ตอนที่ 31 บุญคุณจากการช่วยชีวิต
“พิษงูถูกกำจัดไปหมดแล้ว เพียงแต่เขายังอายุน้อย ทั้งยังเสียเืไปมาก แถมยังตื่นตระหนก หลังกลับไปแล้วยังต้องบำรุงร่างกายให้ค่อย ๆ ฟื้นตัว... หลังพักฟื้นเพียงไม่กี่เดือน จิงชี่เสิน*[1] จะกลับคืนดังเดิม เขาก็จะหายเป็ปกติ”
“ข้าขอขอบคุณเ้า หลังจากนี้เขาต้องทานยาหรือไม่ หากต้องบำรุงร่างกายแล้วให้กินไข่ได้หรือไม่?”
“กินไข่กับข้าวได้ แต่จะยิ่งดียิ่งขึ้นหากเป็เนื้อหรือปลา หากไร้หนทางก็ให้กินของที่มีติดบ้าน พยายามให้เขากินของดี ๆ ให้มากที่สุด ส่วนยานั้น... ข้ายังไม่มียาสมุนไพรที่ช่วยเื่นี้ พรุ่งนี้จะขึ้นเขาไปเก็บมาให้ ต้องใช้เวลาราวหกเจ็ดวัน ระหว่างนี้ท่านพาเสี่ยวเป่ามาดื่มยาทุกวัน หากยาไม่ได้ผลข้าจะตรวจชีพจรเขาแล้วเปลี่ยนตำรับยาให้”
“ได้ ๆ ข้าจะมาทุกวัน...” บิดาของเสี่ยวเป่าลนลานพลางกล่าวไม่เป็คำ ก่อนคุกเข่าขอบคุณไป๋เพ่ยเพ่ย
เวลานี้ไป๋เพ่ยเพ่ยพลันพยุงเขาลุกขึ้น “ไม่ต้องคุกเข่า! พื้นหินเช่นนี้ หากท่านคุกเข่าแล้วจะเจ็บเอาได้ าแอักเสบอยู่ ข้าจะไปเตรียมยาให้ ท่านยังต้องดูแลลูกชายและตนเองให้ดี เพียงท่านฟื้นตัวจึงจะมีเรี่ยวแรงไปดูแลลูกชาย...”
นอกกำแพงบ้านสกุลเซี่ย ป้าหลิวหูตาไว พลันเห็นว่าสมาชิกตระกูลซุนคนอื่น ๆ มาถึงแล้ว โดยเฉพาะแม่เฒ่าซุน
ทว่าแม่เฒ่าซุนกลับยืนอยู่ด้านนอก ได้แต่ชะโงกหน้าเข้าไปด้านใน เกรงว่าเข้าไปแล้วคงรู้สึกไม่ดีกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
ป้าหลิวเผยสีหน้าเดียดฉันท์ ก่อนหน้านี้มา ‘หาเื่’ กันถึงที่บ้าน บัดนี้กลับมาขอความช่วยเหลืออย่างนั้นหรือ
หากไม่ใช่เพราะแม่หนูไป๋ของข้าใจดี และไม่ถือสาหาความ หลานชายหัวแก้วหัวแหวนของเ้าได้ตายตกไปแล้ว!
กว่าซุนเสี่ยวเป่าจะฟื้นขึ้นมา ทุกคนก็กลับกันไปแล้ว
ครั้งนี้ทักษะทางการแพทย์ของไป๋เพ่ยเพ่ยถูกพิสูจน์ให้เห็นอีกครา
ก่อนหน้านี้มีข้อกังขา ทั้งยังคลางแคลงเื่หยุดอาการตกเื อย่างไรเสียมันเป็เพียงคำพูดของไป๋เพ่ยเพ่ย น้อยคนจะได้เห็น ทว่าครั้งนี้บรรดาชายหญิงในตระกูลเซี่ยต่างได้ประจักษ์สู่สายตาั้แ่ต้นจนจบ
หลายคนอุทาน “นึกไม่ถึงว่านางจะมากความสามารถถึงเพียงนี้!”
“ดีแล้วไม่ใช่หรือ หมู่บ้านเราเองไม่มีหมอ เพียงมีนางอยู่ที่นี่ ต่อไปหากชาวบ้านเจ็บไข้ได้ป่วยก็มีที่ให้ไปพึ่งพาแล้ว”
“ข้าไม่ได้บอกว่าไม่ใช่เื่ดี เพียงนึกไม่ถึงว่าจะเป็ไป๋เพ่ยเพ่ย”
เอาเถิด เมื่อนึกถึงชื่อเสียงฉาวโฉ่ของไป๋เพ่ยเพ่ยก่อนหน้านี้ มันเป็สิ่งที่เกินทุกคนจะคาดคิด หากรู้ว่าสักวันหนึ่งจะต้องมาขอความช่วยเหลือจากไป๋เพ่ยเพ่ย บางทีชาวบ้านหลายคนอาจไม่กล้าบาดหมางกับนาง
ทันใดนั้นพวกเขาก็แอบขอบคุณตระกูลซุนที่ลอง ‘ท้าทายกฎ’ ให้ ขาหน้าบาดหมางกัน ขาหลังกลับได้รับความช่วยเหลือ นับเป็ผู้กรุยทางโดยแท้
“อย่างไรก็เถอะ ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิด ก่อนหน้านี้ที่ตระกูลซุนปฏิบัติกับนางเช่นนั้น แต่เมื่อเกิดเหตุกับซุนเสี่ยวเป่า นางกลับยังช่วยเหลือเขาไม่ใช่หรือ ข้าคิดว่านางมีน้ำใจมากเชียวล่ะ”
“ใช่แล้ว ตระกูลซุนเคยรังแกพวกเด็ก ๆ ยามไม่มีผู้ใหญ่อยู่บ้าน แต่ไป๋เพ่ยเพ่ยกลับให้อภัยได้ น่าทึ่งนัก ดูไม่สมกับเป็นางเลย...”
“หรือว่าเป็เพราะคราวก่อนป้าซุนลิ่วจากบ้านหกตระกูลซุนออกหน้า แต่คราวนี้ผู้ที่มาหาคือบ้านใหญ่ตระกูลซุน แม้จะเป็สกุลซุนเหมือนกัน แต่ใครไม่รู้บ้างว่าแม่เฒ่าซุนโปรดปรานบ้านหกมากกว่า อย่างกับเก็บลูกชายคนโตสองคนมาได้โดยเปล่า...”
บางคนคาดว่าน่าจะเป็เช่นนั้น
บางทีไป๋เพ่ยเพ่ยอาจจะยังผูกใจเจ็บ แต่ไม่ว่าอย่างไรซุนเสี่ยวเป่าก็เป็เพียงเด็ก มีชีวิตจิตใจ ผู้ที่บาดหมางกับไป๋เพ่ยเพ่ยคือบ้านหกตระกูลซุน หาใช่บ้านใหญ่ นางจึงไม่จำเป็ต้องพาลเป็ปริปักษ์กับบ้านใหญ่ไปด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นตามกฎหมู่บ้านแล้ว เื่ของผู้ใหญ่ก็อยู่ส่วนผู้ใหญ่ เื่ของเด็กก็ส่วนเด็ก
เด็กถูกงูกัดครั้งนี้ นางจะคับแค้นต่อเด็กเพราะเื่ระหว่างผู้ใหญ่นั้นนับว่าไม่เหมาะสม
ทว่าตอนที่ไป๋เพ่ยเพ่ยเห็นสองสามีภรรยาบ้านใหญ่ตระกูลซุน ก็ทำทีเหมือนไม่รู้จักกันไม่ใช่หรือ ต้องเป็เพราะยังขุ่นเคืองใจเป็แน่ พวกเขาเป็คนตระกูลซุน เื่นี้ไม่อาจปฏิเสธได้
เช่นนั้นแล้วไป๋เพ่ยเพ่ยยังผูกใจเจ็บอยู่ใช่หรือไม่
นางจะยังจดจำได้หรือไม่เล่า
หลายคนที่เคยหมางใจกับนางพากันครุ่นคิดอยู่ในใจ
พ่อแม่ของซุนเสี่ยวเป่าอุ้มลูกชายกลับมายังบ้านตระกูลซุน ระหว่างทางพบแม่เฒ่าซุนที่อยู่ในอารมณ์วิตก นางจงใจเลี่ยงฝูงชนแล้วสาวเท้าเข้าไปถาม
“อาการเสี่ยวเป่าเป็อย่างไรบ้าง”
“ไม่เป็ไรแล้ว เรากำลังพาเขากลับบ้าน ท่านแม่ ไป๋เพ่ยเพ่ยช่วยเสี่ยวเป่าเอาไว้ เราควรขอบคุณนางไม่ใช่หรือ?”
“แล้วเ้าไม่ได้ขอบคุณไปแล้วหรือ” แม่เฒ่าซุนแสร้งไขสือ
“หา แค่ขอบคุณเท่านั้นหรือ จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร” บิดาของเสี่ยวเป่าร้อนใจ “ถึงอย่างไรไป๋เพ่ยเพ่ยก็ช่วยเสี่ยวเป่าไว้ นางมีน้ำใจมาก เราควรมอบสิ่งของตอบแทนไม่ใช่หรือ อีกทั้งนางยังอุตส่าห์นำยามาให้ต้าเป่า นั่นต้องเสียเงินไม่ใช่หรือ?”
“แล้วเ้าจะมอบสิ่งใดให้เล่า ลงไร่ไปเก็บอาหารไปให้พวกนางอย่างก่อนหน้าหรือ แค่เ้ามอบเงินไป... ครอบครัวเราก็แทบหมดตัวแล้ว” นึกถึงเื่นี้ทีไร แม่เฒ่าซุนก็พลันปวดใจขึ้นมา
เงินตั้งมากมายถึงเพียงนั้น ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่ปีกว่าจะเก็บหอมรอบริบได้ดังเดิม
ใช่แล้ว พวกเขายังจ่ายค่าชดเชยไม่ครบ ไหนจะยังต้องผ่อนจ่ายทุกเดือน หากไม่ชดใช้ก็ต้องจ่ายดอกเบี้ย
แม่เฒ่าซุนแทบกระอักเื นางเห็นเซี่ยต้ายายังอยู่ดีและไม่ตาย ทำไมพวกเขาต้องจ่ายค่าชดเชยให้มากมายถึงเพียงนี้ หญิงผู้นั้นจงใจกลั่นแกล้งกันไม่ใช่หรือ
“ท่านแม่ พูดอะไรของท่าน” บิดาเสี่ยวเป่าขมวดคิ้ว “ไปหาเื่เขาก่อน น้องหกต้องชดเชยให้เป็ธรรมดา เขาและภรรยาไปทำร้ายลูกสาวนางจึงต้องชดเชยให้ แต่ตอนนี้ข้ากำลังพูดถึงเื่ที่นางช่วยเสี่ยวเป่าเอาไว้ต่างหาก...”
“เสี่ยวเป่าไม่เป็ไรแล้วใช่ไหม เอาเถิด ไม่ต้องพูดถึงเื่นี้อีก ในเมื่อเขาไม่เป็ไรแล้วข้าก็จะกลับ ยังต้องไปช่วยน้องหกของเ้าทำอาหารอีก นางหญิงผู้นั้นเกียจคร้านนัก ไม่หยิบจับทำสักอย่าง ทำข้าโมโหนัก...”
บิดาเสี่ยวเป่ามองแม่เฒ่าซุนรีบเดินจากไป ด้วยท่าทีไม่ลังเลแต่อย่างใด
เขารู้ว่ามารดาของตนลำเอียง ทว่านึกไม่ถึงว่าจะลำเอียงได้ถึงเพียงนี้
ก่อนหน้านี้เขายังคิดว่าตนเองเป็ลูกชายคนโต อย่างไรเสียต่อไปพ่อแม่ก็ไม่ได้อยู่กับเขา หากจะลำเอียงบ้างก็ไม่เป็ไร
ทว่าบัดนี้...
มารดาเสี่ยวเป่าคงเคยชินเสียแล้ว นางไม่ได้ออกความเห็น เพียงถามขึ้นว่า “ผู้มีพระคุณไป๋บอกว่าต่อไปเสี่ยวเป่าต้องบำรุงร่างกาย ท่านแม่เอาอาหารไปให้บ้านหกเสียหมด แล้วเสี่ยวเป่าจะทำอย่างไรเล่า?”
บิดาเสี่ยวเป่ากำหมัดแน่นก่อนบอก “งั้นเราไปเอากลับมา”
…
ในวันนั้นตระกูลซุนบ้านแทบแตก
บ้านใหญ่กับบ้านรองบุกบ้านซุนเหล่าลิ่ว ้าทวงคืนอาหารที่แม่เฒ่าซุนนำมา บอกว่าแม้สมควรกตัญญูต่อบิดามารดา ทว่าพวกเขาก็มีลูกชายแล้ว ซุนเหล่าลิ่วเองก็แต่งงานแล้ว พวกเขาที่กตัญญูต่อมารดา กลับกลายเป็กตัญญูต่อน้องชายโดยไม่ได้ตั้งใจ
พวกเขายังชวนพ่อเฒ่าซุนที่มักทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นมาอยู่ด้วย ให้พ่อเฒ่าซุนเลือกว่าจะบีบให้ลูกชายคนโตเลี้ยงดูลูกชายคนเล็ก หรือแยกบ้านกัน และให้ต่างคนต่างอยู่
หากผู้เฒ่าทั้งสองเลือกอยู่กับซุนเหล่าลิ่ว พวกเขาก็ยินดีจะแสดงความกตัญญูทุกเดือน แต่หากเลือกบ้านใหญ่ ก็ต้องตัดขาดกับซุนเหล่าลิ่ว ไม่อาจทำแบบนี้ต่อไปได้อีก
แม่เฒ่าซุนทรุดนั่งลงคร่ำครวญกับพื้นขณะตบตีหน้าตักของตน บอกว่าลูกชายคนโตทั้งสองเนรคุณ ้าบับบังคับกัน นางไม่้ามีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว...
มารดาเสี่ยวเป่าคุกเข่าโขกหัวขอร้องผู้เฒ่าทั้งสองเพื่อหนทางรอด ไม่เช่นนั้นนางกับเสี่ยวเป่าคงได้ตายตกไปพบบรรพบุรุษตระกูลซุนเป็แน่
หน้าผากที่ไป๋เพ่ยเพ่ยเพิ่งทำแผลให้เืออกอีกครั้ง ปากแผลปริเปิดกว้าง
กว่าไป๋เพ่ยเพ่ยจะรู้ข่าวก็ล่วงเข้าวันที่สองแล้ว
นางผงะไปครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ “แม่เสี่ยวเป่าผู้นี้น่าเวทนานัก!”
“น่าสงสารจริง ๆ ว่ากันว่าหลังแต่งเข้าบ้านใหญ่ตระกูลซุนไป นางก็ถูกผู้เฒ่าตระกูลซุนโขกสับทั้งในบ้านและนอกบ้านอย่างกับวัวกับม้า” ป้าหลิวถอนใจบอก
“เพราะนางเหนื่อยล้าเกินไปจึงไม่อาจมีลูก แถมยังแท้งหลังตั้งครรภ์ ผ่านไปหลายปีกว่าจะให้กำเนิดซุนเสี่ยวเป่า ทายาทเพียงผู้เดียวออกมาได้ โชคดีที่นางมีลูกชาย ไม่เช่นนั้น... มีหรือแม่เฒ่าซุนจะดีกับแม่เสี่ยวเป่าเช่นนี้”
*[1] จิงชี่เสิน = สมบัติ 3 อย่างของมนุษย์ นำไปใช้ทางการแพทย์แผนจีน ได้แก่ แก่นแท้ พลังชีวิต และจิติญญา