บทที่ 3 : สามตัวแปรพลิกชะตาแร็กนาร็อก
เหล่าผู้นั่งอยู่เหนือบัลลังก์ Mor-mongk-berlk มอร์-มงก์-เบลค์ ได้ทอดสายตาลงมามองพฤกษาั์ อิ๊กดราซิลต้นที่ 17,954 ล่มสลายไปพร้อมอาณาจักรทั้ง 9 ก่อนจะถือกำเนิดขึ้นใหม่เป็ต้นที่ 17,954-B ก่อนจะดับสูญในไม่นาน กำเนิดเป็จักรวาลอันหนาวเหน็บ ความว่างเปล่าที่ถูกเรียกโดยเหล่าสิ่งมีชีวิตเชิง 3 มิติทั้งหลายว่า กินนุนกาแกบ ( Ginnungagap)
มันคือวัฏจักรของจักรวาลอิ๊กดราซิลแห่งนี้ ที่แม้จะมีรายละเอียดยิบย่อยแตกต่างจากจักรวาลอื่น ๆ ทว่าเส้นทางหลักของมันนั้นไม่ต่างกัน จากความว่างเปล่า สู่อุณหภูมิเย็นะเืก่อนจะเกิดประกายไฟ รังสรรค์สิ่งมีชีวิตขึ้นมา ก่อนโลกที่มีสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาจะถือกำเนิดและจุดจบคือการดับสูญด้วยเปลวไฟ กำเนิดใหม่อีกหนเหมือนจะเป็แสงสว่างแห่งความหวังใหม่ ยุคอันเรืองรองไร้า ตามคำที่พวกมนุษย์บัญญัติว่า UTOPIA
แต่สรวง์ไร้ความขัดแย้งจะดำรงอยู่ได้แค่ชั่วพริบตาในสายตาของผู้อยู่เหนือชั้นขึ้นไปอีกระดับ เพราะััการรับรู้ด้านเวลาของสิ่งมีชีวิตมิติที่ 5 นั้น ซับซ้อน ละเอียดอ่อน เพียงพริบตาของพวกเขา ก็เห็นอิ๊กดราซิลต้นใหม่งอกขึ้นมาเสียแล้ว ทั้งที่เวลาตามกลไกของจักรวาลอิ๊กดาซิลผ่านไปนานหลายล้านล้านล้านปี
พริบตาเดียว เห็นวัฏสงสารจบลงไปหนึ่งกัป ก่อนเกิดใหม่ขึ้นมาเป็กัลป์ใหม่ นั่นคือความต่างชั้นของระดับสิ่งมีชีวิตระหว่างพวกเรา กับพวกเขา ! แม้แต่พวกข้า นอร์นทั้งสามเทพธิดาแห่งโชคชะตายังไม่อาจพวกท่าน ผู้อยู่เหนืออิ๊กดราซิลได้ และคงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ตัวตนของพวกท่านได้ หากไม่เกิดรอยแยกมิติปริศนา ที่นำพาความรู้ของพวกท่านเพียง 1 ในล้านล้านล้านส่วน ทำให้พวกข้าได้เห็นชะตากรรมอดีต ปัจจุบัน อนาคตของจักรวาลอิ๊กดราซีล
พวกข้าได้เห็นโอดินในหลายรูปแบบ ทั้งาาผู้ทรงธรรม เป็มิตรกับอีเมียร์ บรรพชนของั์น้ำแข็ง แต่จุดจบยักษาอัคคี เซิร์ทก็สะบัดดาบ เหวี่ยงเพลิงพิโรธแผดเผาสรรพสิ่งให้มอดไหม้ไปหมดอยู่ดี
หรือโอดินทรราชย์ รุกรานโลกมากมาย ดึงเข้ามาเกาะกิ่งก้านอิ๊กดราซิลมากกว่าร้อยดวงด้วยหวังให้เป็ปราการกันชนเพลิงเซิร์ท แต่ต้นไม้ใหญ่ก็พินาศเพราะความวุ่นวายของโลกนับร้อยที่สู้รบกันเอง จนสมดุลของต้นไม้พังพินาศ เผาผลาญตัวเองด้วยอารมณ์อันหลากหลาย ทำให้ั์เซิร์ทหัวเราะชอบใจขณะดูอิ๊กดราซิลโค่นโดยที่ตนไม่ต้องทำอะไร
และพวกข้า เอิร์ดแห่งอดีต เวอร์ดานดีแห่งปัจจุบัน และสกัลด์แห่งอนาคตก็พบว่าจริง ๆแล้ว เซิร์ทนั้นไม่ใช่ตัวตนในจักรวาลอิ๊กดราซิล แต่เป็ดั่งคบไฟมีชีวิตที่เหล่ามอร์มงก์เบลค์ส่งมาเพื่อให้วัฏจักรอิ๊กดราซิลดำเนินต่อไปได้เรื่อย ๆ
ความเป็ ความตายของจักรวาลนี้ เป็แค่. . . ของเล่นในสายตาพวกเขา และความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแต่ละ่วัฏจักรก็เป็ของกินเล่นของพวกเขาเช่นกัน พวกข้ารับรู้ได้เลยว่าแร็คนาร็อคจะไม่มีวันจบ มันจะวนซ้ำไปเรื่อย ๆ ตราบชั่วกัปชั่วกัลป์ ที่เป็แค่ชั่วพริบตาไม่กี่ครั้งหาวไม่กี่ทีในความรู้สึกของพวกเขาเท่านั้น
จะมีทางไหนไหมที่ช่วยเหลือไม่ให้วัฏจักรอันน่าเบื่อหน่ายนี้สิ้นสุดลง ?
จะมีทางไหนไหมที่พวกเราสามพี่น้องจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับความทรงจำอันโหดร้ายที่วนซ้ำในหัวมาแล้วถึง100 หน ซึ่งมันเป็แค่ตัวเลข 3 หลักของวัฏสงสาร จาก 5 หลักที่เหล่าผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งเฝ้ามองอิ๊กดราซิลพินาศและงอกงามใหม่มารอวันพินาศวนไปเท่านั้น
แต่พวกเราทนไม่ไหวแล้วกับความรู้สึกอันหลากหลายที่เกิดขึ้น !
นั่นทำให้พวกเราที่เป็สิ่งมีชีวิตเชิง 3 มิติ รับรู้แค่กว้าง ยาว สูง มองไม่เห็นการไหลของกระแสเวลา แต่ดันมีความสามารถมองเห็น ได้ยิน และส่งต่อประสบการณ์ ความทรงจำความรู้สึกของตัวเองในวัฏสงสารรอบที่แล้ว และยังรับรู้ถึงวัฏจักรอันบัดซบนี้ในรอบอนาคตอันใกล้ได้บ้าง เลยคิดจะแทรกแซงกลไกนี้ซะ
ชาวแอสการ์ดมองพวกเราเป็เทพีแห่งโชคชะตา คอยรักษาราก กิ่งก้านอิ๊กดราซิล ที่แบกรับความเป็ไปของสรรพสิ่ง แต่จริง ๆแล้วพวกเราเป็ดั่งคนสวน ดูแลผลผลิตที่รอการเก็บเกี่ยวเท่านั้น และการเก็บเกี่ยวนั้นก็คือการโค่นต้นไม้ที่แบกรับโลกทั้ง 9 หรือมากกว่านั้นทิ้งเสียสิ้นก่อนจะปลูกต้นใหม่ขึ้นมา
มุมมองต่ออาหารของพวกเราเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว จากการที่ไม่ต้องกิน ต้องดื่มก็ดำรงชีพอยู่ได้ด้วยพลังของอิ๊กดราซิล ตอนนี้พวกเรามองว่าอาหารคือสิ่งที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล หากขยายมุมมองของมันให้กว้างกว่าพืช ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ปรุงด้วยวิธีต่าง ๆ แล้วกินเข้าปากไป เป็มุมมองของผู้อยู่เหนือบัลลังก์มอร์มงค์เบลก์ ที่เห็นอิ๊กดราซิล และชะตากรรมของสรรพสิ่งในขอบเขตต้นไม้โลกนี้ เป็ “อาหารว่าง”
พวกเขาไม่เคยมองว่าสิ่งมีชีวิต 3 มิติอย่างพวกเรา มีสิทธิ์ มีเสียงเรียกร้องอะไร พวกเขาที่เป็ตัวตนมิติที่ 5 รับรู้อดีต ปัจจุบัน อนาคตพร้อมกัน บิดเบือน แก้ไขได้ตามใจชอบ เข้าถึงการเดินทางข้ามมิติ เวลาได้อย่างใจนึก ผิดกับพวกเข้าสามพี่น้องนอร์น ที่แม้จะเห็นอดีต ปัจจุบันอนาคต แต่ก็แก้ไขลิขิตได้เฉพาะคน ไม่ใช่ทั้งหมด ชะตากรรมอันใหญ่หลวงก็ไม่สามารถแตะต้องได้ แม้จะพยายามหยุดแร็คนาร็อกเท่าไหร่ก็ตาม
นำมุมมองของพวกเขามาใช้ เราก็ทำแบบพวกเขาเช่นกัน สัตว์ พืช ทั้งหลาย คืออาหารที่ไม่มีสิทธิ์โต้แย้งอะไร หรือต่อให้พยายามหลบหนี ก็ไม่อาจพ้น โดนปลิดชีพ ชำแหละเนื้อ หั่นซากมาเตรียมย่าง อบ ทอด เก็บลูก หั่นต้น ดึงหัวพร้อมรากจากดินมาปรุงเป็อาหารเช่นกัน และพวกเราก็ปลูกต้นใหม่ไว้กินต่อ ปล่อยให้สัตว์แพร่พันธุ์ในธรรมชาติในฤดูสืบพันธุ์ ก่อนออกล่าในฤดูที่เหมาะสม หรือจับพวกมันมาเลี้ยงในเล้า คอก เพื่อจะได้เก็บผลผลิตทั้งเนื้อ นม ไข่ไว้กินได้ตลอดปี
ใช่ พวกเราทำปศุสัตว์ ทำไร่ ไถนาเพื่อหาอาหารมากิน ไม่ว่าจะเทพ มาร ั์ อสูร ปิศาจั หรืุ์ หลายครั้งต้องเผาป่าเพื่อถางเอาที่ดินเปล่าทำไร่ เราไม่เคยถามต้นไม้ ใบหญ้าหรือสัตว์ที่อาศัยในป่าเลยว่า้าให้เราเผาไหม เพราะเราลงมือทันที สัตว์ตัวไหนคิดจะออกมาปกป้องป่า โจมตีเรา จะโดนเหมาว่าเป็สัตว์ร้าย ต้องฆ่าทิ้งซะ
ดังนั้นถ้าพวกเราจะต่อต้านผู้รังสรรค์อิ๊กดราซิลเพื่อเป็ “พื้นที่เพาะเลี้ยงขนาดใหญ่” ก็จะโดนมองว่าเป็สัตว์ร้าย ถูกปลิดชีพ หรือลบตัวตนไม่ให้อยู่ในวัฏจักรอิ๊กดราซิลรอบถัดไป เป็การ “ตาย” อย่างถาวรแน่ ๆ . . . แต่พวกข้าก็เลือกที่จะเสี่ยงดู เพราะพวกเขาต้องรับรู้ความคิดของพวกเรา รับรู้ว่าพวกเขาขโมยปัญญาจากพวกเขามาแน่ แต่นี่ไม่เห็นมีการห้ามปราม ป้องกันหรือขัดขวางใด ๆ เกิดขึ้นเลย แปลว่าพวกเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกเราจะกล้าดำเนินแผนที่คิดไว้หรือเปล่า ?พวกข้ารอเวลาจนรับรู้ ััการดับสูญของวัฏจักรอิ๊กดราซิลหนที่ 13 และในครั้งนี้ หนที่ 14 พวกข้าจะเริ่มแผนการเปลี่ยนแปลงอนาคต
ตัวแปรแรกที่จะเปลี่ยนแปลงแร็คนาร็อกได้ คือพวกข้า สามพี่น้องนอร์นแห่งโชคชะตาตัวแปรที่สองคือตัวตนในอิ๊กดราซิลสักคนที่สามารถััพลังที่พวกข้าสะสมมาถึง 13 วัฏจักรและผู้โชคดีคนนั้นก็คือเทพเฟรย์ ผู้พยายามรับมือเซิร์ทั้แ่ครั้งแรก และรับมือได้ได้นานที่สุดก่อนจะดับสูญไปในทุกครั้งอยู่ดี แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่พวกข้าจะดึงเขามาเป็แกนกลางสำหรับการดึงตัวแปรที่3. . . ผู้อยู่นอกวัฏจักรอิ๊กดราซิล เพื่อเข้ามาเปลี่ยนแปลงวัฏจักรนี้ให้สิ้นสุด หรืออย่างน้อยก็ชะลอตัวลงให้นานกว่าที่เคยเป็
และผู้โชคดีคนนั้น ก็คือ. . .
___________________________________________________
บทที่ 3 มาแล้วว
เป็การปูเข้าเนื้อเื่สักที
หลังปล่อยสองตอนแรกที่งง ๆ ออกมา ฮ่า ๆ
Fact ประจำตอน
1. เทพเฟรย์ เป็บุตรของยอร์ด เทพแห่งฤดูร้อน
เลยได้รับอำนาจเป็แสงสว่าง ที่ทำให้ดินแดนนอร์สอันหนาวเหน็บอบอุ่น
เลยเป็เทพแห่งฤดูใบไม้ผลิด้วย~
ตำนานฤดูใบไม้ผลิของเทพเฟรย์ก็คล้าย ๆ ตำนานของเพอร์ซีโฟเน่เลย
ตรงที่ "ความรัก" ได้ทำให้ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง
เมื่อเทพสมหวัง พืช ผัก ผลไม้นานาพันธุ์ก็เจริญงอกงาม
แต่เมื่อเทพเศร้า ความหนาวเย็นก็มาเยือน
เราจะพูดถึงตำนานรักฤดูใบไม้ผลิของเทพเฟรย์กันในบทถัด ๆ ไป
2.เทพีนอร์นทั้ง 3 เป็เทพีแห่งโชคชะตา คล้ายกับ 3 พี่น้องมอยเร (Μοῖραι) ของตำนานกรีกเลยล่ะ~
พูดคุย / ติดตามข่าวสารกันได้ที่
Kuronekoyuriya | Facebook
https://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya