บทที่ 24
ผู้สร้างตำนานบทใหม่
หลังจากมื้ออาหารทุกคนมานั่งร่วมวงสนทนากันอีกครั้งคหบดีภาคย์สอบถามเกี่ยวกับการมาเจอกันของปราณและครุยุทธ์แฝดรวมถึงการมาสนิทสนมกับเธียรธวัช
จากนั้นปราณจึงเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ทุกคนฟังรวมถึงยังแนะนำครุยุทธ์แฝดแสง-ขรรค์โสมศัตรา อย่างเป็ทางการให้กับท่านพ่อและท่านแม่ของเขาได้รู้จักอีกด้วย
คู่แฝดทั้งสองเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอดีตผู้สั่งสอนฌานยุทธ์ให้แก่เขาก็แสดงกิริยานอบน้อมอย่างที่สุดสร้างรอยยิ้มให้กับปรมาจารย์นายช่างบุญและอาจารย์วรรณเป็อย่างมากทั้งคู่ได้กล่าวขอบคุณการช่วยเหลือเอาชีวิตเข้าแลกของแสง-ขรรค์
เมื่อพูดถึงเทพยุทธ์ครุฑพ่าห์ท่าทีของปรมาจารย์บุญและอาจารย์วรรณดูจะไม่ได้ตื่นใอะไร ได้แต่พยักหน้ารับรู้
ต่างกับคหบดีภาคย์และแม่นายอัมพุชาที่แสดงอาการตื่นเต้นและให้ความสนใจเป็พิเศษเพราะต่างก็รู้ดีว่าเป็เทพยุทธในตำนานที่มีคนกล่าวถึงแต่ไม่เคยมีใครได้เห็นพลังฌานยุทธด้วยตากันสักคน
น่าแปลกที่ว่ากลับไปปรากฎกายในเมืองเชียงคลองเมืองเล็กๆ ฝั่งเหนือของอาณาจักร
โดยเฉพาะเมื่อเอ่ยถึงชื่อสมุหเสนาแก่นนครทำให้ทุกคนล้วนแสดงสีหน้าไม่พอใจคหบดีภาคย์ได้สั่งให้ลูกน้องของตนไปสืบข่าวของสมุหเสนาแก่นนครมาโดยเร็วเพื่อที่จะได้ตัดขุมกำลังและอำนาจมิชอบก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายกับปราณและครุยุทธ์แฝด
“เห็นเธียรว่าเ้ามีพลังฌานสัมบูรณ์และยังได้ตำแหน่งยุวาจารย์ด้วยหรือ?”
ท่านลุงภาคย์ถามเด็กน้อยปราณพยักหน้ารับ ท่านพ่อกับท่านแม่ของเขามองหน้ากัน เมื่อได้ยินคำว่ายุวาจารย์...
“เ้าได้เป็ยุวาจารย์ด้วยหรือปราณ?”
“ครับท่านพ่อ ข้าได้เป็ยุวาจารย์ด้วย”
เด็กน้อยชี้เข็มกลัดสีทองทับทิมสีแดงให้ท่านพ่อและท่านแม่ดู
“ลูกชายของข้า...ไม่อยากจะเชื่อ ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่เดือนนอกจากเ้าจะมีพลังฌานสัมบูรณ์แล้ว ยังเป็ยุวาจารย์อีกด้วยเกินกว่าที่พ่อและแม่คาดเดาไว้นัก...ฮ่าๆๆๆๆ ปราณเอ้ย! เ้าทำให้พ่อและแม่ภูมิใจในตัวของเ้ายิ่งนัก”
แล้วคว้าร่างน้อยๆเข้ามากอดในอ้อมแขนขนาดใหญ่ ลูบหัวเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู
“ต้องขอบคุณท่านปักษา เอ้ย! ท่านลุงจริงๆที่สามารถฝึกปรือเ้าให้รุดหน้าก้าวะโได้ถึงเพียงนี้!”
อาจารย์วรรณเอื้อมมือที่อยู่ติดกับสามีสะกิดเบาๆเพื่อไม่ให้สามีเผลอพูดอะไรออกไป โดยเฉพาะขณะนี้มีบุคคลอื่นนั่งร่วมสนทนาอยู่ด้วย
“อันที่จริงแล้ว...ข้าอยากรู้ว่าเ้ามีพลังฌานยุทธ์ในระดับไหนกันแน่?ถึงสามารถล้มครุยุทธ์มีดสั้นได้ไวขนาดนั้น? เท่าที่ข้าฝึกฝนในเมืองมานานั้แ่เด็กๆก็ทำได้เพียงพลังฌานยุทธ์ระดับ 9 เท่านั้นเองและผู้ที่สามารถล้มขั้นครุยุทธ์ ก็มีแต่ขั้นครุยุทธ์ด้วยกันขึ้นไปยิ่งขั้นลหุยุทธ์แทบจะเป็ไปไม่ได้เลยข้าเดาว่าคงไม่ใช่แค่พลังฌานสัมบูรณ์อย่างเดียวอย่างแน่ๆ”
เธียรธวัชที่เคยสงสัยก็อดที่จะถามปราณไม่ได้ ทั้งหมดเงียบ รอคำตอบจากเด็กน้อย แม้กระทั่งท่านพ่อ-ท่านแม่เองก็คงไม่รู้ว่าลูกชาย ได้ก้าวเข้ามาสู่ขั้นลหุยุทธ์ในขณะอายุเพียง 6 ขวบเท่านั้น!
เด็กน้อยมองรอบๆทุกสายตากดดันให้เขาต้องบอกความจริง ‘เมื่อในที่นี้ก็มีเฉพาะคนที่ปรารถนาดีกับเราก็คงไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร จะช้าจะเร็วทุกคนก็ต้องรู้อยู่ดี สู้บอกให้พวกเขารู้ตอนนี้ดีกว่า’
“เออ...ตอนนี้พลังฌานยุทธ์ของข้า...ขั้นลหุยุทธ์ ระดับ 11 ครับ!”
ทั้งหมดร้องกันลั่นห้องด้วยความใเด็กอายุ 6 ขวบ แต่สามารถบรรลุขั้นลหุยุทธ์ระดับ 11 ได้ทั้งยังมีพลังฌานสัมบูรณ์ และตำแหน่งยุวาจารย์ ก็ถือเป็เื่มหัศจรรย์สุดๆที่คำเล่าลือสองตำนานจะปรากฏในตัวของเด็กน้อยเพียงคนเดียว
ยิ่งการที่เด็กอายุ6ขวบ สามารถบรรลุสู่ขั้นลหุยุทธ์ได้ กลับไม่เคยปรากฎมาก่อนในมหาพิภพอาเชียปราณได้สร้างตำนานบทใหม่ให้ได้จารึกไว้อีกเื่หนึ่งแล้ว
“บะ...บะ...บ้าน่า...เ้า...เ้าสามารถทำได้อย่างไรกัน?”
เธียรธวัชปาดเหงื่อที่เริ่มผุดขึ้นมาจากใบหน้า
ครุยุทธ์แฝดหันมองหน้ากันส่วนท่านลุง ท่านป้า ท่านพ่อและท่านแม่ ล้วนหันมองมาที่เขาต่างไม่มีใครอยากจะเชื่อในสิ่งที่เด็กน้อยพูด
“ไม่น่าจะเป็ไปได้เลย...เด็กอายุ 6ขวบจะสามารถบรรลุขั้นลหุยุทธ์ได้แล้ว ปกติแค่ 8ขวบก็ว่าเด็กเกินไปแล้ว แต่นี่ 6 ขวบ...ปราณเอ้ยเ้าช่างเป็เด็กที่เกินคาดหมายจริงๆ”
ท่านลุงพูดจบก็หันมองเธียรธวัชแล้วอมยิ้มให้
“ไม่น่าเชื่อเลย เ้าหลานตัวดีของลุง จะคบเพื่อนที่เป็อัจฉริยะเช่นนี้นับจากนี้ไปเ้าต้องดีกับปราณให้มาก มีอะไรต้องช่วยเหลือกันตลอดไป”
ท่านลุงจับมือหลานรักและปราณให้มาจับมือกันเด็กทั้งสองจับมือแล้วพยักหน้า
“แน่นอนว่าต่อไปนี้...ปราณคือสหายสนิทของข้า”
“และเธียรธวัชก็จะเป็สหายสนิทของข้าตลอดไปเช่นกัน”
เด็กน้อยทั้งคู่ยิ้มและมองตาด้วยความเข้าใจมิตรภาพใหม่ที่ก่อเกิดในครั้งนี้จะกลายเป็มิตรภาพที่ยืนยาวตลอดชีวิตของเด็กทั้งสอง
“ข้ารู้สึกเป็เกียรติและภูมิใจแทนท่านจริงๆที่สามารถเลี้ยงดูและสั่งสอนบุตรของท่านให้กลายเป็เด็กอัจฉริยะอีกทั้งกิริยามารยาทของเขาก็สง่างามเกินกว่าเด็กในวัยเดียวกันถ้าไม่มีใครบอกว่าเขามาจากเมืองเชียงคลอง และท่านมิได้ดูแลเขาก็คงไม่มีใครเชื่ออย่างแน่นอน”
“ฮ่าๆๆๆ ท่านเสนาภาคย์ ท่านก็กล่าวเกินไปแล้วครับข้ามิได้สอนสั่งอะไรเขามาก ต้องยกให้อาจารย์วรรณนี่แหละที่ให้ความอบอุ่นและใกล้ชิดกับเขาั้แ่เล็กๆ และโดยเฉพาะท่านลุงท่านนั้น...ที่ช่วยดูแลปราณแทนพวกเรามากกว่า”
ปรมาจารย์บุญน้อมศีรษะเล็กน้อยแทนคำขอบคุณ แล้วหันมองภริยาที่นั่งอมยิ้มจนแก้มแทบปริ
‘ปราณเอ้ย...แม่ไม่คิดว่าเ้าจะเก่งกาจได้ถึงเพียงนี้ท่านพี่น่าจะต้องภูมิใจกับผลงานของเขาอย่างแน่นอน ข้าขอขอบคุณท่านพี่มากๆ’
“ข้าว่าไหนๆ ก็อิ่มกันแล้ว เชื่อว่าทุกคนคงอยากจะเห็นพลังฌานยุทธ์ของปราณข้าเองก็ตื่นเต้นไม่น้อย อยากจะเห็นพลังฌานยุทธ์เสียจริงๆ ว่าจะมีพลานุภาพขนาดไหน?ไม่น่าเชื่อว่าปราณจะสามารถบรรลุขั้นลหุยุทธ์ได้ไวขนาดนี้...ปราณเ้าไปแสดงผลของการฝึกให้พ่อและทุกๆคนดูหน่อยสิ...ต้องรบกวนด้วยนะครับท่านเสนา!”
“ฮ่าๆๆๆ หามิได้ครับปรมาจารย์บุญ อย่าว่าแต่ท่านเลยข้าเองก็ยังอยากจะเห็นเช่นกันว่า เด็กน้อยอายุเพียงเท่านี้เขาจะมีพลังฌานระดับลหุยุทธ์ได้แค่ไหน เป็การเปิดหูเปิดตาข้าเสียจริงๆ เชิญครับ!”
ท่านคหบดีลุกขึ้นยืนฝายมือเชิญทุกคนให้ออกไปลานโล่งหน้าบ้านในทันที...
ลานกว้างหน้าบ้านขนาดยาวกว่า20 เมตร กว้าง 10 เมตร ปูด้วยกระเบื้องลายงดงาม รอบๆมีโคมไฟสนามสีเหลืองนวลขนาดเล็กติดให้ความสว่างบนลาน ถัดออกไปมีต้นหมันขนาดสูงต่ำแตกต่างกัน ปลูกกระจายอยู่รอบบริเวณให้ความร่มรื่น
ต้นหมัน มีเปลือกสีเทาคล้ำใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบรูปไข่ กว้างประมาณ 7 ซม. ยาว 15 ซม.ปลายใบทู่ โคนใบกว้าง ดอกสีขาว ผลสด รูปกลมแป้น มี 4 สันเมื่อแก่เปลือกมีสีชมพู ของเหลวภายในมีความเหนียวใช้ทำกาวรากของต้นหมันนำมาผสมกับรากของต้นติ้วหนามแล้วต้มน้ำแก้เจ็บหน้าอกส่วนเปลือกใช้ทำปอหรือนำมายาเรือ ถือเป็ต้นไม้ประจำเมืองอโยดา
เด็กน้อยปราณยืนอยู่ฝั่งหนึ่งของลานโล่ง ส่วนอีกฝั่งก็เป็ปรมาจารย์บุญ ท่านพ่อของเขาเองในขณะที่คนอื่นๆ นั่งดูการประลองระหว่างพ่อ-ลูกอยู่ใต้ชายคาบ้านด้วยความระทึก!
“เอาล่ะปราณ แสดงพลังฌานยุทธ์ของเ้าให้พ่อดูสักหน่อยพ่ออยากรู้ว่าเ้าจะมีพลังถึงระดับไหน?”
ปรมาจารย์บุญเอาหอกซัดประจำกาย วางพิงไว้กับเสาด้านข้าง นี่ถือเป็ครั้งแรกที่เขาจะได้เห็นพลังฌานยุทธ์ของลูกชายเพราะตอนที่เขาจากมาและฝากท่านป้าให้คอยดูแล ในตอนนั้น ปราณอายุเพียง 4 ขวบยังไม่ปรากฏพลังฌานยุทธ์แต่อย่างใด
ระยะเวลาแค่2ปี ที่แทบไม่ได้เจอะเจอ ย่อมเป็ความตื่นเต้นสำหรับนักฌานยุทธ์รุ่นพ่อที่ได้รู้ว่าลูกชายของตัวเองมีความสามารถเกินขีดจำกัดกว่าเด็กในวัยเดียวกันซ้ำยังได้เป็ยุวาจารย์เสียด้วย!
“ปลดปล่อยพลังฌานยุทธ์ของเ้าออกมาให้หมด อย่าลืมที่พ่อสอนและให้รู้ว่าต่อหน้าคือคู่ต่อสู้ แล้วทุ่มเทพลังให้เต็มที่ การประลองฌานยุทธ์เมื่อประจันหน้ากันแล้ว การตัดสินคือพลังฌานยุทธ์เท่านั้น จำเอาไว้นี่คือกฎข้อแรกของการเป็นักฌานยุทธ์!”
เด็กน้อยพยักหน้าเขาย่อมต้องตื่นเต้น เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เขาต้องแสดงพลังและปลดปล่อยพลังฌานยุทธ์อย่างเต็มที่
อีกทั้งบุคคลตรงหน้าคือบิดาบังเกิดเกล้าที่ยังไม่เคยเห็นฝีมือของเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียวแล้วจะมิให้หวั่นเกรงตื่นเต้นได้อย่างไร?
ปราณค่อยๆหลับตาลง รวบรวมพลังฌานจากสะดือ ให้ไหลเวียนสู่เส้นประธานทั้งสิบในร่างกาย
ครั้งนี้เขาััถึงพลังในกายที่เอ่อล้นมากเสียยิ่งกว่าคราวที่แล้วลมปราณทั้งสิบเหมือนขยายขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับพลังฌานที่ปลดปล่อยออกมา
‘นี่คือความรู้สึกโปร่งเสียยิ่งกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก ข้าเริ่มเข้าใจความรู้สึกและจิตััของฌานยุทธ์แล้วระดับที่สูงขึ้นเป็เช่นนี้เอง’
เมื่อเด็กน้อยหายใจออกพลังออร่าสีขาวก็ห่อหุ้มร่างกาย พร้อมกับวงแหวนสีม่วงอ่อนก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาแล้วหมุนวนรอบตัวของเด็กน้อย
เสียงฮือฮาของผู้ชมและดวงตาที่เบิกกว้างของทุกคนรวมไปถึงท่านพ่อของเขา
น้ำตาจากความดีใจค่อยๆ เอ่อจนล้นขอบตาปรมาจารย์นายช่างบุญ เขาย่อมดีใจเป็ที่สุดที่เด็กน้อยจากเืเนื้อของเขา ก้าวขึ้นมาเป็อัจฉริยะแห่งฌานยุทธ์ด้วยอายุที่น้อยนิด
‘ไม่น่าเชื่อ!!! นี่เป็ลูกชายของเราจริงๆ หรือเนี่ย เด็กอายุ 6 ขวบ ขั้นลหุยุทธ์ระดับ 11เ้าจะเป็ผู้ที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่สกุลของเราและประวัติศาสตร์จะต้องจารึกว่า เ้าคือเด็กน้อยอายุ 6 ขวบที่บรรลุถึงขั้นลหุยุทธ์เป็คนแรกของมหาพิภพอาเชีย...ปราณลูกพ่อ’
ปรมาจารย์บุญปลดปล่อยพลังฌาน ปรากฏวงแหวนม่วง-น้ำเงิน-เขียว-เหลือง ตามลำดับ หมุนวนรอบตัวเช่นกัน...
พ่อ-ลูก ยืนในท่าเตรียมพร้อม สองขากางออกระดับไหล่ย่อเข่าลงเล็กน้อย กำหมัดทั้งสองข้างอยู่ในระดับเอว...