“ขวัญ ขวัญตื่นได้แล้ว”พี่ฟ้าซึ่งพยายามปลุกขวัญให้ตื่นโดยการเขย่าตัวอยู่ “อืม” เสียงขานรับในลำคอเบาๆ ของขวัญดังขึ้น
“นี่นอนหรือซ้อมตายฮะเพลียมากเลยเหรอ เดี๋ยวได้นั่งรถบ่อยๆ ก็ชินไปเอง” พี่ฟ้าเอ่ยแซวขวัญออกมาพร้อมแสดงสีหน้าล้อเลียน
“ไปรีบไปอาบน้ำให้ไวเลย เดี๋ยวคนมากันเยอะ ต้องแย่งกันใช้ห้องน้ำละทีนี้จะสายกันพอดี” ฟ้าเอ่ยเร่งอีกรอบ
“ไปแล้วจ้า” ขวัญรีบไปหยิบเครื่องอาบน้ำและชุดของตน แล้วรีบวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากทั้งสองคนจัดการตัวเองเรียบร้อยก็พากันมากินข้าวที่โรงอาหาร อาหารที่นี้ราคาไม่แพงเท่าไรนักเมื่อเทียบกับร้านข้างนอก
ถึงจะมีไม่หลากหลายแต่กินกันตายให้มีแรงทำงานก็กินไปเถอะ คนทำงานใช้แรงส่วนใหญ่มักคิดแบบนี้
หลังจากกินอิ่มเรียบร้อยแล้วก็พากันไปยังโรงงานพี่ฟ้ารุ่งพาขวัญมาสมัครงานเรียบร้อยผ่านไปด้วยดี
ต่อจากนี้ขวัญได้เป็สาวโรงงานเย็บผ้าแล้ว เมื่อได้ทำงานขวัญก็รู้สึกมีความสุขมาก รีบเขียนจดหมายหาน้องชายและคนทางบ้านทันที
เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเผลอแป๊บเดียวขวัญก็ทำงานที่โรงงานแห่งนี้มาได้3 ปีแล้ว
ตลอดระยะเวลาที่ทำงานมาขวัญส่งเงินไปให้พ่อกับปู่และย่าตลอดส่วนตัวเองก็เหลือไว้เก็บบ้าง
สำหรับน้องชายเขาบอกไม่ต้องให้เขาเขาโตแล้วตอนนี้ก็ได้เป็ผู้ช่วยคุมวงแล้วด้วย
ขวัญไม่ได้กลับบ้าน่วันหยุดบ่อยนักทำงานมาได้ 3 ปีเพิ่งจะกลับไปตอนปีแรกเท่านั้นเพราะปีต่อๆ มาทางโรงงานเริ่มมีงานเข้ามามากขึ้นขวัญจึงรับจ้างเข้ากะทำงานแทนเพื่อนหลายคนที่้าจะกลับบ้าน
จนพี่ฟ้ายังแซวว่าจะงกไปถึงไหนมีวันหยุดก็ต้องรู้จักพักบ้าง ร่างกายคนไม่ใช่เครื่องจักรนะ
ที่ขวัญต้องทำงานมากขนาดนี้ส่วนหนึ่งเพราะต้องเก็บเงินส่งที่บ้านมากขึ้นเพราะปู่ป่วยต้องใช้เงินในการจ้างรถ
และเป็ค่ารักษาในโรงพยาบาลอีกย่าก็เริ่มจะกระเซาะกระแซะตามปู่เช่นกัน ปีนี้ขวัญอายุได้ 18 ปีแล้ว
“ขวัญ ไปตลาดนัดเป็เพื่อนพี่หน่อยสิแฟนพี่แวะเอาหมูมาส่งวันนี้อ่ะ” พี่ฟ้าเอ่ยชวน
ตอนนี้พี่ฟ้าก็อายุ20 ปีแล้ว ถ้าเป็อย่างบ้านนอกเราคงเป็สาวเทื้อไปแล้วพี่ฟ้ามีคนรักที่คบหาดูใจกันมาได้ปีกว่าแล้วเจอกันที่ตลาดนัด
วันนั้นพี่ฟ้าไปซื้อกับข้าวพอเดินออกมาจากร้านไม่เท่าไหร่มีโจรวิ่งมากระชากกระเป๋าผ้าที่พี่ฟ้าสะพาย
ทำให้พี่ฟ้าเซเกือบล้มแต่โชคดีที่มีคนจับพี่ฟ้าไว้ได้ทันไม่งั้นคงได้เปรอะไปทั้งตัว
ตลาดนัดค่อนข้างเป็ตลาดชื้นแฉะมีทั้งน้ำแข็งที่ละลายจากแผงขายของสดอยู่มาก
ในขณะที่ชายคนนั้นประคองพี่ฟ้ายืนมั่นคงดีแล้วปากก็ะโบอกให้ผู้ชายที่มาด้วยกัน 3-4 คนไปช่วยกันจับเ้าตัวร้ายหัวขโมยชายคนนั้นถามพี่ฟ้าว่าเจ็บตรงไหนไหม
ต้องไปหาหมอหรือเปล่าพี่ฟ้าบอกไม่ได้าเ็ตรงไหน แล้วก็ขอบคุณชายคนนั้นที่เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อกาน
เป็หัวหน้าคนส่งหมูมาจากเมืองทวารวดี พอกานแนะนำตัวเองยังไม่ทันจบดี ลูกน้องคนหนึ่งก็วิ่งนำกระเป๋ามาส่งคืนฟ้า ส่วนหัวขโมยมันหนีไปได้ฟ้าก็ไม่ได้ติดใจอะไรพร้อมกล่าวขอบคุณกานและลูกน้องทั้งหมดที่ช่วยกันตามเอากระเป๋ามาคืน
ั้แ่วันนั้นที่มีเหตุการณ์ฮีโร่ช่วยสาวงามเหมืนในละครแล้วก็เหมือนคนชื่อกานจะเป็เนื้อคู่ของพี่ฟ้า ไปๆ มาๆ ก็ได้มาคบกันในขณะที่ขวัญได้ฟังเื่เล่านี้ก็คิดไปตามสาวช่างฝันเหมือนหญิงสาวหลายๆ คน
วันนี้ที่ตลาดนัดค่อนข้างครึกครืนเพราะวันพรุ่งนี้เป็วันจ่ายของเทศกาลตรุษจีน
ตอนที่มาอยู่ใหม่ขวัญไม่รู้จักเทศกาลพวกนี้หรอกเพราะที่ชนบทไม่มี อาหารการกินยังขาดแคลนอยู่เลยจะเอาที่ไหนมาไหว้
ส่วนใหญ่คนที่จัดเทศกาลเหล่านี้เป็คนที่หนีมาจากดาวแห่งเกาะที่นั่นมีแต่ทะเลทำมาหากินยาก โจรก็เยอะอาหารขาดแคลนยิ่งกว่าดาวแห่งสายน้ำของเราอีก
ขวัญซึ่งกำลังคิดเื่เหล่านี้อยู่เพลินๆก็สะดุ้งเมื่อพี่ฟ้าเอามือมาจับไหล่ตน
“ถึงแล้วขวัญแอบคิดถึงใครอยู่หรือไง พี่จับแค่นี้ถึงกับสะดุ้ง” ฟ้าพูดไปยิ้มไป ั้แ่ที่ขวัญมาทำงานกับฟ้าก็เห็นมีคนงานชายในโรงงานมาหยอดขนมจีบน้องสาวแทบจะวันเว้นวัน
แต่ขวัญก็ไม่ได้สนใจเพราะขวัญไม่อยากคบคนที่ทำงานที่เดียวกันกลัวจะมีปัญหาหากเกิดมีปัญหาขึ้นมาเดี๋ยวจะอยู่ไม่ได้ความคิดนี้ตรงกันกับฟ้าเหมือนกัน
เพราะเคยมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นตอนที่ฟ้ามาอยู่ใหม่มีหัวหน้าชายที่คุมเครื่องจักรคนละแผนกที่ฟ้าทำงาน ผู้ชายคนนั้นเคยมาจีบรุ่นพี่ของพี่ฟ้าที่สนิทกัน เพราะพักอยู่ห้องเดียวกัน
ผู้ชายคนนี้รูปร่างหน้าดีผิวขาวใบหน้าออกจะตี๋หน่อยๆเป็คนดูสุภาพเขามาตามเทียวไล้เทียวขื่อรุ่นพี่ของพี่ฟ้าอยู่หลายเดือน จนในที่สุดคนทั้งสองก็ได้คบกันหลังจากนั้นผู้ชายก็ชวนรุ่นพี่คนนี้ไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอก ด้วยความที่รุ่นพี่คนนี้เป็คนซื่อตามคนไม่ทัน
คิดว่าผู้ชายคนนี้เป็คนดีเมื่อคิดว่าตนตกลงจะคบกับคนนี้แล้วก็เลยยอมย้ายออกมาอยู่ด้วยพอมาอยู่ด้วยกันได้ไม่ทันสามเดือนดี
ก็เริ่มได้ยินข่าวว่าสามีของตนแอบไปกุ๊กกิ๊กกับเด็กที่เข้าทำงานใหม่เมื่อเื่แดงขึ้นมาก็เกิดการด่าทอทะเลาะตบตีกันในโรงงาน
เป็เหตุให้ทางโรงงานไล่ออกทั้งสามคนรุ่นพี่ผู้หญิงทนความอับอายไม่ไหวจึงกลับบ้านของตนที่อยู่ชนบท
เื่นี้เป็ที่โจษจันกันมากในโรงงานจึงทำให้ฟ้าก็กลัวไปด้วยเพราะมันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว
มันยังคงมีเื่ทำนองแบบนี้อีกหลายครั้งเพื่อตัดปัญหาต่างๆฟ้าถึงไม่เลือกคบใครเลย
จนกระทั่งขวัญมาทำงานด้วยก็เล่าให้ขวัญฟังทั้งสองคนก็เลยคิดเหมือนกันอย่าคบคนที่ทำงานเดียวกันดีกว่า หรือไม่เมื่อถึงเวลาจะมีมันก็มาเองแหละ
ดังคำที่เคยได้ยินว่าคนถ้าเป็เนื้อคู่กันแล้วไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนเดียวก็มีเหตุชักนำให้มาเจอกันเอง
“ฟ้า รอพี่สักแป๊บนะ วันนี้มีหมูค่อนข้างมากเพราะใกล้ตรุษจีนวันนี้เมื่อทำงานเสร็จพี่จะพาไปกินข้าวแถวถนน ในนั้นมีศาลเ้าที่ศักดิ์สิทธิ์มากเราจะได้ไปไหว้ขอพรกัน"กานชายคนรักของฟ้าเอ่ยขึ้น
“ค่ะ” ฟ้าตอบรับ
เมื่อหันมามองทางน้องสาวของตนที่พามาด้วยก็ได้รับสายตาแสดงการล้อเลียนหมับ "โอ๊ย พี่ฟ้าหยิกขวัญไมอ่ะ”
พอขวัญพูดจบลงก็ได้รับค้อนวงใหญ่จากฟ้าอีกชุดฮ่าฮ่าเขินเหรอพี่ฟ้าขวัญก็ยังคงหัวเราะอยู่
“อ้าวขวัญหัวเราะอะไรเหรอฟ้ามีเื่ตลกตรงไหนหรือพวกพี่ทำอะไรเปิ่นๆ ตอนที่ยกหมูวางบนแผงหรือเปล่า” ั้แ่กานคบกับฟ้าก็เจอกับขวัญมา
โดยตลอด เพราะฟ้าเวลาออกมาเจอเขาฟ้ามักจะพาน้องสาวคนนี้มาด้วยเสมอ
“ขวัญมันเพี้ยนนะพี่กานอย่าไปสนใจเลยว่าแต่นี่ใครล่ะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน” ฟ้าก็พากานพูดเปลี่ยนเื่กลบเกลื่อนความอายของตน
ฟ้าทำหน้าพยักเพยิดไปทางเด็กหนุ่มหน้าตี๋ผิวขาวดูท่าทางเหมือนคนไม่เคยทำงานหนักมาก่อน
“อ๋อนี่ อาตี๋เล็กนะ เป็รุ่นน้องที่โรงเรียนเดิมของพี่เองพอดีแม่มันเพิ่งตายเตี่ยมันก็ไปแต่งงานใหม่จากคุณชายที่แม่กับเตี่ยอุ้มชูเลยต้องมาหางานทำนะ” กานพูดแนะนำตัวรุ่นน้องพร้อมกับเอ่ยสัพยอกรุ่นน้องคนนี้ออกมาพร้อมกัน
หลังจากนั้นกานก็แนะนำตี๋เล็กให้รู้จักฟ้าแล้วก็ขวัญเมื่อจบการแนะนำตัวกันแล้วกานก็ได้ให้เงินกับลูกน้องส่วนหนึ่งเพื่อให้ไปหาอะไรกิน
ส่วนตัวเองก็พาฟ้าขวัญและตี๋เล็กไปกินข้าวเมื่อกินข้าวเสร็จก็แวะไหว้เทพเ้าในวัดจีนที่ย่านนั้น
เวลาช่างเดินไปรวดเร็วหลังจากตรุษจีนไม่เท่าไหร่นี่ก็ผ่านมาได้หกเดือนแล้วพี่ฟ้าตกลงกับพี่กานว่าจะพาพี่กานกลับไปเยี่ยมพ่อแม่่งานบุญที่จะถึงในเดือนแปดเพราะทั้งสองคนก็คบหากันมานานพอสมควรแล้ว
การกลับบ้านในครั้งนี้ขวัญก็กลับไปด้วยรวมถึงตี๋เล็กที่ตอนนี้ได้มาทำงานเต็มตัวกับกานแล้วก็ขอติดสอยห้อยตามไปด้วยเช่นกัน
ขวัญกับฟ้าก็ยังคงทำงานกันอย่างขยันเหมือนเดิมปีนี้ขวัญได้บอกเพื่อนร่วมงานไปแล้วว่าจะกลับบ้าน ไม่ขอรับงานนอกเวลา
เมื่อเพื่อนที่ทำงานได้ยินก็พากันโห่แซวกันยกใหญ่ว่าสาวงกเงินประจำโรงงานของเราปฏิเสธเงินกับเขาเป็ด้วย
ทางขวัญก็ได้แต่ยิ้มรับไปเผลอแปบเดียวก็ถึงวันใกล้กำหนดกลับบ้านแล้วพี่กานได้นำรถกระบะมารับพี่ฟ้ากับตนรถกระบะเป็รถนั่งแค่ตอนเดียวจึงทำให้ตนกับตี๋เล็กไปนั่งที่กระบะหลัง
ทั้งคณะใช้เวลาเดินทาง่ตีสามเนื่องจากคนที่นั่งกระบะทั้งสองคนจะได้ไม่ร้อนมากเมื่อแดดออก
“ขวัญเตรียมร่มและเสื้อคลุมให้พร้อมนะเอาผ้าโพกหัวไว้ด้วย ถ้ารู้สึกเมารถหรืออยากเข้าห้องน้ำให้เคาะกระจกบอกทันทีเลยนะ” พี่ฟ้าเอ่ยเตือน
“ทราบแล้วค่ะคุณแม่อิอิ” ขวัญเอ่ยหยอก ั้แ่ที่ขวัญมาทำงานก็มีพี่ฟ้ารุ่งนี้แหละที่เป็ห่วงเป็ใยดูแลขวัญมาโดยตลอด
ตลอดการเดินทางค่อนข้างจะสะดวกสบายเนื่องจากเป็รถของตัวเองไม่ต้องเสียเวลารอรถหลายๆต่อ หิวเมื่อไหร่ก็จอดกิน
อยากเข้าห้องน้ำก็จอดสะดวกการเดินทางค่อนข้างราบรื่นเหลือระยะทางอีกไม่ไกลก็จะถึงบ้านแล้ว
อยู่ดีๆ ก็มีฝนตกลงมาแรกๆก็ยังเบาอยู่หรอกพอสักพักก็เหมือนกับท้องฟ้าพิโรธมวลมนุษย์
ตอนนี้หล่ะกระหน่ำลงมาแบบไม่ให้ได้ลืมหูลืมตากันเลยขวัญต้องรีบหยิบร่มขึ้นมารีบกางออกทันที ลมก็แรงฝนก็แรงบันเทิงจริงๆ ขวัญคิดในใจ
“เธอรีบจับขอบร่มเอาไว้ก่อนอย่าให้มันปลิวล่ะไม่งั้นเราได้เปียกกันมากกว่านี้แน่” ขวัญรีบหันไปสั่งกับตี๋เล็กทันที
คนที่ได้รับคำสั่งก็รีบช่วยจับร่มไว้มือหนึ่งอีกมือก็จับเสื้อแขนยาวที่ตนใส่ไว้ด้านนอกให้กระชับขึ้นเพื่อทำให้ร่างกายอุ่นขึ้น
เมื่อหันไปมองทางด้านขวัญก็เห็นหล่อนทำแบบเดียวกันกานก็คิดจะหาที่จอดรถเพื่อหลบฝนก่อน
แต่บริเวณที่ขับผ่านมายังไม่สามารถมีไหล่ทางให้จอดได้เลยเพราะถนนค่อนข้างแคบพอแค่ให้รถสวนทางกันได้แค่นั้น
แต่พอขับรถมาได้สักพักแดดกลับส่องแสงสว่างมาอย่างรวดเร็วชนิดว่าทำให้คนไม่ทันตั้งตัวกันทีเดียวเมื่อกี้ฟ้ามืดมัวดินแต่ตอนนี้กลับสว่างจ้าแสงแดดแทบจะแผดเผา
ฝนหยุดพอดีกับจังหวะที่กานกำลังเลี้ยวเข้าหมู่บ้านหนองนาตลอดทางเข้าต้องบอกว่ามองไปทางไหนก็มีแต่ฝุ่นเพราะทางเข้าหมู่บ้านนั้นเป็ดินลูกรังสีแดงๆ
ขวัญกับตี๋เล็กที่นั่งกระบะหลังในตอนนี้ต่อให้มีคนรู้จักมาเห็นก็คงไม่อาจจะจำหน้าได้ต่อให้ขวัญเอาผ้าปิดหน้าโพกหัวเอาไว้ก็ตามฝุ่นสีแดงๆ ก็ยังเกาะติดอยู่ดี
เมื่อเข้ามาในเขตหมู่บ้านแล้วฟ้ารุ่งก็ให้กานแวะส่งขวัญก่อนเพราะบ้านของตนต้องเลยมาอีกเล็กน้อย
เมื่อลงจากรถได้สภาพของขวัญแม้จะดูมอมแมมอยู่บ้างแต่ก็ยังคงพอดูได้อยู่ไม่เหมือนกับตี๋เล็กที่ตอนนี้แทบจะมองใบหน้าเผ้าผมไม่ออกเลยด้วยซ้ำฝุ่นแดงติดตามหน้าและผมเต็มไปหมด
พอกานเห็นก็อดขำไม่ได้“ฮ่าฮ่า หมดลุคคุณชายในเมืองเลยมึงฮ่าฮ่า” กานพูดไปก็เอามือกุมท้องขำไป
ส่วนตี๋เล็กที่โดนแซวก็อดประชดไม่ได้"ใช่สิผมเป็น้องไม่สำคัญเหมือนคนรักเฮียนี่น่า
เลยต้องมานั่งตากแดดตากฝน ให้ฝุ่นเกาะอีก แล้วนี่เฮียยังจะมาหัวเราะซ้ำอีก เชอะ"พูดไปก็ก้มลงมองสภาพตัวเองช่างดูสมเพชจริงๆ ตัวกู เขาคิดในใจ