หานซินเห็นจินซื่อที่อยู่ด้านข้างร้องตะโกนขึ้นมาแล้วก็พุ่งตัวเข้าไปหาหานโม่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อเห็นว่านางกำลังจะลงมือกับหานโม่ทันใดนั้นดวงตาของหานซินก็เปล่งประกายขึ้นมา
"พี่สะใภ้ใหญ่ หานโม่เจ้าเล่ห์ยิ่งนักข้าจะช่วยท่านจัดการเอง!" นางพูดขณะที่พุ่งตัวผ่านด้านหลังของจินซื่อตรงไปหาหานโม่
ทักษะฝีมือของพวกนางทั้งสองคนดูแล้วไม่ธรรมดาตั้งแต่ตอนที่จินซื่อตะโกนออกมาหานโม่ก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว นางวางหานเสี่ยวมู่ลงบนพื้นเมื่อหันมาเผชิญหน้ากับการโจมตีของทั้งคู่หานโม่แสร้งราวกับว่านางไม่หวาดกลัวต่อท่าทางเหล่านั้น อีกทั้งนางยังก้มหน้าลงไปส่งยิ้มให้หานเสี่ยวมู่ที่อยู่ด้านข้างด้วยท่าทางสบายๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "ท่านป้าเล็กมีเรื่องที่ต้องจัดการเจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้ อย่าขยับ"
หานเสี่ยวมู่มองไปทางมารดาและท่านป้าห้าของเขาที่กำลังวิ่งตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว
หานซินเป็นน้องสาวร่วมสายเลือดกับหานเทียนดังนั้นหานเสี่ยวมู่ที่เป็นหลานก็น่าจะสนิทและชมชอบท่านป้าห้าของตนเองอยู่พอสมควรแต่ในความเป็นจริงแล้วหานเสี่ยวมู่ไม่ชอบท่านป้าห้าของเขามาก
การที่หานเสี่ยวมู่เกิดมาในตระกูลหานพร้อมความฉลาดหลักแหลมเช่นนี้ถือได้ว่าเขาเป็นเด็กที่มีพรสวรรคคนหนึ่งเช่นกันตั้งแต่เล็กหานเสี่ยวมู่ก็รู้จักสังเกตผู้คนจากสีหน้าและคำพูดแล้ว เขาจึงรู้ได้ว่าคนในครอบครัวคนไหนที่ดีต่อเขาจริงๆและคนไหนที่เพียงแค่แกล้งทำเท่านั้น
หานเสี่ยวมู่รู้ว่าตนเองยังเด็กเกินไปที่จะลงมือทำสิ่งใดได้ด้วยตนเองดังนั้นเขาจึงใช้คำพูดของเด็กที่ไม่มีอ้อมค้อมตบหน้าพวกที่แกล้งทำไปหลายครั้งหลายคราแล้ว
แม้แต่เว่ยซื่อและจางซื่อที่ฉลาดเฉลียวและมีความสามารถก็ไม่อาจเอาชนะหานเสี่ยวมู่ได้
แม้ว่าจินซื่อจะเป็นมารดาของหานเสี่ยวมู่ แต่หานเสี่ยวมู่ก็ไม่ได้สนิทสนมกับมารดาของตนเองมากนัก
ดังนั้นตอนนี้เมื่อมองไปที่จินซื่อและหานซินที่กำลังวิ่งตรงมาหาหานโม่เช่นนี้แล้ว ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวของหานเสี่ยวมู่คือพวกนางกำลังจะรังแกท่านป้าเล็กของเขา
สายสัมพันธ์ของผู้คนนั้นล้วนยอดเยี่ยมเสมอความรู้สึกของเด็กนั้นมีความละเอียดอ่อนมากที่สุด ถึงแม้ว่าหานเสี่ยวมู่เพิ่งจะได้พบท่านป้าเล็กของเขาวันนี้แต่เขากลับรู้สึกได้ว่าท่านป้าเล็กจริงใจต่อเขาอย่างแท้จริงดังนั้นหานเสี่ยวมู่จึงไม่อยากให้หานโม่ได้รับบาดเจ็บ
ด้วยเหตุนี้เขาจึงยอมพยักหน้าอย่างเชื่อฟังและเห็นด้วยกับคำพูดของหานโม่ "ท่านป้าเล็ก ระวังตัวด้วยขอรับ พวกท่านแม่ของข้าฝีมือร้ายกาจยิ่งนัก"
หานโม่นิ่งไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ก้มหน้ายิ้มให้หานเสี่ยวมู่บางๆ
“ท่านป้าเล็กของเจ้าก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน”
เมื่อเอ่ยจบหานโม่ก็เอื้อมมือไปลูบหัวของหานเสี่ยวมู่เบาๆเมื่อนางหันกลับมาก็พบว่าทั้งสองคนพุ่งเข้ามาอยู่เบื้องหน้านางแล้ว
จนถึงตอนนี้หานโม่ยังไม่คุ้ยเคยกับการใช้พลังลมปราณเลย นางจึงมองไม่ออกว่าระดับพลังลมปราณของจินซื่อนั้นไปถึงขั้นไหนแล้ว เมื่อครั้งที่ฝึกฝนอยู่ในป่าไร้วิญญาณหานโม่สัมผัสได้ว่าพละกำลังของตนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
บัดนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีทั้งของจินซื่อและหานซินแล้ว หานโม่จึงคิ้วขมวดหัวใจเต้นระรัว นางระงับพลังลมปราณทั้งหมดของตนเองเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์และไม่ยอมให้เล็ดลอดออกมาได้เลยแม้แต่นิดเดียว
แม้ว่าเวลานี้นางอยากจะใช้ลมปราณจัดการกับสองคนนี้มากแค่ไหนแต่จนกว่าจะถึงช่วงการประลองของตระกูล หานโม่จึงตั้งใจว่าจะไม่เปิดเผยความจริงเรื่องที่ว่านางสามารถฝึกฝนพลังลมปราณได้แล้วให้ใครรู้
ดังนั้นนางจึงทำเพียงแค่ยืนนิ่งๆหานโม่มองทั้งสองที่กำลังวิ่งตรงเข้ามาหาด้วยดวงตาที่ชั่วร้ายและยกมือขึ้นมาเตรียมสกัดกั้นการโจมตีของทั้งคู่ด้วยมือเปล่า
จินซื่อไม่รู้ว่าหานโม่นั้นแข็งแกร่งขนาดไหนพอเห็นว่าหานโม่สามารถสกัดกั้นการโจมตีของนางได้ก็เริ่มโจมตีอีกครั้งโดยไม่หยุดคิดเลย
แต่หานซินนั้นมีกระบวนการคิดไตร่ตรองมากกว่าจินซื่อ ครั้งก่อนที่หน้าประตูร้านขายเสื้อผ้านางถูกหานโม่จัดการไปแล้วหนหนึ่ง ทำให้นางรู้สึกถึงความพ่ายแพ้เป็นอย่างมากแต่หลังจากที่นางถูกหานโม่วางแผนตลบหลังจนนางสูญเสียความบริสุทธิ์ไปก็ยิ่งทำให้ความเกลียดชังของนางที่มีต่อหานโม่แทบจะระเบิดออกมานางจึงไม่เคยสืบหาอย่างรอบคอบว่ากระบวนท่าการเคลื่อนไหวเช่นนี้ของหานโม่มาจากไหน
หานซินมองหานโม่ที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาลุ่มลึกร่างกายของหานโม่ไม่มีพลังลมปราณไหลเวียนอยู่เลย นางยังคงเป็นคนไร้ค่าที่ไม่สามารถฝึกฝนได้อยู่เช่นเดิมเช่นนั้นแล้วนางไปเรียนรู้ทักษะเหล่านี้มาจากที่ใดกัน?
ตอนที่หานซินกำลังคิดใคร่ครวญอยู่นั้นจินซื่อกับหานโม่ก็ประมือกันจนผ่านไปแล้วกว่าสิบเพลง ระดับพลังยุทธ์ของจินซื่อคือเสวียนถูแม้ว่าจะเป็นระดับที่ไม่สูงมากแต่ในบรรดาคนตระกูลหาน ระดับพลังยุทธ์ของจินซื่อก็ถือว่าพอใช้ได้
แต่หานโม่กลับสามารถต่อสู้กับนางได้อย่างสูสีทั้งสองฝ่ายต่างสู้กันมาจนถึงตอนนี้ได้โดยที่หานโม่ไม่ใช้พลังลมปราณเลยแม้แต่น้อย เช่นนั้นทักษะของนางจะต้องล้ำลึกมากเป็นแน่
ความเกลียดชังกัดกร่อนไปถึงกระดูกอย่างรวดเร็วในดวงตาของหานซิน
บัดนี้หานโม่มีฝีมือมากขึ้นเรื่อยๆนางไม่อาจปล่อยให้หานโม่พัฒนาไปมากกว่านี้ได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้รอยยิ้มน่ากลัวก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหานซินสายตาของนางมองหานโม่ที่กำลังจดจ่ออยู่กับจินซื่อจนไม่ได้สนใจนางที่อยู่ทางด้านนี้เลย อีกทั้งยังปล่อยด้านหลังให้เผยจุดอ่อนแก่นางเช่นนี้อีกประกายสังหารพุ่งเข้าที่ด้านหลังของหานโม่ราวกับลูกศรแหลมคม
หานโม่ที่กำลังต่อสู้กับจินซื่อมองว่านี่ไม่ได้จัดว่าเป็นภัยคุกคามมากมายนัก แม้ว่านางจะตั้งสมาธิอยู่กับจินซื่อแต่นางก็ให้ความสนใจกับการกระทำของหานซินด้วยเช่นเดียวกัน
เมื่อได้เห็นรอยยิ้มอันน่ากลัวบนใบหน้าของหานซินหานโม่ก็เริ่มระแวดระวังตัวเองแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้นหานโม่ยังจงใจเผยช่องโหว่ของตัวเองต่อหน้าหานซินอีกด้วย
และไม่ผิดคาดหานซินฉวยโอกาสนี้ไว้ นางปล่อยให้จินซื่อเข้าไปโจมตีหานโม่เพื่อเป็นเหยื่อล่อ
ความเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากกายของหานโม่มุมปากยกยิ้มเย็นชาออกมาโดยไม่รู้ตัว
จินซื่อที่กำลังเผชิญหน้ากันกับหานโม่อยู่นั้นเมื่อได้เห็นสีหน้าเยือกเย็นของหานโม่ภายในจิตใจนางเกิดเป็นความตื่นตระหนกและหวาดกลัวเล็กๆโดยไม่มีสาเหตุ ทันใดนั้นการเคลื่อนไหวของนางก็ช้าลงโดยไม่รู้ตัว
หานโม่ไม่ได้สนใจที่จะจัดการจินซื่ออีก เมื่อเห็นว่าหานซินเริ่มเข้ามาใกล้ด้านหลังนางมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าในมือของนางมีมีดสั้นปรากฏขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด ความหนาวยะเยือกที่ด้านหลังของหานโม่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆหานโม่ลอบนับเลขในใจ ในขณะที่มีดสั้นของหานซินกำลังจะแทงถึงตัว นางก็หันกลับมาประจันหน้ากับหานซินในทันที
หานซินคิดไม่ถึงว่าอยู่ๆหานโม่จะหันกลับมาอย่างกะทันหันเช่นนี้แม้ว่าจะตกตะลึงแต่ก็ไม่อาจถอนมือกลับได้อีกแล้ว นางจึงเลือกที่จะแทงลงไปตรงหน้าอกของหานโม่ทันที
หานโม่ส่งเสียงหัวเราะในลำคอ นางคว้าข้อมือหานซินข้างที่ถือมีดแล้วจับบิดพลิกกลับโดยไม่เอ่ยคำพูดเลยแม้แต่คำเดียวทันใดนั้นหานซินก็กรีดร้องออกมาราวกับหมูถูกเชือดก็ไม่ปาน
"กรี๊ด......"
จินซื่อตกใจกับเสียงร้องของหานซิน ทั่วทั้งร่างแข็งทื่อไปทันที
หานโม่ชำเลืองมองจินซื่ออย่างเย็นชาและพูดอย่างไร้อารมณ์ "หากรู้จักดูทิศทางลมก็หลีกทางให้ข้า!"
เมื่อจินซื่อได้ยินคำพูดของหานโม่ร่างกายก็พลันสั่นสะท้านไปทั้งตัวนางรู้สึกอับอายขายหน้าเล็กน้อย จึงมองไปที่หานโม่พลางเหยียดคอเชิดตรงแล้วเอ่ยว่า “เจ้ายังกล้าบอกให้ข้าดูทิศทางลมอีกงั้นหรือ? หานโม่เสี่ยวมู่ของข้ามิได้มีปัญหาอันใดกับเจ้า เหตุใดเจ้าถึงต้องการทำร้ายเขาหรือ? เขาเป็นถึงหลานชายคนโตของตระกูลหาน!”
หานโม่ชำเลืองมองจินซื่อด้วยรอยยิ้มที่ราวกับไม่ยิ้ม "เจ้าตาบอดหรือ?"