" ไม่หรอกจ่ะ มันไม่ได้เกี่ยวกับเื่นั้น แม่แค่คิดถึงเื่สมัยก่อนน่ะ" สีหน้าบองธิดากลับมาเป็ยิ้มแย้ม พร้อมกับกล่าวปฏิเสธออกไป
" ถ ถ้างั้นผมไปเอาของว่างมาให้แม่ก่อนนะครับ.." เห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้เป็แม่กำลังฝืนยิ้มอยู่ วรรณชัยจึงไม่มีทางเลือกนอกจากปล่อยให้ผู้เป็แม่อยู่กับตนเอง
ส่วนเขาจะออกไปเอาของว่างมาให้ผู้เป็แม่ทาน จากนั้นเมื่ออารมณ์ของผู้เป็แม่คงที่แล้วเขาค่อยหาเื่ที่ทำให้ผู้เป็แม่อารมณ์ดีขึ้นมาเอง ส่วนเื่ของว่าง แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน แต่เขาน่าจะถามเอากับคนรับใช้ภายในคฤหาสน์ได้
กลับมาทางด้านของหุ่นไม้สี่ทิศ ตอนนี้ร่างของมันมาถึงสถานที่ที่เกิดการต่อสู้แล้ว ทันทีที่มาถึงสายตาของมันก็ล็อกเป้าไปที่จักรพงษ์ที่กำลังต่อสู้อยู่กับอสูรวานรทันที
เมื่อหุ่นไม้สี่ทิศมองเห็นเป้าหมายแล้ว เขาก็มองไปทางซ้ายและขวา ก่อนจะพบเข้ากับหน้าไม้ที่ตกอยู่ตรงพื้น เห็นแบบนั้นหุ่นไม้สี่ทิศก็กลายเป็ประกายสายฟ้า พุ่งตามเศษซากไม้และกำแพงต่างๆ เพื่อไปเก็บหน้าไม้นั่นมา
เมื่อเก็บหน้าไม้มาแล้วหุ่นไม้สี่ทิศก็หามุมมืดหลบเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาจากคนอื่นๆ
แคล้ง ~
ดาบในมือของจักรพงษ์ปะทะกับขนของวานรพสุธาจนเกิดเป็ประกายไฟออกมา สีหน้าของจักรพงษ์กลายเป็มืดมนเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เขาเสียเปรียบวานรพสุธาอยู่ระดับหนึ่ง เนื่องจากธาตุของเขาแพ้ทางวานรพสุธา
ดังนั้นการโจมตีแต่ละครั้งของจักรพงษ์จึงไม่ค่อยจะเป็ผลกับวานรพสุธามากนัก แถมพวกเขาอยู่ระดับเดียวกันด้วย ดังนั้นจักรพงษ์จึงเสียเปรียบอย่างมากในตอนนี้
คมดาบวายุ !
ดาบในมือของจักรพงษ์ถูกปกคลุมไว้ด้วยสายลมหมุนอันรุนแรง มันฟันลงไปที่แขนของวานรที่ชกมาทางตน
แคล้ง ~
เป็อีกครั้งที่ดาบของจักรพงษ์ไม่สามารถทำอะไรวานรพสุธาได้มากนัก นี่เองที่ทำให้จักรพงษ์กัดฟันแน่นและสบถออกมาอย่างหัวเสีย " แม่งเอ้ย !"
ร่างของจักรพงษ์พุ่งเข้าไปปะทะกับวานรอีกครั้ง แม้ตอนนี้เขาอยากจะหนีไปและปล่อยงานนี้ให้กับคนอื่นทำแทน แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะตอนนี้มีท่านเ้าเมืองกำลังดูสถานการณ์จากภายนอกอยู่
ฉึ่ก ~
แต่ในตอนที่จักรพงษ์กำลังก้าวเท้าเข้าไปใกล้วานรพสุธา ตรงพื้นบนิเวณที่เท้าเขากำลังจะเหยียบลงไปก็มีศรลูกหนึ่งพุ่งเข้ามาปักพื้นตรงนั้น ทำให้เท้าที่ก้าวออกไปของจักรพงษ์หยุดชะงักเพราะเท้าไปโดนศรลูกนั้น
ก่อนที่มันจะทำให้จักรพงษ์สูญเสีย จังหวะทั้งหมดที่เขาคิดไว้และเตรียมเอาไว้ผิดพลาดไปทั้งหมด ดาบที่เตรียมจะเหวี่ยงก็หยุดชะงักลง และในเวลาเดียวกันนั้นเอง หมัดของวานรพสุธาก็พุ่งมาที่ใบหน้าของจักรพงษ์
ปั้ง !!
ร่างของจักรพงษ์กระเด็นออกไปเพราะถูกแรงปะทะส่งปลิวออกไป ก่อนจะพุ่งไปกระทบกับกำแพงเสียงดัง
ตู้มม !!
ผู้คนที่กำลังต้านวานรพสุธาอยู่ ไม่สามารถแบ่งสามาธิมาให้ความสนใจกับสิ่งนี้ได้ แต่พวกเขาก็พอจะรู้ว่าคงจะมีทหารคนหนึ่งถูกเล่นงานแล้วแน่ๆ แต่ไม่มีใครคิดเลยว่าคนคนนั้นจะเป็จักรพงษ์ !
ตุบ !
หลังร่างของจักรพงษ์ชนเข้ากับกำแพง ร่างของเขาก็ตกลงไปที่พื้น ก่อนที่จักรพงษ์จะรีบลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้ดาบที่ยังไม่หลุดออกจากมือขวางเป็แนวนอนไปตรงหน้าของตน
แคล้ง ~
หมัดของวานรพสุธาปะทะเข้ากับดาบของจักรพงษ์อย่างจัง เขาสามารถกันหมัดนี้ของวานรพสุธาเอาไว้ได้ด้วยสัญชาตญาณของเขาเอง
" ใครรร !! มันเป็ใครร !!" จักรพงษ์ะโอย่างเกรี้ยวกราด พร้อมกับใช้ดาบในมือฟันไปที่วานรพสุธาอย่างจ่อเนื่องด้วยความโกรธและไม่มีที่จะลง วานรพสุธาที่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันของจักรพงษ์มันก็มึนงงไป ทำได้เพียงตั้งรับการโจมตีของจักรพงษ์ และค่อยๆถอยหลังไปเพราะยังตั้งตัวไม่ได้
เมื่อจักรพงษ์เห็นดังนั้นรอยยิ้มเย็นก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเขา ดาบในมือยกขึ้นสูง เตรียมจะฟันไปที่ร่างของวานร
แคล้ง ~
แต่ก่อนที่ดาบของจักรพงษ์จะฟันออกไป ก็มีศรลูกหนึ่งพุ่งมาชนเข้ากับด้ามดาบของเขา จนทำให้แรงเหวี่ยงดาบของจักรพงษ์หายไปหลายส่วน เมื่อมันไปถึงร่างของวานรพสุธา มันก็เหมือนกับจักรพงษ์ใช้ไม้ตีไปที่ร่างของมัน ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกเจ็บ…
วานรพสุธามองมาที่จักรพงษ์พลางเอียงหัวอย่างสงสัย ในใจคงคิดว่าหมอนี่ทำอะไร ? นวดให้มันหรือ ?
ส่วนทางด้านของจักรพงษ์เองร่างก็แข็งค้างและนิ่งไปเหมือนกำลังพยายามทำความเข้าใจสถานะการณ์อยู่ ก่อนจะหันหน้าขึ้นไปมองหน้าของวานรพสุธาเหมือนกำลังจะพูดว่า นี่ไม่ใช่อย่างที่มันหวังเอาไว้ ไม่นับได้หรือไม่
กรร !!
แต่มีหรือที่วานรพสุธาจะปล่อยให้จักรพงษ์ทำตามที่คิด มันปล่อยหมัดออกไปตรงใบหน้าของจักรพงษ์พร้อมกับเสียงคำรามเกรี้ยวกราด ที่บ่งบอกถึงความในใจว่า'เมื่อกี้เล่นอะไรของแกก !! ดูถูกข้าเหรอ ! '
" อ่อกๆ ! อั่ก ! เฮื้อก !! เอื้อ ! ได้โปรด.. อั่ก !" หมัดของวานรพสุธาตอนนี้รัวเป็ปืนกลกระหน่ำต่อยไปที่ใบหน้าของจักรพงษ์ ไม่ปล่อยโอกาศให้จักรพงษ์ได้ตอบโต้ หรือร้องขอชีวิตเลย
" ไม่ !!!" จักรพันธ์ที่กำลังนัวเนียอยู่กับวานรพสุธาอีกสองตัวหันมาทางลูกชายตนเองและพบว่าลูกชายกำลังถูกวานรพสุธาอัดหน้าอย่างไร้ปราณี เขาก็ไม่สนใจวานรพสุธาทั้งสองอีกและพุ่งไปทางลูกชายเพื่อช่วยเหลือเขาทันที
ส่วนวานรทั้งสองที่ไม่มีคนคอยขวางพวกมันแล้ว พวกมันทั้งสองก็พุ่งเข้าไปในเมืองทันที แต่ก่อนที่พวกมันจะทันได้เข้าไปมากกว่านี้ ร่างของพวกมันทั้งสองก็ถูกแยกออกเป็สองส่วน
พร้อมกับมีร่างหนึ่งที่ค่อยๆเดินออกมาจากด้านหลังของวายรทั้งสอง ไม่รู้ว่าเขามาถึงตรงนี้ั้แ่ตอนไหน คนๆนี้ไม่ใช่ใครอื่นเลยนอกจากพิรุณนั่นเอง
คมดาบถูกตวัดออกไป เมื่อร่างของจักรพันธ์มาถึง จักรพันธ์เล็งไปที่แผ่นหลังของวานรที่อัดหน้าลูกชายของตนอยู่ หมายจะให้มันหลบการฟันของเขาและหนีออกไป ลูกชายของเขาจะได้พ้นจากการถูกอัด
แต่เื่ราวก็ผิดคาด เมื่อเขากำลังจะฟันวานรที่อัดลูกชายของเขา ศรลูกหนึ่งก็พุ่งเข้ามาปะทะกับด้ามจับดาบของจักรพันธ์พอดี ทำให้เขาหยุดชะงักไป
แคล้ง ~
ส่วนวานรพสุธาที่ได้ยินเสียงนั้นก็หันมาหาจักรพันธ์ ก่อนจะคำรามเสียงดัง
กรร !!
หมัดที่ถูกปกคลุมไปด้วยออร่าสีน้ำตาลอ่อนชกไปที่อกของจักรพันธ์อีกครั้ง ทำให้เขากระอักเืออกมาเป็ครั้งที่สอง " อั่ก !! อ๊ากกก !! ไอ้เ้าหนูสกปก ! เผยตัวออกมาเดี๋ยวนี้ ! "
ฟุบ !!
จักรพันธ์ร้องคำรามพร้อมกับเืที่ไหลออกจากปาก ก่อนที่เขาจะปาดาบในมือพุ่งออกไปตรงตรอกที่มีศรพุ่งออกมา แต่มันก็ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย เหมือนว่าที่ตรงนั้นไร้คนอยู่ั้แ่แรก " อ๊ากกก !!"
จักรพันธ์เห็นแบบนั้นก็ร้องคำรามออกมา ก่อนจะใช้หมัดของตนเองชกออกไปดั่งคนเืขึ้นหน้าปะทะกับหมัดของวานรที่ชกมาทางตน
ปั้ง !!
เสียงกระดูกมือของจักรพันธ์แตกหัก แต่เขาก็ฝืนทนเอาไว้ ก่อนจะใช้หมัดอีกข้างชกไปที่ใบหน้าของวานร
ปั้ง !!
ศีรษะของวานรกระเด็นออกไปเมื่อถูกหมัดที่ปกคลุมไปด้วยสายลมของจักรพันธ์ชกเข้าไปเต็มๆ
ตุบ !
ร่างของวานรล้มลงไปกับพื้นโดยไม่มีอะไรมารับไว้เลย เมื่อเห็นว่าวานรตายไปแล้วจักรพันธ์ก็ไม่ได้สนใจมัน ก่อนจะพุ่งไปตรงตรอกที่เขวขว้างดาบไปในตอนแรก
เมื่อจักรพันธ์มาถึงเขาก็มองไม่เห็นใครเลย เห็นเพียงแค่ดาบเสียบอยู่กับพื้น พร้อมกับข้างๆนั้นมีหน้าไม้วางไว้อยู่ " ไอ้หนูโสโครก !! อย่าให้ข้ารู้นะว่าแกเป็ใครรร !! อั่ก !"
จักรพันธ์กระอักเลือกออกมาอีกครั้งเพราะความโมโหที่ไม่สามารถจับตัวผู้กระทำให้มันาเ็ได้ ก่อนที่มันจะรีบพาร่างอันบอบช้ำทั้งกายและใจไปหาลูกชายของมันที่นอนหน้าปูดบวมไม่ได้สติอยู่บนพื้น
.
.
.
กลับมาทางด้านของวรรณชัย ตอนนี้เขายังไม่รับรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับจักรพงษ์และจักรพันธ์ ที่เขาสั่งหุ่นไม้สี่ทิศไปนั้น มันจะทำตามสัญชาตญาณของตนเองทั้งหมด เขาไม่รู้ว่าสัญชาตญาณของรากูน จะเป็ยังไงแม้จะไม่มีเขาสั่งการ จะสามารถจัดการกับจักรพงษ์ได้หรือไม่ นั่นคือสิ่งที่เขารอคอยคำตอบ เมื่อจบการบุกของอสูรแล้ว
" เอ่อ…" วรรณชัยเดินมาสักพัก ในที่สุดเขาก็พบกับสาวใช้คนหนึ่ง ที่กำลังทำตัวลับๆล่อๆอยู่ตรงมุทางเดิน เขาจึงเดินเข้าไปหาสาวใช้คนนั้น
" ว๊ายย ! อ๊ะ ! เอ่อ.. น นายน้อยมีอะไรให้บ่าวรับใช้หรือเ้าคะ ?" สาวใช้ใในตอนแรกที่หันมาแล้วพบกับวรรณชัย แต่เธอก็สามารถกลับมาเป็ปกติได้อย่างรวดเร็ว
วรรณชัยเห็นท่าทางของสาวใช้ก็ไม่ได้ว่าอะไร ทำเพียงมองสำรวจเธอเท่านั้น ทั้งผิวเสื้อผ้าและทรงผมของเธอนั้นดูดีมาก มันมากเกินกว่าที่จะเป็สาวใช้ทั่วไป ดังนั้นเขาจึงคิดไปว่าสาวใช้คนนี้คงจะมีตำแห่งที่สูงมากแน่
" เ้าพาข้าไปที่ห้องครัวและนำของว่างกับน้ำชามาให้ข้าหน่อย ข้าจะนำไปให้ท่านแม่ทานเล่นเพื่อฆ่าเวลา รอท่านพ่อกลับมา"
ได้ยินดังนั้นสาวใช้ก็พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะค่อยๆเดินนำหน้าวรรณชัยไป วรรณชัยเองก็เดินตามไปด้วย เนื่องเพราะเขาเองก็ไม่รู้เส้นทางเลย
แต่เดินไปเนิ่นนานแล้ว เขากลับยังไม่ถึงห้องครัวเสียที แม้จะถูกนำโดยสาวใช้คนนี้ก็ตาม
" นี่ทำไมถึงยังไม่ถึงห้องครัวอีกล่ะ ? เ้ารู้ทางแน่ใช่ไหม ?" วรรณชัยขมวดคิ้วพลางถามออกไปอย่างหงุดหงิดใจ เขาหลงทางเองยังไม่พอ นี่เขายังต้องมาหลงทางกับสาวใช้ที่ทำงานในคฤหาสน์อีกงั้นเหรอ ?
" อ๊ะ ! นายน้อยท่านโปรดใจเย็นลงก่อน.. อีกไม่นานก็ถึงห้องครัวแล้ว อ๊ะนั่น ! นั่นไงห้องครัว !"
สาวใช้ที่เดินนำอยู่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงลนลาน พลางพยายามพูดให้วรรณชัยใจเย็นลง แต่พูดได้เล็กน้อยพวกเขาก็พบเข้ากับห้องครัวโดยบังเอิญ ?
" เชิญนายน้อยเข้าไปเลือกของว่างได้เลยเ้าค่ะ !" สาวใช้โค้งคำนับก่อนจะผายมือไปยังห้องครัวที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา
วรรณชัยพยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัว เขาพบกับพ่อครัวที่ประจำการอยู่ในคฤหาสน์นี้ เขาบอกว่า้าของว่างก่อนที่พ่อครัวจะจัดเตรียมของว่างที่เตรียมเอาไว้แล้วมาให้กับวรรณลชัย
จากนั้นก็เดินออกมา เพราะเขาถือไปคนเดียวไม่ไหวหวังว่าจะให้สาวใช้ช่วยถือกลับไปตรงห้องที่ผู้เป็แม่คอยอยู่ แต่ทันทีที่เขาออกมา สาวใช้ผู้ที่พาเขามายังห้องครัวแห่งนี้ก็หายตัวไปแล้ว
" อะไรเนี้ย ? หายไปไหน ? สาวใช้แน่เหรอ ? ทำไมถึงไม่อยู่ให้บริการคนในบ้านก่อน ? แม้จะมีงานก็เถอะแต่นี่กำลังบริการฉันที่เป็นายน้อยอยู่นะ ? สาวใช้แบบนี้ใช้ได้เหรอ ?"
วรรณชัยไม่รู้ว่ามารยาทของสาวใช้เป็ยังไง เขาก็แค่บ่นเท่านั้นเพราะคนที่เขาสวมรอยอยู่ตอนนี้เป็ถึงนายน้อยในคฤหาสน์นี้เชียวนะ ! แล้วทำไมเขาถึงได้รับการปฏิบัติจากสาวใช้คนหนึ่งแบบนี้ล่ะ ?
ตอนนี้เองวรรณชัยได้จำใบหน้าของสาวใช้คนนี้เอาไว้แล้ว ว่าเจอกันคราวหน้าเขาจะลงโทษเธอ ! โทษฐานที่ทิ้งการรับใช้เขาไปอย่างแน่นอน !!
" เฮ้อ ~ ดั้นลืมถามชื่อไปซะได้ ! ช่างเถอะ ! เดินไปหาคนใหม่มาช่วยยกไปดีกว่า…"
ว่าแล้ววรรณชัยก็เดินออกไปตามหาสาวใช้ที่อยู่ใกล้ๆสักพักหนึ่งเขาก็หาพบ ก่อนจะพาสาวใช้คนนั้นมาช่วยเขายกของว่างไปยังห้อวที่ผู้เป็แม่รออยู่
" อ๊ะ ! ไม่ได้นะเ้าคะนายน้อย ! มาให้ดิฉันยกไปเองค่ะ นายน้อยไม่ต้องมาลำบากทำอะไรแบบนี้ด้วยตนเอง หากถูกหัวหน้าแม่บ้านหรือนายหญิงเห็นเข้าพวกดิฉันจะถูกลงโทษเอา.. "
สาวใช้รีบเข้ามาห้ามวรรณชัยที่กำลังจะยกถาดของว่างออกไปด้วยน้ำเสียงลนลานและเกรงกลัว " นายน้อยรอตรงนี้สักครู่นะเ้าคะ เดี๋ยวดิฉันกลับมา"
ว่าแล้วสาวใช้ก็รีบเดินกึ่งวิ่งออกไปจากห้องครัว ส่วนวรรณชัยที่เห็นการตอบสนองของสาวใช้ก็นิ่งอึ้งไป ทำไมถึงดูเป็เื่ใหญ่ขนาดนั้นกับอีแค่การยกถาดของว่าง ?
ไม่นานนักสาวใช้ก็พาเพื่อนเดินมาด้วยกัน2-3คน ก่อนจะช่วยกันยกเอาของว่างขึ้นมาเตรียมที่จะออกไป แต่ก่อนออกไปสาวใช้คนหนึ่งก็หยุดเท้าลงก่อนจะหันมาถามวรรณชัย
" นายน้อยเ้าคะ จะไปพวกเราเอาของว่างนี่ไปไว้ที่ไหนหรือเ้าคะ ?"
เมื่อได้ยินที่สาวใช้ถามมา วรรณชัยก็ครุ่นคิดพลางนึกย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ " ห้องที่ท่านพ่อพักรักษาตัวก่อนหน้านี้ นำไปที่นั่นเลย !"
แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเป็ห้องไหน แต่หากบอกไปแบบนั้นเขาเชื่อว่าสาวใช้คนนี้จะต้องรู้อย่างแน่นอน เพราะเธอดูเอาการเอางานและดูช่ำชองในหน้าที่เป็อย่างมาก ต่างจากคนก่อนหน้านี้ที่พาเขามาที่ห้องครัวอย่างลิบลับเลย
" ไปที่ห้องรับรองของนายท่านนะเ้าคะ" สาวใช้พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเดินนำออกไป วรรณชัยที่เห็นดังนั้นเขาก็เดินตามพวกเธอไปอย่างช้าๆ ไม่นานก็พบกับห้องที่คุ้นเคย และเมื่อเปิดประตูเข้าไปเสียงของผู้เป็แม่ก็ดังขึ้นมาก่อนใคร
" โอ้ ~ ลูกแม่เ้ากลับมาแล้ว แม่กำลังกลุ้มอยู่เลยว่าเ้าจะหาครัวพบหรือไม่ แต่เมื่อเ้ากลับมาแล้วแม่ก็วางใจ ที่แม้ว่าจะไร้ความทรงจำเกี่ยวกับบางเื่ แต่ความทรงจำในเื่การใช้ชีวิตยังอยู่ดีสินะ ? ไม่เช่นนั้นคงจะหลงทางและหาทางกลับมาไม่ได้แล้ว"
ธิดาพูดไปยิ้มไปเมื่อเธอคิดว่าหากวรรณชัยหลงทางในคฤหาสน์แห่งนี้แล้วจะมีสภาพเป็อย่างไร เพียงคิดรอยยิ้มก็ปรากฎบนใบหน้าของเธอแล้ว
" นี่ท่านกำลังยิ้มมีความสุขทั้งที่คนทุกข์คือข้าผู้นี้งั้นหรือท่านแม่ ? ท่านช่างใจร้ายใจดำยิ่งนัก" วรรณชัยที่เห็นว่าผู้เป็แม่ยิ้มได้แล้ว เขาก็อดที่จะพูดจาหยอกล้อเธอไม่ได้
" ก็มันใช่ไหมล่ะ ? อายุก็ตั้ง20แล้ว หากจะมาหลงทางในคฤหาสน์ที่อยู่มาทั้งชีวิตมันคงจะตลกน่าดู แต่น่าเสียดายที่เ้าลูกชายไม่หลงทาง เฮ้อ ~" ธิดายิ้มพลางพูดออกไป ก่อนจะใช้มือแตะใบหน้าตนพลางทำท่าถอดถอนใจ และเสียดายที่ไม่ได้เห็นลูกชายหลงทาง
ได้ยินที่พูดเป็แม่หยอกล้อกับเขาแบบนี้แล้ววรรณชัยก็ส่ายหัวไปมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเข้าไปนั่งข้างๆผู้เป็แม่ และพูดคุยหยอกล้อกันอย่างนั้นพลางกินของว่างไปด้วย