“...อะไรนะ เมื่อกี้...เธอบอกว่าฉันเป็ลูกของใครนะ?” ไป๋ลั่วอิงเอ่ยถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
เสี่ยวเหมยที่ยังคุกเข่าอยู่ เงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นายด้วยความงุนงง
'ทำไมวันนี้คุณหนูถึงพูดจาแปลก ๆ พิกลนัก?หรือว่า...จะเป็ผลข้างเคียงจากการล้มหัวฟาดพื้นเมื่อวานกันแน่?' เสี่ยวเหมยพึมพำในใจ แต่ก็รีบเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม
“คุณหนูเป็บุตรสาวคนเล็กของท่านแม่ทัพใหญ่ไป๋เทียนหย่ง กับหนี่ว์ฮูหยินเ้าค่ะ ส่วนคุณหนูมีนามว่า...ไป๋ลั่วอิงเ้าค่ะ”
เสียงใส ๆ ของเสี่ยวเหมยเอ่ยออกมาอย่างสุภาพ เรียบร้อย โดยไม่รู้ตัวเลยว่า นางเพิ่งปาะเิลูกั์ใส่กลางหัวคุณหนูของตัวเองไปเป็ที่เรียบร้อย
ไป๋ลั่วอิงชะงักไปชั่วขณะก่อนจะเอ่ยเสียงเบาหวิว ราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง
"ฉัน...เอ่อ ข้ามีนามว่า...ไป๋ลั่วอิง...อย่างนั้นหรือ?" ดวงตากลมโตสั่นระริก หัวใจเต้นระส่ำแทบจะทะลุออกมา
เสี่ยวเหมยพยักหน้าหงึกหงัก รีบอธิบายต่อด้วยเสียงใสซื่อ
"เ้าค่ะ... เมื่อวานนี้คุณหนูลื่นหกล้มตรงทางเดินในสวน หัวกระแทกพื้นจนสลบไป บ่าวนึกว่าคุณหนูจะไม่ฟื้นมาเสียแล้วเ้าค่ะ..."
ไป๋ลั่วอิงที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบอยู่ถึงกับชะงักค้างทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางศีรษะ มือที่ถือถ้วยชาเริ่มสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว
นี่มันอะไรกัน? ฉันกลับมาเกิดในนิยายของตัวเอง ในร่างของไป๋ลั่วอิงที่ชื่อเดียวกับตัวเธอไม่มีผิด แต่หน้าตานั้นคนละระดับกันเลย...ให้ตายเถอะ สวยกว่าตัวจริงขอฉันแบบคนละจักรวาล ติดเพียงอย่างเดียว...ดูเหมือนว่าความซวยดูจะยังคงอยู่เหมือนเดิม
หญิงสาวจำได้รางๆ ว่าไป๋ลั่วอิงในเื่ต้นฉบับเป็คุณหนูตระกูลแม่ทัพ ที่ถูกคัดเลือกจากฮองเฮาถูกส่งเข้าวังเพื่อให้เป็ชายาขององค์ชายห้า เธอในร่างนี้คือคนที่ "ถูกเขียนให้ตาย" ตายด้วยมือของพระเอกเอง
เหตุผลไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุ หรือความเข้าใจผิด แต่เป็เพราะนิสัยของเ้าของร่างนี้ที่...ร้ายแบบไม่มีเซนเซอร์
หลังจากเข้าวังไม่ถึงเดือน ไป๋ลั่วอิงก็ได้ยินข่าวลือกระซิบกระซาบไปทั่ววังหลวง ว่าองค์ชายห้า...แอบเก็บเกอหน้าหวานจากชนชั้นล่างมาเลี้ยงดูไว้อย่างเงียบ ๆ และเกอคนนั้นไม่ใช่ใครแต่คือนายเอกของเื่...อย่างอวี่หาน
ในนิยายต้นฉบับ ไป๋ลั่วอิงตัวจริงไม่ยอมรับชะตากรรมนี้ นางลากสาวใช้คนสนิทและองครักษ์ประจำจวนบุกตำหนักหลงเยี่ยน อาละวาดใส่นายเอกจนได้าเ็ พูดจาดูิ่ และประกาศต่อหน้าทุกคนว่าจะ "ทำให้เกอชั้นต่ำหายไปจากตำหนัก"
ผลลัพธ์คือพระเอกไม่พอใจ แต่เขาไม่แสดงออกตรง ๆ กลับแสร้งทำเหมือนไม่ใส่ใจ ปล่อยให้เื่เงียบไปเอง...ก่อนจะส่งมือสังหารไปฆ่าไป๋ลั่วอิงในคราบโจร โดยการแทงเ้าของร่างนี้จนตายอย่างเืเย็น ไม่มีงานศพ ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีแม้แต่บันทึกในประวัติวังหลวง เงียบ หายไป ราวกับไม่เคยมีตัวตน
และที่น่าเศร้ากว่านั้นก็คือ...ไป๋ลั่วอิงเป็คนเขียนฉากนั้นขึ้นมาเองด้วยมือสองข้างนี้ ตอนที่เขียนเธอยังหัวเราะชอบใจ
สะใจแทนคนอ่านที่ได้เห็นตัวร้ายถูกกำจัดไปอย่างสาสม
"สมน้ำหน้า ตัวประกอบร้ายๆ แบบนี้ตายไปก็ดี" เธอเคยคิดแบบนั้นจริง ๆ
แต่ตอนนี้...เธอกลับทะลุมิติมาอยู่ในร่างตัวประกอบคนนั้นเสียเอง ตัวประกอบที่เธอเคยหัวเราะเยาะ ตัวประกอบที่เธอเคยเขียนให้ตายอย่างไม่ไยดี
มือของไป๋ลั่วอิงสั่น ชาในถ้วยเกือบหก ภาพที่สะท้อนในกระจกคือสตรีแสนสวยผู้ถูกลิขิตให้ตายอย่างเงียบเชียบ เสียงในหัวะโชัดเจนยิ่งกว่าฉากไหนในนิยาย
"บัดซบ...นักอ่านพวกนั้นสาปแช่งฉันทะลุมิติก็ไม่พอ...ยังส่งฉันมาอยู่ในร่างตัวประกอบที่ต้องโดนองค์ชายห้าฆ่าตายอนาถอีกด้วย ฮือออออ"
เสี่ยวเหมยที่เฝ้ามองอยู่ข้าง ๆ สะดุ้งโหยงเมื่อเห็นคุณหนูของนางพูดจาแปลก ๆ และยังมีสีหน้าซีดเผือด
“ค...คุณหนูเป็อะไรไปเ้าคะ?”
ไป๋ลั่วอิงไม่ตอบ ตอนนี้สมาธิของเธอแตกกระจายยิ่งกว่ากระจกตกลงบนพื้นเสียอีก “ฉันต้องหาทางรอดให้ได้…” เธอกระซิบกับตัวเองเบา ๆ
เสี่ยวเหมยมองสีหน้าคุณหนูของตนที่ตอนแรกที่พูดจาแปลกๆ กลับไปกลับมา ครู่ต่อมาก็ยกมือกุมขมับ ถอนหายใจ พึมพำอะไรฟังไม่รู้เื่...แต่ที่แน่ ๆ คือ...นางไม่เหมือนคุณหนูคนเดิมแน่ ๆ
“ค...คุณหนูเ้าคะยังปวดหัวอยู่ไหมเ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวไปตามหมอหลวงมาให้” ผู้เป็บ่าวเอ่ยถามด้วยความใ ก่อนจะหมุนตัวเตรียมจะวิ่งพรวดออกประตูเรือนนอน
ไป๋ลั่วอิงรีบคว้าชายเสื้อของเสี่ยวเหมยไว้แทบไม่ทัน “เดี๋ยว ไม่ต้องไป”
เสี่ยวเหมยหยุดกึก หันกลับมามองอย่างใ “ข้า...ไม่เป็อันใดมาก เพียงแค่ปวดหัวนิดหน่อยเท่านั้นนะเสี่ยวเหมย”ก่อนจะแสร้งเอามือมากุมขมับไว้แนบหน้าผาก
“อาจเป็เพราะความทรงจำบางส่วนของข้าได้ขาดหายไป...เลยทำให้ข้าพูดจาเลอะเลือนไม่ค่อยรู้เื่นิดหน่อย เ้าก็ไม่ต้องใไปหรอกนะ”
เสี่ยวเหมยเบิกตาโพลง มือสองข้างยกขึ้นปิดปากแน่น “ความ...ความทรงจำของคุณหนูหายไปหรือเหรอเ้าคะ?”
ผู้เป็บ่าวรับใช้ใสุดชีวิตในตอนแรก แต่ผ่านไปแค่ไม่กี่วินาที สีหน้าของเสี่ยวเหมยก็เริ่มเปลี่ยนจากตื่นใกลายเป็โล่งใจอย่างน่าแปลกใจ คล้ายกับว่า...การที่คุณหนูของนางความจำเสื่อม กลับกลายเป็ข่าวดีสำหรับนาง
“มิน่าล่ะ...คุณหนูถึงพูดจานุ่มนวลขึ้น ไม่ขมวดคิ้วอาละวาดใส่บ่าวเหมือนก่อน...”
ไป๋ลั่วอิงเลิกคิ้ว “ก่อนหน้านี้ข้า...ไม่ใช่แบบนี้เหรอ?”
“เอ่อ...เมื่อก่อนคุณหนูจะ...อารมณ์ร้ายหน่อยเ้าค่ะ”
“แบบว่า...ถ้าใครขัดใจไม่ได้เลยนะเ้าคะ ถึงขั้นโยนของทิ้ง ด่าลั่นจวนก็ทำมาแล้วหลายรอบ...แล้วเ้าค่ะ”
“โยนของ?”
“เ้าค่ะ…พวกจาน ชาม พัด โต๊ะเล็ก กระถางต้นไม้...” เสี่ยวเหมยเริ่มไล่รายการเสียงเบา ๆ
“พอพวกสาวใช้ได้ยินชื่อคุณหนูก็กลัวกันหมด ไม่มีใครกล้ารับใช้คุณหนูนอกจากบ่าว...เ้าค่ะ”
ไป๋ลั่วอิงแทบอยากกลิ้งลงจากเตียง นี่มันไม่ใช่แค่เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างตัวประกอบธรรมดาแต่เธอมาอยู่ในร่าง “นางร้ายนิสัยเสียชัดๆ ”
ร่างระหงหลุบตามองมือตัวเองเบา ๆ นิ้วเรียวยาวขาวผ่อง ดูงามสง่าแบบผู้ดีมีชาติตระกูล นิ้วที่ในโลกก่อนหน้า...เธอใช้พิมพ์นิยายวันละหลายหมื่นตัวอักษรจนมือแทบล็อก นิ้วเกือบอักเสบเพราะกดแป้นคีย์บอร์ดหนักเกินไป
แต่มาวันนี้...นิ้วมือคู่นี้กลับกลายเป็ของ "คุณหนูแห่งจวนแม่ทัพ"ผู้มีชื่อเสียงเื่ความหยิ่งยโส วางอำนาจจนคนทั้งวังหลวงพากันหวาดกลัว
ไป๋ลั่วอิงกัดริมฝีปากล่างเบา ๆ"นี่ฉัน...ต้องเล่นบทคุณหนูวังหลังสายฟาดเหรอเนี่ย..."
ภาพของไป๋ลั่วอิงในเวอร์ชั่นต้นฉบับ ยืนกรีดเสียงใส่บ่าวไพร่จนสะท้านทั้งเรือน ทำเอาเธอขนลุกเกรียวั้แ่หัวจรดเท้า
"เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด..."
เธอไม่ใช่คนประเภทนั้นแม้จะเขียนตัวละครร้ายกาจได้ แต่ชีวิตจริง เธอทำได้แค่เก็บตัวในห้อง นั่งแต่งนิยายไปวัน ๆ
ไป๋ลั่วอิงสูดลมหายใจลึก ๆ พลางรีบประเมินสถานการณ์ในหัวอย่างรวดเร็ว
"เอาล่ะ...ถ้าไม่อยากให้คนอื่นจับได้ว่าร่างนี้เปลี่ยนแปลงไป...ทางเดียวก็คือต้องใช้มุกความจำเสื่อม"
ไป๋ลั่วอิงครุ่นคิดเงียบ ๆ ในใจ ไหน ๆ เธอทะลุมิติมาโผล่ในโลกนิยายที่ตัวเองเขียน ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะ...
เธอจะต้องหาทาง "หนี" จากการเป็พระชายากับองค์ชายห้าให้ได้ ก่อนที่เื่จะดำเนินไปถึงจุดที่ตัวเธอในต้นฉบับ...จะตายอนาถภายใต้แผนลวงปลอมตัวเป็โจร
เป้าหมายของเธอไม่ใช่การแย่งซีน ไม่ใช่การเปลี่ยนชะตารักแต่คือ “ใช้ชีวิตอย่างชิวชิว” ในมุมสงบ ปล่อยให้พระเอกกับนายเอกดำเนินเนื้อเื่หวานกันไปเงียบ ๆ โดยไม่มีเธอเข้าไปเป็มลพิษใด ๆ ทั้งสิ้น
ไป๋ลั่วอิงเม้มปากแน่นดวงตาที่เคยไหลไปตามอารมณ์เริ่มมีประกายจริงจังขึ้นมา
“บทตัวประกอบนี้...ฉันจะเขียนมันใหม่ด้วยมือตัวเองก็แล้วกัน”

ไม่รู้จะขำหรือว่าสงสารดีน้องรู้ตัวแล้วว่าเกิดใหม่เป็ตัยวประกอบในนิยายที่ตัวเองเขียน
มาเอาใจช่วยน้องให้รอดพ้นจากหายนะจากการถูกนักอ่านสาปแช่งกันนะคะ