เสียงวิ่งและเสียงหายใจของสุนัขตัวใหญ่ ที่มีขนาดพอๆกับตัวของเราที่กำลังอยู่ในวัยห้าขวบ กำลังควบไล่ตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด ถึงแม้ร่างกายจะเหนื่อยหอบจนหายใจแทบไม่ทัน แต่เราก็ไม่อยากให้อวัยวะส่วนไหนเข้าไปอยู่ภายใต้คมเขี้ยวของมัน
ถึงแม้สองขาที่กำลังออกแรงวิ่งอย่างสุดกำลัง แต่ภายในสมองก็ยังงุนงงกับเื่ราวที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ว่าเหตุการณ์ทำไมถึงกลายมาเป็อย่างนี้ได้ยังไง ละอองน้ำลายของสุนัขกระเด็นมา ััถูกส้นเท้าของเราเป็ระยะ ๆ
คงจะเป็เพราะความเร็วของเราที่กำลังน้อยลง แต่น้ำเหนียว ๆ พวกนี้เปรียบได้กับยาชูกำลัง ที่คอยกระตุ้นให้สัญชาตญาณของเรา ต้องพยายาม ฝืนร่างกายของตัวเองให้วิ่งต่อไป การที่เราเกิดมาพร้อมร่างกายที่ค่อนข้างแข็งแรง จากความลำบากที่ต้องเดินขึ้นและลง แฟลตห้าชั้นวันละหลายรอบ
กลับกลายเป็การช่วยเสริมสร้างศักยภาพทางร่างกาย ทำให้ตัวเรารอดพ้นจากคมเขี้ยวมาได้จนถึงตอนนี้ เราชื่อไนท์ ขณะที่กำลังอายุห้าขวบ ในตอนที่เกิดเหตุการณ์นี้ เรากำลังอยู่ที่บ้านญาติทางฝั่งของย่าคนหนึ่ง เค้ามีศักดิ์เป็ลูกพี่ลูกน้องกับพ่อของเรา เพราะย่าเราเป็แม่นมของเขา เราจึงเรียกเค้าว่า.. "ป้าบัว"
ป้าบัว คือคนที่เก่งและมีวาสนา ได้ตบแต่งเป็สะใภ้ของเศรษฐีตระกูลดังย่านบางเขน ป้าบัวมีลูกสองคน คนแรกเป็ผู้ชายชื่อ "เฟิร์ส" ส่วนลูกคนที่สองเป็ผู้หญิงชื่อ "น้ำผึ้ง" บ้านของป้าบัวเป็บ้านสองชั้น ที่ตัวบ้านมีขนาดพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดเกือบ ๆ สามไร่
มีการแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งของบ้านในชั้นหนึ่ง เปิดเป็โรงเรียนเตรียมอนุบาลเอกชนขนาดเล็ก มีอาคารแยกออกมาต่างหากจากตัวบ้านอีกสองหลัง
โดยอาคารแรกจะอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ติดกับโรงจอดรถ อาคารที่สองอยู่ด้านหลังสุดซึ่งบ้านข้างๆนั้นเป็โรงเลื่อยไม้ โดยอาคารหลังใช้เป็พื้นที่โรงอาหารและห้องน้ำสำหรับเด็กนักเรียน
และเนื่องจากว่าเป็บ้านของผู้ที่มีอันจะกิน ที่นี่จึงเลี้ยงสุนัขไว้คอยเฝ้ายาม ป้องกันโจรขโมยในเวลากลางคืน มันมีชื่อว่า “ไอ้หมี” ไอ้หมีเป็สุนัขพันธุ์บางแก้ว ขนสีขาวแต้มสีน้ำตาล และดำ ด้วยความดุร้ายของมัน จึงทำให้คนใช้ถูกกัดอยู่บ่อยครั้ง มันมีประวัติโชกโชนถึงกับทำให้คนใช้ ต้องขอลาออกไปแล้วถึงสองคน
และที่เราเพิ่งได้รู้มาไม่นานนี้ก็คือ มันเพิ่งกัดคนใช้คนล่าสุดไปเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง และสุนัขที่ตัวใหญ่เกือบเท่าตัวเรา ที่กำลังวิ่งไล่เราอยู่ตอนนี้ก็คือไอ้หมี สาเหตุที่บ้านคนไทยมักเลือกเลี้ยงสุนัขพันธุ์บางแก้ว เพราะบางแก้วเป็สุนัขที่ขึ้นชื่อเื่ความจงรักภักดีและความฉลาด สุนัขสายพันธุ์นี้มีทักษะในการปกป้องทรัพย์สินและสามารถรับรู้ถึงอันตรายได้ดี
บ้านที่มีทรัพย์สินมูลค่าสูงและ้าความปลอดภัยจึงมักเลือกบางแก้วเพื่อเป็สุนัขเฝ้ายาม ไม่เพียงแต่จะเป็เพื่อนที่ดีกับเ้านาย แต่ยังทำหน้าที่เหมือนผู้คุ้มครองยามวิกาลด้วย นั่นจึงเป็สาเหตุว่าทำไมบ้านป้าบัวถึงเลี้ยงไอ้หมีไว้ดูแลบ้านที่มีพื้นที่กว้างขวางเช่นนี้
การวิ่งวนไปรอบ ๆ บ้านที่มีขนาดเกือบ ๆ สามไร่ มันไม่ใช่เื่ที่สนุกเลย ทางเดินรอบตัวบ้านเองก็ไม่ได้ถูกออกแบบมา ให้เหมาะสำหรับการวิ่ง พื้นที่ทางเดินส่วนใหญ่นั้นเป็พื้นต่างระดับ บางส่วนเป็พื้นซีเมนต์ขัด พื้นบางส่วนเป็พื้นหินอ่อน และมีบางส่วนที่เป็อิฐตัวหนอน ที่มีเศษดินโคลนขังอยู่จากน้ำที่ใช้รดต้นไม้
และการที่วิ่งวนในรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ก็ได้ทำให้เราลื่นล้มจนได้แผลทั้งแขนและขา ถึงจะแสบแผล แล้วเนื้อตัวก็เลอะเทอะเพราะเศษดิน แต่เราก็หยุดอยู่ได้ไม่นาน เพราะเสียงเห่าของไอ้หมีได้ดังไล่หลังมาอีกแล้ว พร้อมๆกับที่มันได้ปรากฏตัวออกมา จากหัวเลี้ยวโรงอาหารที่เราเพิ่งผ่านมา
เรากัดฟันและออกวิ่งต่อ โดยที่มันไม่ได้ให้เราได้มีเวลาหยุดคิดอะไรได้มากนัก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในหัวของเราก็คิดมาตลอด ในขณะที่เห็นมันกำลังพุ่งเข้ามาใส่เรา แต่ว่าต่อให้เรามีสภาพร่างกายที่สมบุกสมบันแค่ไหน ตอนนี้เราก็ยังเป็แค่เด็กห้าวัยขวบกว่าเท่านั้น
พอถึงราว ๆ สักรอบที่แปดเห็นจะได้ ร่างกายของเราก็เริ่มจะไม่ไหวแล้ว การหายใจเริ่มติดขัด หัวและหน้าอกเริ่มปวดตุ้บๆตามจังหวะการเต้นของหัวใจ เราวิ่งมาจนถึงห้องครัว อันเป็พื้นที่ที่เคยเป็ที่ทำงานของย่าอันเป็ที่รักของเราอีกครั้ง แต่วันนี้ไม่มีย่าอยู่ที่นั่น การชะลอตัวในครั้งนี้ทำให้ไอ้หมีเกือบงับส้นเท้าของเราได้
ด้วยสัญชาตญาณของเรา เขี้ยวของมันจึงแค่ถาก ๆ เป็แผลถลอกเพิ่มขึ้นมาแค่อีกแผลเท่านั้น ตอนนี้สมองกำลังร้องเตือน ให้เราต้องหาที่ที่ปลอดภัยเพื่อหยุดพักอย่างเร่งด่วน ที่ด้านข้างของห้องครัวจะเป็สนามหญ้า สำหรับให้เด็ก ๆ ได้วิ่งเล่นกัน บริเวณนั้นจะมีเครื่องเล่นที่ประกอบขึ้นจากโครงเหล็ก ไว้ให้เด็ก ๆ ปีนเล่น
หนึ่งในนั้นมีรูปร่างเป็รถเต่า แต่ขนาดของมันไม่ได้สูงพอที่จะใช้หยุดพักได้ และแน่นอนว่าไอ้หมีที่กำลังตามมา สามารถะโถึงได้อย่างสบาย ๆ เราจึงยังต้องวิ่งเพื่อยังเครื่องเล่นอันถัดไป มันมีลักษณะเป็เหมือนหอคอย รูปร่างเหมือนลูกบาศก์แต่มียอดอยู่ตรงกลาง
ซึ่งมีขนาดสูงกว่า ดูแล้วค่อนข้างแข็งแรงและปลอดภัย เราไม่รอช้าเร่งฝีเท้าเพื่อเพิ่มความเร็ว และะโดีดตัวขึ้นไป้าทันที การที่เราเปลี่ยนท่าทางอย่างกระทันหัน ทำให้ไอ้หมีที่ตามมา เริ่มเห่าใส่เราที่กำลังหลบอยู่ข้างบนอย่างบ้าคลั่ง มันพยายามที่จะะโงับเท้าของเรา แต่ว่ามันก็ขึ้นมาไม่ถึง
เพราะว่าหอคอยลูกบาศก์นี้ เป็ช่องสี่เหลี่ยมสำหรับไว้ปีนโดยเฉพาะ และมีฐานที่ค่อนข้างกว้าง ไอ้หมียังคงเดินวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตรงที่เรานั่งพัก พร้อมกับเห่าใส่เราแบบไม่หยุด การได้หยุดพักหายใจ ทำให้เรารู้ว่ารองเท้าแตะของเรา น่าจะหลุดไปั้แ่ตอนที่หกล้ม แต่ว่าเราไม่มีเวลาแม้แต่จะหยุดดูด้วยซ้ำว่ามันไปตกอยู่ตรงไหน แล้วก็ยังทำให้เราได้เห็น คน ๆ หนึ่งที่กำลังค่อย ๆ เดินเข้ามาดูอย่างใจเย็น
"อ้าว..ไม่วิ่งต่อแล้วหรอ?"
เสียงของเด็กผู้ชายที่โตกว่าเรา ประมาณหนึ่งถึงสองปีเอ่ยออกมา
หลังจากที่เค้าเห็นว่าหมาของเค้า ไม่ได้วิ่งไล่เราอย่างที่เค้า้า เราที่เห็นว่าเ้าของของมันเดินมาถึงแล้ว จึงรีบอ้อนวอนให้เขาเลิกแกล้งเราสักที
"พี่เฟิร์ส... ไม่เอาแล้ว.. เอามันไปเก็บที....." เราพูดพร้อมกับหอบหายใจ
แต่ใครจะไปคิดกัน ว่าคำพูดถัดมาจะทำให้หัวใจของเด็กคนนึงแทบจะแตกสลาย
"เก็บทำไม? ..สนุกดีออก เนี่ยเห็นมั้ยหมีมันยังไม่เห็นเหนื่อยเลย..." เด็กชายพูดพร้อมกับก้มลงไป ลูบหัวไอ้หมีอย่างเอ็นดู ก่อนที่จะหันกลับมามองที่เราอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ คน ๆ นี้เคยเป็พี่ชายที่แสนดีของเรา เวลาป้าบัวพาไปเที่ยวทะเล ก็มักจะเอาเราติดสอยไปด้วย ด้วยความที่เป็เด็กผู้ชายเหมือน ๆ กัน เราจึงมักจะได้นอนอยู่ห้องเดียวกันบ่อย ๆ แม้กระทั่งที่บ้านหลังนี้ เวลาเรานอนค้างที่นี่ เราก็จะได้นอนที่ห้องของพี่เฟิร์ส
พ่อของพี่เฟิร์สเป็ลูกชายคนเดียว และพี่เฟิร์สก็เป็หลานชายเพียงคนเดียว คุณผู้หญิงเ้าของบ้าน ซึ่งเป็ย่าของพี่เฟิร์ส เลยรักพี่เฟิร์สมาก พี่เฟิร์สเลยมีห้องส่วนตัว เป็ของตัวเองั้แ่ยังเด็ก ส่วนเรานั้นเป็แค่หลานของแม่ครัว ก็เลยพลอยได้ประโยชน์ไปโดยปริยาย เพราะเป็เด็กผู้ชายเหมือนกัน
ความผูกพันที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ กำลังค่อย ๆ ถูกบดขยี้ จนไม่มีชิ้นดีหลงเหลือไว้ในความทรงจำของเรา โดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว พี่เฟิร์สทำหน้าเหมือนคิดอะไรได้บางอย่าง และได้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ด้วยสัดส่วนร่างกายที่สูงกว่า และสมบูรณ์กว่าอย่างทายาทของผู้มีอันจะกิน
พี่เฟิร์สใช้กำลังผลักเครื่องเล่น ที่เรากำลังนั่งอยู่ที่้านี้ แต่ด้วยฐานที่กว้างรวมกับน้ำหนักตัวของเรา จึงทำให้มันไม่ขยับในตอนแรก เราใจชื้นที่เห็นว่ามันค่อนข้างมั่นคงดี แต่พี่เฟิร์สก็เริ่มทำบางอย่างอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเริ่มโยกด้วยการโหน ผ่านการทิ้งน้ำหนักตัวไปทางด้านหลังของเขาเล็กน้อย
ร่างกายที่เรียกได้ว่าเล็กและผอมบาง แทบจะไม่มีความหมายเลย เมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่ร่างกายดูสมบูรณ์กว่าคนนี้ เครื่องเล่นเริ่มที่จะสูญเสียความมั่นคง แต่เราก็ยังยึดจับเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยมือ พลางส่งตาที่ปนไปด้วยหลายความรู้สึก ไปยังคนที่โตกว่า ที่ตอนนี้กำลังคว่ำเครื่องเล่นที่เอียงแล้ว ไปยังอีกด้านหนึ่งพร้อมกับพูดว่า
"ไอ้หมีกัดเลย!!"
นี่ไม่ใช่การพูดครั้งแรก และเราก็ไม่มีเวลาให้ได้คิดอีกครั้ง เพราะว่าปากของไอ้หมี งับลงมาตรงที่ที่เท้าของเราเคยวางไว้อยู่
เราเลยต้องจำใจออกวิ่งอีกครั้ง แต่ด้วยความที่มันกระทันหัน ก็เลยไม่รู้ว่าจะวิ่งหนีไปที่ไหนดี เพราะถ้าวิ่งทางตรงเราหนีมันไม่พ้นแน่ ด้วยความฉุกละหุก เราะโเข้าไปหลบที่แกนกลางของม้าหมุน เพราะว่ามันอยู่ใกล้กับเราที่สุดแล้วในตอนนี้ โดยม้าหมุนของเด็กอนุบาลนี้ จะเป็เก้าอี้รูปม้าที่นั่งได้แปดตัว และจะมีราวเหล็กเชื่อมมายังแกนตรงกลาง ซึ่งจะเป็ฐานมีรัศมีเป็วงกลม
เราที่เข้ามาแอบตรงแกนเหล็กของม้าหมุน ได้ใช้ขานั่งคร่อมตรงราวเหล็กเอาไว้ และใช้ขาบังคับทิศทางการหมุน เพื่อป้องกันไม่ให้ไอ้หมีลอดตามเข้ามา เนื่องจากมันเป็ม้าหมุนของเด็กอนุบาล ความสูงจึงมีน้อยจนแทบจะติดพื้นหญ้า แต่ดูเหมือนว่าไอ้หมีมันจะงงกับการกระทำของเรา มันเลยคิดจะลอดตัวตามเข้ามา ในช่องว่างระหว่างม้าหมุนทางที่เราเข้ามา แต่ว่าเราก็ใช้เท้าคอยบังคับขยับหมุน ทำให้ปากของมันถูกม้าหมุนเลื่อนมาชน จนส่งเสียงร้องดังลั่น
เอ๋ง!!
"เฮ้ย!"
คำสถบของเ้าของหมา ดังมาจากเครื่องเล่นอันเก่า ที่เราเพิ่งจะะโลงมา
ตอนนี้สภาพของมัน ถูกวางนอนตะแคงราบไปกับพื้นหญ้า ดูเหมือนว่าจะเป็การป้องกัน เพื่อไม่ให้เรากลับขึ้นไปใช้หลบได้อีกครั้ง และเสียงร้องของไอ้หมี ก็ทำให้พี่เฟิร์สเริ่มโมโห ที่หมาของตัวเองได้รับาเ็
"จะเล่นแบบนี้ใช่มั้ย..ได้!!"
"พะ พี่..พี่เฟิร์สจะ..ทำอะไรอ่ะ?!"
เด็กชายค่อย ๆ เหวี่ยงม้าหมุนแรงขึ้น ๆ เราที่พยายามใช้เท้าชะลอแต่ก็สู้แรงเหวี่ยงไม่ไหว เพราะเราอยู่ที่แกนตรงกลาง และเราก็ไม่อยากเสี่ยงขาหัก เราเลยเลือกยอมที่จะยกขาขึ้นแทน และไม่นานการหมุนก็ทำให้เราเริ่มเวียนหัว แต่ว่าเขาไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เขายังคงหมุนแรงขึ้นไปอีก ทั้งที่เรากรีดร้อง ะโขอร้องอ้อนวอน เพื่อให้เขาหยุดและพอได้แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ
จนเวลาผ่านไปสักพัก เค้าก็ค่อย ๆ ปล่อยให้มันชะลอความเร็วลง เราคิดไปเองว่า เขาคงเห็นว่าเราเริ่มเวียนหัวแล้วจึงหยุดหมุน และเมื่อมันชะลอได้ระยะหนึ่ง เขาก็ยอมหยุดมันจริง ๆ แต่ว่าเขาก็เริ่มกลับเหวี่ยงย้อนกลับไปอีกทาง นั่นกลับยิ่งทำให้เราเวียนหัวมากกว่าเดิมขึ้นไป เพราะถูกหมุนทวนกลับ โดยที่ยังไม่หายมึนหัวจากการหมุนรอบแรก ขณะที่เด็กชายกำลังเหวี่ยงม้าหมุน ไอ้หมีก็คอยวิ่งวนอยู่รอบ ๆ
ส่วนเราก็กำลังยึดเกาะแท่นเหล็ก ด้วยท่าคล้ายกับลูกลิงที่กำลังเกาะอยู่ตรงแกนกลางของม้าหมุนเอาไว้แน่น แต่ดูเหมือนว่าการออกแรงนาน ๆ จะทำให้เด็กชายที่โตกว่าเริ่มเหนื่อยแล้ว พราะถึงแม้ว่าเขาจะโตกว่าและตัวใหญ่กว่า แต่ว่าร่างกายของเขาไม่ได้สมบุกสมบันเท่ากับเรา ออกแรงได้สักพักเขาก็ทรุดลงไปนั่งหอบกับพื้นหญ้า โดยมีไอ้หมีไปนั่งอยู่ข้าง ๆ
พร้อมกับที่ม้าหมุนค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงอีกครั้ง ถึงแม้จะเวียนหัวแต่ในหัวของเรา ก็ไม่เคยหยุดคิดที่จะมองหาทางรอด ขณะที่ความเร็วม้าหมุนเริ่มลดลงนั้น เราก็มองเห็นเครื่องเล่นอันถัดไป ที่น่าจะพอใช้ขึ้นไปหลบได้ มันมีรูปร่างเป็สะพานโค้งที่ไม่มีราวจับ ที่ตรงกลางส่วนล่างของมันจะเป็ชิงช้า ที่ทำมาจากยางรถยนต์เก่า และร้อยด้วยโซ่เส้นใหญ่
ปกติมันจะต้องถูกห้อยอยู่ แต่ดูเหมือนว่าฝนเพิ่งจะตกไปเมื่อไม่นานมานี้ เลยทำให้ห่วงยางทั้งสองมักจะมีน้ำขัง เพราะด้านในที่กลวง ตอนนี้พวกมันเลยถูกเอาไปแขวนไว้กับราวเหล็ก้า พอได้โอกาสที่ไอ้หมีเดินไปยังด้านตรงกันข้าม กับเป้าหมายที่เราได้เล็งเอาไว้ เราก็ออกตัววิ่งอย่างไม่คิดทันที
ไอ้หมีและพี่เฟิร์สต่างใ กับการกระทำของเราอีกครั้ง เรารีบวิ่งไปให้ถึงเครื่องเล่นที่เป็เป้าหมาย แต่เครื่องเล่นอันนี้ค่อนข้างปีนยาก เพราะความกว้างระหว่างขั้นแรก มันสูงกว่า่ขาของเรา แต่ในขั้นที่สูงขึ้นระยะห่างจะค่อยๆแคบลง เขี้ยวของไอ้หมีเฉี่ยวขาของเราไปอีกครั้ง ตอนที่เรากำลังเสี่ยง ใช้การะโถีบตัวโหนขึ้นไป
จนกระทั่งเราขึ้นไป้าได้สำเร็จ พอรู้สึกมั่นคงแล้ว เราก็กลับหันไปเจอบางอย่าง มีใครอีกคน ที่กำลังจ้องมองเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้อย่างเงียบ ๆ อยู่ที่มุมตึกของบ้าน ใครอีกคนนั้นก็เป็คนคุ้นเคยของเราเหมือนกัน ภาพที่เราได้เห็นคือ เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่กำลังแอบมองมาจากตรงมุมของบ้าน ตรงห้องพักของคนรับใช้ มีเด็กหญิงกำลังมองด้วยสายตาที่ลุ้นระทึก กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ว่าเด็กหญิง ก็ทำเพียงแค่ลอบแอบมองดูอย่างเงียบ ๆ แค่นั้น
เราที่ได้เห็นคนรู้จักอีกคนก็หลงนึกไปว่า เด็กหญิงจะเป็ดั่งแสงสว่างในความมืด ที่พอจะช่วยแก้ไขสถานการณ์บ้าบอนี้ลงได้บ้าง เรายื่นมือออกไปเรียกหาเด็กหญิง ตามทิศทางที่เด็กหญิงกำลังยืนอยู่
"น้องผึ้ง ช่วย..." แต่ไม่ทันที่เราจะพูดจบ เด็กหญิงที่ได้ยินก็ค่อยๆส่ายหน้า
แล้วก็ส่งสายตา เหมือนกำลังมองสิ่งที่น่ารังเกียจกลับมา ภาพที่เห็นมันทำเรารู้สึกชาไปทั้งใบหน้า เหมือนถูกสาดด้วยน้ำที่เย็ดจัด นี่เป็ครั้งแรกในชีวิต ที่เรามีความรู้สึกแบบนี้ สมองของเราเหมือนถูกฟาดด้วยอะไรบางอย่าง แต่เราก็ทำได้แค่หุบแขนที่ยื่นไปกลับมา พี่เฟิร์สเอง ก็ดูเหมือนเพิ่งจะสังเกตเห็นเด็กหญิงเช่นกัน
"ผึ้งเข้าบ้านไป! อย่าออกมา!"
ดูเหมือนว่า ไอ้หมีเองก็ไม่ได้เป็มิตรกับเด็กผู้หญิงนัก และคนที่ออกคำสั่งมันได้ คงจะมีแค่ป้าบัวกับพี่เฟิร์สเท่านั้น เด็กหญิงที่ถูกพี่ชายเอ็ด จึงรีบหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้านทันที พร้อม ๆ กับที่มีวัตถุบางอย่าง พุ่งเฉียดหัวของเราไปกระทบกับผนังบ้าน
แป๊ก!!!
โดยที่เสียงตกกระทบของมัน เป็เสียงของวัตถุแข็ง ๆ กระทบกัน และสิ่งที่เรากำลังจะได้เห็น ยิ่งตอกย้ำในใจของเรา
'นี่เค้าต้องทำกับเราขนาดนี้เลยเหรอ?'
'ปล่อยหมามาไล่กัดเรายังไม่พอ ยังจะเอาก้อนหินปาใส่เราอีกเหรอ?'
'ทำไมต้องทำกับเราถึงขนาดนี้?'
เราที่เห็นแบบนั้น ก็งอตัวแล้วหันเอาแผ่นหลังรับแรงปะทะ ยอมเสี่ยงทนเจ็บเอาหน่อยก็ดีกว่าหัวแตก แต่กรรมพันธุ์ของบ้านนี้คือ มีปัญหาด้านสายตา หรือเค้าอาจจะตั้งใจปาให้ไม่โดนก็ได้ แต่สำหรับเราในสถานการณ์อย่างตอนนี้ ที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ หินก้อนหนึ่งพุ่งกระแทกใส่หลังเรา จนเกิดเสียงดังทึบ ๆ
ถึงจะเจ็บแต่เราก็กลั้นใจไม่หันไปดู เก็บคองอเข่าตามสัญชาตญาณต่อไป การก้มหน้าเก็บคอ ก็ทำให้เราได้มองเห็นไอ้หมีที่อยู่ข้างล่าง มันพยายามะโงับเท้าเราจากทางด้านล่าง และความเจ็บจากก้อนหิน ก็เริ่มทำให้เราโมโหบ้างแล้วเหมือนกัน มันปนไปด้วยทั้งความโกรธ ความเสียใจ และไม่ความเข้าใจ ความรู้สึกมันตีกันมั่วไปหมดอยู่ในหัวของเรา
เราเลยใช้ขาข้างหนึ่ง เขี่ยยางรถที่ถูกพาดเอาไว้ลงไปใส่ไอ้หมี ทำให้มันต้องวิ่งหลบไปมาและเห่าไม่หยุด จนในที่สุดความอดทนของเราก็มาถึงขีดจำกัด เราเคยะเิอารมณ์ที่นี่มาแล้วหนึ่งครั้งกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง และนี่ก็จะเป็อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เราไม่ได้หยาบคายแบบในครั้งแรก
"อยากปาก็ปามาเลย ปาให้ตายไปเลย!!"
..ก๊อง!! ..แก๊ง!!
เสียงของหินที่ถูกปามากระทบราวเหล็กดังต่อไปอีกสักพัก ก่อนที่เด็กชายจะพูดทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป
"โถ่ ไม่เห็นสนุกเลย ไม่เหมือนกับตอนไอ้การ์ดเลย"
ก่อนจะหันไปสั่งให้ไอ้หมีเฝ้าเราเอาไว้ และเดินหายไปทางห้องครัว คำพูดนี้ทำให้เรารู้ว่า เราน่าจะไม่ใช่คนแรกที่โดนทำแบบนี้ และ "ไอ้การ์ด" ที่เค้าหมายถึงก็คือลูกพี่ลูกน้องของเราอีกคน แต่ว่านี่เป็ครั้งแรกที่เค้าทำแบบนี้กับเรา แต่เราไม่ใช่คนที่ขี้ร้องไห้โยเย ยิ่งรู้ว่าถูกแกล้งเราก็จะยิ่งไม่ร้องไห้ นี่เป็เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
ความรู้สึกนี้ มันคงจะเป็ความเข้มแข็งแบบหนึ่งล่ะมั้ง ที่ต่อให้เจ็บตัวแต่จะไม่ยอมร้องไห้ ให้คนที่มารังแกได้เห็น เราต้องทนตากแดด อยู่บนราวเหล็กสีฟ้านั่นต่อราวๆเกือบครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งป้าบัว มาะโเรียกไอ้หมีตรงหัวมุมบ้านฝั่งห้องครัว ซึ่งเป็ฝั่งเดียวกับที่พี่เฟิร์สเดินหายไป
พอไอ้หมีไปแล้วเราถึงจะได้ลงมา แต่ว่าก็ต้องไปเดินหารองเท้าที่ตอนนี้ไม่รู้ไปตกอยู่ตรงไหนบ้าง พร้อมกับคอยระวังไอ้หมีเป็พัก ๆ แต่เราคิดว่าน่าจะอยู่ตรงแถว ๆ ที่เราหกล้ม ซึ่งตรงนั้นอย่างน้อยก็น่าจะมีตกอยู่สักข้างนึง