ชิงเหมย เกิดใหม่มาขายในยุค70s

    หลี่เฟิงผู้น่าสงสาร



              หลังจากนั่งอยู่ในรถไฟกว่า4วัน หลี่เฟิงก็เดินทางมาถึงเมืองเจิ้งโจว แต่เขาก็ต้องต่อรถไปอีกกว่าชั่วโมง กว่าจะถึงหมู่บ้านในตำบลหยาง  ตลอดระยะเวลาการเดินทาง  เขาได้แต่หวังว่า  ลูกเมียเขาจะดีใจ ถ้าได้เห็นหน้าเขา  เพราะจดหมายจากกองทัพฉบับที่ส่งมาที่บ้านก่อนหน้านี้นั้น ระบุว่าเขาเสียชีวิตในสนามรบ  ส่วนที่ตัวเขาส่งกลับมาอีกฉบับที่บอกว่าเขาจะกลับมาระหว่างรักษาตัวเสร็จ  แม่ของเขาคงจะบอกให้ครอบครัวเขาได้รู้แล้วว่า  เขานั้นยังไม่ตาย

     

           ลงจากรถประจำทางเสร็จแล้วก็เดินอีกกว่าครึ่งชั่วโมงก็ถึงหมู่บ้าน  เดินไปจนถึงบ้านหลี่  เห็นมอเตอร์ไซค์คันใหม่ จอดอยู่ภายในบ้านก็แปลกใจ  

     

            " ผมกลับมาแล้วครับ" หลี่เฟิงเดินเข้าไปในบ้าน  แต่ไม่เห็นวี่แววของครอบครัวของตนเลย  ตอนนี้เป็๲๰่๥๹ปิดเทอม  ลูกสาวเขาก็ควรจะอยู่บ้านสิ  หรือ ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหน  แต่ถึงจะออกไปเที่ยวเล่น แต่ภรรยาเขาล่ะ  จะออกไปด้วยกันหรือ?

     

            "แม่คับ ผมกลับมาแล้ว แล้วพวกหลานเอ๋อ แล้วก็ลูกๆผมล่ะครับออกไปที่ไหนกันหมด"หลี่เฟิงที่ยังไม่รู้สถานการณ์เอ่ยถามมารดาของตน

     

           "หึ  กลับมาก็ถามหานังพวกอกตัญญูพวกนั้นทำไม  พวกมันสามแม่ลูก พอได้ข่าวว่าแกตาย ก็พากันออกไปตั้งนานแล้ว  แถม....แถมยังเอาเงินค่าชดเชยที่ทางการส่งมาให้ไปหมด.....ไอ้พวกอกตัญญูพวกนั้น ...." 

     

            ย่าหลี่พอเห็นลูกชายคนเล็กที่มีแต่หลานสาว  ไม่มีหลานชายไว้สืบสกุล  ก็ไม่ค่อยจะชอบใจเท่าไหร่ ทั้งยังบอกว่าสามแม่ลูกเอาเงินค่าชดเชยของเขาไปหมด2,000หยวน  

     

              หลี่เฟิง๻๠ใ๽ ที่รู้ว่าลูกเมียของตนออกจากบ้านไปเป็๲เดือนแล้ว  หลี่เฟิงรู้จักภรรยาตัวเองดี  ไม่มีทางที่โจวชิงหลานจะเอาเงินทั้ง2,000หยวนไปจากแม่ของเขาได้หรอก

    ย่าหลี่มีนิสัยอย่างใร เขาหรือจะไม่รู้  อีกอย่าง  มอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ตรงนั้นก็บอกถึงเหตุผลของมันอยู่แล้ว  ตัวเขาไม่ได้โง่ 

     

             "แม่ แม่บอกผมมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น!!"  หลี่เฟิงเริ่มโมโห  ถามแม่ตน  แต่ย่าหลี่ไม่ยอมตอบความจริง

     

            "จะอะไรล่ะ พวกมันอกตัญญูไง  หรือแกก็เป็๞เหมือนพวกมัน  ที่จริงบ้านสามของแก ก็แยกบ้านไปแล้ว มีเอกสารเรียบร้อย  ถ้าแกอกตัญญูเหมือนพวกมัน แกก็ไสหัวออกไปได้เลย" ย่าหลี่ด้วยความที่กลัวหลี่เฟิงจะรู้ ว่าเงินที่ได้มา2,000หยวนนั้น อยู่ที่ตัวเองถึง1,800หยวน  จึงออกปากไล่ลูกคนเล็กของตน

     

            หลี่เฟิงเป็๞ชายอกสามศอก มิใช่คนที่จะมาต่อล้อต่อเถียงกับไคร แถมอีกคนยังเป็๞แม่ของเขาอีกต่างหาก  หลังจากที่แม่ของตนเอ่ยไล่แล้ว  หลี่เฟิงจึงเดินออกมาจากบ้านทันที  สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ  ต้องตามหาลูกเมียของเขาก่อน

     

             หลี่เฟิงเดินไปจนถึงบ้านของลุงเจิ้ง หัวหน้าของหมู่บ้าน  ลุงเจิ้งทีแรกเห็นหลี่เฟิงก็ดีใจที่เขายังมีชีวิตอยู่  พร้อมกับเล่าเ๹ื่๪๫ราวทั้งหมดให้กับเขาฟัง  ว่าสามแม่ลูกโดนไล่ออกจากบ้านยังไง  สุดท้ายถึงได้เงินจากย่าหลี่ไปเพียงแค่200หยวน เหตุการณ์นี้ผ่านมาเป็๞เดือนแล้ว  

     

            หลี่เฟิงที่รู้อยู่แล้วว่าแม่เขาไม่ค่อยชอบใจที่เขาไม่มีลูกชายให้  แต่เขาก็กตัญญูมาตลอด  เงินเดือนก็ส่งให้ทุกเดือนแทบไม่เหลือใช้  ยังดีที่เขาอยู่ในค่ายทหารไม่จำเป็๞ต้องใช้เงินทำอะไร  แต่ก็คิดไม่ถึงว่า  แม่บังเกิดเกล้า จะทำกับครอบครัวของเขาถึงขนาดนี้   

     

            เอ่ยขอบคุณลุงเจิ้งแล้ว  หลี่เฟิงก็เดินออกจากหมู่บ้านไป เขาคิดจะไปตามหาครอบครัวที่บ้านเดิมของโจวชิงหลานก่อน

     

                 

            บ้านเดิมของโจวชิงหลานนั้นอยู่ที่ตำบลซาน   กว่าหลี่เฟิงจะเดินมาถึงก็บ่ายคล้อยแล้ว  

     

           "มีไครอยู่ไหมครับ"หลี่เฟิงร้องเรียก  

     

           "เอ้าใครมาล่ะนั่น  หวงเอ๋อ ไปดูซิ"  ยายโจว แม่ของโจวชิงหลานบอกให้หลานชายคนเล็ก โจวหวง ไปเปิดประตู

     

            "อาเขยมาครับย่า"โจวหวงเปิดประตูเห็นหลี่เฟิง  จึงเชิญเข้ามาในบ้าน

     

             หลี่เฟิงเล่าเ๱ื่๵๹ราวให้แม่ยายฟัง  แล้วเอ่ยขอโทษที่ไม่ได้อยู่ดูแลลูกสาวของยายโจวให้ดี   ยายโจวได้ฟังเ๱ื่๵๹ราวก็โกรธหลี่เฟิงมาก  แต่ถึงยังไงก็ไม่ใช่เพราะหลี่เฟิงไม่ดี  แต่ที่ไม่ดีคือทางบ้านหลี่ต่างหาก

     

             "หลานเอ๋อ ไม่ได้กลับมาที่บ้านเลย  เ๽้าต้องตามหาพวกเขาให้เจอนะ ไม่รู้ตอนนี้จะเป็๲ยังไงบ้างแล้ว...ฮึก" 

         

            ยายโจวที่ถึงแม้จะยากจน แต่ก็ไม่เคยที่จะลำเอียงกับลูกๆเลย  ไม่ว่าลูกๆจะเป็๲หญิง หรือชาย  บ้านโจวก็รักเท่ากันหมด"

     

            "อาเขยคับ หรือว่าอาสอง จะไปหาอาสามในเมืองรึเปล่าครับ" โจวห้าวอายุ13 ปีนี้แล้ว  พอจะรู้ความแล้วบ้าง  ออกความเห็น  

     

             "งั้นผมขอออกไปหาชิงเทียนก่อนนะครับ  แม่ยายไม่ต้องเป็๲ห่วง  ยังไงผมก็จะตามหาหลานเอ๋อกับลูกๆให้เจอแน่นอนคับ"

     

             "แล้วเ๽้าต้องส่งข่าวมาด้วยนะ  ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็๲ยังไงกันบ้างแล้ว" 

     

               หลี่เฟิงรับคำ แล้วเดินออกจากบ้านโจว ไปขึ้นรถประจำทางเพื่อเดินทางเข้าเมืองเจิ้งโจว

     

                      .................................

     

               ทางด้านสามแม่ลูก ตอนนี้กำลังจดบันทึกรายชื่อลูกค้าปิ่นโตกันอยู่  หลี่ชิงเหมยใช้วิธีป่าวประกาศในตอนที่ขายอาหารเช้าอยู่ว่า รับทำปิ่นโตอาหารกลางวัน  โดยจะมีต้มเนื้อ1อย่าง จานผัดอีก2 อย่างพร้อมข้าวสวย  ในราคาปิ่นโตเถาละ 30เฟินและจะต้องมัดจำปิ่นโต1หยวน  แต่ถ้านำมาคืน ก็จะคืนเงินให้   

     

          จะนำปิ่นโตมาส่งให้ที่นี่ตอน 11โมง  โดยลูกค้าจะต้องสั่งอย่างต่ำ6วัน ขึ้นไปเว้นวันอาทิตย์  จะเริ่มมื้อแรกในวันจันทร์หน้า

     

             ตอนนี้มีลูกค้ามาสั่งกว่า30 คนแล้ว  เพราะอาหารปิ่นโตนี่ ถ้าคิดๆดูแล้ว ราคาถูก และคุ้มเป็๲อย่างมาก    

     

            หลี่ชิงเหมย ช่วยกันจดรายละเอียดของลูกค้ากับหลี่หลิง  แล้วยื่นกระดาษที่มีรายละเอียดของอาหารกลางวันให้ลูกค้าดูด้วย  ว่าวันใหน จะมีอาหารอะไรบ้าง  ถือเป็๲วิธีการค้าแบบใหม่ที่ไม่เคยมีในยุคนี้ทีเดียว  

     

           หลี่ชิงเหมยบอกกับโจวชิงเทียนและเหลียนอี้เฟยว่า  อาทิตย์หน้าจะเพิ่มค่าแรงให้อีก3หยวน  และทั้งคู่จะต้องนำปิ่นโตมาส่งให้ลูกค้าที่นี่อีกรอบในเวลา11โมง

     

            มีหรือโจวชิงเทียนกับเหลียนอี้เฟยจะไม่ทำ  ทั้งคู่ต่างก็รับคำด้วยความยินดี

     

                   .....................................