หลังจากนั่งอยู่ในรถไฟกว่า4วัน หลี่เฟิงก็เดินทางมาถึงเมืองเจิ้งโจว แต่เขาก็ต้องต่อรถไปอีกกว่าชั่วโมง กว่าจะถึงหมู่บ้านในตำบลหยาง ตลอดระยะเวลาการเดินทาง เขาได้แต่หวังว่า ลูกเมียเขาจะดีใจ ถ้าได้เห็นหน้าเขา เพราะจดหมายจากกองทัพฉบับที่ส่งมาที่บ้านก่อนหน้านี้นั้น ระบุว่าเขาเสียชีวิตในสนามรบ ส่วนที่ตัวเขาส่งกลับมาอีกฉบับที่บอกว่าเขาจะกลับมาระหว่างรักษาตัวเสร็จ แม่ของเขาคงจะบอกให้ครอบครัวเขาได้รู้แล้วว่า เขานั้นยังไม่ตาย
ลงจากรถประจำทางเสร็จแล้วก็เดินอีกกว่าครึ่งชั่วโมงก็ถึงหมู่บ้าน เดินไปจนถึงบ้านหลี่ เห็นมอเตอร์ไซค์คันใหม่ จอดอยู่ภายในบ้านก็แปลกใจ
" ผมกลับมาแล้วครับ" หลี่เฟิงเดินเข้าไปในบ้าน แต่ไม่เห็นวี่แววของครอบครัวของตนเลย ตอนนี้เป็่ปิดเทอม ลูกสาวเขาก็ควรจะอยู่บ้านสิ หรือ ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหน แต่ถึงจะออกไปเที่ยวเล่น แต่ภรรยาเขาล่ะ จะออกไปด้วยกันหรือ?
"แม่คับ ผมกลับมาแล้ว แล้วพวกหลานเอ๋อ แล้วก็ลูกๆผมล่ะครับออกไปที่ไหนกันหมด"หลี่เฟิงที่ยังไม่รู้สถานการณ์เอ่ยถามมารดาของตน
"หึ กลับมาก็ถามหานังพวกอกตัญญูพวกนั้นทำไม พวกมันสามแม่ลูก พอได้ข่าวว่าแกตาย ก็พากันออกไปตั้งนานแล้ว แถม....แถมยังเอาเงินค่าชดเชยที่ทางการส่งมาให้ไปหมด.....ไอ้พวกอกตัญญูพวกนั้น ...."
ย่าหลี่พอเห็นลูกชายคนเล็กที่มีแต่หลานสาว ไม่มีหลานชายไว้สืบสกุล ก็ไม่ค่อยจะชอบใจเท่าไหร่ ทั้งยังบอกว่าสามแม่ลูกเอาเงินค่าชดเชยของเขาไปหมด2,000หยวน
หลี่เฟิงใ ที่รู้ว่าลูกเมียของตนออกจากบ้านไปเป็เดือนแล้ว หลี่เฟิงรู้จักภรรยาตัวเองดี ไม่มีทางที่โจวชิงหลานจะเอาเงินทั้ง2,000หยวนไปจากแม่ของเขาได้หรอก
ย่าหลี่มีนิสัยอย่างใร เขาหรือจะไม่รู้ อีกอย่าง มอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ตรงนั้นก็บอกถึงเหตุผลของมันอยู่แล้ว ตัวเขาไม่ได้โง่
"แม่ แม่บอกผมมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น!!" หลี่เฟิงเริ่มโมโห ถามแม่ตน แต่ย่าหลี่ไม่ยอมตอบความจริง
"จะอะไรล่ะ พวกมันอกตัญญูไง หรือแกก็เป็เหมือนพวกมัน ที่จริงบ้านสามของแก ก็แยกบ้านไปแล้ว มีเอกสารเรียบร้อย ถ้าแกอกตัญญูเหมือนพวกมัน แกก็ไสหัวออกไปได้เลย" ย่าหลี่ด้วยความที่กลัวหลี่เฟิงจะรู้ ว่าเงินที่ได้มา2,000หยวนนั้น อยู่ที่ตัวเองถึง1,800หยวน จึงออกปากไล่ลูกคนเล็กของตน
หลี่เฟิงเป็ชายอกสามศอก มิใช่คนที่จะมาต่อล้อต่อเถียงกับไคร แถมอีกคนยังเป็แม่ของเขาอีกต่างหาก หลังจากที่แม่ของตนเอ่ยไล่แล้ว หลี่เฟิงจึงเดินออกมาจากบ้านทันที สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ ต้องตามหาลูกเมียของเขาก่อน
หลี่เฟิงเดินไปจนถึงบ้านของลุงเจิ้ง หัวหน้าของหมู่บ้าน ลุงเจิ้งทีแรกเห็นหลี่เฟิงก็ดีใจที่เขายังมีชีวิตอยู่ พร้อมกับเล่าเื่ราวทั้งหมดให้กับเขาฟัง ว่าสามแม่ลูกโดนไล่ออกจากบ้านยังไง สุดท้ายถึงได้เงินจากย่าหลี่ไปเพียงแค่200หยวน เหตุการณ์นี้ผ่านมาเป็เดือนแล้ว
หลี่เฟิงที่รู้อยู่แล้วว่าแม่เขาไม่ค่อยชอบใจที่เขาไม่มีลูกชายให้ แต่เขาก็กตัญญูมาตลอด เงินเดือนก็ส่งให้ทุกเดือนแทบไม่เหลือใช้ ยังดีที่เขาอยู่ในค่ายทหารไม่จำเป็ต้องใช้เงินทำอะไร แต่ก็คิดไม่ถึงว่า แม่บังเกิดเกล้า จะทำกับครอบครัวของเขาถึงขนาดนี้
เอ่ยขอบคุณลุงเจิ้งแล้ว หลี่เฟิงก็เดินออกจากหมู่บ้านไป เขาคิดจะไปตามหาครอบครัวที่บ้านเดิมของโจวชิงหลานก่อน
บ้านเดิมของโจวชิงหลานนั้นอยู่ที่ตำบลซาน กว่าหลี่เฟิงจะเดินมาถึงก็บ่ายคล้อยแล้ว
"มีไครอยู่ไหมครับ"หลี่เฟิงร้องเรียก
"เอ้าใครมาล่ะนั่น หวงเอ๋อ ไปดูซิ" ยายโจว แม่ของโจวชิงหลานบอกให้หลานชายคนเล็ก โจวหวง ไปเปิดประตู
"อาเขยมาครับย่า"โจวหวงเปิดประตูเห็นหลี่เฟิง จึงเชิญเข้ามาในบ้าน
หลี่เฟิงเล่าเื่ราวให้แม่ยายฟัง แล้วเอ่ยขอโทษที่ไม่ได้อยู่ดูแลลูกสาวของยายโจวให้ดี ยายโจวได้ฟังเื่ราวก็โกรธหลี่เฟิงมาก แต่ถึงยังไงก็ไม่ใช่เพราะหลี่เฟิงไม่ดี แต่ที่ไม่ดีคือทางบ้านหลี่ต่างหาก
"หลานเอ๋อ ไม่ได้กลับมาที่บ้านเลย เ้าต้องตามหาพวกเขาให้เจอนะ ไม่รู้ตอนนี้จะเป็ยังไงบ้างแล้ว...ฮึก"
ยายโจวที่ถึงแม้จะยากจน แต่ก็ไม่เคยที่จะลำเอียงกับลูกๆเลย ไม่ว่าลูกๆจะเป็หญิง หรือชาย บ้านโจวก็รักเท่ากันหมด"
"อาเขยคับ หรือว่าอาสอง จะไปหาอาสามในเมืองรึเปล่าครับ" โจวห้าวอายุ13 ปีนี้แล้ว พอจะรู้ความแล้วบ้าง ออกความเห็น
"งั้นผมขอออกไปหาชิงเทียนก่อนนะครับ แม่ยายไม่ต้องเป็ห่วง ยังไงผมก็จะตามหาหลานเอ๋อกับลูกๆให้เจอแน่นอนคับ"
"แล้วเ้าต้องส่งข่าวมาด้วยนะ ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็ยังไงกันบ้างแล้ว"
หลี่เฟิงรับคำ แล้วเดินออกจากบ้านโจว ไปขึ้นรถประจำทางเพื่อเดินทางเข้าเมืองเจิ้งโจว
.................................
ทางด้านสามแม่ลูก ตอนนี้กำลังจดบันทึกรายชื่อลูกค้าปิ่นโตกันอยู่ หลี่ชิงเหมยใช้วิธีป่าวประกาศในตอนที่ขายอาหารเช้าอยู่ว่า รับทำปิ่นโตอาหารกลางวัน โดยจะมีต้มเนื้อ1อย่าง จานผัดอีก2 อย่างพร้อมข้าวสวย ในราคาปิ่นโตเถาละ 30เฟินและจะต้องมัดจำปิ่นโต1หยวน แต่ถ้านำมาคืน ก็จะคืนเงินให้
จะนำปิ่นโตมาส่งให้ที่นี่ตอน 11โมง โดยลูกค้าจะต้องสั่งอย่างต่ำ6วัน ขึ้นไปเว้นวันอาทิตย์ จะเริ่มมื้อแรกในวันจันทร์หน้า
ตอนนี้มีลูกค้ามาสั่งกว่า30 คนแล้ว เพราะอาหารปิ่นโตนี่ ถ้าคิดๆดูแล้ว ราคาถูก และคุ้มเป็อย่างมาก
หลี่ชิงเหมย ช่วยกันจดรายละเอียดของลูกค้ากับหลี่หลิง แล้วยื่นกระดาษที่มีรายละเอียดของอาหารกลางวันให้ลูกค้าดูด้วย ว่าวันใหน จะมีอาหารอะไรบ้าง ถือเป็วิธีการค้าแบบใหม่ที่ไม่เคยมีในยุคนี้ทีเดียว
หลี่ชิงเหมยบอกกับโจวชิงเทียนและเหลียนอี้เฟยว่า อาทิตย์หน้าจะเพิ่มค่าแรงให้อีก3หยวน และทั้งคู่จะต้องนำปิ่นโตมาส่งให้ลูกค้าที่นี่อีกรอบในเวลา11โมง
มีหรือโจวชิงเทียนกับเหลียนอี้เฟยจะไม่ทำ ทั้งคู่ต่างก็รับคำด้วยความยินดี
.....................................