กังหลงเห็นร่างสัตว์อสูรัภูผานอนตะแคงสิ้นชีพั์ตาเหลือกค้าง ตำแหน่งรักแร้แดงอันเป็จุดอ่อนมีกระบี่ปักจมอยู่จนมิดด้ามเืไหลเจิ่งนองเป็แอ่งเล็กน้อย ก่อนหน้านี้กังหลงยังกังวลว่าจะจัดการร่างนี้อย่างไรเพราะความเป็จริงแล้วสัตว์อสูรัภูผาเป็สัตว์ที่มีิัแข็งแกร่งดุจเหล้กกล้ายากที่อาวุธธรรมดาจะระคายผิวได้ แต่ยามนี้กลับสิ้นชีพด้วยกระบี่เล่มกระจ้อยร่อยเล่มนี้ กังหลงดึงกระออกมาสังเกตุว่าตัวกระบี่มีลักษณะเป็สีส้มอมฟ้าระยิบระยับคล้ายเคยเห็นลักษณะแบบนี้มาจากที่ใดแต่ตอนนี้นึกไม่ออก
กังหลงมองดูเวลาั้แ่ัภูผาสิ้นชีพบัดนี้ผ่านมาเกือบหนึ่งในสามของครึ่งชั่วยาม กังหลงเลิกสนใจที่มาของกระบี่ รีบใช้กระบี่จัดการกับซากร่างัภูผาทันทีเพราะหากเวลาล่วงเลยนานไปคงต้องสูญเสียสิ่งล้ำค่านี้ไปอย่างน่าเสียดายแน่
กระบี่คมกริบเฉือนร่างัภูผาดุจฟันหยวก ไม่นานก็พบเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุขนาดเท่าไข่ไก่เม็ดหนึ่งฝังอยู่ตำแหน่งคอหอยซึ่งเป็ตำแหน่งจักระสายฟ้า เม็ดพลังนี้เมื่อเอาออกมาจากร่างเืเนื้อต้องรีบกลืนกินเพื่อย่อยสลายภายในยี่สิบลมหายใจ ไม่สามารถเก็บไว้ได้นานกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเม็ดพลังจะละลายสลายหายไปกับสายลม กังหลงครุ่นคิด
"ไม่ทราบสตรีงามนางนั้น้าสิ่งใดจากสัตว์อสูรัภูผา แต่เวลานี้ไม่อาจรอจนนางฟื้นคืนสติมาได้ ไม่เช่นนั้นเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุก็จะสลายไปนับว่าน่าเสียดายยิ่ง เห้อ..! ข้าต้องรีบกลืนกินก่อนเพื่อไม่ให้เม็ดพลังต้องสูญสลายไปกับสายลม การทำเช่นนี้ของข้าคงไม่ถือว่าเป็การฉวยโอกาสหรอกนะ อย่างไรข้าก็เป็คนช่วยนางไว้ รอนางฟื้นคืนสติมาค่อยบอกกล่าวเหตุผลกับนางก็แล้วกัน"
คิดได้ดังนั้นกังหลงรีบหยิบเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุขนาดเท่าไข่ไก่เข้าปากกลืนกินทันทีทันทีที่เม็ดพลังแตะลิ้น เม็ดพลังได้ละลายกลายเป็น้ำอุ่น ๆมีรสหอมหวานไหลลงสู่ลำคอทันที กังหลงยังไม่สนใจดูดซึมพลังเ่าั้เข้าสู่กระแสลมปราณเพราะไม่รู้ว่าจะใช้เวลาในการดูดซึมนานปานใด
เวลานี้ต้องรีบเร่งจัดการกับซากอันล้ำค่าของัภูผาก่อน กังหลงเสาะหาภาชนะที่จะใส่ชิ้นส่วนของัภูผาสำรวจดูในแหวนมิติมีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่เหมาะสามารถเก็บรักษาคงสภาพของวัตถุสิ่งของไม่ให้เสื่อมสลายได้
เมื่อเป็เช่นนั้นกังหลงรีบตัดแบ่งร่างมหึมาของัภูผาเป็ชิ้นส่วนย่อยๆ ทั้งเขา เขี้ยว เล็บ เนื้อ หนังกระดูก และโลหิตนอกจากอุจจาระแล้วทุกชิ้นส่วนของัูเาล้วนถูกเก็บไปจนหมดสิ้น แม้แต่แอ่งเืกังหลงก็ตักจนแห้งขอดเมื่อจัดการเสร็จสิ้นกินเวลาไปเกือบครึ่งชั่วยามกังหลงปาดเหงื่อบนใบหน้าเช็ดล้างกระบี่เสร็จสิ้นเตรียมจะเข้าไปดูอาการของสตรีชุดเหลืองว่าเป็เช่นไร
"นี่ก็จวนจะครบครึ่งชั่วยามแล้วไม่ทราบว่านางฟื้นคืนสติแล้วยังคงต้องรีบเข้าไปดูแล้ว "
กังหลงพึมพำเสร็จหันกายกลับเงยหน้ามองไปที่ปากถ้ำเพื่อจะรีบเข้าไปดูสตรีงามชุดเหลืองแต่ต้องชะงักงันในทันที !! บัดนี้ที่ปากถ้ำได้ยืนพิงไว้ด้วยสตรีงามเลิศล้ำร่างอรชรอ้อนแอ้นชุดเหลืองสองมือกอดอกสายตางามใสกระจ่างดุจบึงน้ำไร้ระลอกกำลังจ้องมองมาที่กังหลงด้วยอาการสงบ..
กังหลงยิ้มแหยรีบเดินเข้าไปหาสตรีงามที่ยืนอยู่ปากถ้ำ บัดนี้นางได้สวมผ้าปิดหน้าไว้ดังเดิมแล้วเพียงมองเห็นดวงตาอันสวยซึ้งดุจดวงดาวจรัสแสงบนฟากฟ้ายามราตรีมองสบตาอันสวยใสสงบเรียบพร้อมกับพูดขึ้น
"แม่นาง..ท่านดีขึ้นแล้วต้องขออภัยด้วยที่ข้าจัดการกับซากร่างสัตว์อสูรัภูผาก่อน..เอ่อ....ท่านคงไม่ตำหนิข้า…ข้าเห็นท่านหมดสติและ้าพักผ่อนจึงออกมาจัดการด้านนอกเพียงลำพัง เพราะกลัวว่าหากปล่อยไว้เนิ่นนานจะสูญเสียสิ่งต่าง ๆ ไปสิ้น "
" ข้าเทียนกัง .....ไม่ทราบแม่นาง คือ...? "
กังหลงครุ่นคิดครู่หนึ่งและบอกชื่อออกไปการเพิ่งพบเจอคนแปลกหน้า ไม่ควรเปิดเผยจนหมดสิ้น
"หลานสวี่"....... "ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือ"
สุ้มเสียงใสไพเราะเพราะพริ้งชวนเคลืบเคลิ้มแ่เบาเอ่ยออกมา
"แม่นางหลานสวี่..คงไม่ต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสองัภูผา อย่างไร้สาเหตุกระมัง"
กังหลง กล่าวพร้อมทอดถอนใจมองไปรอบๆ บริเวณที่แหลกราญด้วยพลังระดับราชันย์ หลานสวี่เดินออกมาช้า ๆ พร้อมกล่าว
"ข้าสืบเสาะมาว่าสัตว์อสูรัภูผาตัวนี้ปกครองเหล่าสัตว์อสูรในเขตเทือกเขาชั้นที่สองมาหลายร้อยปีและกำลังเฝ้าเม็ดพลังธาตุสายฟ้าที่โตเต็มวัย ข้ามีธาตุประจำตัวคือธาตุสายฟ้าจึง้าเม็ดพลังธาตุสายฟ้ามาเสริมธาตุตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น "
"เดิมทีคิดว่าสามารถต่อสู้และขับไล่ัภูผาออกไปจากสถานที่กำเนิดเม็ดพลังธาตุสายฟ้าได้แต่ไม่คาดคิดว่ามันเคยกลืนกินเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุซึ่งสามารถสร้างปีกฟ้าวายุคำรณขึ้นมาได้ยามตื่นใที่เห็นัภูผาสำแดงปีกฟ้าวายุคำรณออกมา เลยต้องเสี่ยงตัดสินใจกระทันหันรีบจู่โจมเพื่อสังหารก่อนที่สัตว์อสูรัภูผาจะทันผนึกพลังผสานกับปีกฟ้าวายุคำรณสำเร็จ "
"หากแม้นัภูผาผสานกำลังกับปีกฟ้าวายุคำรณสำเร็จพลังัจะพุ่งเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวอีกทั้งคุณสมบัติของปีก จะสำแดงได้เต็มที่ถึงตอนนั้นข้าคงยากจะต่อกรและคงยากจะหนีเอาชีวิตรอดได้คงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เป็แน่แท้ ดีที่สัตว์อสูรตัวนี้ไม่มีปัญญาเทียบเท่ามนุษย์หรืออาจเป็เพราะมันคงเพิ่งกลืนกินเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุเข้าไปเพียงไม่นาน"
"หาไม่แล้วหากมันแอบผสานพลังเตรียมพร้อมไว้ก่อนคงยากจะกล่าวถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้ ดีที่ข้าเสี่ยงตัดสินใจถูก รีบทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อสังหารมันก่อนแต่พลังดิ้นรนก่อนตายของัภูผาช่างรุนแรงยิ่งแม้ข้าสำแดงพลังระดับราชันย์ออกมาทั้งหมดพร้อมทั้งสร้างม่านพลังป้องกันอันแข็งแกร่งไว้สามชั้นแต่ไม่วายยังถูกหางมันฟาดทำลายจนม่านพลังทั้งสามชั้นแตกสลายไปสิ้น หากแม้นไม่สำแดงพลังระดับราชันย์ออกมาทั้งหมดทั้งไม่มีม่านพลังรองรับพลังไว้ก่อนร่างกายข้าคงแหลกเหลวไปแล้ว"
"แม้นมีม่านพลังป้องกันทั้งสามชั้นช่วยลดแรงโจมตีลงจนเกือบหมดแต่พลังโจมตีที่ได้ข้าได้รับ ถึงกับทำให้ข้าหมดสติไปขณะนั้นจนปัญญาไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้อีก ด้วยแรงเหวี่ยงที่ยังไม่หมดสิ้นนั้นหากคุณชายเทียนกังไม่ช่วยข้าไว้ร่างของข้าคงกระแทกเข้ากับศิลาผาจนแหลกเหลวไปเช่นกัน"
หลานสวี่กล่าวด้วยเสียงอันเพราะพริ้งนุ่มนวลชวนเคลิบเคลิ้มพร้อมสายตาอ่อนโยนอันบ่งบอกถึงความซาบซึ้งในการช่วยเหลือ และกล่าวต่อว่า
"ในส่วนของเม็ดอสูรธาตุสายฟ้าวายุและซากัภูผาถือเป็วาสนาของคุณชายเทียนกังท่านไม่ต้องกังวล หากแม้นไม่มีท่าน ชีวิตของข้าก็ไม่อาจอยู่มาจนถึงบัดนี้และสิ่งเ่าั้ข้าก็ไม่อาจได้มาเช่นกันส่วนซากัภูผาก็ไม่มีความจำเป็สำหรับข้าหลานสวี่แม้แต่น้อย"
กังหลงประทับใจและนิยมในนิสัยที่เปิดเผยของหลานสวี่เป็ยิ่งนักด้วยรูปลักษณ์อันงดงามหาใดเปรียบ น้ำเสียงนุ่มนวลชวนเคลิบเคลิ้มนิสัยที่เปิดเผยเหล่านี้ล้วนสลักลึกลงในใจยากลืมเลือน กังหลงกล่าวว่า
"ตอนนี้ไม่มีสิ่งใดสำแดงพลังระดับราชันย์ออกมาอีก จากร่องรอยต่าง ๆ ถ้ำแห่งนี้น่าจะเป็ที่อาศัยของัภูผาเม็ดพลังธาตุสายฟ้าก็น่าจะอยู่ในถ้ำนี้เช่นกัน ข้าจะช่วยแม่นางหลานสวี่ค้นหาอีกแรงเพื่อเป็การตอบแทนความใจกว้างที่แม่นางมอบซากัภูผาให้แก่ข้า"