เช้าวันเสาร์ มัทกรมารับแฟนสาวที่บ้านก่อนเวลานัดนิดหน่อย ร่างสูงอยู่ในชุดกางเกงยีนส์เสื้อยืดคอกลมสีขาวตัวบางดูสบายๆ กล่าวทักทายป้านิ่มที่เดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้าง
"สวัสดีครับคุณป้า"
"สวัสดีค่ะคุณ วันนี้มาคนเดียวเหรอคะ" คุณแม่บ้านถามยิ้มๆ
"ครับ" มัทกรตอบอย่างเรียบร้อย เดินตามป้านิ่มเข้าไปนั่งรอที่ห้องรับแขกใหญ่ของบ้าน
"จะไปเที่ยวไหนกันคะ กลับสักกี่โมงเอ่ย ป้าจะได้เตรียมกับข้าวไว้ให้" ป้านิ่มเอ่ยถามพร้อมกับเสิร์ฟน้ำมะตูมหอมเย็นเจี๊ยบ ลอบสังเกตกิริยาท่าทางชายหนุ่มตรงหน้า เก็บข้อมูลอย่างละเอียด
มัทกรยิ้มบางๆ รู้ว่าตัวเองกำลังโดนสแกนพร้อมกับสอบสวนอยู่ในที เขาเชื่อว่าหญิงสูงวัยไม่ได้้ารู้หรอกว่าจะไปไหนกัน เพียงแต่้ากำชับว่าอย่าพาคุณหนูกลับดึกมากกว่า
"ผมไม่ทราบเหมือนกันครับ ให้มุกจัดการหมดเลยผมเป็แค่คนขับรถครับ" หนุ่มหล่อตอบกลับอย่างเรียบร้อย ป้านิ่มนึกเอ็นดูคนตรงหน้า จะรู้ตัวมั๊ยว่าคุณหนูของเธอจะพาไปที่ไหน อย่าหวังเลยว่าจะเป็ห้างหรูดูหนังกินข้าวน่ะ
"ถ้าอย่างนั้นป้าขอตัวนะคะ เดี๋ยวสักพักคุณหนูคงลงมาค่ะ ฝากดูแลคุณหนูด้วยนะคะคุณ" ป้านิ่มฝากฝังคุณหนูของเธอกับชายหนุ่มหน้าหล่อ
"ไม่ต้องห่วงนะครับ" มัทกรตอบสั้นๆตามสไตล์ ใบหน้ายังคงระบายยิ้มบางๆ
สิบนาทีต่อมา มุกตระการเดินเข้ามาในห้องรับแขก สองแขนอุ้มเ้าสโนว์และเ้าไวท์ตัวละข้าง วันนี้หญิงสาวเองก็สวมกางเกงยีนส์ขายาวเข้ารูป เสื้อผ้าฝ้ายเนื้อเบาสบายสีขาวแขนยาว ผมยาวดำมันขลับที่เคยตรงแน่ว กลายเป็ลอนหยักสยายทิ้งลงกลางหลัง กลายเป็สาวเซอร์ผสมเซ็กซี่ จนคนที่นั่งรอเงยหน้าขึ้นมองตาค้าง ลุคนักศึกษากระโปรงจีบรอบหายไปไหนแล้ว
ร่างบางส่งยิ้มกว้างแสนสดใสมาให้ แล้วทรุดนั่งลงใกล้กับแฟนหนุ่ม มัทกรเชยคางมนขึ้น พูดเบาๆ
"ที่รักใครสวยจัง" สาวน้อยตาโต เอนร่างหนีพลางทำปากจุ๊จุ๊
"ห้องนี้ติดกล้องนะคะ ไม่เหมือนห้องริมสวน ถ้าคุณพ่อส่องมาจากเมืองนอกล่ะก็โป๊ะเลย"
"จริงเหรอ" มัทกรแกล้งเบิกตากว้าง แล้วใช้จังหวะที่ร่างน้อยพยักหน้าเผลอ กดจมูกไปที่หน้าผากเนียนอย่างว่องไว ทำเอาแม่ของเ้าสโนว์ไวท์ตัวแข็งทื่อ นึกไม่ถึงว่าแฟนหนุ่มจะหาญกล้า ขนาดเธอบอกไปแล้วนะเนี่ยว่าห้องติดกล้อง แล้วยังมายิ้มตาใสใส่เธออีก
"เอ้า ช๊อคไปเลย" มัทกรพูดขำๆ มือหนาลูบศีรษะแฟนสาวอย่างเอ็นดูสุดๆ
"ฮื้อออ" มุกตระการร้องฮื้อแล้วซุกใบหน้าไปที่แมวน้อยในอ้อมแขน เขินจนไม่กล้าสบตา เ้าขนปุยได้แต่ร้องเมี้ยวม้าว ไม่รู้ว่าถูกใจหรือประท้วงกันแน่ที่โดนซุกไซร้แบบนี้
"ไหน เล่าให้พี่ฟังหน่อย จัดตารางทัวร์อะไรบ้างวันนี้" มัทกรพาเปลี่ยนเื่เมื่อเห็นแก้มนวลของคนข้างๆที่โผล่พ้นขนแมวขึ้นสีแดงลามมาถึงใบหู
มุกตระการเงยหน้าแดงแปร๋นขึ้นมา เห็นแฟนหนุ่มไม่ได้มีทีท่าล้อเลียนหรือเ้าชู้ใส่แล้ว จึงค่อยๆรวบรวมสติแล้วตอบออกไป
"มุกอยากไปทำบุญค่ะ" มัทกรอึ้งไปสิบวิ เดทครั้งแรกของเขากับมุกตระการคือการไปวัด! สิ่งที่คิดการไว้เมื่อคืนนี้เป็อันพังทลาย ทั้งการแอบจับมือตอนสอนโยนโบว์ลิ่งหรือเนียนซบไหล่ในโรงหนัง หรือจะป้อนไอติมกันมุ้งมิ้งแบบที่คู่รักส่วนใหญ่เขาทำกัน
"มุกหมายถึงไปวัดเหรอ" ถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
"ใช่ค่ะ ที่วัดมีตลาดน้ำด้วยนะคะ ของอร่อยเยอะแยะเลย" ดวงตาสุกใสทอเป็ประกายจนเขาไม่อยากขัดใจ เอาวะ เปิดดีลด้วยการทำบุญก็น่าจะดี มิติใหม่ของการเดท!
"งั้นไปกันเลยนะคะ เพราะมันค่อนข้างไกลเหมือนกัน" ร่างบางวางเ้าสโนว์กับเ้าไวท์ลงพื้น สองมือปัดเศษขนแมวที่ติดอยู่บนเสื้อผ้า
"โอเคจ้ะ ไปกันเลย" มัทกรตอบรับพลางลุกขึ้นยืน
เมื่อทั้งคู่ขึ้นนั่งบนรถเรียบร้อย มุกตระการเปิดกระเป๋าสะพายใบเล็ก ล้วงหยิบของบางอย่างขึ้นมา
"พี่จ๋า...ใส่ให้มุกหน่อยนะคะ" สร้อยข้อมือที่มีหัวใจตุ้งติ้งติดอยู่ถูกยื่นมาให้พร้อมข้อมือบางข้างหนึ่ง มัทกรมองแฟนสาวด้วยหัวใจที่เต็มตื้น หญิงสาวยังคงจดจำสิ่งที่เขาพูดและอยากทำให้แม้แต่เื่เล็กๆแบบนี้
"ได้ครับ" เสียงทุ้มหวานตอบออกไป ก่อนจะบรรจงสวมสร้อยข้อมือเส้นบางไว้กับข้อมือเล็กที่เขาเริ่มจะหวงแหน ชายหนุ่มคลึงแ่ๆที่ตุ้งติ้งรูปหัวใจ ดวงตาคมช้อนขึ้นมองคนรักอย่างหวานหยด นิ่งงันอยู่อย่างนั้นจนร่างน้อยเลิกคิ้วสูงเป็เชิงถาม
"หัวใจมัทกร" เ้าของสร้อยเอ่ยเสียงแ่เบา
"พี่ฝากไว้ที่มุกนะครับ" หญิงสาวมองคนรักเหมือนต้องมนต์สะกด อยู่ดีๆบรรยากาศรอบข้างก็อวลไปด้วยสีชมพู เธอจะรับมือกับความหวานที่พี่จ๋าคอยป้อนให้ยังไงดี สติที่เหลือเพียงน้อยนิดทำได้แค่เพียงพยักหน้ารับ
"คนดีของพี่" มัทกรยกข้อมือบางหงายขึ้น จรดริมฝีปากหยักไปบนผิวขาวใสผ่านสร้อยเส้นเล็ก บางเบาแต่กลับทรงอานุภาพหนักหนา มุกตระการโดนความหวานพุ่งเข้าใส่หัวใจ รับัันั้นอย่างตื่นตะลึง น่าเอ็นดูซะจนมัทกรอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นหยิกแก้มใสเบาๆ
"ไปครับ ไปทำบุญกัน" เสียงทุ้มเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงของคนตัวเล็กให้กลับมาอยู่กับตัว รถเก๋งสีขาวคันงามค่อยๆเคลื่อนออกจากโรงจอดรถ มุ่งหน้าสู่ปลายทางที่แฟนหนุ่มปล่อยให้หญิงสาวเป็ผู้กำหนด
ทั้งสองคนมาถึงจุดหมายเอาเกือบเที่ยง เป็วัดใหญ่วัดหนึ่งริมแม่น้ำนครชัยศรีที่มีตลาดโบราณริมน้ำให้ผู้เดินทางมาทำบุญได้จับจ่ายใช้สอย ทั้งของใช้ของกินละลานตามากมาย
"ไปถวายสังฆทานกันก่อนนะคะ" มุกตระการเอ่ยชวนในขณะยืนรอชายหนุ่มปิดล็อครถ
"จ้ะ" เสียงนุ่มตอบสั้นๆ ในมือถือถังสังฆทานที่แฟนสาวแวะช้อปของใช้จำเป็ต่างๆสำหรับพระสงฆ์ที่ห้างเล็กๆระหว่างทางจนเต็มถัง แล้วจึงเดินเคียงกันไปยังวิหารใหญ่ของวัดที่มีผู้คนตั้งใจมาถวายสังฆทานเช่นเดียวกัน
มุกตระการจัดการเื่ดอกไม้ธูปเทียน และกรรมพิธีต่างๆอย่างคล่องแคล่ว เพราะเธอมีโอกาสได้ตามมารดาไปทำบุญอยู่เสมอ มัทกรแค่เพียงทำตามแฟนสาวไปเรื่อยๆ เมื่อถวายสังฆทานเสร็จแล้ว สาวน้อยก็พาเขาไปกราบพระประธานที่โบสถ์เป็อันเสร็จพิธี
"มุกอธิษฐานอะไร พี่เห็นขอหลวงพ่ออยู่นานเลย"
"ขอให้โลกสงบสุขมั้งคะ" สาวน้อยตอบพลางหัวเราะเสียงใส น่ารักจนคนมองต้องยิ้มตาม
"สมกับเป็ลูกสาวท่านทูตจริงๆ ไม่เหมือนพี่ ขอให้ตัวเองทั้งนั้นเลย" ร่างบางหัวเราะกิ๊ก
"ใครเขาจะบอกเื่อธิษฐานกันคะ เดี๋ยวไม่เป็จริง"
"อุ๊บ" ชายหนุ่มเอามือปิดปาก
"เกือบหลุดปากไปแล้วเนี่ย พี่ขอเื่ของเราทั้งนั้นเลย" สาวน้อยยิ้มหวานถูกใจ ก็ตัวเธอเองก็ขอเื่เดียวกัน
"ไปค่ะ เดี๋ยวมุกพานั่งเรือเล่นนะคะ ซื้อขนมไปทานบนเรือกัน"
"เย้ๆ ได้เที่ยวแล้ว ดีใจจังครับแม่" มัทกรชูสองมือขึ้นแกล้งทำเสียงเล็กเสียงน้อยจนร่างบางต้องรีบดึงสองแขนนั้นลง เย้ากลับไปเบาๆ
"ไม่ดื้อไม่ซน แล้วจะซื้อของเล่นให้นะคะ" หืม มันน่าจับฟัดซะจริงๆ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน แล้วเดินตามแฟนสาวที่พูดเสร็จก็รีบลุกหนีไปเลย
สองคนพากันเลือกซื้อหาของกินหลายอย่าง แล้วซื้อตั๋วขึ้นเรือที่บริการล่องแม่น้ำนครชัยศรี หรือแม่น้ำท่าจีน ทั้งคู่เลือกที่นั่งริมระเบียงที่สามารถมองวิวทิวทัศน์ได้อย่างสบายตา
"ร้อนมั๊ย ดูสิเหงื่อเต็มเลย" มัทกรยื่นหลังมือไปเช็ดเหงื่อเม็ดเล็กบนสันจมูกและขมับบางของคนตัวเล็กอย่างสงสาร ในขณะที่นั่งรอผู้โดยสารคนอื่นที่ทยอยกันขึ้นมาเรื่อยๆ
"เดี๋ยวเรือแล่นก็หายร้อนค่ะ" เสียงหวานตอบคนข้างกายพร้อมรอยยิ้ม
มัทกรหยิบแก้วน้ำส้มคั้นที่ซื้อติดมือขึ้นมา ใช้หลอดคนไปมาแล้วจึงยื่นปากหลอดไปจ่อที่ปากร่างบาง มุกตระการผงะออก เหลียวซ้ายแลขวาแล้วก็ส่ายหน้าปฏิเสธ ถูกสอนอยู่เป็ประจำว่าอยู่ท่ามกลางคนมากมายไม่ควรประเจิดประเจ้อมากเกินไป แต่ครั้งนี้มัทกรไม่ยอมเหมือนในห้างสรรพสินค้าครั้งที่แล้ว
"ไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษาแล้ว ดื่มซะ" หลอดเล็กถูกส่งไปจนชิดปากอิ่มแกมบังคับอีกครั้ง ร่างบางยังคงเอนหนีจนหลังติดราวระเบียง
"แต่ว่า...คนตั้งมากมายนะคะ เขามองกันใหญ่แล้ว" เสียงหวานประท้วงออกมา เมื่อสบสายตาคนบนเรือที่มองมายิ้มๆ
"มุกก็อย่าดื้อสิ" ครั้งนี้ชายหนุ่มจะไม่ยอม เขาต้องทำให้แฟนสาวรู้ว่าการแสดงความรักเล็กๆน้อยๆไม่ใช่เื่ผิด ไม่ได้มานั่งหอมกันจูบกันซะที่ไหน เก้าอี้ถูกขยับเข้าไปชิดอีก จนร่างหนาซ้อนร่างเล็กแทบมิด มุกตระการหันมามองอย่างอิหลักอิเหลื่อ เธอไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนขนาดนี้นอกจากบิดาเท่านั้น
"มุกว่ามันใกล้ไปนะคะ" ประท้วงออกไปเป็รอบที่สอง
"พี่จะใกล้กว่านี้อีกถ้ามุกยังดื้อแบบนี้" ร่างบางหยุดเถียงหันหน้าออก ยกแขนขึ้นมาวางบนขอบระเบียงแล้วเกยคางลงไป แกล้งมองวิวทิวทัศน์บนฝั่ง ไม่สนใจคนตัวโตที่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลังอีก
มัทกรวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ ไม่ได้โกรธสักนิด กลับกันเขากลับเอ็นดูมุกตระการมากขึ้น บทจะดื้อก็ดื้อไม่เอาอะไรเหมือนกัน เขารู้จากน้องสาวว่าคนตรงหน้าไม่เคยคบหากับใคร และจากกิริยาท่าทางต่างๆเวลาอยู่กับเขาทำให้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอมแค่ไหน
มือหนายกมือขึ้นลูบเรือนผมสลวยแ่เบา
"เด็กดื้อของพี่จ๋า" สาวน้อยแอบอมยิ้ม เด็กดื้ออย่างนั้นเหรอ ฟังดูเหมือนจะดุแต่ทำไมไม่น่ากลัวเลย แถมยังรู้สึกอบอุ่นซะอีก
สิบนาทีต่อมา เรือก็แล่นออกจากท่าโดยมีไกด์ท้องถิ่นกล่าวต้อนรับและอธิบายวิถีชีวิตชุมชนริมฝั่งน้ำให้นักท่องเที่ยวฟัง ลมเย็นๆพัดพาละอองน้ำขึ้นมากระทบใบหน้าเบาๆ สร้างความสดชื่นให้กับมุกตระการที่นั่งเท้าคางดูวิวอย่างสบายอารมณ์ หันไปมองคนบนเรือ บ้างก็มาเป็ครอบครัว บ้างก็เป็คู่รัก เพราะดูจากองศาการนั่งอิงแอบกันก็พอจะรู้
สาวน้อยนึกถึงตัวเอง นี่เธอมาเดทกับแฟนนี่นา จะปล่อยให้การเดทครั้งแรกผ่านไปอย่างไม่มีอะไรน่าจดจำอย่างนั้นเหรอ ดูคู่นั้นสิ ถ่ายรูปกันอี๋อ๋อหวานชื่น แล้วดูตัวเอง นั่งหันหลังให้แฟนซะอย่างนั้น ทั้งๆที่พี่จ๋าก็ยอมพามาทำบุญอย่างไม่อิดออด
มุกตระการหันหลังกลับมามองก็เห็นร่างสูงนั่งกอดอกชมวิวชิลๆ ชายหนุ่มสวมแว่นกันแดดดูหล่อสมาร์ทไปอีกร้อยเท่า มัทกรเห็นแฟนสาวมองมาจึงส่งยิ้มให้
ร่างบางขยับหันมาหาเต็มตัว ยกแก้วอเมริกาโน่เย็นที่เหลือเพียงครึ่งขึ้นมา จับหลอดดูดยื่นไปที่ปากกระจับของแฟนหนุ่ม ถึงจะยังดูเก้ๆกังๆ แต่เธอก็อยากทำให้ มัทกรมองตามทุกอิริยาบทของแฟนสาวภายใต้แว่นกันแดดสีดำสนิท นึกไม่ถึงว่าหญิงสาวจะหันมาทำอะไรแบบนี้ให้ ก้มลงดูดน้ำจากหลอดที่ถูกส่งมาถึงปาก อเมริกาโน่ที่ละลายจนเกือบหมดกลับหวานชื่นใจอะไรขนาดนี้
มุกตระการชำเลืองมองโต๊ะอื่นก็ไม่เห็นมีใครสนใจตนเอง จึงรู้สึกสบายใจขึ้น เลือกดูถุงอาหารบนโต๊ะที่ซื้อขึ้นมา แล้วจิ้มสับปะรดชิ้นพอดีคำขึ้นมาป้อนแฟนหนุ่มอีกครั้ง มัทกรอ้าปากงับเคี้ยวตุ้ยๆ
"หวานมั๊ยคะ"
"อื้ม" ตอบรับในลำคอเบาๆ แล้วจึงป้อนสับปะรดชิ้นเล็กคืนให้แฟนสาวบ้าง คราวนี้ไม่มีอาการงอแงเหมือนเคย
"อืม หวานจริงๆด้วยค่ะ" สาวน้อยพยักหน้ายิ้มอย่างถูกใจ ก่อนจะหันกลับไปมองวิวเหมือนเดิม ผมยาวปลิวสยายไปตามแรงลมจนเ้าตัวต้องคอยจับไว้เพื่อไม่ให้มันพันกัน
"มัดดีมั๊ย มุกจะได้ไม่ต้องคอยจับ" มือหนาช่วยรวบกลุ่มผมนิ่ม กลิ่นแชมพูหอมอ่อนๆเตะจมูกจนอยากจะก้มลงไปสูดให้เต็มปอด คนตัวเล็กเปิดกระเป๋าค้นของยุกยิกๆ แล้วจึงหยิบยางรัดผมสีหวานออกมาหนึ่งเส้น
"มา...พี่มัดให้" มัทกรชิงหยิบยางสีชมพูอมส้มขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะค่อยๆมัดผมยาวอย่างเบามือ
"เจ็บมั๊ยครับ" ร่างเล็กส่ายหน้าดิก
"ไม่เจ็บค่ะ" หลังปฏิบัติการมัดผมเสร็จเรียบร้อย สองคนก็ผลัดกันกินผลัดกันป้อนตลอดทาง มัทกรทำทุกอย่างให้เป็ธรรมชาติ ไม่แซว ไม่ล้อเวลาที่แฟนสาวทำอะไรให้ ทำทุกอย่างให้หญิงสาวรู้ว่าเป็เื่ปกติของคนเป็แฟนกัน ร่างบางจึงรู้สึกผ่อนคลายและวางใจมากขึ้น
เรือแล่นไปสุดทางที่วัดใหญ่อีกวัดหนึ่ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวลงไปสักการะพระประธานในโบสถ์ บ้างก็ลงไปเดินเล่น บางส่วนก็สมัครใจที่จะนั่งเล่นอยู่บนเรือเพื่อหนีอากาศร้อน และแน่นอน ระดับมุกตระการมีหรือจะพลาดการทำบุญ และมัทกรก็ born to be เพื่อตามใจร่างเล็กทุกอย่าง
หลังจากเข้าไปกราบพระในโบสถ์แล้ว สองหนุ่มสาวก็พากันมานั่งเล่นที่ศาลาท่าน้ำ เพราะทางเรือให้เวลานักท่องเที่ยวถึง 30 นาที
"มุกนี่สายบุญจริงๆเนอะ เคยไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์บ้างมั๊ยเนี่ย" มัทกรถามพลางมัดผมที่รุ่ยร่ายให้แฟนสาวใหม่อีกครั้ง
"ไม่เคยหรอกค่ะ มุกไม่ชอบอึกทึกครึกโครม แล้วก็ดื่มแอลกอฮอล์ไม่เป็ด้วยค่ะ" ร่างบางที่แก้มแดงจากเปลวแดดเงยหน้าขึ้นตอบคนที่ยืนตรงหน้า และเอื้อมแขนมาช่วยมัดผมให้อย่างทุลักทุเล ใบหน้างามอยู่ชิดแผ่นอกหนาจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายบางเบา
"เอาไว้พี่จะพาไป โตแล้วต้องหัดไว้บ้าง" มัทกรพูดจบพร้อมกับที่มัดผมให้เสร็จพอดี
"พี่จ๋าเบื่อรึเปล่าคะ มุกพามาวัดน่ะ" เสียงใสถามอย่างเป็ห่วงความรู้สึก มัทกรลงนั่งเคียงข้าง
"ไม่เลย ก็สนุกไปอีกแบบนะ พี่เองก็ไม่ค่อยได้เข้าวัดเท่าไรหรอก มาบ้างก็ดี" มัทกรตอบตามความจริง ถึงจะผิดแผนที่วางไว้ แต่มันก็ไม่ได้แย่
"ครั้งหน้ามุกให้พี่จ๋าคิดโปรแกรมบ้าง" สาวน้อยตอบเอาใจแฟนหนุ่ม มัทกรหัวเราะในลำคอ พยักหน้ารับ ก่อนจะจูงมือเรียวเล็กเดินกลับขึ้นเรือ
ขาล่องกลับ ไกด์ปล่อยให้นักท่องเที่ยวนั่งชมวิวดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ สองหนุ่มสาวนั่งคลอเคลีย ชี้ชวนกันดูวิว มุกตระการรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ไม่เคอะเขินเหมือนตอนแรก ยอมอยู่ในวงแขนของแฟนหนุ่มที่เท้าแขนทั้งสองข้างไว้กับราวระเบียงกักตัวเธอไว้ในอ้อมอกตลอดทาง
1 เดือนผ่านไป วารสารของมหาวิทยาลัยที่มุกตระการถ่ายปกก็ถูกตีพิมพ์แจกจ่ายทั่วทั้งมหาวิทยาลัย รวมถึงลงบนเพจของนักศึกษาด้วย
"กำเนิดคู่จิ้นคู่ใหม่ ขุนเขา นายแบบสุดหล่อประจำมหาวิทยาลัย กับน้องมุก มุกตระการ สาวหวานจากคณะการเรือน ทำเอาหนุ่มๆใจสลายกันเป็แถว เมื่อข่าวลือระหว่างน้องมุกกับรุ่นพี่บริหารเป็เื่จริง" จารุภัทรอ่านกระทู้เพจมหาลัยที่กำลังร้อนฉ่า ยอดวิวพุ่งทะลุแซงทุกข่าวอย่างไม่เห็นฝุ่น
"ไอ้โจ๋ มึงไปอ่านไกลๆตีนกูเลย ห่ามึง" มัทกรที่กำลังอารมณ์ขึ้นกับข่าวซุบซิบวันนี้ ขุนเขากับมุกตระการ หนุ่มบริหารกับสาวคหกรรม อยากจะะโดังๆ แฟนเขายืนอยู่นี่โว๊ย
"ห่ามึงน่ะสิ กูอุตส่าห์อ่านให้ฟัง แต่แม่งก็แปลกๆว่ามั๊ย ทำไมไอ้ขุนต้องยืนใกล้ขนาดนั้นด้วยวะ ดูดิ จมูกจะทิ่มแก้มน้องอยู่แล้ว แม่ง!"
"แล้วมึงจะขยี้ทำม๊ายยย" อนิกพูดอย่างอ่อนใจ
"ก็ไอ้พี่โตน่ะสิ ประดิษฐ์ท่าเยอะนัก ตอนถ่ายช๊อตนี้กูก็อยู่ด้วยนะ ก็ไม่ได้ใกล้ขนาดนี้ป่ะ แต่รูปออกมาแม่งอย่างที่ไอ้โจ๋บอกเลย" มัทกรเขย่าแก้วกาแฟเย็นสุดแรง ใช้หลอดจิ้มๆๆๆน้ำแข็งในแก้วตามแรงอารมณ์
"แล้วเขาเม้นท์กันว่าไงบ้าง" แฟนตัวจริงนึกขึ้นได้ ยื่นหน้ามาที่หน้าจอมือถือเพื่อน
"อย่าอ่านเลย มึงจะรับไหวเหรอวะ ยินดีด้วยนะพี่ขุน กระซิกๆ/จากนี้เราขาดกันนะมุก/เดาไว้แล้วว่าพี่ขุนแน่ๆ คิดเอาไว้ว่าใช่/ขอให้ความรักมีแต่ความสุขใจ/ขุนเขามันหล่อกว่าเราตรงไหน"
"พอ!! นี่มึงกลัวกูรับไม่ไหวจริงๆใช่มั๊ย" เสียงเข้มตวาดดัง รับไม่ได้กับนานาคอมเม้นท์ที่พูดถึงคู่จิ้นอย่างน่าโมโห
"นั่น ศัตรูมึงมาโน่นแล้ว เดินล้วงกระเป๋าหล่อมาเลย เชร้ดดด" จารุภัทรพยักหน้าไปทางร่างสูงโปร่งที่กำลังเดินเข้ามาที่โต๊ะประจำ
"แหม อยู่กันครบเลยนะพวกมึง" ขุนเขาทักมาแต่ไกล
"กูก็อยู่กันแบบนี้มานานแล้วป่ะ มึงนั่นแหละ แยกวงตลอด"
"ไอ้ห่าโจ๋ กูก็ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องมั๊ย"
"มึงรู้เื่คู่จิ้นรึยังไอ้ขุน" อนิกถามเพื่อนสุดหล่อที่วันๆหมดไปกับการถ่ายแบบและนอน
"อืม" ขุนเขาตอบสั้นๆ อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทุกคนเงียบลงจนน่าสงสัย เขาจึงหันไปหาทุกคนและหยุดสายตาอยู่ที่มัทกร
"แล้วมึงจะทำยังไงไอ้ขุน" อนิกถามแทนทุกคน
"ไม่ทำไง ก็มันไม่ใช่เื่จริง" นายแบบสุดหล่อนั่งลง ล้วงเอาแซนวิชที่แวะซื้อที่โรงอาหารขึ้นมากินแก้หิว พลันก็ต้องหยุดเคี้ยวเมื่อรู้สึกว่าโดนจ้อง
"นี่พวกมึงเป็ห่าอะไร อย่าบอกนะว่ามึงเชื่อไอ้ข่าวที่พวกสโมแม่งเต้าขึ้นเองน่ะ"
มัทกรมองตาเพื่อนที่คบกันมาั้แ่ปีหนึ่ง แล้วก็ไม่พบพิรุธใดๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจมัน แต่ไม่รู้สิ คนหล่อคนสวยมาเจอกัน มันอาจจะสปาร์คเมื่อไรก็ได้ เขาก็ไม่ได้อยู่กับมุก 24 ชั่วโมงซะที่ไหน
"กูเชื่อมึง" มัทกรวางมือข้างหนึ่งบนบ่าเพื่อนรัก บีบน้อยๆเป็อันว่ารู้กัน
"มึงอยากให้กูจัดการป่ะล่ะ กูไปโวยที่สโมให้ก็ได้นะ" ขุนเขาแสดงความจริงใจ
"ไม่ต้องหรอก ช่างเหอะ ข่าวไม่จริงเดี๋ยวก็ซาไปเอง" มัทกรตัดบท พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาคนที่เขากำลังเป็ห่วง รอสายไม่นาน เสียงหวานก็ทักมา
"พี่จ๋า ทานข้าวรึยังคะ"
"มุก...เห็นข่าวในเพจมหาลัยรึยัง" มัทกรถามสวนกลับในสิ่งที่ตนเองกังวล แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ส่งมา
"เห็นแล้วค่ะ กุญแจเอามาให้ดู ตลกดี"
"พี่ไม่เห็นชอบเลย" น้ำเสียงเริ่มจะหงุดหงิดจนมุกตระการจับได้
"ไม่อารมณ์เสียนะคะ มุกก็ไม่ชอบหรอก แต่มันไม่จริงก็มองเป็เื่ขำๆไปเลยก็ได้ค่ะ" ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจ คงมีเขาคนเดียวที่อารมณ์ขึ้นกับเื่นี้ คนโดนข่าวทั้งคู่ไม่เห็นมีใครเป็เดือดเป็ร้อนกันสักคน
"เย็นนี้พี่ไปรับนะ บอกลุงปองไม่ต้องมารับ" มัทกรเลิกพูดถึงเื่ข่าวซุบซิบอีก หาเื่พาแฟนไปกินข้าวเย็นดีกว่า
"เย็นนี้พี่ที่เขาเขียนคอลัมน์ “รักน้องปีหนึ่ง” นัดสัมภาษณ์ที่สโมค่ะ"
"มุก!! มันเขียนข่าวขนาดนี้มุกยังไปยุ่งกับมันอีกเหรอ ไม่เอาพี่ไม่ให้ไป ให้มันไปรักคนอื่นเลยไป" มัทกรสั่งห้ามเสียงเข้ม
"มุกรับปากไปแล้วนี่คะ ไม่เป็ไรหรอกค่ะ มุกดูแลตัวเองได้ พี่จ๋ามารับกุญแจก็แล้วกันค่ะ" สาวน้อยยืนยันที่จะไปตามนัด เล่นเอาคนในสายหัวฟัดหัวเหวี่ยง
"ทำไมไม่เชื่อพี่ ไอ้พวกนี้มันเห็นมุกหัวอ่อน มุกไม่ทันมันหรอก"
"ฮื้อ มุกไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ น่า...เชื่อมุกนะคะ" มัทกรทำเสียงจิ๊ปากไม่ชอบใจ เห็นติ๋มๆนุ่มนิ่มๆ ทำไมถึงดื้อขนาดนี้นะ
"งั้นพี่ไปนั่งฟังด้วย"
"แต่..." สาวน้อยทำเสียงลังเล
"ไม่ต้องมาแต่เลย ถ้าห้ามอีก พี่จะไปอาละวาดให้สโมแตกไปข้าง" มัทกรยื่นคำขาด ก็ขนาดเขาอยู่ตอนถ่ายแบบด้วย รูปยังออกมาแบบนั้น แล้วนี่จะไปนั่งให้สัมภาษณ์ ไอ้พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดินจะไม่จับกินเหรอ แฟนเขาก็พอกัน ใจดีไม่เข้าเื่
"มุกไม่ได้ห้ามซะหน่อย แค่กลัวว่าพี่จ๋ากับกุญแจจะรอนานค่ะ ตอนถ่ายปกก็ดึกทีหนึ่งแล้ว"
"นานก็จะรอ พี่จะไปตามหาไอ้คนเขียนข่าวลงเพจด้วย" เสียงทุ้มพูดอย่างเอาเื่ ไอ้พวกนี้ต้องจัดซะให้เข็ด
"ไม่คุยเื่นี้แล้วค่ะ ตกลงพี่จ๋าทานข้าวรึยังคะ" มุกตระการพาคุยเื่อื่น เพราะเห็นว่าแฟนหนุ่มไม่ยอมลงง่ายๆ
"ยังจ้ะ ตอนแรกว่าจะรอไอ้ขุน แต่มันตัดช่องน้อยไปซะแล้ว เดี๋ยววางสายมุกแล้วพี่ก็จะไปกินนั่นแหละ"
"โอเคค่ะ ไปทานข้าวเถอะนะคะ เจอกันตอนเย็นค่ะ"
"โอเคครับ คิดถึงนะ" พูดจบ มัทกรก็วางสาย หันมาชวนแก๊งไปกินข้าวกลางวัน รวมถึงขุนเขาที่ขอตามไปด้วย
หลังเลิกเรียน สองสาวคู่ซี้รีบเก็บข้าวของ แล้วชวนกันไปสโมสรนักศึกษาที่มุกตระการรับนัดสัมภาษณ์เพื่อลงเพจกิจกรรมนักศึกษา
"มุก เราถามจริงๆ ทำไมถึงไปรับนัดสัมภาษณ์เย็นนี้ล่ะ มันแปลกๆนะ" มัทนาถามเพื่อนรัก ในขณะที่พากันเดินลงจากอาคารเรียน
"แปลกยังไงเหรอ" มุกตระการถามกลับยิ้มๆ เพื่อนเธอนี่ช่างสังเกตจริง
"ก็มันไม่ใช่มุกอ่ะ มุกไม่ใช่คนที่จะมานั่งเล่า นั่งตอบคำถามคนที่ไม่สนิทหรอกนะ เรารู้" มุกตระการหยุดเดิน แล้วหันมาหาเพื่อนรัก ส่งยิ้มกว้างพร้อมกับโผเข้ามากอดแน่น
"กุญแจนี่รู้ใจมุกทุกอย่างเลย มุกรักกุญแจนะ"
"เดี๋ยวๆ มาซึ้งอะไรตอนนี้" มัทนาที่ยืนงงกับอาการของเพื่อนในตอนแรก แซวกลับยิ้มๆ อดดีใจไม่ได้ที่ถูกบอกรัก ถึงจะไม่ใช่พี่นิกก็เถอะ
มุกตระการคลายอ้อมกอด พร้อมกับตอบเพื่อนอย่างชัดถ้อยชัดคำ
"มุกจะจัดการกับข่าวลือคู่จิ้นอะไรนั่น จะได้ไม่ไปลือกันผิดๆ" มัทนาเลิกคิ้วสูงเป็คำถาม แล้วก็ได้การยักคิ้วรับพร้อมรอยยิ้มจากเพื่อนเป็คำตอบ
"โอเค...ตามนั้น" มัทนาไม่เซ้าซี้อะไรอีก
“มุกว่าจะถามกุญแจเื่ชมรมอ่ะ มุกอยากเข้าชมรมโสตฯ กุญแจเอาด้วยมั๊ย” มุกตระการชวนเพื่อนรักเข้าชมรมที่ตนเองเล็งไว้
“เอาสิ ได้เที่ยวฟรีด้วย พรุ่งนี้่บ่ายเราไปสมัครกันเนอะ”
“เย้...โอเคเลย”
สองสาวเพื่อนซี้มาหยุดยืนรอที่หน้าตึกคหกรรมตามคำสั่งของมัทกรที่ไลน์มากำชับไว้ ยืนคุยเล่นกันไม่นานรถเก๋งสีขาวเอี่ยมอ่องก็แล่นมาจอดตรงหน้า รอรับสาวๆขึ้นรถทันที
เมื่อไปถึงอาคารสโมสรนักศึกษา ทั้งสามคนจึงพากันเข้าไปในห้องกิจกรรมตามที่รุ่นพี่นัดไว้ ภายในห้องมีโต๊ะเก้าอี้วางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ มีนักศึกษาชายนั่งอยู่อีกคน ในมือถือกล้องถ่ายรูป น่าจะเป็ตากล้องในวันนี้
“อ้าวน้องมุก มาแล้วเหรอ” เสียงรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งร้องทักพร้อมกับเดินเข้ามาหา สายตามองเลยไปยังบุคคลที่สามที่สี่ที่เดินมาด้วยกัน
“สวัสดีค่ะพี่ต่าย นี่เพื่อนมุกค่ะ แล้วนี่ก็พี่ชายเพื่อน มาอยู่เป็เพื่อนแล้วก็รอรับมุกกลับบ้านด้วยค่ะ” สาวน้อยตอบรุ่นพี่ที่เป็หนึ่งในทีมงานทำวารสาร
“อ่อ” ต่ายหรือนิภาพรพยักหน้ารับ พลางส่งยิ้มไปให้ทั้ง 2 คนด้านหลัง
“น้องเป็คนเขียนไอ้พวกข่าวซุบซิบลงเพจด้วยรึเปล่า” มัทกรถามเสียงนิ่ง ั์ตาคมแฝงแววดุชัดเจน มุกตระการและมัทนามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“ไม่ใช่ค่ะ อันนั้นเป็อีกทีมหนึ่ง มีอะไรเหรอคะ เอ่อรุ่นพี่รึเปล่าคะ ต่ายอยู่ปี 3” นิภาพรปฏิเสธออกไปพร้อมกับทำหน้าแปลกใจ
“ปีเดียวกันครับ ไม่มีอะไรมากหรอก ผมแค่อยากรู้จักคนเขียนข่าว หึ...มั่วได้เก่งดี” น้ำเสียงเยาะๆปนตอบออกไปอย่างไม่กลัวหน้าไหนทั้งนั้น จนนักศึกษาชายที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมามองอย่างงงๆ
“เอ่อ...พี่ต่ายสัมภาษณ์เองรึเปล่าคะ เริ่มเลยดีมั๊ย มุกไม่อยากกลับค่ำน่ะค่ะ” มุกตระการรีบเปลี่ยนเื่ทันที
“จ้ะจ้ะ เริ่มกันเลยเนอะ เดี๋ยวในระหว่างสัมภาษณ์ ฟิวส์เขาจะช่วยถ่ายรูปให้นะ” นิภาพรรีบรับคำ รู้สึกได้ถึงบรรยากาศมาคุ เหมือนโดนหาเื่ยังไงก็ไม่รู้
“เดี๋ยวน้องมุกเชิญตรงนี้นะคะ ส่วนเพื่อนๆให้นั่งรอด้านนอกดีกว่าค่ะ”
“ทำไมผมอยู่ในห้องนี้ไม่ได้ครับ ผมก็นักศึกษาเหมือนกัน” เสียงคนเริ่มจะพาลดังขึ้น
“เฮีย...ไปรอข้างนอกกันก็ได้ ทางนี้เขาทำงานกัน” มัทนาคล้องแขนพี่ชายจะพาเดินออกไป แต่ร่างสูงพยายามขืนตัวเอาไว้ ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจะอยู่ด้วยไม่ได้
“ก็แค่สัมภาษณ์ ทำไม...” มัทกรยังคงหันหน้ามาถาม ขืนตัวไว้ จนมัทนาต้องใช้พลังช้างสาร ทั้งลากทั้งดึงเต็มแรง
“ออกไปรอมุกข้างนอกนะคะ” มุกตระการที่เห็นเพื่อนทุลักทุเลเต็มที หันมาบอกแฟนหนุ่ม
“ทำไมล่ะ พี่แค่อยากนั่งเป็เพื่อน สัญญาจะนั่งเฉยๆเลย”
“มุกไม่มีสมาธิ ออกไปรอข้างนอกนะคะ จะได้เสร็จเร็วๆ...นะคะ” อ้อนเสียงหวานอย่างเอาใจ แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอม
“พี่มัท!! ถ้าเป็อย่างนี้ก็กลับไปก่อนค่ะ ไม่ต้องรอมุก เดี๋ยวมุกกลับเอง” ร่างบางจำต้องใช้ไม้แข็ง ร่างสูงชะงักไปทันที คิ้วเข้มขมวดแน่น ประสานสายตาแฟนสาวอย่างไม่เข้าใจ
“จะเอาอย่างนี้ใช่มั๊ย ก็ดี!!” พูดจบ มัทกรก็ปัดมือน้องสาวออก หุนหันออกไปจากห้องทันที
“เฮีย...” มัทนาหันรีหันขวาง แล้วก็เห็นเพื่อนรักทำมือให้สัญญาณให้ตามพี่ชายไป เธอจึงวิ่งออกจากห้องตามไปติดๆ
“เริ่มเลยค่ะ” มุกตระการหันมาทางสองหนุ่มสาวที่มองเหตุการณ์อย่างสงสัยระคนใคร่รู้ สาวน้อยนั่งลง ประสานมือไว้บนตักอย่างเรียบร้อยเป็เชิงพร้อมแล้ว การสัมภาษณ์คอลัมน์ “รักน้องปีหนึ่ง” จึงเริ่มขึ้น
"เฮีย...เฮีย" มัทนาะโเรียกพี่ชาย สองขาก็ซอยเท้าวิ่งตาม ในที่สุดก็มาทันกันที่หน้ารถ มือน้อยคว้าแขนพี่ชายไว้ข้างหนึ่ง ก่อนเ้าตัวจะเท้ามืออีกข้างไว้ที่กระโปรงหน้ารถ ก้มหน้าหอบแฮกๆเพราะความเหนื่อย
มัทกรเหลือบตามองหมวยเล็กของเขา แล้วจึงหยุดเดินเพราะกลัวไอ้ตัวเล็กจะเป็ลมไปซะก่อน ทั้งๆที่ในใจอยากจะไปให้พ้นจากตรงนี้ซะเร็วๆ โกรธ น้อยใจ เสียใจ ไม่รู้อารมณ์ไหนล่ะ มันปนเปกันไปหมด
ทำไมมุกตระการถึงมองไม่เห็นความห่วงใยของเขา ถ้าโดนพวกนั้นป้อนคำถามบ้าๆบอๆ หรือไม่ก็โดนต้อนให้ตอบคำถามที่ไม่ควรจะตอบจะทำยังไง มีเขาอยู่ด้วยมันจะเสียสมาธิตรงไหน ทำไมถึงไม่อยากอยู่ใกล้กัน ผิดกับตอนที่เขาคบกับพาฝัน รายนั้นน่ะติดเขาแจ อ้อนให้อยู่ด้วยทุกครั้ง ไม่ว่าจะตอนซ้อมประกวดดาวคณะหรือซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ แต่กับมุกตระการคนนี้ คำก็ไล่ สองคำก็ไล่ เหมือนไม่แคร์เขาเลยด้วยซ้ำ...หึ
"ขึ้นรถ!" เสียงดุสั่งการ
"แล้วมุกล่ะเฮีย" มัทนาถามเสียงอ่อนด้วยความเป็ห่วงเพื่อน จะหกโมงเย็นแล้วเนี่ย
"เขาไล่แล้วไม่ได้ยินเหรอ" น้ำเสียงยังคงคุกรุ่น มัทนาถอนหายใจดัง ก็ตัวเองดื้อเองไม่ใช่เหรอถึงได้โดนไล่เนี่ย
"กว่าจะเสร็จน่าจะมืดอ่ะ เฮียไม่ห่วงมุกเหรอ"
"เขายังไม่ห่วงตัวเองเลย ไปขึ้นรถ!!" มัทกรสั่งเสียงดังอีกครั้ง แล้วตัวเองก็เดินไปเปิดประตูรถ เข้าประจำที่นั่งคนขับ มัทนาเห็นท่าไม่ดี จึงจำยอมขึ้นไปนั่งสงบเงี่ยม ไม่กล้าพูดอะไรอีก ท่าทางจะโมโหจัด
ชายหนุ่มสตาร์ทรถ กำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเืที่มือปูดโปน นั่งนิ่งอยู่แบบนั้นสักพัก แล้วก็ทุบไปที่พวงมาลัยรถอย่างแรงจนมัทนาสะดุ้งโหยงกับอารมณ์ของพี่ชาย
"โธ่โว๊ย!!!" มัทกระโก้องระบายอารมณ์อย่างหาทางออกให้ตนเองไม่ได้ จะขับออกไปใจก็เป็ห่วงคนตัวเล็กที่นั่งให้สัมภาษณ์อยู่ในนั้น จะรอรับกลับก็ยังโกรธไม่หาย ในที่สุดก็เอนหลังพิงพนักหลับตาลง พร้อมกับยื่นมือไปหมุนกุญแจดับเครื่อง
"เฮีย ใจเย็นนะ" น้องสาวลูบต้นแขนพี่ชายไปมา
"ทำไมอ่ะหมวย เฮียไม่มีสิทธิ์หวงเขา ห่วงเขาเลยเหรอ" ร่างสูงเปิดปากพูดทั้งที่ยังหลับตา
"มีสิ แต่นี่มันแค่สัมภาษณ์ลงวารสารมหาลัยนะเฮีย ไม่เห็นมีอะไรต้องห่วงเลย แล้วนั่นมันก็งานของสโมเขา เราไม่เกี่ยวจะไปนั่งเกะกะเขาทำไมล่ะ มุกก็คงเกรงใจพี่ๆเขา หมวยเข้าใจมุกนะ" มัทนาอธิบายเหตุผลให้พี่ชายฟัง
"ไม่ใช่กลัวใครจะรู้เหรอว่ามีแฟนแล้วน่ะ เป็แฟนเฮียแล้วมันจะเป็ยังไง หรือชอบที่เป็ข่าวกับไอ้ขุน" มัทนาเหลือกตามองบนกับคำพูดของพี่ชาย พาลเบอร์สิบแล้วเนี่ย
"สรุปว่าหึงพี่ขุน?"
"เปล่า ก็แค่..."
"พาล"
"เออ! ก็ไม่ชอบอ่ะ ไม่ชอบให้ใครมายุ่ง ไม่ชอบให้เป็คนดัง" ความในใจค่อยๆหลุดออกมาจากปาก
"เฮีย นี่มุกตระการนะ ไม่ใช่พาฝัน" มัทนาทำใจกล้าพูดชื่อคนรักเก่าของพี่ชายออกมา เริ่มจะเข้าใจอาการของพี่ชายแล้ว ตอนพี่ฝันน่ะ เป็ทั้งดาวคณะ เป็เชียร์ลีดเดอร์ ทำกิจกรรมมีคนรู้จักมากมาย จนบางครั้งเฮียก็มาบ่นให้ฟังว่าแฟนไม่มีเวลาให้
"เค้าไม่ได้สนิทกับพี่ฝัน เค้าไม่รู้หรอกว่าพี่ฝันเป็ยังไง แต่กับมุกน่ะ เห็นตัวเล็กๆแบบนี้ มุกเขาเป็คนหนักแน่นนะเฮีย แล้วสเกลเขาก็ไปทางเรียบร้อย ไม่ใช่พวกอวดผัวซะหน่อย" มัทนาเข้าข้างเพื่อนเต็มสูบ
“สรุปว่าเฮียผิด?”
“ก็ไม่ได้ผิด แต่ลดๆลงบ้าง ไม่ต้องตามเขาแจขนาดนั้น”
“ก็เฮียรักของเฮีย รักแล้วก็หวงเป็ธรรมดา” มัทกรแถไปข้างๆคูๆ แต่ในใจก็คิดตามที่น้องสาวเตือนถึงแม้จะยังคงแอบค้านอยู่บ้างก็เถอะ
“เอาน่าเฮีย เค้าอยู่ทั้งคน เชียร์เฮียสุดตัวอยู่แล้ว ใครเสร่อเข้ามาเค้าจะสกัดขามันเอง” มัทนาเพิ่มความมั่นใจให้พี่ชาย มือหนาโยกศีรษะน้องสาวเบาๆ
“น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย หมวยเล็กของเฮีย”
นาฬิกาบอกเวลาทุ่มกว่า การสัมภาษณ์ก็เสร็จสิ้น มุกตระการเดินออกมาจากห้อง นึกใจหายเหมือนกันเมื่อมองหาไม่เห็นใคร ตัดสินใจเดินต่อไปที่ลานจอดรถทั้งๆที่ในใจนึกหวั่น ฝืนยิ้มให้กับตัวเองพร้อมกับนับก้าวไปเรื่อยๆ จะน่าอายแค่ไหนนะถ้ารักครั้งแรกจะจบลงั้แ่คบกันแค่ไม่กี่เดือน แต่แล้วก็ฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นรถสีขาวคันคุ้นตาจอดอยู่ที่เดิม ไฟในรถเปิดสว่างจนเห็นคนในรถได้อย่างชัดเจน
ร่างบางในชุดนักศึกษาก้าวเข้าไปใกล้ๆ จนถึงระยะที่ต่างฝ่ายต่างมองเห็นกัน มุกตระการหยุดยืนนิ่งอยู่บนฟุตบาท ต่างคนต่างมองเหมือนจะวัดใจ มัทนามองคนนั้นทีคนนี้ทีแล้วก็ลอบถอนหายใจ เห็นเพื่อนสาวล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากระโปรงออกมา
Rrrrrrrrrrrrrr
เสียงเรียกเข้าดังขึ้น มัทกรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู คิ้วหนาขมวดเป็ปมอย่างไม่เข้าใจ กดรับโทรศัพท์แล้วมองไปยังแฟนสาวที่โทรเข้ามา
“พี่จ๋ารอรับมุกรึเปล่าคะ มุกกลัวหน้าแตก”
“......” มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา เธอรู้ว่าคนบนรถมองเธออยู่ เพียงแต่ไม่เห็นว่าสายตาคู่นั้นมองมาด้วยความรู้สึกแบบไหน
“ถ้าอย่างนั้น...ขับรถดีๆนะคะ” ร่างบางกดวางสาย เงยหน้าส่งยิ้มมาที่รถ พร้อมกับโบกมือบ๊ายบายเพื่อนรักที่มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่เข้าใจ มุกตระการสูดลมหายใจลึกๆ แล้วหันหลังเดินกลับไปทางเดิม
ไรท์ทอล์ค
อะไรเอ่ยหึงแรง หวงแรง ปากหนักไปอีก โอ๊ยยย อีพี่ งอนเก่ง
ทำไมทำกับน้องแบบนี้ น้องจะถอดใจเอานะพี่
ปล.ทำไมพระเอกไรท์ขี้หึงทุกเื่เลยอ่า 5555555 ผิดที่ไรท์ใช่มั๊ย
ตอนหน้าแต่งเสร็จแล้ว ขอรีวิวคำผิดแปบ ไรท์พยายามจะไม่ให้สะกดผิดมากนักค่ะ แต่ถ้าหลุดออกไปก็ขออภัยด้วยจ้า
อ่านให้สนุกนะคะ ด่าพี่จ๋าได้แต่อย่าแรง มาลงที่ไรท์แทนกะได้ เค้าก็รักของเค้า
เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อตอนหน้านะเตง เอ๊ะหรือจะคืนนี้ดี//หลบเกิบแปบ
บุ๊ย บุย
*************************************