เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 5 บทที่ 125 ทำดีมากเจี่ยนอัน

            อุณหภูมิด้านนอกของวันนี้สูงถึงสามสิบองศาหลังจากล้างหน้าล้างตาแล้วเรียบร้อย เธอจึงสวมเสื้อยืดผ้าฝ้ายและกางเกงยีนฟอกขาวก่อนจะรวบผมหลวมๆ ดูแล้วเหมือนเด็กนักศึกษาไม่มีผิด

            เธอเก็บข้าวของให้เรียบร้อยและเตรียมเดินลงไปด้านล่างทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกผลักพร้อมกับลู่เป๋าเหยียนที่เดินตรงมาหาเธอ ราวกับเป็นห้องของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น

            “นาย...”ซูเจี่ยนอันถามอย่างหวั่นๆ “นายจะทำอะไร”

            “ฉันลืมของไว้ที่นี่”ลู่เป๋าเหยียนตลบผ้าห่มขึ้นเพื่อหาของที่ว่า

            “ของอะไร?”ซูเจี่ยนอันเห็นดังนั้นจึงยกหมอนขึ้นมา “ของอะไรบอกมาสิ ฉันจะได้ช่วยหา”

            ลู่เป๋าเหยียนหยิบเนกไทที่อยู่ใต้หมอนขึ้นมาก่อนยิ้ม

            “เจอแล้ว”

            ซูเจี่ยนอันมองมันอย่างแปลกใจก่อนหน้าจะแดงระเรื่อ

            “นะ นะ นายนี่ไม่ใช่ของนายสักหน่อย!” เธอยื่นมือออกไปเพื่อจะแย่งมันกลับคืนมา

            แต่ลู่เป๋าเหยียนกลับเบี่ยงตัวหลบเธอได้อย่างง่ายดายและเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ

            “แต่เมื่อคืนเธอพูดเองว่าเธอแอบขึ้นไปซื้อเนกไทเส้นนี้มาให้ฉันตอนไปซื้อชานมแถมยังจ่ายเงินไปเกือบเท่าเงินเดือนของเธอ เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้และขอร้องให้ฉันใช้มันในวันนี้”

            “...”

            เรื่องราวหลังจากนั้นซูเจี่ยนอันจำไม่ค่อยได้ก็จริงแต่หลังจากลู่เป๋าเหยียนพูดแบบนี้ ความทรงจำของเธอก็เริ่มชัดเจนแจ่มแจ้ง

            เนกไทที่เธอแอบซ่อนไว้เพราะไม่รู้จะเอาให้เขาอย่างไรกลับกลายเป็นว่าเธอให้เขาไปตอนกำลังเมา

            นี่เธอทำอะไรลงไปเนี่ยแล้วแบบนี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน...

            “ฉัน...ก็แค่รู้สึกว่ามันเหมาะกับนายเลยซื้อมา”เธอพยายามอธิบายให้ดูเหมือนเธอทำลงไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

            “ที่จริงฉันไม่ได้คิดอะไรเลยนะ!”

            ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วก่อนเอ่ย

            “เมื่อคืนเธอยังถามฉันอยู่เลยว่าชอบเธอหรือเปล่า”

            ซูเจี่ยนอันเบิกตากว้างอย่างตกใจ

            “นายได้ยินผิดแล้ว!ที่จริงฉันอยากถามนายว่า นายชอบเนกไทเส้นนี้หรือเปล่าต่างหากหรือไม่ฉันก็คงพูดผิดน่ะ คนเมานี่เนอะ พูดผิดพูดถูกเป็นเรื่องปกติ!”

            ขืนอธิบายไปมากกว่านี้หน้าเธอคงแดงจนระเบิดแน่ลู่เป๋าเหยียนเองก็ไม่ได้เถียงอะไร เขายื่นเนกไทส่งมาให้เธอ

            ซูเจี่ยนอันนิ่งไปความผิดหวังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

            “นายจะคืนให้ฉันงั้นเหรอ”

            ลู่เป๋าเหยียนใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเธอไปหนึ่งที

            “ฉันจะให้เธอช่วยผูกให้ฉัน”

            “โอ๊ย”ซูเจี่ยนอันร้องอย่างเจ็บจี๊ดที่หน้าผาก เธอดึงเนกไทออกจากมือเขามาอย่างเคืองๆ ก่อนจะช่วยผูกให้อย่างคล่องแคล่ว

            กิริยาท่าทางของเธอทำให้ลู่เป๋าเหยียนเริ่มข้องใจจึงเอ่ยถามเธอด้วยน้ำเสียงน่ากลัว

            “เธอเคยผูกให้ใคร?”

            ซูเจี่ยนอันเกือบจะหลุดปากตอบชื่อซูอี้เฉิงออกไปแล้ว

            ตอนที่เธอเพิ่งกลับจากอเมริกาซูอี้เฉิงชอบให้เธอผูกเนคไทให้พี่บอกว่าการได้เห็นหน้าเธอก่อนออกจากบ้านแบบนี้ทำให้เขามีพลังใจด้วยเหตุนี้เธอจึงสามารถผูกเนกไทได้อย่างคล่องแคล่ว

            แต่...เรื่องอะไรเธอต้องบอกความจริงกับลู่เป๋าเหยียนกันล่ะ

            เธอปรับความยาวของเนกไทให้พอดีก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์

            “ไม่ใช่นายก็แล้วกัน!”

            การตอบแบบนี้สะเทือนใจลู่เป๋าเหยียนยิ่งกว่าตอบชื่อคนอื่นออกไปเสียอีกหลังพูดจบเธอจึงรีบวิ่งหนีลู่เป๋าเหยียนกัดฟันกรอดพลางคิดวิธีจัดการกับหญิงสาวตรงหน้า

            หลังอาหารเช้า ขณะที่ซูเจี่ยนอันกำลังลังเลว่าจะขับรถไปบริษัทด้วยตัวเองดีหรือจะให้ลุงสวีขับรถไปส่งดี ลู่เป๋าเหยียนก็หยิบกุญแจรถขึ้นมาแล้วพูดว่า

            “ฉันจะไปส่ง”

            หืมรถหรูพร้อมคนขับสุดหล่อแบบนี้มีเหตุผลอะไรกันที่เธอจะปฏิเสธล่ะว่าแล้วจึงรีบเดินตามเขาไปอย่างดีใจ

            คราวนี้ลู่เป๋าเหยียนขับมาส่งเธอถึงที่สถานีตำรวจรถคันงามจอดลงตรงประตูหน้า ดูโดดเด่นสะดุดตาผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา

            ซูเจี่ยนอันลงจากรถเธอหันหลังกลับไปยิ้มพลางโบกมือลาลู่เป๋าเหยียนก่อนจะหิ้วถุงขนมที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวันก่อนเดินเข้าไปด้านในมุมปากของเธอยังคงติดรอยยิ้มบาง

            ครั้งที่แล้วที่เขามาส่งเธอที่นี่คือสามวันหลังแต่งงานที่จริงตอนนั้นเธอดีใจมาก แต่ที่ไม่แสดงออกก็เพราะมีอุปสรรคหลายอย่างไหนจะต้องปิดบังเพื่อนร่วมงานแถมยังต้องระวังไม่ให้ลู่เป๋าเหยียนรู้ความรู้สึกของตัวเองอีก เพราะฉะนั้นเธอจึงแกล้งทำเป็นรังเกียจเขาบอกให้เขาจอดรถก่อนจะถึงสถานีตำรวจเป็นกิโล แต่ในช่วงระยะเวลาไม่ถึงสี่เดือนตอนนี้กับตอนนั้นช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

            เธอหวังว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดีแบบนี้จะคงอยู่ตลอดไปเธออยากจะเดินไปพร้อมกับลู่เป๋าเหยียนอย่างมีความสุขแบบนี้ไปถึงบั้นปลายชีวิต

            “แหมๆดูเปลี่ยนไปนะจ๊ะ!” เสียวอิ่งเพื่อนร่วมงานของซูเจี่ยนอันเริ่มแซว“ไม่ได้เจอกันเกือบเดือน สีหน้าดูดีขึ้นนะเนี่ย รอยยิ้มก็สดใส๊สดใส เฮ้อสงสัยผอ.ลู่ของเธอคงจะดูแลดีล่ะสิใช่ไหม?”

            ท่าทางจริงจังแต่น้ำเสียงคลุมเครือนั้นทำให้ซูเจี่ยนอันผลักเสี่ยวอิ่งออกไปเบาๆ ก่อนจะหยิบพายสับปะรดของโปรดของเธอออกมา

            “ถ้ายังพูดมั่วซั่วอีกทีหลังไม่ต้องมาหาของกินที่ฉันเลยนะ!”

            เสียวอิ่งมองถุงใบใหญ่ในมือของซูเจี่ยนอันก่อนเอ่ย

            “เธอไปซื้อพวกมันมากับผอ.ลู่เมื่อวันก่อนใช่หรือเปล่าพวกเราเห็นข่าวกันหมดแล้วนะจ๊ะ”

            ซูเจี่ยนอันหน้าแดงก่อนจะหิ้วถุงขนมเดินตรงเข้าห้องทำงานของตัวเอง

            เจียงเส้าข่ายเองวันนี้ก็เพิ่งกลับมาจากพักรักษาตัวเมื่อเห็นซูเจี่ยนอันเดินเข้ามาพร้อมถุงขนมใบใหญ่ เขาก็เริ่มเข้ามาคุ้ยหาผลไม้อบแห้งของโปรดโดยไม่เกรงใจทว่าไม่พบปกติซูเจี่ยนอันจะต้องซื้อมาเผื่อเขานะ!

            เขาประท้วงอย่างไม่พอใจ

            “ทำไมเธอไม่ซื้อผลไม้อบแห้งมา?”

            ซูเจี่ยนอันอยากจะซื้ออยู่หรอกแต่ว่าลู่เป๋าเหยียนไม่ยอม...

            เธอไม่กล้าบอกความจริงเลยได้แต่หาข้ออ้าง

            “ฉันลืมซื้อน่ะไว้คราวหน้านะ!”

            เจียงเส้าข่ายหัวเราะอย่างมีเลศนัย

            “เธอไม่ใช่คนความจำแย่แล้วจะลืมได้ยังไง? เป็นเพราะคนของเธอที่ไปพร้อมกันล่ะสิ”

            ซูเจี่ยนอันโยนหมูแผ่นให้เขาหนึ่งถุง

            “หุบปากแล้วทำงานซะ!”

            ความปลอดภัยของเมือง A ค่อนข้างดีมาโดยตลอดช่วงที่เธอกับเจียงเส้าข่ายลางานไม่ได้มีคดีใหญ่อะไรนอกเหนือจากคดีทะเลาะวิวาทของชาวบ้านที่บาดเจ็บเล็กน้อยฉะนั้นจึงไม่มีงานหนักหนายุ่งยากรอพวกเธออยู่การกลับมาทำงานวันแรกหลังจากพักไปนานจึงผ่านไปได้อย่างสบายๆ

            ซูเจี่ยนอันนึกว่าวันนี้จะเลิกงานได้ตรงเวลาทว่าก่อนเลิกงานแค่ไม่กี่นาที สารวัตรเหยียนได้ประกาศว่าเกิดเหตุด่วนขึ้น

            “มีคดีฆาตกรรมที่อพาร์ทเมนต์หัวซีหญิงสาวรายหนึ่งตายในที่เกิดเหตุและได้รับการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วเธอคือลูกสาวคนโตของตระกูลเฉินที่มีข่าวฉาวทั้งเรื่องธุรกิจและเรื่องอื่นๆ อยู่ในช่วงนี้ชื่อของเธอคือ เฉินเหมิงเหมิง”

            “เฉินเหมิงเหมิงสถานภาพโสด เธอช่วยงานของตระกูลมาโดยตลอด ช่วงนี้เครือเฉินประสบวิกฤตอย่างหนักทำให้เธอมีแรงกดดันค่อนข้างสูง แต่เมื่อทางตำรวจท้องที่เข้าไปตรวจในที่เกิดเหตุพบว่าไม่คล้ายกับการฆ่าตัวตาย”

            สัญชาตญาณของซูเจี่ยนอันร้องเตือนว่างานนี้คงไม่ง่ายผู้ตายเป็นพี่สาวของเฉินเสวียนเสวียนเฉินเสวียนเสวียนคงใช้โอกาสนี้มาหาเรื่องเธอแน่ๆ

            เมื่อถึงสถานที่เกิดเหตุเธอกับเจียงเส้าข่ายก็เริ่มทำการสำรวจหาหลักฐาน จากนั้นจึงกลับไปที่สถานีตำรวจ

            ระหว่างทางเธอได้รับโทรศัพท์จากลู่เป๋าเหยียนเธอจึงบอกเขาไปว่ามีคดีเกิดขึ้นให้เขากลับบ้านก่อนได้เลยเดี๋ยวเธอค่อยโทรหาอาเฉียนให้มารับ

            “ฉันก็ต้องทำโอทีด้วยเหมือนกัน”ลู่เป๋าเหยียนกล่าว “เธอเลิกประมาณกี่โมง”

            ซูเจี่ยนอันลองกะเวลาคร่าวๆก่อนตอบ

            “น่าจะสักสี่ทุ่มหน่อยๆ”

            “โอเคงั้นเดี๋ยวฉันไปรับ”

            “อืม”ซูเจี่ยนอันวางสาย ก่อนจะพบว่าเจียงเส้าข่ายกำลังจ้องมองเธอแปลกๆ

            “มีอะไร?” เธอเบ้ปากน้อยๆ“ถ้าอิจฉาก็รีบไปหาเมียสักคนสิ”

            “เธอรู้หรือเปล่า”เจียงเส้าข่ายเอ่ย“ว่าเมื่อกี้ตอนที่เธอคุยโทรศัพท์กับลู่เป๋าเหยียนมันดูเป็นธรรมชาติ ไม่เคอะเขินไม่หนี ไม่ปฏิเสธอะไรอีกแล้ว เจี่ยนอัน เธอรู้ไหมว่ามันหมายความว่าไงมันหมายความว่าเธอเคยชินกับการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเขาแล้วน่ะสิ”

            ซูเจี่ยนอันพูดอย่างไม่มั่นใจ“แต่พวกเราเพิ่งแต่งงานกันไม่ถึงครึ่งปี จะเป็นไปได้ยังไง...”

            “ไม่เคยได้ยินหรือไง”เจียงเส้าข่ายยิ้ม “ความเคยชินมันเกิดขึ้นได้หลังจากทำอะไรติดต่อกันยี่สิบเอ็ดวันพวกเธอใช้ชีวิตร่วมกันมาจะสี่เดือนแล้วนะ”

            ปฏิกิริยาแรกของซูเจี่ยนอันคือเธอกลัวถ้าเธอชินกับการมีเขาอยู่ในชีวิต หากอนาคตต้องหย่าขาดกันไป แล้วเธอจะทำอย่างไร?

            แต่...ใครบอกกันล่ะว่าเธอกับลู่เป๋าเหยียนจะไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้อีก?

            เธอเชิดหน้าเล็กน้อยพลางเอ่ย

            “เคยชินแล้วไง? ไม่ชินสิแปลก!”

            เมื่อกลับมาถึงที่สถานีตำรวจพวกเธอก็สวมชุดกาวน์กับมาสก์ปิดปาก เจียงเส้าข่ายเริ่มพิสูจน์หาเวลาที่เหยื่อเสียชีวิตส่วนซูเจี่ยนอันรับผิดชอบการผ่าชันสูตรศพ แต่เมื่อถอดเสื้อผ้าของเฉินเหมิงเหมิงออกเธอก็ถึงกับช็อก

            ที่ข้อมือของเฉินเหมิงเหมิงมีรอยถูกเชือกรัดที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆท่อนบนของร่างกายมีรอยฟกช้ำน้อยใหญ่เต็มไปหมด ส่วนท่อนล่างนั้นสภาพไม่น่าดูเป็นอย่างยิ่งเธอรู้ในทันทีว่าก่อนตายผู้หญิงคนนี้พบเจออะไรมาบ้างแถมคนที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้คงไม่ได้มีแค่คนเดียวแน่ๆ

            เจียงเส้าข่ายเดินเข้าห้องมาก็ต้องประหลาดใจเขาส่งมีดผ่าตัดให้กับซูเจี่ยนอันเธอผ่าเปิดทรวงอกอย่างเชี่ยวชาญก่อนจะขมวดคิ้วยุ่ง

            “เธอใช้สารเสพติดก่อนตายได้ทำการเสพเฮโรอีนเป็นจำนวนมาก”

            “เฮ้อ”เจียงเส้าข่ายถอนหายใจพลางเตรียมอุปกรณ์ทำการทดลอง

            “ยังสาวอยู่แท้ๆทำไมถึงเลือกวิธีนี้ทำร้ายตัวเองกันนะ”

            ซูเจี่ยนอันยักไหล่คนที่ไม่รู้จักรักตัวเองมีถมไป แต่นั่นก็เป็นชีวิตของพวกเขาเธอจึงไม่อยากไปวิพากษ์วิจารณ์เธอแค่หวังว่าคนเหล่านั้นจะเข้าใจว่าผลสุดท้ายแล้วจะได้รับผลลัพธ์อย่างไร

            หลังง่วนอยู่กับเคสตรงหน้าเป็นเวลานานจนสี่ทุ่มกว่าซูเจี่ยนอันก็ถอดชุดเสื้อกาวน์และเดินกลับมาที่ออฟฟิศ แล้วก็ต้องเซอร์ไพรส์ เพราะที่โต๊ะของเธอมีคนคุ้นตากำลังนั่งรออยู่

            “นายเข้ามาได้ยังไง”

            ลู่เป๋าเหยียนวางสมุดที่เธอใช้จดบันทึกลงก่อนตอบ

            “ผู้กำกับของพวกเธอพาฉันเข้ามา”

            เขาเดินมาหาซูเจี่ยนอันแต่ซูเจี่ยนอันกลับถอยหนี

            “นายอย่าเพิ่งเข้ามาใกล้ฉันเพิ่งชันสูตรศพเสร็จ ตัวเหม็นมาก ขอไปอาบน้ำก่อนนะ”

            พูดจบเธอก็เดินเข้าห้องพักชั่วคราวของที่นี่เพื่อทำการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็เจอเจียงเส้าข่ายพอดีจึงเอ่ยคำลา

            “ฉันไปก่อนนะ”

            “คนของเธอมางั้นเหรอ”เจียงเส้าข่ายยิ้ม “ไปเถอะ”

            ซูเจี่ยนอันโบกมือลาเพื่อนก่อนจะกลับเข้าออฟฟิศไปเรียกลู่เป๋าเหยียน

            “เสร็จแล้ว ไปกันเถอะ”

            ลู่เป๋าเหยียนจูงมือเธอเดินออกไปด้านนอกซูเจี่ยนอันรู้สึกประหลาดใจ เพราะนอกจากคนที่ทำงานที่นี่แล้วแม้กระทั่งลั่วเสี่ยวซีที่เป็นเพื่อนตายของเธอก็ยังไม่กล้าเดินเข้ามาใกล้หากรู้ว่าเธอเพิ่งผ่าศพเสร็จอาจเพราะกลิ่นหรือข้อห้ามต่างๆ แต่ลู่เป๋าเหยียน...เขาไม่ถือเลยงั้นเหรอ?

            หลังขึ้นรถลู่เป๋าเหยียนก็ไม่ได้สตาร์ทรถในทันที เขาหันมาถามเธอ

            “กินข้าวเย็นหรือยัง”

            “กินแล้วสิ”ซูเจี่ยนอันตอบ “คดีนี้ฉันกับเจียงเส้าข่ายช่วยกันทำงานไม่ได้ยุ่งขนาดไม่มีเวลากินข้าว”

            ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้ว“พวกเธอผ่าศพกันอยู่ ยังกินข้าวลงอีกเหรอ”

            “ครั้งสุดท้ายที่กินไม่ลงน่าจะเป็นตอนมหาวิทยาลัย”ซูเจี่ยนอันตอบ “ศาสตราจารย์ให้พวกฉันดูรูปภาพประกอบการสอนวันนั้นพวกฉันไม่มีใครกินข้าวลงสักคน แต่หลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นภาพสยองขนาดไหนพวกฉันก็มีภูมิต้านทานแล้วเรียบร้อยตอนที่ศาสตราจารย์พาพวกฉันไปดูการผ่าชันสูตรศพจริงๆ ที่สถานีตำรวจหลายคนถึงกับอาเจียนเลยล่ะ แต่ฉันพยายามคิดแค่ว่าตัวเองกำลังดูรูปภาพอยู่เท่านั้นจึงไม่ได้อาเจียนออกมาส่วนเรื่องกินข้าวไม่ลงนี่เกิดขึ้นจริงๆ แหละ แต่พอดูไปเรื่อยๆ เจอบ่อยๆมันก็ชินแล้วล่ะ”

            ถ้าถามต่อมากกว่านี้ซูเจี่ยนอันคงเริ่มอธิบายลงรายละเอียดให้เขาฟังแน่ๆลู่เป๋าเหยียนจึงรีบเปลี่ยนหัวข้ออย่างชาญฉลาด

            “ผู้กำกับบอกว่าผู้ตายคือเฉินเหมิงเหมิง”

            “อืมพี่สาวของเฉินเสวียนเสวียน ผลการชันสูตรฟ้องว่าเธอติดสารเสพติดและได้รับการทรมานทางร่างกาย แต่ไม่รู้แน่ชัดว่าเพราะสมยอมหรือเพราะถูกบังคับเธอมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคนในเวลาเดียวกัน” ซูเจี่ยนอันพูดพลางใช้ความคิด“แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงกลายเป็นคนแบบนี้ จากข้อมูลที่มีเธอจบจากมหาลัยดังความสามารถในการทำงานก็ยอดเยี่ยมเป็นแบบอย่างให้กับใครหลายๆ คนแต่ชีวิตส่วนตัวเธอกลับเป็นแบบนี้ ต้องมีสาเหตุอะไรแอบแฝงอยู่แน่ๆ”

            แววตาของลู่เป๋าเหยียนดูแปลกไป

            “เจี่ยนอันเธอเลิกงานแล้ว อย่าคิดเรื่องงานต่อเลย กลับไปพักผ่อนดีกว่า”

            “อืม”ซูเจี่ยนอันตอบรับ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอหลุดปากพูดอะไรกับลู่เป๋าเหยียนไปบ้าง

    โอ๊ย เธออยากจะกัดลิ้นตัวเองจริงๆ

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367