สามวันมานี้ คุณชายยองกีกำลังอยู่ในอารมณ์ที่ขุ่นมัวเป็อย่างมาก เพราะเขารู้สึกว่าการที่ฮายอนสามารถมีชื่อเสียงโด่งดังได้ก็เป็เพราะว่านางเปลี่ยนจากสตรีสติฟั่นเฟื่อนกลายเป็หญิงอัจฉริยะมากความสามารถ แต่ตอนนี้ เขารู้สึกจริงๆ แล้วว่าสตรีเช่นนี้ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ล้วนโดดเด่นเป็สง่า นางเกิดมาก็เพื่อเป็เหมือนสมบัติล้ำค่าที่ผู้คนต้องชื่นชม
“ได้ยินมาว่ามีคนโง่บางคน โยนเพชรเม็ดงามทิ้ง อย่างนั้นหรือ องครักษ์ซอง” องค์ชายสามพูดกับองครักษ์ ด้วยน้ำเสียงค่อนข้างดัง แกมเย้ยหยัน เพื่อให้ใครบางคนได้ยิน
“กระหม่อม ก็ได้ยินเค้าลือกันเช่นนั้นพะยะค่ะ” องครักษ์ซอง ส่ายศีรษะ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างมิถือเป็เื่ใหญ่อันใด
“หากข้าเป็คนผู้นั้น คงได้กลั้นใจตายเป็แน่ ฮ่าๆๆๆ” องค์ชายสามแอบลอบยิ้ม เมืองเล็กๆ อย่างเมืองแพ็กเจ นี้หาได้อยู่ในสายตาของเขาไม่
“ควรจะต้องตรวจสอบเสียหน่อยแล้ว เกี่ยวกับอดีตทั้งหมดของสตรีผู้นั้น” องค์ชายสามหรี่ตาลงเล็กน้อย คนที่เขาอยากได้ จะต้องเอามาให้ได้
แน่นอนว่าคุณหนูยองอึน ซึ่งนั่งอยู่ข้างองค์ชายสามก็รับรู้ถึงความ้าของเขาได้ แต่ว่านางมิอยากแสดงท่าทีอันใดออกไป ด้วยกลัวว่าสถานะที่นางเป็อยู่ตอนนี้จะยิ่งแย่ลงไปอีก นางจะไม่ยอมยกชายผู้นี้ให้ใคร สตรีหน้าไหนกล้าเข้ามาแทรกกลางระหว่างนางกับองค์ชายสาม นางจะไม่ปล่อยไว้เป็แน่
สำหรับเสียงหัวเราะขององค์ชายสาม คุณชายยองกีซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกล ทำได้เพียงแค่ส่งเสียงหึในลำคอกลับไป เมื่อได้ยินบทสนทนาของฝั่งตรงข้าม แน่นอนว่าเขาเองก็เข้าใจว่าที่องค์ชายสามพูดมานั้นหมายถึง เขาผู้นี้
เขาลอบกำหมัดแน่น เขาเองก็รู้สึกว่าตนเองทำพลาดอย่างใหญ่หลวงแล้ว แต่ว่าเื่มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ไม่มีทางถอยหลังกลับอีก ต่อให้เขาจะรู้สึกไม่ยินยอมหรือเสียดายถึงเพียงใด ที่มอบหยกสลักรูปดอกบัวคืนให้กับตระกูลซอ ทำให้คุณหนูเล็กแห่งตระกูลซอนั้นเป็อิสระจากการหมั้นหมาย เขาคงต้องขอราชโองการจากองค์จักรพรรดิอีกคราเสียแล้ว
หยกสลักรูปดอกบัวที่แขวนไว้ตรงเอวของนางแกว่งไปมาอย่างเด่นชัด สามวันมานี้ ทุกครั้งที่นางขึ้นไปยืนอยู่บนลานแข่ง หยกสลักรูปดอกบัวนั้นก็ล้วนเป็ที่ประจักษ์แก่สายตาผู้คนทั้งหมด ไม่มีใครซุบซิบนินทาถึงเื่ที่ตระกูลซอถูกถอนหมั้น และยิ่งไม่มีใครเยาะเย้ยพวกเขา แต่กลับกันผู้คนต่างหันมาเย้ยหยันตระกูลอี ของคุณชายอียองกีแทน ที่พลาดโอกาสได้เพชรเม็ดงามไป
เหล่าบุรุษชนชั้นสูงจำนวนมากมีสีหน้าดีอกดีใจ พวกเขาล้วนชื่นชอบสถานะตอนนี้ของซอฮายอนที่ไร้ซึ่งคู่ครอง แสดงว่าไม่ว่าใครก็ล้วนมีโอกาส
ที่นี้มีประเพณีอย่างหนึ่งคือสตรีทุกคนที่ยังมิได้หมั่นหมายจะแขวนป้ายหยกสลักรูปดอกบัวเอาไว้ และบุรุษทุกคนที่ยังมิได้มีคู่หมั่นคู่หมายก็จะแขวนหยกสลักรูปดอกเหมยเอาไว้ เพื่อแสดงให้เห็นว่ายังไม่มีคู่ครอง ถ้าหากพบคนที่ชื่นชอบ และคนทั้งสองฝ่ายล้วนมีใจตรงกัน ก็จะแลกป้ายหยกเพื่อเป็การแสดงออกว่าได้มีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว
หยกสลักรูปดอกบัวและรูปดอกเหมย มีรูปแบบขนาดรวมถึงเค้าโครงละม้ายคล้ายกัน ด้านหลังของป้ายหยกจะสลักชื่อของเ้าของเอาไว้ ป้ายหยกเช่นนี้ทันทีที่เกิดมาก็จะได้รับทันที
ตอนแรกคุณชายยองกีคิดว่าตระกูลซอได้ทำการกลั่นแกล้งหยามหน้าพวกเขาที่ยกสตรีสติฟั่นเฟื่อนเช่นนั้นมาแต่งกับเขา ก็โมโหมีโทสะเป็อย่างมาก ตอนนั้นยังมิทันได้คิดไตร่ตรองให้ดีก็ได้ขอราชโองการถอนหมั้นทันที และคิดไม่ถึงอีกด้วยว่าหญิงสติฟั่นเฟื่อนจะมีรูปโฉมที่งดงาม และความสามารถที่โดดเด่นถึงเพียงนี้
คุณชายยองกีก็กวาดสายตาไปทางองค์ชายสามด้วยแววตาเ็าแวบหนึ่ง มือของเขากำแน่นเข้าหากัน แม้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าจะเป็เชื้อพระวงค์ผู้ซึ่งเป็ใหญ่ในเมืองทั้งสาม ที่ไม่มีใครกล้าสู้ด้วย แต่ว่าลับหลังพวกเขา ทุกคนล้วนกำลังสะสมพลังอำนาจ เตรียมพร้อมจะก่อาใหญ่ทุกเมื่อ
บัดนี้งานแข่งขันยอดบุปผางามได้กลายเป็งานเลี้ยงสำหรับฮายอนเพียงคนเดียวไปเสียแล้ว ตอนนี้ผู้ที่มาร่วมงานล้วนเฝ้ารอการแสดงของนาง เฝ้ารอความประหลาดใจที่นางจะนำมาให้กับพวกเขา หลังจากที่นางลงจากเวที สตรีที่จะต้องขึ้นลานแข่งต่อก็มีสีหน้าซีดขาว จิตใจห่อเหี่ยวกันไปหมด
เพราะฉะนั้น ตอนนี้ฮายอนกำลังได้รับความสนใจจากบรรดาองค์ชายและขุนนางยศสูงจำนวนมาก ซ้ำยังรวมไปถึงรัชทายาทอีกด้วย แต่ว่าเหนือกว่าสิ่งเ่าั้คือสายตาอิจฉาริษยาที่ส่งมาจากสตรีทั้งหลายในงาน โดยเฉพาะสายตาของคุณหนูยองอึน
ทว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนไม่อยู่ในสายตาของฮายอน นางเดินมาถึงจุดนี้แล้ว มีเพียงแต่ต้องเดินต่อไปเท่านั้น นางมิได้รู้สึกเสียใจกับการที่ตนเองเป็ที่จับตามอง เพราะว่าชาตินี้นางจะต้องมีชีวิตอย่างโดดเด่นเหนือผู้ใด จะต้องมีพลังอำนาจอยู่ในมือของตน ซึ่งตอนนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
---
วันนี้จวนใต้เท้าลีได้จัดงานเลี้ยงใหญ่โต ทั้งหมดนั้นก็เพียงเพื่อฉลองชื่อเสียงอันเลื่องลือเป็ที่ประจักษ์ของฮายอน ซึ่งนางเองก็ร่วมฉลองกับคนในครอบครัวใต้เท้าลีและครอบครัวของนางอย่างสนุกสนานและมีความสุข
ใต้เท้าลีนั้น เป็ขุนนางของราชสำนัก ตระกูลลีทำงานรับใช้องค์จักรพรรดิมายาวนาน พอๆกับตระกูลซอ ทำให้ทั้งสองตระกูลสนิทสนมกันเป็อย่างมาก ทั้งสองตระกูลคอยช่วยเหลือกันมาโดยตลอด ใต้เท้าลีและท่านแม่ทัพซอนั้นเป็เพื่อนรักกันมาั้แ่เยาว์วัย เรียกได้ว่ายอมตายแทนกันได้เลยทีเดียว
ภายในงานเลี้ยงมีเสียงพูดคุยกันไม่หยุด ถ้ามองจากไกลๆ แล้ว จะเหมือนเป็ภาพของครอบครัวใหญ่ที่รักใคร่กันอบอุ่น ตอนนี้ฮายอนมิได้มีท่าทางเ็าหรือเย่อหยิ่งเหมือน่แรกแล้ว รอยยิ้มของนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน และมีความสุข ทำให้ผู้คนสามารถมองดูนางได้อย่างไม่รู้เบื่อ
อีกทั้งรูปโฉมของนางยังงดงามไร้ที่ติ ดุจหยกงามล้ำค่าและไข่มุกเม็ดงาม ทั้งยังมีประกายของบัณฑิตผู้มากความรู้ความสามารถ ยิ่งทำให้นางดูเหมือนเซียนหญิงที่สูงส่งและงดงามเหนืุ์ทั้งปวง
“ถ้าหากเปรียบเทียบด้านรูปโฉม บุตรสาวตระกูลซอถือเป็ที่สุด ความสามารถหรือ ในการแข่งขันสามประเภทที่ผ่านมา ก็ยังคว้าชัยชนะไปได้ถึงสองประเภท ต่อให้คุณหนูยองอึนผู้นั้นจะชนะการแข่งขันพรุ่งนี้อีกประเภทหนึ่ง ตำแหน่งยอดบุปผางามก็ยังตกเป็ของฮายอนอยู่ดี” ฮูหยินใหญ่ของใต้เท้าลี เอ่ยออกมาอย่างยินดี
แววตาของท่านแม่ทัพซอปรากฏความกังวลออกมาแวบหนึ่ง แต่ไม่นานก็มีความปลาบปลื้มใจเข้ามาแทนที่ ตอนนี้คนที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าตนคือบุตรสาวที่มีรูปโฉมงดงาม และความสามารถโดดเด่นเป็ที่หนึ่ง ในใจของเขานั้นเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวบุตรสาวจนสุดจะบรรยาย
มาบัดนี้ใครบ้างไม่รู้ว่าบุตรสาวของเขานั้นเป็คนที่เก่งกาจที่สุดในโลกนี้ อีกทั้งตอนนี้ฮายอนเรียกได้ว่าเป็หญิงสาวที่ยอดเยี่ยมที่สุด ยอดบุปผางามจะต้องตกเป็ของนางอย่างมิต้องสงสัย