปด้วยขนนกเป็ดป่า ทรุดขาทั้งสองข้างลงคุกเข่ากระแทกพื้นดังตึง!
หยาดน้ำตาอุ่นๆ ค่อยๆ รินไหลออกจากหางตาฝ้าฟางของเทียนเสวียน "ช่างลึกล้ำสุดหยั่งคาด... ไร้กระบวนท่า ไร้จิตสังหาร... เพียงตวัดมือดั่งปัดแมลง สามารถฉีกกระชากจุดหู่โข่วของข้าจนสิ้นสภาพ..."
ลมหนาวเย็นจัดพัดกรรโชกทะลักทะลวงผ่านบานประตูไม้เปิดอ้าซ่า หอบเอาเกล็ดหิมะปลิวกระจายเข้ามาภายในกระท่อม
ลู่ชิงสะดุ้งตัวสั่นสะท้านเล็กน้อย พลิกตัวกลิ้งหนีไปอีกฝั่งของเตียง ััรอบกายเย็นเยียบผิดปกติ!
ใบหน้าชายหนุ่มเปลี่ยนเป็ถมึงทึงทรมาน "...ใคร... ไอ้สวะหน้าไหน... บังอาจมาขโมยสูบไอร้อนไปจากเตียงของข้า..."
ลู่ชิงเด้งตัวลุกพรวดขึ้นนั่งกลางเตียง! เส้นผมสีดำยุ่งเหยิงชี้ฟูราวกับรังนกกระจอกเทศ ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยรังสีอาฆาตแค้นขั้นสูงสุด
"หนาวโว้ยยยยยยยยยยยยยยย!!!"
ฝ่ามือของเขาคว้าหมับ เข้ากับก้อนศิลาชำระล้างสีขาวขุ่นก้อนใหญ่ เต็มกำมือ!
"ไอ้ตัวบัดซบหน้าไหน เปิดประตูบ้านข้าทิ้งไว้วะ!!!"
ฟุ่บ! เขาเงื้อแขนสุดหล้า ขว้างก้อนศิลาสีขาวในมือ แหวกมวลอากาศพุ่งทะยานอัดตรงเข้าแสกหน้าเทียนเสวียนเต็มแรงเกิด!
เมื่อััวัตถุพุ่งแหวกอากาศเข้ามา รูม่านตายอดฝีมือพลันหดเล็กลงสุดขีด!
'ไร้กระบวนท่า... หวนคืนสู่ความสามัญอันสูงสุด... ระ... หรือว่านี่คือการโจมตีแห่งเต๋า หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับธรรมชาติ!?'
เทียนเสวียนรีบยื่นสองมือสั่นเทาออกไปประคองรับอาวุธลับชิ้นนั้นอย่างระมัดระวังที่สุด
ป้าบ! ก้อนศิลาชำระล้าง ร่วงหล่นตกลงบนฝ่ามือหยาบกร้านอย่างนุ่มนวล
กลิ่นหอมสมุนไพรพฤกษาและดอกไม้อ่อนๆ ลอยกรุ่นเข้าสู่โสตประสาท ความรู้สึกสะอาด บริสุทธิ์ และผ่อนคลาย แผ่ซ่านจากก้อนศิลาเข้าสู่ฝ่ามือ ทะลวงตรงเข้าก้นบึ้งของจิติญญา
ชายชราก้มจ้องมองก้อนศิลาชำระล้างในอุ้งมือ น้ำตาหลั่งไหลอาบแก้ม
"ตลอดแปดสิบปีผ่านมา... มือข้าคุ้นชินแต่กลิ่นคาวสนิมเหล็กและโลหิตมนุษย์ ล้างอย่างไรก็ไม่ออก... ทว่าศิลาก้อนนี้... กลับมอบกลิ่นหอมพฤกษา สามารถชำระล้างแม้กระทั่งกลิ่นอายสังหารอันโสมมในจิติญญาข้าได้อย่างหมดจด!"
เขาเงยหน้ามองลู่ชิงด้วยสายตาเทิดทูนบูชาสุดหัวใจ "นี่คือวิถี อู๋เหวย มรรคาวิถีแห่งการกระทำโดยไม่กระทำ! ปล่อยวางแม้กระทั่งการป้องกันตัว ปล่อยปละแม้กระทั่งความโกรธแค้น หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับความเกียจคร้านแห่งฟ้าดิน!"
ชายชราค่อยๆ เอื้อมมือขวา ไปหยิบกระบี่โบราณตกอยู่บนพื้นขึ้นมา "สุดท้ายแล้ว... เกียรติยศและกระบี่อันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน... กลับพ่ายแพ้อย่างหมดรูป ให้แก่ก้อนศิลาชำระล้างเพียงก้อนเดียว!"
ฟิ้วววววววว! ฉึก!
ชายชราตวัดแขน ขว้างกระบี่สะท้านฟ้าออกไปนอกประตูหน้ากระท่อมอย่างไม่ไยดี! ใบกระบี่พุ่งปักจมมิดลงกองหิมะอันหนาวเหน็บ ไร้ค่าประดุจเศษเหล็กเปื้อนสนิม
"เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ... ข้าน้อยขอสลายปราณยุทธ์สุนัขรับใช้ราชสำนักทิ้งเสีย ณ บัดนี้! เพื่อล้างมลทินและเริ่มต้นชีวิตใหม่!"
อึก! ชายชราเกร็งลมปราณ กระแทกพลังย้อนกลับเข้าใส่จุดตันเถียนตนเอง ทำลายเส้นชีพจรปราณเชื่อมโยงราชสำนักจนแหลกสลาย!
เขาทรุดตัวหมอบกราบ ศีรษะจดพื้นดินเบื้องหน้าลู่ชิง!
"ท่านมหาปราชญ์!! ข้าน้อยขอปวารณาตัว รับใช้เป็ยามเฝ้าประตูให้ท่าน ไปจนตราบชั่วชีวิตจะหาไม่ขอรับ!!"
ลู่ชิงกระพริบตาปริบๆ มองดูชายแก่หน้าตาคุ้นๆ มีเศษขนนกเป็ดป่าติดเต็มหัว สมองอันชาญฉลาดทำการสรุปผลลัพธ์รอบสุดท้าย
'อ้อ... ที่แท้... ก็ไอ้แก่ตาบอดเสียสตินี่เอง'
"นี่ลุง... ลุงจะเสียจริต จะบวชเป็ชี จะคว้านท้องฆ่าตัวตาย หรือจะออกไปรำกระบี่เปลื้องผ้าตากหิมะไหน มันก็เื่ของลุงเถอะนะ..." ชายหนุ่มยื่นนิ้ว ชี้ตรงชี้แน่วไปยังบานประตูเปิดอ้า "แต่ก่อนลุงจะทำอะไร... กรุณา... ปิด-ประ-ตู-เดี๋ยว-นี้!! แล้วก็หยุดโขกหัวปังๆ สักทีได้ไหม! พื้นหินบ้านข้าะเืจนข้านอนไม่หลับแล้วเว้ย!"
ลู่ชิงทนไม่ไหว ชี้หน้าด่ากราด "เลิกพล่ามไร้สาระ แล้วไสหัวออกไปเฝ้ายามหน้าประตูบ้านข้าเดี๋ยวนี้เลยไป! คืนนี้ ถ้ามีไอ้บ้าหน้าไหนโผล่มาเคาะประตูปลุกข้าอีกเป็คนที่สอง... ข้าจะหักเบี้ยหวัดเสบียงอาหารของเ้าให้หมดเลยคอยดู!"
"รับบัญชาขอรับนายท่าน!!" ชายชรารีบลุกขึ้นไปดึงบานประตูไม้ ปิดลงอย่างแ่เบาระมัดระวังที่สุด ลมหนาวแห่งความตายถูกตัดขาดหายไปทันที
ณ มหานครหลวง หลงเทียน...
ขันทีน้อยผู้หนึ่ง วิ่งหน้าตาตื่น ลื่นล้มลุกคลุกคลานเข้ามาในตำหนัก
"ฝะ... ฝ่าา!! เกิดเื่ใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ปรมาจารย์เทียนเสวียน... แผ่นหยกสลักิญญาประจำตัวท่าน รวบรวมปราณราชสำนักเอาไว้ ดับวูบแตกสลายเป็ผุยผง... ท่านปรมาจารย์สิ้นชีพไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!!"
เพล้ง! ถ้วยชาหยกชั้นเลิศ ร่วงหล่นหลุดจากพระหัตถ์ฮ่องเต้ แตกกระจายเป็เสี่ยงๆ!
ตัดภาพกลับมายังหมู่บ้านธุลีแดงอันแสนห่างไกล...
ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งราชสำนัก คนทั่วราชสำนักกำลังตามหาแทบพลิกแผ่นดิน และหลงคิดว่าตกตายไปแล้ว... บัดนี้กำลังยืนหยัดหลังตรงตระหง่านดุจหอกศึก เฝ้าอารักขาอยู่หน้าประตูบานเก่าๆ อย่างภาคภูมิใจ!
ในอ้อมแขนโอบกอดไว้แนบอก... ชายชรากำลังตระกองกอดก้อนศิลาชำระล้างสีขาวขุ่นเอาไว้แน่น ราวกับมันคือคัมภีร์์ศักดิ์สิทธิ์!
และย่อมไม่มีผู้ใดในใต้หล้า ล่วงรู้ความจริงอันแสนตลกร้ายนี้ว่า... ยอดกระบี่อันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน ผู้ไร้พ่าย... บัดนี้ ถูกพิชิตสยบลงอย่างราบคาบ... ด้วยก้อนสบู่ถูตัวหนึ่งก้อน... ผ้าห่มหนาสามชั้น... และความง่วงนอนอันหงุดหงิดของชายี้เีผู้หนึ่ง... ก็เท่านั้นเอง!
จบตอนที่ 7