“พวกแก!บังอาจมาทำลายศพของข้า!”คุณชายหน้าหยกร่ำร้องออกมาอย่างโกรธแค้น ดวงตาของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธพลังปราณมรณะสีน้ำเงินดำปะทุขึ้นมาครอบคลุมทั้งร่างกายของเขาเอาไว้เขาไดถีบเท้าใส่พื้นพุ่งร่างตรงไปทางด้านหน้าอย่างรวดเร็วฝ่าเท้าของเขาเต็มไปด้วยมายาปราณละอองแสงที่สร้างขึ้นจากปราณมรณะ!
ปราณวิญญาณคราม ท่าเท้าละอองดาว!
คุณชายหน้าหยกได้โคจรปราณมรณะของหอวิญญาณออกมาอีกครั้งปราณระดับได้ปะทุขึ้นมาอย่างเต็มที่ด้วยอารมณ์ความโกรธของเขาแต่ท่าร่างที่เขาใช้กลับเป็นของสำนักแปดดาราไปเสียได้หนึ่งในเหตุผลที่เขาจับคนของสำนักแปดดารามาเป็นหุ่นเชิดศพก็เพื่อเลียนแบบและศึกษากระบวนท่าของสำนัก
คุณชายหน้าหยกได้ทะยานร่างขึ้นไปบนหัวของอสรพิษเพลิงโลกันต์เขาได้กางพัดในมือทั้งสองออกมาและโคจรปราณมรณะประสานเข้าไปพัดเหล็กในมือของเขาได้เปลี่ยนสีเป็นสีแดงฉานราวกับเหล็กที่ถูกไฟเผาเขากำลังสำแดงกระบวนท่าสุริยันรวมศูนย์ของฝ่ามือสุริยันผลาญดาราออกมา!
พลังเพลิงโลกันต์จากร่างของอสรพิษใต้เท้าของเขาได้ถูกรวบรวมเอาไว้ในพัดจนสามารถเห็นทิศทางของไฟที่ถูกพัดพวกนั้นดูดเข้าไปในตอนนั้นเองที่คุณชายหน้าหยกได้ก้มร่างลงพร้อมกับบิดตัวเอียงไปเบื้องหลังมือทั้งสองข้างยื่นพัดในแนวขวางไปทางด้านหน้าและด้านหลังเพื่อพร้อมโจมตีพลังปราณมรณะสีน้ำเงินดำในร่างของเขายิ่งปะทุขึ้นพร้อมกับผสมผสานเข้ากับพลังเพลิงในพัดอย่างรวดเร็วและในพริบตานั้นเองที่เขาได้หมุนตัวและสะบัดมือขว้างพัดออกไปให้หมุนวนราวกับอาวุธลับประเภทหนึ่ง!
ฟิ้วววววววว!!
ฝ่ามือสุริยันผลาญดารา แสงสุริยันทะยานฟ้า!!
พัดเหล็กที่หมุดวนเป็นวงกลมได้กลายเป็นมายาปราณกงจักรสุริยันที่หมุนวนอย่างรวดเร็วและแยกย้ายเข้าจู่โจมหนึ่งพุ่งเข้าจู่โจมใส่ร่างของซินถงอีกหนึ่งพุ่งจู่โจมใส่ร่างของถังเฟยหู่ที่อยู่ห่างออกไป!
ซินถงได้วาดขวานน้ำแข็งออกไปเพื่อเข้าต่อต้านในทันทีหนึ่งเพลืงหนึ่งน้ำแข็งได้ปะทะกันและระเบิดคลื่นอากาศขนาดใหญ่ขึ้นพัดเหล็กถูกฟาดจนกระเด็นล่าถอยกลับไปแต่คุณชายหน้าหยกเองในจังหวะก่อนหน้านั้นได้กระโดดขึ้นไปเบื้องบนซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่พัดเหล็กได้ถูกกระแทกขึ้นไป
เขาได้คํานวณทุกอย่างเอาไว้ก่อนแล้ว! เขาได้คว้ามือออกไปคว้าจับพัดเหล็กนั่นแทบจะในทันทีจากนั้นเขาได้โคจรปราณอัดแน่นอยู่ภายในพัดเหล็ก เขาได้เขวี้ยงพัดเหล็กที่เต็มไปด้วยปราณร้อนระอุของวิชาฝ่ามือสุริยันผลาญดาราออกไปเขาได้ใช้พัดเหล็กนั่นราวกับเป็นอาวุธลับชนิดหนึ่ง!
เปรี้ยงงงง!!
แม้จะอธิบายไปจะเหมือนนานนัก แต่ทั้งหมดนั้นได้เกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียวจนซินถงยากที่จะโต้ตอบได้อย่างทันการพัดเหล็กที่เขวี้ยงมานั้นราวกับเป็นดาวตกเพลิงขนาดเล็กที่กระแทกเข้ากลางอกของซินถงอย่างถนัดถนี่!นางได้กระเด็นถอยหลังไปสามก้าวพร้อมกับกระอักเลือดคำโตออกมา
ส่วนกงจักรสุริยันอีกหนึ่งที่เหลือได้มุ่งตรงเข้าหาร่างกายของถังเฟยหู่ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ซินถงได้ถูกโจมตีกงจักรเพลิงหมุนวนอย่างรวดเร็วช่ายหนุ่มพลันจู่โจมออกไปด้วยลูกธนูของตนแต่ก็ถูกเพลิงนั่นเผาทำลายไปอย่างรวดเร็วกงจักรเพลิงพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วจนยากจะหลบพ้น ชายหนุ่มได้กระโดดถอยหลังไปพร้อมพลังสายเลือดภายในวิญญาณของเขาได้ปะทุขึ้นเสียงมังกรกู่ร้องได้ดังขึ้นจากก้นบึ้งของดวงวิญญาณของเขาพร้อมกับพลังวิญญาณที่หนาแน่นราวกับมหาสมุทรได้ทะลักออกมาจากวิญญาณเขาและปกคลุมบริเวณโดยรอบเอาไว้ในพริบตา
พลังสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรได้สร้างพื้นที่กดดันอันหนาแน่นของทะเลวิญญาณขึ้นปกคลุมกงจักรสุริยันเอาไว้จนมันเคลื่อนไหวได้ช้าลงแต่พลังสายเลือดของเขาถูกเผาผลาญไปอย่างรวดเร็วเพราะใช้เพื่อหยุดกงจักรปราณนั่นเอาไว้อสรพิษมรกตเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับร่างกายของผู้เป็นนายเอาไว้บนหัวของมัน
ธนูเซียนพยัคฆ์ทะลวงวิญญาณ!
ถังเฟยหู่ได้ยิงศรออกไปอย่างรวดเร็วลูกศรของเขาเคลื่อนที่ได้อย่างปกติภายในขอบเขตทะเลที่สร้างขึ้นจากสายเลือดโดยไม่ได้รับผลกระทบใดศรนั่นพุ่งตรงเข้าไปใส่กงจักรปราณอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังสร้างความเสียหายให้มันได้ไม่มากนักในตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มได้ยิงศรออกไปอีกสามดอกอย่างต่อเนื่องเพื่อทำลายกงจักรปราณนั่น!
ตู้มมมมม!!
และในที่สุดกงจักรสุริยันก็ได้ถูกโจมตีจนผลักดันออกไปจากเขตแดนของสายเลือดมังกรกลืนสมุทรคุณชายหน้าหยกหลังจากจู่โจมซินถงแล้วก็สังเกตเห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและได้ใช้ท่าเท้าละอองดาวเร่งรุดมายังทางถังเฟยหู่ในทันทีเขาเร่งคว้ามือจับไปยังพัดเหล็กที่ถูกถังเฟยหู่จู่โจมจนสะท้อนกลับมาเอาไว้ในมือของตน
เขาได้กางพัดออกจากนั้นจดจ้องไปทางถังเฟยหู่ซึ่งดึงรั้งพลังของสายเลือดมังกรกลืนสมุทรกลับเข้าร่างอีกครั้ง“ช่างเป็นสายเลือดที่น่าสนใจยิ่งนัก เหอะๆข้าตัดสินใจแล้วว่าจะต้องจับเจ้ามาทำเป็นหุ่นเชิดศพของข้าให้ได้!”
แต่ในเวลาเดียวกันนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้เผยรอยยิ้มออกมาในมือของเขายังมีด้ายสีแดงที่บางเป็นอย่างมากผูกติดไปกับพัดเหล็กของอีกฝ่ายด้วย ในชั่วพริบตาเดียวนั้นเองที่ละอองปราณได้พวยพุ่งออกจากห้วงวิญญาณของชายหนุ่มออกสู่ภายนอกในพริบตาพวกมันได้รวมตัวกันจนก่อร่างเป็นทาสอสูรตะขาบน้ำแข็งมันได้พุ่งตัวไปทางด้านหน้าม้วนตัวไปมาราวกับพุ่งตัวไปกลางอากาศ แต่แท้จริงแล้วตะขาบน้ำแข็งกำลังวิ่งอยู่บนด้ายปราณที่บางจนแทบมองไม่เห็นนั่น!
ใบหน้าของคุณชายหน้าหยกตกใจเป็นอย่างมากแต่ทุกอย่างได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา! ตะขาบน้ำแข็งได้พุ่งร่างไปอย่างรวดเร็วและรัดพันเข้าที่แขนของคุณชายหน้าหยกอย่างรวดเร็วพร้อมกับฝังเขี้ยวของมันลงไปและปล่อยพิษออกมา!
“บ้าเอ้ย!” มืออีกข้างของคุณชายหน้าหยกที่ยังเหลืออยู่ได้เงื้อมือขึ้นพร้อมกับฟันลงมาเพื่อพยายามฆ่าทาสอสูรตนนี้ให้ตายภายในกระบวนเดียวแต่มีหรือที่ถังเฟยหู่จะยินยอมให้อีกฝ่ายทำได้ง่ายดายเช่นนั้นถังเฟยหู่เองก็ได้ยิงลูกธนูออกไปด้วยกระบวนท่าทะลวงวิญญาณในทันที!
ลูกธนูดอกนั้นปักเข้าที่แขนของคุณชายหน้าหยกอย่างแม่นยำ! อสรพิษมรกตได้สะบัดหัวของมันเพื่อส่งร่างของเจ้านายให้พุ่งตัวไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วธนูในมือของถังเฟยหู่ได้เปลี่ยนรูปกลับเป็นดาบคู่อีกครั้ง! คุณชายหน้าหยกกัดฟันด้วยความโกรธและนำมือข้างที่ถูกตะขาบน้ำแข็งรัดอยู่เอามากัดไว้เบื้องหน้าเพื่อหวังให้ถังเฟยหู่โจมตีใส่ทาสอสูรของตนเองแทน!
แต่ตะขาบน้ำแข็งที่ถูกฝึกมาโดยท่านตาของถังเฟยหู่มาหลายปีทำให้มันมีความฉลาดมากพอมันได้เคลื่อนย้ายร่างกายของตนไปพันร่างกายเบื้องล่างของคุณชายหน้าหยกอย่างรวดเร็วเขี้ยววายุสองลักษณ์ถูกฟันเข้ามาอย่างรวดเร็วแต่ในพริบตาที่ดาบของชายหนุ่มฟันเข้าสู่ร่างกายของอีกฝ่ายคุณชายหน้าหยกก็ได้ปะทุพลังปราณวิญญาณครามขึ้นมาในชั่วพริบตาเดียวจนกระแทกถังเฟยหู่และตะขายน้ำแข็งให้กระเด็นออกไป
“กลับมานี่!”คุณชายหน้าหยกได้ตะโกนออกไปในพริบตานั้นเองที่หุ่นเชิดศพทั้งหมดที่เข้าพัวพันกับซินถงรวมถึงตัวที่อยู่เบื้องหลังก็ได้เข้ามารวมตัวกันล้อมรอบร่างกายของคุณชายหน้าหยกเอาไว้ราวกับเป็นป้อมปราการก็ไม่ปาน
ซินถงที่เห็นเช่นนั้นก็ได้เคลื่อนร่างอย่างรวดเร็วมาที่ด้านข้างของถังเฟยหู่พร้อมกับอสรพิษมรกตที่ตามมาแทบจะในทันที“ดีมากคนแซ่ถัง การตอบโต้ของเจ้าทำให้มันร้อนรนแล้ว! น่าเสียดายที่ได้เพียงแต่ก่อกวนมันไม่อาจฆ่ามันให้ถึงตายได้” ถังเฟยหู่เองก็พยักหน้ารับกับคำพูดของซินถง
เป็นความจริงที่การโจมตีของเขาไม่รุนแรงมากพออีกทั้งจากการสังเกตดูเหมือนว่าพิษของตะขาบน้ำแข็งจะทำได้เพียงทำให้คุณชายหน้าหยกเคลื่อนไหวได้ยากมากขึ้นไม่อาจทำอันตรายมันได้มากเท่าไหรในตอนนั้นเองที่คุณชายหน้าหยกได้ถอนลูกธนูออกจากแขนของตนและบีบทำลายมันทิ้งเขาได้โคจรและดูดกลืนลมปราณมรณะเข้าไปเพื่อพยายามฟื้นฟูปราณและพลังกายกลับมา
แต่ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้มีความคิดบางอย่างขึ้นมาเขาได้สลายเขี้ยววายุสองลักษณ์กลับเป็นละอองปราณพร้อมกับดูดกลืนกลับเข้าสู่ห้วงวิญญาณอสูรทมิฬได้กลับเข้าสู่ห้วงวิญญาณของเขาอีกครั้ง
หากจะพูดถึงไพ่ตายที่เขามีเหนือผู้อื่นนั้นคือสิ่งใด?วิชาที่เหนือล้ำกว่าเช่นนั้นเหรอนั่นก็อาจจะใช่แต่เขาก็ยังคงฝึกวิชาอย่างเพลงทวนทัณฑ์มังกรไม่สำเร็จหรือจะเป็นวิชาสายเลือดเช่นนั้นเหรอเขาก็ยิ่งไม่อาจใช้สิ่งนั้นได้อย่างเชี่ยวชาญเท่าไหร อีกทั้งสายเลือดทั้งหมดของเขายังผสานกันเป็นหนึ่งมีเพียงบางครั้งที่สามารถเปลี่ยนมันกลับเป็นสายเลือดเดิมอย่างที่เขาต้องการด้วยความบังเอิญเท่านั้น
หากจะบอกเป็นพลังฝึกตนยิ่งไม่ใช่นั่นเพราะพลังฝึกตนของเขาอยู่ในขอบเขตก่อเกิดขั้นหนึ่งระดับต่ำซึ่งนับว่าต่ำกว่าซินถงอยู่นิดหน่อยและต่ำกว่าคุณชายหน้าหยกหนึ่งขั้นใหญ่หากจะนับว่าสิ่งที่เขาเหนือกว่าทุกคนในที่นี้อยู่ก็อาจจะเป็นวิชาลมปราณนามปราณมารไร้ลักษณ์ซึ่งอยู่ในขั้นไร้ระดับ
แต่หากจะนับย้อนกลับไปแล้วทำไมเขาถึงได้วิชานี้มาคำตอบย่อมแน่นอนว่าคือจิตวิญญาณอสูรทมิฬ จิตวิญญาณตนนี้เป็นสิ่งลึกลับที่หาคำอธิบายไม่ได้เขาบอกไม่ได้แม้แต่ว่าทำไมเขาถึงมีจิตวิญญาณนี้อยู่ในร่างของเขาสิ่งนี้ไม่ได้มาจากสายเลือดของทั้งฝ่ายพ่อและแม่หรือไม่บางทีจิตวิญญาณนี้อาจจะกำเนิดจากตัวของเขาเองก็ได้แต่นั่นก็มิอาจตอบคำถามเรื่องราวประหลาดที่เกิดขึ้นจากจิตวิญญาณตนนี้ได้แต่ถึงอย่างไรวิชาที่เขาได้รับจากอสูรทมิฬเองก็ได้ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้หลายครั้งแล้วเช่นกัน
แต่ทุกครั้งที่อสูรทมิฬมอบวิชาหรือความทรงจำบางอย่างออกมาก็เพราะเหตุบังเอิญการเจอเหตุการณ์พิเศษ หรือแม้แต่ระหว่างการฝึกตน ไม่อาจบ่งบอกได้ว่าสิ่งใดที่จะทำให้อสูรทมิฬเคลื่อนไหวเพื่อคายความรู้ของมันออกมาคล้ายสิ่งเหล่านั้นเป็นความต้องการของตัวอสูรทมิฬเอง
ถ้าเขาใช้วิธีเดียวกันกับตอนที่เคยฝึกตนก่อนหน้านี้แต่เปลี่ยนเป็นการถ่ายเทพลังให้แก่มันแทนไม่ทราบว่าจะสามารถได้รับบางสิ่งจากมันหรือไม่เพียงแต่ไม่ทราบว่าสิ่งที่ได้รับจากอสูรทมิฬจะเป็นประโยชน์ในตอนนี้หรือไม่หรือไม่บางทีอสูรทมิฬอาจจะถึงขั้นไม่ตอบรับสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อสารหรือให้มันทำเลยเสียด้วยซ้ำเขาอาจได้แต่เสี่ยงดวงเอาเท่านั้น ในสถานการณ์เช่นนี้คงได้แต่ทำเช่นนี้แล้ว!
ในพริบตานั้นเองที่ถังเฟยหู่นั่งลงกับพื้นและประสานมือเอาไว้บริเวณกลางอกเขาได้หลับตาลงพร้อมกับกล่าว “ซินถง ช่วยคุ้มกันข้าที!ข้ามีแผนตอบโต้แล้ว”หลังจากพูดเสร็จชายหนุ่มก็ได้เร่งโคจรปราณกระตุ้นจุดซวิงจุง อิ้วหยู่เสี้ยและจว่อหยู่เสี้ย จุดชีพจรทั้งสามต่างอยู่บริเวณอกและเป็นที่อาศัยของมุกมารทั้งสามซึ่งทำหน้าที่แทนหัวใจของเขา!
ซินถงถลึงตาใส่ชายหนุ่มอย่างไม่พอใจ “นี่! เจ้าคิดจะทำอะไร เหอะ! ก็ได้! ข้าจะลองเชื่อเจ้าดูแล้วกัน”ซินถงได้ประสานขวานคู่ของตนไว้เบื้องหน้าในตอนนั้นเองที่นางได้ใช้เคล็ดแปลงกายของซีเซี่ยออกมา ร่างของนางเปล่งแสงปราณสีฟ้าเยือกจากนั้นร่างที่ปรากฏอยู่ในที่แห่งนั้นกลับกลายเป็นวิหคขนาดใหญ่สีขาวแทน
ก่อนหน้านี้นางเองก็เคยใช้ร่างวิหคออกมาครั้งหนึ่งเพื่อแทรกซึมและลอบเข้าไปยังประตูทางเข้าแดนลับทะเลปีศาจชาวซีเซี่ยก็เหมือนกับผู้ฝึกตนในจงหยวนที่มีการสืบทอดสายเลือดและความสามารถของจิตวิญญาณมาเช่นกันซึ่งผู้ฝึกชาวซีเซี่ยที่มีจิตวิญญาณหลากหลายรูปแบบก็สามารถแปลงกายได้ตามจำนวนจิตวิญญาณของตน
ร่างวิหคหิมะสีขาวสะบัดปีกขนาดใหญ่ออกทางข้างลำตัวจากนั้นจึงได้กระพือลงพื้นเบื้องล่างอย่างรวดเร็วเพื่อผลักให้ร่างกายของตนบินขึ้นกลางอากาศคุณชายหน้าหยกที่กำลังฟื้นฟูร่างกายได้สั่งให้อสรพิษเพลิงโลกันต์พ่นเปลวเพลิงออกไปเสาเปลวเพลิงพุ่งออกไปเป็นเส้นตรงใส่ร่างของซินถงในทันที!
ปราณเก้าเยือกแข็ง ปีกเหมันต์ครองวายุ!
ซินถงในร่างวิหคหิมะได้สยายปีกออก ปราณเก้าเยือกแข็งเข้าปกคลุมปีกสีขาวทั้งสองจนส่งกลิ่นอายสุดเยือกแข็งออกมานางได้กระพืบปีกอย่างรวดเร็วพลังปราณจากปีกได้ควบคุมมวลอากาศโดยรอบและก่อเกิดพายุน้ำแข็งสองลูกขึ้นภายใต้การควบคุมของปีกเหมันต์ทั้งสองข้างและในตอนนั้นเองที่นางได้สะบัดปีกครั้งสุดท้ายไปทางด้านหน้าอย่างรุนแรงเพื่อส่งพายุทั้งสองนั้นออกไป
ตู้มมมมม!!
พายุเหมันต์และเสาเพลิงโลกันต์ได้ปะทะใส่กันจนเกิดการระเบิดขึ้น แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นเองที่หุ่นเชิดศพจอมยุทธ์ได้พุ่งตัวขึ้นสู่ด้านบนพร้อมกับผลักฝ่ามือจู่โจมออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อโต้กลับแต่ซินถงเองก็ได้รวบรวมลมปราณเข้าสู่ปีกของนางอีกครั้งพร้อมกับพุ่งร่างลงไปและใช้ปีกทั้งคู่ในการกวาดร่างของหุ่นเชิดศพไปพร้อมกับที่นางพุ่งลงมา!
ตู้มมมม!!
เสียงการต่อสู้ได้ดังสนั่นขึ้นอย่างต่อเนื่องซินถงได้เผาผลาญลมปราณของตนไปอย่างรวดเร็วเพื่อพยายามต้านทานศัตรูทั้งหมดเอาไว้ให้ได้ทางด้านถังเฟยหู่ที่ได้กระตุ้นมุกมารทั้งสามในชีพจรแล้วก็ได้เริ่มเคลื่อนไหวเช่นกันร่างของเขาได้เกิดพลังในการดึงดูดปราณมรณะเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว
ร่างของเขาราวกับนรกไร้ก้นบึ้งที่ดึงรั้งเอาปราณมรณะเข้าสู่ร่างกายอย่างกระหายมุกมารทั้งสามได้กลืนกินปราณมรณะและหลอมรวมกลายเป็นพลังงานให้แก่ร่างกายและวิชาปราณมารไร้ลักษณ์แต่ถังเฟยหู่ไม่ได้ใช้พลังเหล่านั้นเพื่อเร่งเร้าการบ่มเพาะของตนเองแต่อย่างใด
วิชาปราณมารไร้ลักษณ์การจะฝึกให้สำเร็จในแต่ละขั้นมีวิธีการอันจำเพาะอีกทั้งปราณมรณะที่กลันกรองออกมาหากนำไปใช้เพื่อเพิ่มการฝึกตนด้วยปริมาณทั้งหมดคิดว่าคงไม่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากเท่าใดนักแต่เขาเลือกที่จะเคลื่อนย้ายพลังที่ได้จากการกลั่นของมุกมารเข้าสู่ห้วงวิญญาณของตนเองแทน
เขาจะขอเดิมพันกับจิตวิญญาณอันลึกลับของตนเองพลังมารที่ถูกกลันจากมุกมารได้บุกจู่โจมเข้าสู่ห้วงวิญญาณของเขาอย่างรวดเร็วราวคลื่นโถมเขาได้บังคับให้พลังเหล่านั้นล้อมรอบร่างกายของอสูรทมิฬเอาไว้
จิตวิญญาณรูปโครงกระดูกได้ถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยพลังมารแห่งความตายแต่เดิมแล้วอสูรทมิฬมักชอบแย่งชิงพลังงานการฝึกตนรวมถึงพลังจากของวิเศษ โอสถหรือแม้แต่สมุนไพรที่เขาได้รับประทานเข้าไปอยู่ตลอดหากเขาไม่ส่งจิตควบคุมกดดันมันเอาไว้มันก็มักจะกระทำเช่นนั้นออกมาอยู่เสมอ
แต่ในตอนนี้เขากลับส่งจิตสัมผัสของตนเพื่อสื่อสารกับมันแทนเขาต้องการให้มันดูดกลืนพลังมารเหล่านั้นเข้าไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในดวงตาของอสูรทมิฬที่เป็นช่องกะโหลกได้บังเกิดเปลวเพลิงปีศาจขึ้นมันได้อ้าปากของมันและสูบกินพลังมารเหล่านั้นเข้าไปอย่างหิวโหย! พลังเหล่านั้นถูกกลืนกินเข้าไปอย่างรวดเร็ว!
ร่างกายของถังเฟยหู่ราวกับกลายเป็นศูนย์กลางของห้วงมรณะไปร่างของเขาราวกับกลายเป็นใจกลางของน้ำวนที่ดูดกลืนไอมรณะแห่งความตายเข้าไปไม่หยุดหย่อนคุณชายหน้าหยกที่คุ้นเคยกับพลังมรณะดีก็รู้สึกได้ถึงความประหลาดนั่นใบหน้าภายใต้หน้ากากของเขากลับกลายเป็นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
“กะ..แก!! ไอ้บัดซบ!! คิดแย่งชิงห้วงมรณะของข้าเช่นนั้นเหรออย่าฝันไปเลย! ข้าจะฆ่าพวกเจ้าเสีย!!” คุณชายหน้าหยกโกรธแค้นอย่างถึงขีดสุดเขาพยายามที่จะโคจรวิชาปราณวิญญาณครามของสำนักเพื่อหวังดูดกลืนและแย่งชิงปราณมรณะมารักษาตัวเขาไม่อาจคาดคิดมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายเองก็เป็นผู้ฝึกวิชาสายมรณะเช่นกัน
ถังเฟยหู่ยังคงดูดกลืนพลังมรณะอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งต่อให้แก่อสูรทมิฬมันราวกับเป็นอสูรที่หิวกระหายและกลืนกินไม่รู้จักหมดสิ้นและถ้าอสูรทมิฬไม่ตอบสนองอย่างที่เขาต้องการ อย่างน้อยเขาก็สามารถสลายห้วงมรณะแห่งนี้ทิ้งได้เพื่อลดทอนกำลังและทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถฟื้นฟูหุ่นเชิดศพได้!
ตู้มมมมมม!!
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองที่ซินถงได้ต่อสู้อย่างหักโหมนางในร่างวิหคหิมะโฉบร่างไปมาเพื่อจู่โจมหุ่นเชิดศพเหล่านั้นด้วยความเร็วเพื่อช่วงชิงโอกาสมีหลายครั้งที่นางพยายามจะอาศัยความเร็วเพื่อจู่โจมคุณชายหน้าหยกผู้เป็นนายแห่งศพแต่คุณชายหน้าหยกกลับสามารถมองออกในทุกครั้งและเรียกหุ่นเชิดศพกลับมาป้องกันตัวเองได้ตลอด
ทางด้านคุณชายหน้าหยกเองก็สามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บที่ถูกธนูจู่โจมได้สำเร็จแล้วในตอนนั้นเองที่เขาได้นั่งขัดสมาธิลงกับพื้นเขาได้ขีดเขียนอาคมมรณะขึ้นกลางอากาศและเรียกรวบรวมเศษซากศพเพื่อสร้างปราการป้องกันตัวรอบร่างกายขึ้นเขาได้เร่งโคจรลมปราณเพื่อกลืนกินพลังมรณะเช่นเดียวกันกับถังเฟยหู่อย่างเร่งร้อน
“เหอะ!หากปล่อยให้เจ้าแย่งชิงปราณมรณะไปยิ่งเสียของ! สู้ให้ข้านำมาบ่มเพาะปราณของตัวเองยังดีเสียกว่า!” ดวงตาของคุณชายหน้าหยกเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดเขาไม่เคยโกรธแค้นจนเลือดขึ้นหน้าขนาดนี้มาก่อน! จอมยุทธ์สองคนตรงหน้านี้ทำให้แผนการของเขาพังทลายลงเขาจะต้องฆ่าพวกมันให้ได้!
ในตอนนั้นเองที่ซินถงเองก็พยายามที่จะจู่โจมต่อไปแต่พลังปราณของนางยิ่งถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วมากขึ้นเพื่อการต่อสู้คนเดียวพลังปราณของนางถูกใช้ไปราวกับร่างของนางกลายเป็นถังน้ำที่มีรูรั่วขนาดใหญ่ซึ่งพลังปราณของนางที่สูญเสียไปอย่างต่อเนื่องก็ราวกับเป็นน้ำที่ไหลออกจากรูรั่วอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
นางได้โฉบร่างลงมาจู่โจมอสรพิษเพลิงโลกันต์ด้วยกรงเล็บของวิหคจากนั้นได้ใช้แรงส่งจากการถีบร่างของอสรพิษเพลิงโลกันต์ออกไปทำให้ร่างของนางได้ลอยขึ้นกลางอากาศจากนั้นร่างของซินถงได้เปล่งแสงออกมานางได้เปลี่ยนร่างกลับเป็นมนุษย์อีกครั้งพร้อมกับการหอบหายใจอย่างหนักหน่วงเพราะความเหนื่อยล้าจากการโหมกำลังเข้าต่อสู้ของนางซินถงได้ร่อนร่างลงบนพื้นพร้อมกับกระชับขวานคู่ในมือขึ้นนางได้หยิบยาฟื้นฟูลมปราณที่เก็บเอาไว้ขึ้นมาและกลืนกินเข้าไปในทันที
แต่นั่นคงช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นตราบใดที่นางยังคงเผาผลาญลมปราณของตนออกไปอย่างหักโหมเช่นนั้นในตอนนั้นเองที่นางได้กล่าวออกมาโดยมิได้หันกลับไปมองด้านหลังแม้แต่น้อย “คนแซ่ถัง!แผนของเจ้าใกล้สำเร็จหรือยังข้าแทบจะไม่เหลือแรงเอาไว้ต่อสู้กับพวกมันแล้วนะ!” นางตะโกนออกไปเช่นนั้นแต่ก็หาได้มีคำตอบรับใดกลับมาจากถังเฟยหู่เลยแม้แต่คำเดียว
นั่นเพราะถังเฟยหู่เองก็ยังอยู่ในช่วงยากลำบากของการกลั่นพลังมรณะและส่งต่อให้แก่จิตวิญญาณอสูรทมิฬซึ่งอสูรทมิฬก็ยังคงกลืนกินพลังเหล่านั้นเข้าไปโดยยังไม่ส่งสิ่งใดออกมาอย่างที่ถังเฟยหู่ได้หวังเอาไว้ใบหน้าของถังเฟยหู่ยิ่งเคร่งเครียดมากขึ้นเรื่อยๆเพราะดูเหมือนทุกอย่างจะไม่เป็นไปตามที่เขาคิดอีกทั้งซินถงเองก็แทบจะต้านทานอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ไหวแล้ว
ถ้าเช่นนั้นอย่างน้อยเขาก็ควรสลายห้วงมรณะแห่งนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้เพื่อทำให้ความได้เปรียบเรื่องพื้นที่ของอีกฝ่ายหายไป เขาเร่งเร้ากระตุ้นมุกมารในชีพจรของเขาให้มากขึ้นกว่าเดิมแต่นั่นก็ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายของเขาเช่นเดียวกันนั่นเพราะร่างกายของเขาไม่เหมือนคนทั่วไปนัก
มุกมารในจุดซวิงจุงอิ้วหยู่เสี้ย และจว่อหยู่เสี้ยต่างก็ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดและล่อเลี้ยงร่างกายของเขาให้มีชีวิตอยู่มันได้เปรียบเสมือนเป็นหัวใจดวงใหม่ของเขาแทนดวงเดิมที่หยุดเต้นไปแล้วการที่เขาใช้มุกมารเหล่านั้นอย่างหักโหมก็เท่ากับนำชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น
มุกมารทั้งสามที่ทำงานอย่างหนักหน่วงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนได้หมุนวนพลังภายในของมันอย่างรวดเร็วราวกับวงวนพายุที่น่าหวาดกลัวนั่นจึงส่งผลทำให้เลือดทั้งร่างกายของถังเฟยหู่โคจรไปอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่งเส้นเลือดปูดโปนขึ้นทั่วทั้งร่างกายของเขา ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดมากขึ้นทุกที ความกดดันที่เกิดขึ้นภายในใจของเขาสามารถพังทลายสำนึกคิดของคนธรรมดาคนหนึ่งลงไปได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียวถังเฟยหู่ได้เพ่งจิตของตนใส่ร่างของอสูรทมิฬเพื่อพยายามบีบบังคับมันในอีกทาง
ความกดดันจากจิตสั่งการของถังเฟยหู่กดดันและจู่โจมเข้าใส่ร่างกายของอสูรทมิฬอย่างต่อเนื่องราวกับหากมันไม่ทำตามที่เจ้านายสั่งผู้เป็นนายก็พร้อมที่จะบดขยี้มันได้ลงทุกเมื่อเจตจำนงแห่งความเป็นตายของชายหนุ่มได้กล้าแข็งขึ้นเรื่อยๆในสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนั้นพลังวิญญาณของชายหนุ่มพลันค่อยๆก่อตัวและกดดันภายในห้วงวิญญาณของเขาซึ่งศูนย์กลางนั่นก็คืออสูรทมิฬ!
รอบร่างกายของชายหนุ่มราวกับบังเกิดคลื่นไอแห่งความตายปกคลุมอยู่รอบร่างพลังปราณสีแดงเลือดของลมปราณมารไร้ลักษณ์เข้าปกคลุมร่างสภาพร่างกายของเขาได้ถูกบีบคั้นจนถึงขีดสุดเขาเร่งเร้าโคจรลมปราณขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนโดยไม่กลัวความตายการดูดกลืนปราณมรณะของเขาเหนือกว่าคุณชายหน้าหยกหลายเท่านัก
ที่ภายในห้วงวิญญาณเบื้องหลังของอสูรทมิฬได้ก่อเกิดกลุ่มก้อนของพลังมารแห่งความตายก่อตัวขึ้นหนาแน่นมาสักพักแล้วได้ก่อเกิดภาพเงาอันเจือจาง ในตอนนั้นเองที่พลังแห่งความตายเหล่านั้นได้รวมตัวเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็วพวกมันได้พุ่งเข้าหากันราวกับถูกเงาอันเจือจางดึงดูดพลังมรณะเข้าหา
เงาอันเจือจางนั่นได้ก่อร่างจนชัดเจนขึ้นเรื่อยๆและในตอนนั้นเองที่มันได้ก่อกำเนิดตราสีม่วงแดงรูปใบหน้าของมังกรอสูรที่ดูโหดเหี้ยมและน่าหวาดกลัวถังเฟยหู่เองเคยได้รับประสบการณ์เช่นนี้มาก่อนแล้วเหมือนกัน นี่คือการบรรลุพลังญาณและญาณที่พึ่งก่อเกิดขึ้นมาก็คือญาณมรณะ
ตราแห่งญาณมรณะที่พึ่งก่อกำเนิดขึ้นได้เร่งเร้าพลังมรณะมากขึ้นกว่าเดิมมันได้ส่งพลังออกมาและทำให้ถังเฟยหู่สามารถดูดกลืนปราณมรณะได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเดิมเหมือนกับว่าญาณชนิดนี้ได้ดึงดูดปราณมรณะเข้าหาร่างของผู้เป็นนายถังเฟยหู่ที่โคจรมุกมารทั้งสามเพื่อดูดกลืนปราณมรณะก็ราวกับได้เบาแรงลงเพราะมีความช่วยเหลือจากญาณมรณะชนิดใหม่นี้ในการช่วยราวกับว่าเขาสามารถดูดกลืนปราณมรณะได้ปริมาณเท่าเดิมโดยใช้แรงน้อยลงเขารู้สึกดีใจอย่างมากที่เขาได้บรรลุญาณมรณะในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ได้อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว
แต่แทนที่ชายหนุ่มจะลงการโคจรมุกมารลงเขากลับกระตุ้นญาณมรณะผสานกับมุกมารให้บังเกิดการดูดปราณมรณะที่รุนแรงมากกว่าเดิม ในพริบตานั้นเองราวกับร่างกายของชายหนุ่มได้กลายเป็นใจกลางของวังวนแห่งความวิปโยคที่ดูดกลืนเอาปราณมรณะทั้งหมดใส่ร่างกายอย่างรวดเร็ว!
เพียงเวลาไม่กี่ลมหายใจเท่านั้นปราณมรณะทั้งหมดในหุบเขาได้ถูกร่างกายของเขากลืนกินไปจนหมดสิ้น! ในห้วงวิญญาณของเขาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้วอสูรทมิฬได้กลืนกินพลังมรณะทั้งหมดเข้าไปในความเดียว มันได้ระเบิดไอมารออกดวงตาของมันได้ถูกจุดเพลิงวิญญาณสีแดงฉานออกมา
อสูรทมิฬได้กู่ร้องก้องห้วงวิญญาณของเขา! มันได้เปล่งแสงสีแดงฉานออกมาจนราวกับอาบทั่วทั้งห้วงวิญญาณของเขาให้กลายเป็นสีเลือดไป!ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ลืมตาของตนขึ้น ดวงตาข้างขวาของเขาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในพริบตานั้นเองที่ตาข้างนั้นได้ปรากฏไฟวิญญาณสีแดงลุกขึ้นมา!
อาคมมรณะได้ปรากฏขึ้นครอบคลุมผิวกายของเขาราวกับเกิดรอยสักมารขึ้นคล้ายกับตอนที่เขามักจะใช้เคล็ดกายหยาบมาร รอยสักอาคมมรณะได้ครอบคลุมไปจนถึงปลายนิ้วมือทั้งหมดของแขนขวาเขาเขาได้ยื่นมือขวาออกไปข้างหน้า ในตอนนั้นเองที่ศาสตราอสูรแท่งหินลึกลับได้พุ่งเข้ามาในมือของเขา!