2.ขุมทรัพย์ในบ้าน
หลังจากดื่มยาหงหนิงหรงก็นอนพักผ่อนต่ออีกเล็กน้อย ตื่นขึ้นมาก็เป็เวลาเย็นแล้วหลังทานอาหารและดื่มยาลงแล้ว เธอให้เสี่ยวเมิ่งช่วยประคอง สำรวจดูบ้านหลังนี้แม้จะไม่ใหญ่แต่ก็แบ่งออกเป็ห้องนอนสามห้อง ห้องรับแขกหนึ่งห้องและยังมีห้องหนังสือ ห้องครัว เป็บ้านที่ไม่ธรรมดาจริงๆ ตั้งกลางหุบเขาแบบนี้ที่บ้านหลังนี้นอกจากเธอและเสี่ยวเมิ่งแล้วยังมีทหารหน้าตาดุดันอีกหกนาย พวกเขาถูกส่งมาจากจวนอ๋องแต่ละคนท่าทางน่าเกรงขาม ดูแล้วคงมีพลังยุทธระดับสูงมาก มีสองคนเฝ้าหน้าห้องนอนเธออีกสองคนคนเฝ้าทางเข้า อีกสองคนเฝ้าหลังบ้านเสี่ยวเมิ่งบอกว่าเดิมทีท่านอ๋องตั้งใจจะส่งคนมาเฝ้ามากกว่านี้เพราะกลัวสัตว์อสูรจะบุกมาทำร้ายเธอแต่ถูกท่านแม่ทัพคัดค้านไว้ ให้เหตุผลว่าที่นี่มีกิเลนทองคุ้มครองอยู่แล้วซึ่งความจริงหนิงหรงเชื่อว่าท่านแม่ทัพก็แค่ขายขี้หน้าที่ตัวเองเป็พ่อกลับไม่ยอมส่งคนไปคุ้มกันลูกต้องให้ท่านอ๋องที่เป็ตาส่งคนไปดูแลแทน
หนิงหรงเห็นห้องรับแขกไม่ได้ใช้งานจึงให้ทำเป็ห้องนอนให้องค์รักษ์แบ่งกันนอน
ทหารทั้งหกคนเห็นคุณหนูฟื้นก็ต่างทำท่าประหลาดใจคุณหนูเรียกพวกเขาทุกคนมาพบ พวกเขานึกว่าคุณหนูจะหลับแบบนี้ ตลอดไปหรือไม่ก็เสียชีวิตลงในไม่ช้า ในสายตาพวกเขาเมื่อสบแววตาของคุณหนูขี้โรคร่างกายอ่อนแอแล้วพวกเขาต้องหลบตาแทบจะทันที แววตาของคุณหนูไม่ได้อ่อนแอเหมือนร่างกายเลยสักนิดมันกลับคมกล้า พร้อมสู้และท้าทายกับใครก็ตามที่กล้าหาเื่นาง พลังยุทธระดับแปดของพวกเขาคุณหนูก็เหมือนจะเมินเฉยไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัว พลังยุทธขั้นสูงนี้ต่อให้เป็คนธรรมดาก็ััได้
“ข้า หงหนิงหรงขอขอบคุณทุกท่าน ที่ให้ความคุ้มครองข้าเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา”เธอย่อกายคารวะคนทั้งหกอย่างจริงใจท่านอ๋องใส่ใจเธอมากจริงๆส่งทหารระดับสูงมาคุ้มกันเธอ
ทหารทั้งหกมีทีแตกตื่นโค้งคำนับกลับแทบไม่ทันพวกเขาไม่เคยได้รับการปฎิบัติเช่นนี้จากเ้านายมาก่อน พวกเขารับใช้ท่านอ๋องแม้จะเป็ทหารและเป็ผู้ฝึกยุทธระดับแปดและเก้าแต่พวกเขาก็ยังถือได้ว่าเป็ข้ารับใช้ไม่กล้ารับเกียรติคารวะจากคุณหนูซึ่งเป็หลานรักของท่านอ๋อง
“คุณหนูหงพวกเราไม่กล้ารับการคารวะจากท่านจริงๆพวกเรามาที่นี่เพราะเป็คำสั่งของท่านอ๋องเพียงทำตามหน้าที่เท่านั้นท่านไม่จำเป็ต้องเกรงใจพวกเราขนาดนั้น”นายทหารผู้หนึ่งกล่าวขึ้น
“ไม่ได้หรอก...ข้าเป็คนที่ถือคติว่าในยามยากลำบากผู้ใดที่ดีต่อข้าแม้เพียงเล็กน้อยข้าก็จะนับเป็บุญคุณอันใหญ่หลวง”เธอในชาติก่อนถือเื่บุญคุณเป็อย่างยิ่งชาตินี้ก็เช่นกัน ใครดีมาเธอดีตอบ ใครร้ายมาเธอจะร้ายยิ่งกว่า
“ความจริงแล้ว ข้าเป็แค่ขยะในตระกูลหงหนำซ้ำยังนอนป่วยอยู่บนเตียง พวกท่านไม่จำเป็ต้องมายืนยามก็ได้แต่ข้าได้ยินมาว่าพวกท่านกลับทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ข้ารู้สึกขอบคุณพวกท่านอย่างยิ่งโปรดรับการคารวะจากข้า ให้ข้าได้ตอบแทนพระคุณพวกท่านสักเล็กน้อย”เธอว่าพลางย่อคารวะคนทั้งหกอีกครั้งคราวนี้ทหารทั้งหกยังคารวะตอบกลับ แต่ไม่ปฏิเสธอีก
“พวกข้าเต็มใจทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว”ทหารทั้งหลายอดตื้นตันใจไม่ได้ เป็ครั้งแรกที่มีคนขอบคุณพวกเขาหลังจากนี้ไปพวกเขาจะดูแลคุ้มครองคุณหนูอย่างดีที่สุดด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่หน้าที่
“วันไหนที่ข้าได้มีโอกาสพบท่านอ๋องข้าจะช่วยพูดถึงความดีของพวกท่านให้มากๆตอบแทนที่ดูแลข้าอย่างดี”เธอให้คำมั่นสัญญาคนที่ดีกับเธอเธอจะดีตอบ
“ขอบคุณคุณหนู”ทหารทั้งหลายโค้งคารวะ
“ไปเถอะเย็นแล้วพวกท่านผลัดกันไปทานอาหารเถอะ เสี่ยวเมิ่งทำอาหารไว้ให้พวกท่านแล้ว”หงหนิงหรงบอกทหารทั้งหกแล้วก็ให้เสี่ยวเมิ่งประครองไปที่ห้องหนังสือ
ที่นี่สะอาดมาก แสดงว่าเสี่ยวเมิ่งขยันทำความสะอาดไม่เกียจคร้านแม้จะไม่มีคนคอยสั่งหรือตรวจสอบการทำงาน
“เสี่ยวเมิ่งเ้ามีพลังยุทธอยู่ระดับใด”เธออยากรู้ว่าคนใช้เล็กๆคนนึงในตระกูลใหญ่สมควรมีพลังยุทธ์ระดับใด
“เรียนคุณหนู”เสี่ยวเมิ่งทำท่าเขินอาย“ทุกคนเข้าใจว่าเสี่ยวเมิ่งมีพลังยุทธแค่ระดับสามซึ่งจัดอยู่ในระดับต่ำแต่ความจริงแล้วั้แ่สิบขวบเสี่ยวเมิ่งก้าวขึ้นสู่ระดับหกั้แ่ก่อนที่ฮูหยินจะแต่งเข้าตระกูลหงแล้วเ้าคะ”
“เ้าหมายความว่า...เ้าปกปิดเื่นี้มาตลอดหรือ”จากระดับล่างเป็ระดับกลางไม่ธรรมดาจริงๆสมควรที่นางจะเขินอาย
“เป็เช่นนั้นเ้าคะ”เสี่ยวเมิ่งว่าพลางทำท่าเขินอายเหมือนยังมีเื่ปิดบังอีก
“แล้วตอนนี้เ้าอยู่ระดับใด”ท่าทางของเสี่ยวเมิ่งชวนให้สงสัยจริงๆ
“เรียนคุณหนู ตอนนี้เสี่ยวเมิ่งก้าวขึ้นสู่ระดับเจ็ดแล้วเ้าคะ!”
“ระดับเจ็ด!”คราวนี้เป็หนิงหรงที่ตกตะลึง“ตามความเข้าใจข้าพลังยุทธระดับหนึ่งถึงสามเป็ระดับต่ำระดับสี่ถึงหกเป็ระดับกลางที่คนส่วนใหญ่มีกันถูกไหม แต่เ้าถึงกับก้าวขึ้นสู่ระดับเจ็ด!”ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ เด็กคนนี้เพิ่งอายุสิบห้าสิบหกปีกลับมีพลังยุทธระดับสูงแสดงว่านางต้องเป็อัจฉริยะแน่นอน “ทำไมเ้าถึงก้าวหน้าได้รวดเร็วถึงเพียงนี้เห็นได้ชัดว่าเ้าเป็คนใช้คนนึงเท่านั้นไม่ได้มีอาจารย์มาสั่งสอนหรือใครถ่ายทอดให้”
“ความจริงแล้วเสี่ยวเมิ่งได้ฮูหยินสั่งสอนมาเ้าคะก่อนฮูหยินเสียได้ให้คำแนะนำในการฝึกยุทธเพื่อก้าวขึ้นสู่ขั้นที่เจ็ดให้เสี่ยวเมิ่งไว้หลังจากฮูหยินเสีย เสี่ยวเมิ่งใช้เวลาไปเกือบสี่ปี ถึงจะก้าวขึ้นสู่ระดับเจ็ดได้ฮูหยินหวังจะให้เสี่ยวเมิ่งก้าวขึ้นสู่พลังยุทธระดับสูงเพื่อปกป้องคุณหนูเ้าคะ”เสี่ยวเมิ่งว่าพลางร้องไห้เมื่อพูดถึงฮูหยิน
เสี่ยวเมิ่งอะไรก็ดีหมดยกเว้นบ่น้ำตาแตกง่ายนี่ละ หงหนิงหรงกลอกตามองฟ้า “พอๆ เ้าหยุดร้องสักทีข้าปวดหัวไม่ชอบคนร้องไห้”เสี่ยวเมิ่งยกแขนเสื้อเช็ดน้ำตา หยุดร้องไห้ตามคำสั่ง“ในเมื่อเ้าก้าวขึ้นสู่ระดับสูงทำไมยังยอมทนอยู่กับข้าที่ไร้อนาคตหนำซ้ำยังอ่อนแอแบบนี้”แน่นอนว่าพลังยุทธระดับสูงไม่จำเป็ต้องมาเป็บ่าวชั้นต่ำในโลกที่ผู้คนยกย่องพลังยุทธ หนิงหรงคิดว่า ไม่ว่าคนธรรมดาหรือคนมีตระกูลล้วนอยากได้สะใภ้ที่มีพลังยุทธสูงๆจะได้คลอดลูกที่มีโอกาสฝึกยุทธได้ ยิ่งพลังยุทธสูงเท่าไหร่โอกาสที่ลูกเกิดมามีชีพจรฝึกยุทธได้ยิ่งมากขึ้น
“คุณหนู”เสี่ยวเมิ่งคุกเข่า“ชีวิตของข้าเป็ของฮูหยินหากไม่ได้ฮูหยินช่วยชีวิตเอาไว้เด็กไร้บ้านอย่างข้าคงอดตายข้างทาง ไม่มีโอกาสได้ฝึกยุทธแบบนี้หรอกเ้าคะดังนั้นข้าจึงตั้งใจใช้ชีวิตตอบแทนฮูหยิน เมื่อฮูหยินมีคุณหนูข้าก็ตั้งใจจะฝึกยุทธเพื่อปกป้องคุณหนูนะเ้าคะท่านอย่าไล่บ่าวไปไหนนะเ้าคะ”เสี่ยวเมิ่งเริ่มร้องไห้ฟูมฟายอีกแล้ว
“คนโง่”หนิงหรงว่าพลางวางมือเล็กๆบนบ่าสาวใช้ที่อายุมากว่าถึงสิบปี“เ้าดีกับข้าขนาดนี้ข้าจะไล่เ้าไปได้ยังไง เ้าลุกขึ้นเถอะ”แม้จะไม่ชอบคนร้องไห้แต่คราวนี้เธอก็ตำหนินิสัยชอบร้องไห้ของเสี่ยวเมิ่งไม่ลงจริงๆเสี่ยวเมิ่งลุกขึ้นยืนปาดน้ำตาออกจากหน้าวันนี้เสี่ยวเมิ่งร้องไห้บ่อยจนตาบวมหมดแล้ว “เ้าออกไปเถอะข้าอยากอยู่เงียบๆอ่านหนังสือ”
“แต่คุุณหนูยังไม่หายดีนะเ้าคะ”อดเป็ห่วงไม่ได้กลัวคุณหนูจะเป็ลมขึ้นมา
“ไม่เป็ไรเ้าไปเถอะหากผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้วเ้าค่อยมาดูข้าก็ได้ยกขนมมาให้ข้าด้วยก็ดีไปเถอะ”ครึ่งชั่วยามก็คือหนึ่งชั่วโมงในโลกเก่าที่เธอจากมา โชคดีที่เธอชอบอ่านนิยายจีนโบราณจึงพอมีความรู้เื่เวลาในสมัยโบราณอยู่บ้าง
“เ้าค่ะ”เสี่ยวเมิ่งยอมทำตามคำสั่งจุดตะเกียงให้คุณหนู เพราะฟ้าใกล้มืดแล้ว แม้ใจจะอยากอยู่ต่อ แต่เมื่อสบสายตาคุณหนูก็รู้สึกถึงความหนักแน่นในสายตาคู่นั้นที่ไม่ยอมให้ใครขัดคำสั่ง เสี่ยวเมิ่งปิดประตูห้องแล้วจากไป
ในห้องหนังสือของผู้เฒ่าหงหยางเซินเต็มไปด้วยหนังสือเรียงอัดแน่นเต็มกำแพง หนังสือมากมายจนน่าประหลาดใจว่าท่านผู้เฒ่าใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านกลางหุบเขามากกว่าที่ตระกูลหงหรือ...หนังสือแต่ละเล่มดูเก่าแก่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน
“ข้าละสงสัยจริงๆว่าท่านผู้เฒ่าที่ไม่เคยพบหน้าสะสมหนังสืออะไร”
หนิงหรงหยิบหนังสือที่ดูเก่าๆเล่มนึงขึ้นมา‘วรยุทธขั้นพื้นฐาน’ หนิงหรงทำตาโต เกิดความคิดว่าจะลองฝึกดูแต่หนังสือที่เหลือเป็หนังสือเกี่ยวกับอะไรนะหนิงหรงไม่รอช้าหยิบเล่มอื่นขึ้นมาดู ‘วิธีฝึกฝนร่างกายสำหรับผู้ฝึกยุทธ’เธอหยิบหนังสืออีกหลายเล่มขึ้นมาพบว่าหนังสือทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับการฝึกยุทธ ดูท่าแล้วที่นี่จะเป็คลังสมบัติของท่านผู้เฒ่าหงทุกอย่างที่เกี่ยวกับการฝึกยุทธไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพหงรู้หรือไม่ว่าบิดาตนเก็บสิ่งใดไว้ที่นี่หากรู้บางทีเขาอาจจะนึกเสียใจที่ส่งนางมา...
‘ฮึในที่สุดฟ้าก็เข้าข้างคนอย่างข้าสกุลหงเอ๋ย พวกเ้านับวันรอการล้างแค้นได้เลย!’
หนิงหรงหยิบหนังสือวรยุทธขั้นพื้นฐานขึ้นมาอ่านส่วนใหญ่กล่าวถึงวิธีการทำสมาธิเดินลมปราณทั่วร่าง ยังมีท่าทางฝึกยุทธต่างๆการหัดฝึกสายตา ฝึกการหลบหลีก ฝึกการโจมตีส่วนหนังสือฝึกฝนร่างกายสำหรับผู้ฝึกยุทธก็จะเป็พวกวิธีออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อแข็งแรง อย่างพวกวิ่งระยะไกล ยืนแบกถังน้ำใช้ฝ่ามือแทงลงไปในทรายเป็การฝึกฝ่ามือและนิ้วให้แข็งแรงยังมีวิธีมัดกระสอบทรายเล็กๆไว้กับแขนขา เผื่อฝึกกำลังเธอชอบวิธีสุดท้ายเคยได้ยินมาว่าแรกๆอาจจะไม่คุ้นชินแต่เมื่อนานไปใช้จนคล่องถอดถุงทรายออก ร่างกายจะว่องไวขึ้น
หนิงหรงลองตั้งสมาธิเดินลมปราณไปยังจุดชีพจรต่างๆทั่วร่างเหมือนในหนังสือโชคดีที่ในโลกก่อนเธอชอบนั่งสมาธิ สงบจิตใจ ดังนั้นการนั่งสมาธิเดินลมปราณจึงไม่ใช่เื่ยากมากนักที่สำคัญเธอมีสมองที่จดจำอะไรได้แม่นยำดังนั้นหลังจากเธอลองท่องจำจุดชีพจรบนร่างเธอก็จำได้แม่นยำ ส่งผลให้การเดินลมปราณไม่ใช่เื่ยากสำหรับเธอเธอพบว่าร่างนี้เดินลมปราณได้ราบรื่น ทว่าเชื่องช้าไร้พลัง เหมือนร่างกายที่บอบบางพลังชีวิตของร่างนี้แ่เบาจนแทบรู้สึกไม่ได้ ขณะค้นหาชีพจรฝึกยุทธในร่างเพื่อลองกระตุ้นดูแต่ยังไม่ทันได้พบ เธอกลับพบว่าในร่างกายเธอตามเส้นเืมีสีคล้ำมันลุกลามจากกระเพาะอาหารไปจนเกือบถึงหัวใจแต่เหมือนถูกอะไรสกัดเอาไว้ขณะที่บริเวณอื่นๆเส้นเืเป็สีแดงปกติ เธอลองเดินลมปราณไล่เืสีคล้ำออกทางปาก
“พรวด”กลิ่นคาวเืคุ้งไปทั่วเมื่อเธอกระอักเืออกมา แต่มันน่าตกตะลึงตรงที่เืของเธอเป็สีคล้ำมากกว่าที่เธอเห็นในชีพจรตอนหลับตา....ร่างกายนี้มีปัญหาใหญ่หลวงแล้ว
“ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“คุณหนูเกิดอะไรขึ้น”ทหารที่ตามมาเฝ้าหน้าห้องผลักประตูเข้ามาพวกเขาจมูกไวต่อกลิ่นเืจึงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งสองเดินเข้ามาใกล้ทำจมูกเหมือนได้กลิ่นอะไรก่อนจะมาหยุดตรงหน้ากองเืสีคล้ำ
“นั่นเืนั่น”หนึ่งในทหารสองคนใหน้าซีดเขามีรูปร่างผอมตัวเล็ก ผิวขาวเหลือง
“เืข้ามีปัญหาอะไร”คราวนี้เธอลางสังหรณ์ไม่ดีสีเืเธอมีปัญหาจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร นายทหารทั้งสองสบตากันก่อนคนนึงจะรายงานเสียงเครียด
“เืของคุณหนูมีพิษ!”คนตอบเป็ทหารคนที่ร่างกายกำยำผิวคล้ำรูปร่างสูงใหญ่บึกบึนหน้าตาน่าเกรงขาม
“ข้าโดนยาพิษงั้นเหรอ?”ไม่แน่ใจว่าเธอเข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายถูกไหม
ทหารทั้งสองสบตากันก่อนจะพยักหน้า“แต่ดูเหมือนยังไม่อันตรายมากนัก หักเืคุณหนูเปลี่ยนเป็สีดำถึงเวลานั้นคงตายไปแล้ว...ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นทำไมคุณหนูกระอักเื”ทหารตัวเล็กที่หน้าตาคล้ายคนร่างบึกบึนถาม
“ข้าลองเดินลมปราณตามหนังสือดู”ว่าพลางยื่นหนังสือให้คู่สนทนาทั้งสองมองหนังสือแล้วประหลาดใจที่คุณหนูผู้ร่างกายอ่อนแอจนเป็ที่เล่าลือทั้งเมืองหลวงคิดจะฝึกวรยุทธทั้งๆที่หมอทั้งหลายยืนยันว่านางร่างกายอ่อนแอเกินไปไม่เหมาะที่จะฝึกและได้ยินมาว่าตัวนางเองก็ไม่สนใจฝึกด้วย จึงถูกคนในตระกูลหงมองว่าเป็ขยะชิ้นนึง
“ข้าพบว่าในร่างข้ามีชีพจรแ่เบามากนอกจากนั้นยังพบเืสีคล้ำที่กระจายจากกระเพาะอาหารจนเกือบเข้าสู่หัวใจแต่น่าแปลกเหมือนถูกอะไรสกัดเอาไว้”
ทหารทั้งสองสีหน้าเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม
“แล้วข้าก็ลองเดินลมปราณไล่เืสีดำออกมาทางปากก็เลยกระอักเืออกมา”
“คุณหนูท่านรู้หรือไม่ว่าการเดินลมปราณขับเืเสียเป็เื่อันตรายมาก หากโคจรลมปราณผิดพลาดธาตุไฟเข้าแทรกได้หนำซ้ำอาจทำให้เืพิษพวกนี้กระจายไปทั่วร่าง”นายทหารร่างบึกบึนเตือนเสียงเครียด
“.....”ตอนนี้เธอก็เครียดแล้วเหมือนกันรีบหลับตาสำรวจเืพิษในร่างพบว่ามันถูกขับออกไปจำนวนหนึ่งและไม่กระจายออกไปเธอลืมตาขึ้น ถอนหายใจ “โชคดีที่เืพิษไม่กระจาย ข้าขับออกมาถูกวิธีแล้ว”
“คุณหนูท่านมีความมุ่งมั่น้าฝึกยุทธใช่หรือไม่”นายทหารร่างบึกบึนผิวคล้ำถามขึ้น
“ใช่ข้า้าฝึกยุทธ...ทำไม..ข้าฝึกไม่ได้หรือเืพิษนี่มีปัญหาหรือ”ถามเสียงเบาอย่างกลัวคำตอบ
“ตอนนี้ยัง...แต่ต้องรีบรักษาก่อนที่พิษจะเล่นสู่หัวใจ ไม่อย่างนั้นอาจจะสายเกินไป”
“ข้าจะไปหาหมอมาจากไหนพวกท่านก็เห็นว่าข้าถูกทิ้งไว้กลางหุบเขาที่มีแต่สัตว์อสูรขนาดเจ็บป่วยนอนไม่ได้สติยังไม่มีหมอสักคนมาตรวจอาการมีแต่ยาที่เสี่ยวเมิ่งเอามาด้วย”
นายทหารทั้งสองสบตากันยิ้มอย่างมีเลศั์“คุณหนูคิดว่าพวกเราหกคนถูกส่งมาเพื่อคุ้มกันคุณหนูเฉยๆหรือ”คนตัวเล็กถาม
“แล้วไม่ใช่หรือ”คราวนี้หงหนิงหรงงุนงง “คงไม่ใช่ว่าหนึ่งในพวกท่านมีคนรู้วิชาแพทย์นะ”ถ้าเป็อย่างนั้นคนที่เหลืออาจจะไม่ใช่แค่องครักษ์ธรรมดาๆแล้ว
“คุณหนูท่านฉลาดจริงๆ”คนตัวเล็กชม“ข้าจะไปตามคนมารักษาท่านเดี๋ยวนี้”เขารีบออกจากห้องไป
“พวกท่านหกคนนอกจากมีหน้าที่คุ้มครองข้าแล้วพวกท่านมีหน้าที่อะไรอีก”หันไปถามคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในห้องผิวคล้ำร่างบึกบึนตัวใหญ่
“ข้าจ้าวอี้หานถูกส่งมาเพื่อช่วยคุณหนูฟื้นฟู่ร่างกายให้แข็งแรงพร้อมสำหรับการฝึกยุทธ ข้าเป็ครูฝึกทหารของจวนอ๋องฮุ่ยขอรับส่วนคนเมื่อครู่คือจ้าวจื่อหานเป็ญาติผู้น้องของข้าน้อย จื่อหานถนัดวางแผนค่ายกล มีหน้าที่สอนเื่ค่ายกลให้คุณหนูคนที่จะมารักษาคุณหนูชื่อหวงเหวิน เป็หมอทหาร ถนัดเื่ยาพิษเขาจะสอนเื่ยาพิษให้คุณหนู สองคนที่เหลือมีหลิวอาน และเยี่ยนเฟยหลิวอานเป็คนซื่อ แต่มีพละกำลังมหาศาลเขาไม่ได้มีหน้าทีอะไรพิเศษนอกจากคุ้มกันคุณหนูและทุบทำลายทุกอย่างที่อาจเป็อันตรายต่อคุณหนู ส่วยเยี่ยนเฟยเขาเป็คนที่เก่งที่สุดในพวกเรา พลังยุทธเขาอยู่ในระดับเก้าท่านอ๋องบอกว่าในอนาคตเขาจะต้องขึ้นสู่ระดับสิบได้แน่นอนคนผู้นี้จะคอยสอนวรยุทธให้คุณหนู คนสุดท้ยคือเฉินอี้ ถนัดวิชาตัวเบาและ อาวุธลับเขาจะสอนทั้งสองอย่างให้คุณหนู”
คราวนี้เธอถึงกับอ้าปากค้างท่านอ๋องใส่ใจเธอมากจริงๆ ไม่เหมือนกับบิดาแท้ๆไม่เคยคิดอะไรเพื่อเ้าของร่างนี้เลยจริงๆ
“แต่หน้าที่สอนของพวกเราขึ้นอยู่กับว่าคุณหนูอยากเรียนหรือไม่เพราะเดิมทีคุณหนูเป็คนที่ไม่ชอบวรยุทธ ท่านอ๋องไม่อยากบังคับท่านแต่ท่านอ๋องคาดไว้ว่าหากคุณหนูฟื้นขึ้นมาบางทีความคิดอาจเปลี่ยนไปในเมื่อท่านเฉียดตายมาหนนึงแล้ว คงอยากรักษาชีวิตเอาไว้จึงอยากเรียนวรยุทธ”
“ท่านอ๋องปราชญ์เปรื่องนักท่านเดาได้ถูกต้องตอนนี้ข้า้าวรยุทธ ข้าจะไปให้ถึงระดับยอดยุทธเหยียบทุกคนที่รังแกข้าไว้ใต้เท้าให้หมด!”
จ้าวอี้หานมองท่าทางของหงหนิงหรงด้วยท่าทางพอใจศิษย์ที่มีความมุ่งมั่นเช่นนี้จึงคู่ควรแก่การสั่งสอนแต่ที่น่าแปลกก็คือคุณหนูผู้นี้ลักษณะท่าทาง การวางตัว การพูดจาแววตาไม่มีตรงไหนเหมือนคนนิสัยอ่อนแอ ไม่กล้าสู้คนเหมือนที่เล่าลือเลยสักนิดเว้นแต่ร่างกายของนางที่อ่อนแอ หากมีคนบอกว่าคุณหนูคนนี้ มีนิสัยเด็ดขาดพร้อมตีพร้อมต่อยคนเขายังจะเชื่อมากกว่า
“คุณหนูข้าพาหมอมาแล้ว”จ้าวจื่อหานกลับมาพร้อมกับทหาร ที่หน้าตาธรรมดาๆผิวคล้ำรูปร่างผอมบาง หน้าตาดูเมตตามีรอยยิ้ม แต่แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความดำมืดพร้อมลงมือฆ่าคนมากกว่า ดูเป็คนที่บุคลิดซับซ้อนพิกล
“ข้าน้อยหวงเหวินขอรับ”หวงเหวินโค้งคำนับคุณหนู “ขออนุญาตนะขอรับ”หวงเหวินท่าทางสุภาพแต่ไม่รู้ทำไมแววตาคู่นั้นชวนหนาวเยือกยิ่งตอนที่เขาก้มลงตรวจสอบเืบนพื้นของเธอ แววตายิ่งดำมืดหนักกว่าเดิม เขาใช้เข็มเงินจิ้มเืบนพื้นตรวจสอบกับเครื่องมือต่างๆอยู่ครู่นึง ก่อนจะจับชีพจรให้
“คุณหนู ดูเหมือนท่านจะได้รับพิษจากอาหารมาหลายปีแล้วแต่ท่านโชคดีที่มีคนสกัดพิษท่านไว้ทันก่อนมันจะลุกลามถึงหัวใจ”
“เหอะที่แท้ข้าก็ถูกวางยาพิษจริงด้วย”ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครมันโเี้ขนาดนั้นพวกบ้านอนุไงละ “ข้าได้ยินมาว่าท่านปู่ข้าเป็คนทะลวงชีพจรฝึกยุทธให้ข้าเป็ไปได้หรือไม่ว่าท่านจะเป็คนยับยั้งพิษให้ข้าด้วย เื่นี้เกิดขึ้นตอนข้าสามขวบ”
“มีความเป็ไปได้สูงมาก พิษของท่านเกือบเข้าสู่หัวใจแล้วโชคดีท่านผู้เฒ่าสกัดเอาไว้ได้ทัน แล้วท่านผู้เฒ่าก็ทะลวงเส้นชีพจรฝึกยุทธให้เพื่อยื้อท่านจากประตูผีวิธีนี้มีโอกาสสำเร็จต่ำมากทีเดียว คงเป็เพราะท่านยังไม่ถึงฆาตเลยรอดมาได้ พิษนี้ปกติให้ผู้อื่นเดินลมปราณขับพิษออกมาไม่ได้ต้องเป็คนถูกพิษใช้ลมปราณขับพิษออกมาเอง หรือใช้ยารักษา”หวงเหวิน เก็บอุปกรทดสอบพิษในมือ“วิธีขับพิษออกมาด้วยตัวเองใช้ได้กับคนที่ร่างกายแข็งแรงแบบผู้ฝึกยุทธเท่านั้นท่านผู้เฒ่าเสี่ยงทะลวงชีพจรให้ ยื้อท่านมาจากประตูผีได้ แต่ก็รักษาท่านให้หายขาดไม่ได้บางทีท่านผู้เฒ่าหงอาจจะไปตามหาตัวยามาช่วยรักษาท่านก็ได้”
คิดว่าอาจเป็ไปได้ที่ผู้เฒ่าไปหายารักษานางเขาถึงขั้นวางมือจากอำนาจในตระกูลออกท่องยุทธภพเลยนะ
“สรุปแล้วข้าต้องขับพิษเองใช่หรือไม่”
“ถูกต้อง แต่ว่าร่างกายของท่านต้องแข็งแรงมากกว่านี้เมื่อครู่ที่ท่านลองขับเืออกมาเองถึงแม้จะขับพิษออกมาได้ส่วนหนึง ตอนนั้นท่านโชคดีที่ไม่เกิดปัญหาขณะเดินลมปราณหาไม่แล้วพิษอาจจะกระจายไปทั่วร่างดังนั้นท่านต้องฟื้นฟูร่างกายก่อนแล้วพิษนี้จะกำจัดออกไปได้อย่างง่ายดาย”
“มันคือพิษอะไร”
“พิษนี้ชื่อพิษราตรีเงียบทำให้ผู้ถูกพิษตายอย่างสงบเหมือนคนนอนหลับ ไม่มีอาการทุรนทุรายสามารถฆ่าคนได้ในราตรีเดียว แต่ถ้าใช้อย่างเหมาะสม ทีละนิดๆจะทำให้คนถูกวางยามีร่างกายอ่อนแอ เหมือนคนขี้โรค หาสาเหตุไม่เจอ เมื่อพิษนี้เข้าสู่หัวใจก็จะค่อยๆหมดลมหายใจไปเองหมอทั่วไปไม่มีทางรู้ว่าป่วยเป็อะไร เว้นแต่หมอที่ฝึกยุทธถึงจะตรวจรู้ได้ในทันทีในกรณีของท่านถูกวางยามาั้แ่อยู่ในท้องมารดา”หวงเหวินดวงตาดำมืดเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“ใครกันนะลงมือได้โเี้นัก!”จ้าวจื่อหานกำหมัดแน่นฮูหยินฮุ่ยถูกวางยาตอนท้อง!
“เ้าจะบอกว่า แม่ข้าก็ถูกวางยาจนนางตายงั้นหรือ!”นี่มันโเี้เกินไปแล้ว จะฆ่าทั้งแม่ทั้งลูกเลยหรือ
“โชคดีที่ตอนนั้นฮูหยินแพ้ท้องหนักมากตลอดเวลาที่ตั้งครรภ์จึงทานอาหารไม่ได้มากนักส่วนใหญ่นางจึงทานแต่ผลไม้และขนมที่ข้าทำให้ไม่อย่างนั้นทั้งคุณหนูทั้งฮูหยินคงจากไปั้แ่ยังไม่คลอด”เสี่ยวเมิ่งก้าวเข้ามาในห้องพูดขึ้นสีหน้าโกรธแค้นรุนแรงมาก “ข้าสงสัยมาตลอดว่าทำไม ฮูหยินที่ร่างกายแข็งแรงพอคลอดคุณหนูร่างกายถึงอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนเสียชีวิต”
“ข้าจะรายงานเื่นี้ให้ท่านอ๋องทราบจะได้ล้างเเค้นให้ฮูหยินฮุ่ย”จ้าวอี้หานร่างบึกบึนกล่าวขึ้นพวกเขาหกคนที่ถูกส่งมาดูแลคุณหนูหงหนิงหรง ต่างอยู่ในจวนอ๋องมาั้แ่เด็กรู้จักฮูหยินฮุ่ยเป็อย่างดี ฮูหยินเป็คนจิตใจดีมีเมตตาต่อทหารและบ่าวไพร่เป็ที่รักของทุกคนในจวนอ๋อง
“ไม่ได้”หนิงหรงกล่าวขึ้น“ข้าจะลงมือเอง ข้าจะให้พวกเขามีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย!”
คำประกาศอย่างอวดโอ่อหังการ์นั้นไม่รู้ทำไมทุกคนในห้องถึงมีความเชื่อมั่นว่าคุณหนูผู้ร่างกายอ่อนแอผู้นี้จะทำได้อีกทั้งแววตาของนางเต็มไปด้วยความโกรธแค้นแบบผู้ผ่านโลกมามากไม่คล้ายเด็กน้อยสี่ขวบผู้อ่อนแอเลยสักนิด
“ก่อนอื่นข้าต้องมีร่างกายที่แข็งแรงก่อน นับั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไปข้าจะเรียนรู้ทุกอย่างเพื่อแก้แค้น!”เธอหันไปมองทหารทั้งสามคน“พวกท่านทุกคนเตรียมสอนทุกอย่างให้ข้า ข้า้าความรู้ทุกอย่าง!”
“ขอรับ”ทหารทั้งสามรับคำสั่งนอกเหนือจากอ๋องฮุ่ยแล้ว ตอนนี้พวกเขาก็ถือนางเป็เ้านายอีกคนนึง
“พวกท่านกลับไปเถอะข้าจะคุยกับจ้าวอี้หานต่อสักหน่อย”ทหารทั้งสองเดินจากไปเสี่ยวเมิ่งวางขนมและน้ำชาอุ่นๆให้ก่อนจะก้าวออกไปจากห้อง
“ท่านรู้หรือไม่หนังสือในห้องนี้ทั้งหมดเป็หนังสือเกี่ยวกับอะไร”หงหนิงหรงยิ้มเยือกเย็นแบบที่ขัดต่ออายุสีขวบและใบหน้าเด็กน้อย
“เป็...หนังสือฝึกยุทธทั้งหมดเลยหรือ”ถามอย่างไม่แน่ใจนักแต่เขาพอจะเดาออก เพราะหนังสือที่กองอยู่บนโต๊ะล้วนแล้วแต่เกี่ยวกับวรยุทธทั้งสิ้นคาดว่าที่เหลือคงไม่ต่างกัน ได้ยินมาว่าที่นี่คือบ้านของผู้เฒ่าหรงผู้ชื่นชอบการฝึกยุทธ และยังมีพันธะสัญญากับสัตว์อสูรกิเลนทองด้วยคนผู้นี้นับได้ว่าเป็ตำนานของ ดินแดนฮุ่ย
“ถูกต้อง”ดวงตานางเปล่งประกายเจิดจ้า“และข้าจะให้พวกเ้าทุกคนได้อ่านมันเช่นกัน...เพื่อตอบแทนที่พวกเ้าช่วยดูแลข้า!”
“ขอบคุณคุณหนู”แน่นอนว่าสมบัติของผู้เฒ่าหรงต้องช่วยให้วรยุทธพวกเขาก้าวหน้าได้แน่!ได้ยินมาว่าผู้เฒ่ามีสหายมากมายในยุทธพบได้เคล็ดลับฝึกยุทธมามากมายที่แท้มันก็มาอยู่ที่นี่หมด กลางป่าเขาที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้ามา