time-

    28 / 2

            หลังจากกินข้าวกันเสร็จทั้งสองคนก็เดินเล่นต่ออีกหน่อยก่อนจะกลับขณะที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านช่วงที่กำลังจอดรถเพื่อรอไฟแดงไทม์ก็รู้สึกแปลกๆขึ้นมา

            “มึงทำไมถนนมันโล่งขนาดนี้วะ”

            “นี่มันสี่ทุ่มแล้วถนนก็เริ่มโล่งสิ”

            “หรอ”สงสัยเขาจะคิดมากไปเองก็ได้มั้ง

            สัญญาณไฟเปลี่ยนสีติมบิดรถออกแต่ขณะที่กำลังขับอยู่ๆก็มีรถยนต์ปริศนาขับปาดหน้าจนติมต้องหักหลบ

            “ปาดหาพ่อมึงหรอ!!!!”ติมเบี่ยงจอดก่อนจะตะโกนด่าจนเพื่อนต้องดึงเสื้อห้าม “ใจเย็นมึง”

            “แม่ง!ขับเหี้ยอะไรเนี่ย”

            ขณะที่ติมกำลังเตรียมจะออกรถไทม์ก็เหลือบเห็นว่ารถคันนั้นค่อยๆลดกระลงก่อนจะมีกระบอกปืนค่อยๆ โผล่ออกมา

            “เชี่ย!ติมๆ!” ไทม์ตีแขนสะกิดเพื่อนเป็นจังหวะเดียวกันที่ติมเห็นพอดี

            ปัง!!ปัง!!

            คนปริศนาในรถลั่นไกใส่ทำให้ทั้งสองหนุ่มต้องบิดรถหนีตายไปตามถนนเส้นหลัก

            “แม่งเอ้ย!!!!เหี้ยไรวะเนี่ย!!”

            ติมขับรถหลบกระสุนไปจนถึงวัดหนึ่งใกล้ๆแถวนั้น ด้วยความที่รถมันไม่ได้เร็วขนาดนั้นพวกเขาจึงต้องหนีมาหลบในวัดทั้งสองคนวิ่งมาหลบในสุสานหลังวัดหลังโกฐใส่กระดูก

            ชายปริศนาเดินดุ่มๆพลางใช้เท้าแหวกพุ่มไม้เพื่อหาพวกเขาอยู่สักพักใหญ่ก่อนจะเดินจากไป

            “เขาไปยัง”ไทม์ส่งเสียงกระซิบถามเพื่อน ติมชะโงกหน้าดูเพื่อตรวจสอบก่อนจะค่อยๆออกจากหลังโกฐใส่กระดูกเพื่อเช็คให้ชัวร์

            “ไปล่ะ”

            ไทม์ออกจากด้ายหลังโกฐใส่กระดูกกวาดสายตามองรอบๆด้วยความระแวง “นี่มันอะไรกันวะเนี่ย ผู้ชายคนนั้นเป็นใครอ่ะทำไมต้องไล่ยิงเราด้วย”

            “ไม่รู้สิแต่เดี๋ยวอีกไม่นานก็คงรู้แหละ”

            “ยังไงอ่ะ”

            ติมขับรถพากลับมายังทางเดิมทางที่พวกเขาโดนไล่ยิ่งมาก่อนจะจอดรถเทียบพบว่ามีตำรวจมาจากไหนก็ไม่รู้มายืนรอแล้ว

            “หวัดดีครับน้า”

            “ไงไอ้หลานยังโอเคดีกันใช่มั้ย”

            “ครับยังไม่ตายครับ”

            ติมเล่าให้ฟังว่าสารวัตรคนนี้คือน้าชายของเขาระหว่างที่พวกเขากำลังหลบซ่อนจากชายปริศนานั่นที่วัดติมก็ได้แอบส่งข้อความไปให้น้าทำให้น้าติมมาถึงที่เกิดเหตุแม้จะช้ากว่าชายคนนั้นไปนิดเดียว

            “เดี๋ยวไปให้ปากคำที่สน.ก่อนนะ”

            “ได้ครับ”

            พวกเขามาให้ปากคำที่สน.อยู่ครึ่งชั่วพอเสร็จก็ขอตัวกลับกันก่อนขี่มอเตอร์ไซค์ตรงกลับบ้านโดยที่ไม่ได้แวะที่ไหนพอมาถึงบ้านต่างคนต่างก็ล้มตัวลงนอนสลบไสลจากความเหนื่อยล้าทันที

            “มึงคิดว่าคนๆ นั้นเขาเป็นใครวะ”ไทม์เอ่ยถามขณะที่สายตายังคงจดจ้องไปที่เพดานด้วยความว่างเปล่า

            “ไม่รู้ว่ะ”

            “จะใช่คนที่เคยเล่นงานพวกเราป่ะ”

            “มีสิทธิ์เอาเป็นว่าช่วงนี้มึงก็พยายามอย่าไปไหนคนเดียวก็แล้วกันต้องระวังตัวหน่อยเพราะไม่รู้ว่าจะโดนเล่นงานตอนไหน”

            “พูดแบบนี้แสดงว่ามึงจะไม่อยู่เป็นเพื่อนกูหรอ”

            “ใคนบอกกูก็อยู่กับมึงตลอดมั้ย” ไทม์ยกยิ้มอย่าพอใจก่อนจะพลิกตะแคงหันไปกอดเพื่อน“แค่นี้กูก็อุ่นใจล่ะ”

            “มึงอย่าทำแบบนี้สิเดี๋ยวสาววายฟินสมองไหลหรอก”

            “ฮ่าๆๆๆๆงั้นหรอ”

            “นอนๆเดี๋ยวพรุ่งนี้มึงต้องกรอกน้ำพริกอีก”

            “อือฝันดีนะ”

            “ฝันดีๆ”

             

             

             

             

     

            อีกด้านหนึ่งที่หน้าโกดังเก็บของร้านในเวลาเที่ยงคืนกว่าๆมีกลุ่มวัยรุ่นนับสิบมารวมตัวกันสุมหัวกันเสียงดังจนไม่เกรงใจชาวบ้านรอบๆ

            “เฮ้ยเอามาอีกมวนดิ” บอลเอื้อมมือไปรับบุหรี่มาจุดก่อนจะสูดควันเข้าปอดแล้วพ่นออกมา

            “ไอ้บอลแล้วสรุปมันว่าไง” บอลหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแชทที่คุยกับใครบางคนค้างไว้ 

            teerapol : ส่งพรุ่งนี้บ่ายทันมั้ยครับ

            น้ำพริกกากหมูแม่ศร: ทันอยู่ครับ

            teerapol : ขอบคุณมากครับ

            “บอลมึงเอาจริงดิ” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น “อะไร”

            “ก็เรื่องนั้น…”

            “นี่อย่าบอกนะว่ามึงกลัว”

            “ก็พวกเราโดนจับมาแล้วรอบนึงนี่ อีกอย่างยัยนั่นก็น่ากลัวด้วยถ้ายัยนั่นรู้เรื่องมีหวังพวกเรา-อั่ก!”

            ยังไม่ทันที่เพื่อนชายคนนั้นจะได้พูดจบก็ถูกบอลยันเท้าเข้าที่อกจนกระเด็นติดกำแพงโกดังสังกะสีจนเกิดเสียงดังลั่น

            “มึงจะกลัวเหี้ยอะไรในเมื่อตอนนี้มึงก็ออกมาแล้วถ้ามันจัดการเราเราก็แค่จัดการมันก่อนไง แค่นี้มันก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้แล้วอีกอย่างนะ ต่อให้มันรู้ก็ไม่มีทางมาทันหรอกเพราะตอนนี้มันกำลังประชุมธุรกิจอยู่ที่ต่างจังหวัด กว่าจะกลับก็อีก”

            “แต่ว่า…”

            “ถ้าพวกมึงกลัวจะไม่ทำกูก็ไม่ได้ว่านะแต่กูก็ไม่รับประกันว่าต่อจากนี้พวกมึงจะเจออะไรบ้าง”บอลแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะเพราะเขารู้ว่าจะไม่มีใครกล้าปฏิเสธความร่วมมือเขาแน่เพราะถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งกล้าที่จะไม่ยอมร่วมมือพวกเขาจะโดนบอลเล่นงงานยันครอบครัวแน่เพราะงั้นทุกคนเลยยอมทำตามจำนน

            หย่อนตัวลงกล่องไม้ใกล้ๆแสยะยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ

            “พรุ่งนี้ตอนบ่ายเตรียมตัวให้พร้อมกูรับรองได้เลยว่า…มันจะสนุกแน่”

            ในขณะที่พวกบอลกำลังสนุกกับแผนการอันชั่วร้ายแต่พวกไม่รู้เลยว่าอีกด้านหนึ่งที่ข้างหลังโกดังยังมีใครบางคนที่กำลังยืนแอบฟังพวกเขาอยู่

            ขยับตัวพลางยืดเส้นยืดสายเพื่อให้คลายความเมื่อยก่อนจะยันตัวลุกพร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา

            “บ่ายสองแล้วหรอเนี่ย”

            หันไปหาเพื่อนเพื่อจะปลุกแต่ก็ต้องขมวดคิ้วเพราะพอหันมากลับไม่เจอติมแล้ว

            สงสัยคงลงไปข้างล่างแล้วมั้ง

            เมื่อวานพวกเขานั่งกรอกน้ำพริกใส่ถุงตั้งแต่เช้าจนถึงตี2 เพราะเมื่อวานลูกค้าทักมาบอกว่าขอให้ส่งวันนี้ตอนบ่ายพวกเขาก็เลยต้องช่วยกันนั่งกรอกตั้งแต่เช้า

            เดินลงมาจากชั้น2ก็พบว่าติมกำลังนั่งทำหน้าเครียดที่โซฟากับบูมที่กำลังพูดอะไรบางอย่างกับติมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

            “มันไม่มีอะไรหรอกมึงเค้าอาจจะเป็นคนแก่ที่มึงสมัครเฟสแล้วเกิดหาของไปจัดเลี้ยงก็ได้”

            “กูก็ไม่อยากจะคิดแบบนั้นหรอกแต่สถานที่กับแอคเคาท์มันแปลกไงอีกอย่างเมื่อวานพวกกูก็พึ่งจะโดนไล่ยิงมาด้วยจะไม่ให้กูคิดได้ไงล่ะ”

            “มีอะไรกันอ่ะ”ไทม์เดินมาสมทบมองเพื่อนทั้งสอง

            “ก็ไอติมอ่ะดิแม่งคิดมาก” ติมไม่ตอบอะไรเพียงแต่ถอนหายใจ “เอาน่าไม่มีอะไรหรอก น่าๆถ้ามึงเครียดมึงรออยู่บ้านก็ได้ เดี๋ยวกูไปเอง”

            “แบบนั้นกูยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่”

            “พอๆเลิกเถียงกันได้แล้ว สรุปว่าไปกันทั้งหมดนี่แหละ ไปขนของได้แล้วไป”บูมดันหลังทั้งคู่ให้ไปเตรียมตัวขนของไทม์แอบสังเกตเห็นสีหน้าของติมที่ดูกังวลเป็นอย่างมาก

            “ติมมันจะไม่เป็นไรเว้ย เชื่อกู”ไทม์เอื้อมแตะบ่าทำให้ติมต้ัองยอมจำนวนอย่างช่วยไม่ได้

            “เฮ้อ~ เออๆจะพยามยามล่ะกัน”

            ออกเดินทางไปยังจุดหมายโดยติมเป็นคนขับรถของตัวเองไปส่งเพื่อนขณะที่กำลังขับรถไปก็เปิดเพลงไปพลางแก้ความเงียบภายในรถ

            “นี่ที่ที่เราต้องไปส่งนี่มันห่างจากบ้านกี่โลหรอ”บูมชะเง้อหน้าจากเบาะหลังมาถามเพื่อน

            “ประมาณยี่สิบโลอ่ะ”

            “โหไกลจัง”

            “เอาเถอะส่งเสร็จก็กลับ”

            รถยนต์ขับไปเรื่อบๆตามถนนเส้นหลักอยู่ครึ่งชั่วโมงจนในที่สุดก็มาถึงสักทีทั้งสามหนุ่มกวาดสายตาสำรวจจากภายในรถ

            “เปิดข้างหลังให้หน่อย”

            ไทม์ลงจากรถไปก่อนก่อนเพื่อนคนอื่นๆจะตามลงไป ระหว่างที่ไทม์กับบูมกำลังเตรียมลงของติมก็กวาดสายตาสำรวจรอบๆมันเป็นโกดังร้างที่ดูเก่าอายุน่าจะราวๆ กว่าสิบกว่าปีแถมที่นี่ก็เงียบเกินจนไม่น่ามีใครอาศัยหรือทำงานอยู่

            “มึงทักหาเขายัง”

            “ทักแล้วๆเขาบอกว่าให้เขาเข้าไปได้เลย”

            “เดี๋ยวก่อนมึงจะเข้าไปเลยหรอ” ติมหันไปถามด้วยสีหน้าซีเรียส “ใช่ ทำไมอ่ะ”

            “มึงกูว่ามันแปลกๆ”

            “ไม่มีอะไรหรอกพวกมึงรออยู่นี่แหละ กูไปล่ะ”

            “เดี๋ยวกูไปด-”

            “เฮ้ยพวกมึง มาทำไรอ่ะ”ยังไม่ทันที่ติมจะพูดจบก็มีเสียงของใครบางคนพูดแทรกพอหันไปก็พบว่าเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เล่นฟุตบอลด้วยกัน

            “งั้นกูไปก่อนนะอยู่คุยกับเพื่อนไป” ไทม์รีบเดินไปโดยทิ้งให้ติมกับบูมอยู่คุยเพื่อนในทีมฟุตบอลเขารู้แหละว่าเพื่อนห่วง แต่แค่มาส่งของเอง เดี๋ยวก็กลับแล้ว

            เดินเข้ามาในโกดังพลางกวาดสายตามองรอบๆข้างในโกดังทีมีแต่ตู้คอนเทนเนอร์แต่มันกลับไร้วี่แววของมนุษย์เลยไทม์ยกมือถือโทรหาลูกค้าเพื่อจะยืนยันตำแหน่งส่งให้แน่ใจ

            “ฮัลโหลครับผมมาถึงแล้วครับ”

            [คร้าบๆผมก็มาถึงแล้วครับ]

            เสียงปลายสายที่คุ้นเคยกับบการปรากฏของคนที่เคยเห็นกันมาก่อน

            “บอลทำไมนาย”

            บอลเลิกคิ้วยกยิ้มมุมปากอย่างสบายใจ“เดาสิ มึงคงไม่ได้โล่ขนาดที่ไม่รู้เรื่องหรอกนะ”

            ประมวลผลตามสิ่งที่บอลพูดทั้งออเดอร์ที่สั่งและแอคเคาท์ที่ทักมานั่นแสดงว่าที่ติมพูดคือเรื่องจริงสินะ

            “อ่อแบบนี้นี่เอง ทำแบบนี้ทำไม”

            “ความพอใจส่วนตัว”บอลยกยิ้มแสยะก่อนที่คนอื่นๆนับสิบที่คาดว่าน่าจะเป็นพวกของบอลเข้ามาล้อมเขาจนไม่มีทางหนี

            “ไหนๆมึงก็มาแล้ว เรามาเล่นสนุกกันเถอะ”

             

             

            “สรุปพวกมึงมาทำอะไรที่นี่เนี่ย”ริงเพื่อนร่วมทีมฟุตบอลของติมเอ่ยถามเพื่อนด้วยความสงสัย “พาไอ้ไทม์มาส่งของ”

            “ห๊ะ? ส่งของ? ทำไมมาส่งที่นี่อ่ะ”

            “แล้วกูจะไปรู้มั้ยเนี่ยก็ลูกค้ามันบอกให้มาส่งที่นี่อ่ะ” ริงปั้นหน้าคิ้วขมวด อย่าว่าแต่ริงเลยเขาก็งงเหมือนกัน

            “เออกูถามไรหน่อยดิ”

            “หือ?”

            “ที่นี่มีคนอยู่มั้ย”ไหนๆ ก็เจอริงแล้วเขาก็ถามซะเลย ริงอาศัยอยู่อาพาร์ตเมนท์ข้างๆโกดังนี่คิดว่าเขาน่าจะต้องรู้อะไรบ้างแหละ

            “ไม่มีนะที่นี่มันร้างมานานแล้วถ้าจะมีก็มีแต่พวกขี้ยาไม่ก็พวกวัยรุ่นมาสุมหัวกันนั่นแหละ”

            “หรอ”

            “เออจะว่าไปช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมามันมีพวกวัยรุ่นกลุ่มนึงมาสุมหัวที่โกดังอยู่”ประโยคของริงทำเอาติมอยากจะรู้

            “พอจะเห็นมั้ยว่าเป็นใคร”

            “มันเห็นไม่ค่อยชัดอ่ะพวกมันชอบมากันตอนกลางคืน แต่ถ้าจำไม่ผิดนะ จำได้ว่ามันจะมีคนนึงอ่ะอ่า…ไอ้นั้นน่ะ ที่ออกทีวีอ่ะ”

            “ทีวี?”

            “คือกูก็จำไม่ค่อยได้อ่ะที่มันออกข่าวช่วงนี้อ่ะ” ริงนึกไปพลางตีไหล่ติมไป ติมก็ลุ้นไปกับเขาเหมือนกันขอให้อย่าเป็นพวกที่เขาคิดเลย

            “อ๋อ!นึกออกแล้ว! ไอ้นั้นไงลูกนักการเมืองที่ยักยอกเงินบริจาคกับแชร์ลูกโซ่อ่ะ”

            “ว่าไงนะ!!นี่มึงพูดจริงใช่มั้ย!!”ริงพยักหน้าตอบในขณะที่ติมก็จับไหล่เพื่อนเขย่าจนหัวแทบโยกนี่เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ หรอเนี่ย แย่ล่ะสิ เพื่อนเขาแย่แน่ๆ

            ไม่รอช้าติมเดินตรงดิ่งจะเข้าไปด้านในแต่จู่ๆบูมก็มาขวางเขาไว้ “มึงจะไปไหน”

            “ไปช่วยไอ้ไทม์”บูมยังคงยืนนิ่งพร้อมกับกำมือแน่น “ไม่ไปได้มั้ย”

            ประโยคของบูมทำเอาติมถึงกับคิ้วขมวดปม“มึงพูดบ้าอะไรนั่นเพื่อนมึงจะโดนกระทืบนะเว้ย!!!”

            “ก็กูไม่อยากให้มึงเจ็บนี่!!”น้ำตาค่อยๆ ไหลอาบน้ำก่อนจะค่อยๆ เดินมาจับแขนของติมแต่กลับถูกปัดออกอย่างไม่ใยดี

            “แล้วเพื่อนมึงล่ะไอ้ไทม์มันไม่ใช่เเพื่อนมึงหรอ ไหนว่าจะช่วยกันดูแลมันไงไหนว่าจะไม่ทิ้งมันแล้วไง”

            “ก็กูชอบมึงกูไม่อยากให้มึงไปเจ็บตัวนี่”

            ติมสูดหายใจลึกเพื่อระงับอารมณ์โกรธที่ตอนนี้พร้อมที่จะปะทุทุกเมื่อ

            “ชอบก็ส่วนชอบเพื่อนก็ส่วนเพื่อน สิ่งที่มึงควรโฟกัสตอนนี้คือเพื่อนมึงไม่ใช่กูกูน่ะไม่เป็นอะไรหรอกมึงก็รู้ แต่ไอ้ไทม์อ่ะ มันสู้ใครไม่ได้ถึงต่อสู้ได้สุดท้ายมันก็โดนรุมอยู่ดี มึงจะไม่ไปกูไม่ว่านะ แต่อย่าขวางกู”

            พูดจบติมก็เดินออกไปทิ้งไว้ให้บูมยืนร้องไห้อยู่คนเดียวเสียงร้องไห้ระงมไปทั่วมือท้วมทุบพื้นด้วยความโมโหและความเจ็บปวด

            ทั้งที่อุตส่าห์พยายามไม่ให้เขาไปเสี่ยงอันตรายแล้วแต่ทำไมเขาถึงไม่ยอมฟังเลยทั้งที่พยายามจะรักษาความสัมพันธ์แบบนี้แล้วแต่ทำไมมันถึงพังทุกที

            ทุกอย่างก็เพราะมันเพราะไอ้ไทม์คนเดียว ถ้าไม่มีมันสักคนติมคงอยู่กับเขาถ้าไม่มีมันทุกคนจะได้สนใจเขาแค่เดียว

            ร่างท้วมลุกขึ้นยืนเปิดประตูรถหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าที่เขาเอามาด้วย

            “ลาก่อนนะเพื่อนยากลาก่อนไทม์”

            อีกด้านหนึ่งติมกำลังวิ่งอย่างสุดชีวิตพลางหยิบมือถือโทรสายตรงหาลูซี่แต่ไม่ว่าจะโทรยังไงก็โทรไม่ติดสักที

            “เวรเอ้ยรับโทรศัพท์สิพี่”

            เมื่อโทรไม่ติดก็ต้องโทรหาคนพี่ติมกดเบอร์โทรหาลุคแต่ไม่ว่าจะโทรยังไงก็โทรไม่ติดเหมือนกัน

            “สัสเอ้ย!!ทำไมไม่รับวะเนี่ย!!”

            “เฮ้ย!มึงเป็นใครวะ” เสียงจากด้านหลังให้ติมหยุดชะงักขณะที่มือยังคงกดโทรยิกๆ

            “เฮ้ย!กูถามว่ามึงเป็นใคร-”

            ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะจะแตะไหล่ก็ถูกติมหันฟาดขาใส่จนกระเด็นติดกำแพงสังกะสีของโกดัง

            “มึงไม่เห็นรึไงว่ากูโทรศัพท์อยู่”พูดไปกัดฟันไปเพื่อระงับความโมโห

            [ว่าไงครับคิดถึงพี่รึไง]

            ในที่สุดปลายสายก็รับเสียทีแต่ไม่ใช่คนที่อยากให้รับนะแต่เป็นคนที่เขาเกลียดต่างหาก

            “พวกไอ้บอลล่อไทม์เข้าไปในโกดังฝากโทรตามตำรวจกับพวกพี่ลูซี่ที โลเคชั่นส่งไปในแชทแล้ว”

            [เข้าใจแล้วเดี๋ยวพี่จะรีบไป]

            วางสายเสร็จเก็บโทรศัพท์กางเกงก็ไม่อยากจะขอความช่วยเหลือจากฟาโรห์หรอกนะแต่ตอนนี้ที่คนอื่นกำลังทำงานจนไม่สามารถสละเวลามารับโทรศัพท์ได้ก็มีแต่เขานี่แหละที่จะสามารถประสานงานทุกทางให้เขาขณะที่กำลังเข้าไปช่วยไทม์ได้

            “เพื่อนกูอยู่ไหน”

            “เหอะ!ป่านนี้คงโดนกระทืบไม่ก็โดนเอาไปแล้วมั้ง”

            พูดจบติมก็กระโดดฟรีคิกเต็มหน้าของศัตรูก่อนจะเริ่มการตะลุมบอล 1:4โดยที่ติมมีแค่ตัวเปล่าต่างกับอีกฝ่ายที่มีทั้งมีดและท่อเหล็ก

            “มึงตาย!!”

            ฝ่ายศัตรูวิ่งพุ่งเข้าใส่ติมหลบท่อเหล็กก่อนจะดึงมาแล้วใช้ฟาดเข้าที่หัวของอีกฝ่ายอย่างแรงระเนระนาด

            “ตายหรอพวกมึงต่างหากที่จะตาย”

            ติมเดินเข้าโกดังแต่แทนจะเจอเพื่อนแต่กลับเจอพวกของบอลนับสิบยืนรอเขาอยู่พร้อมกับอาวุธเต็มมือ

            “ขี้โกงกันนี่หว่า”

            “เขาเรียกฉลาดเว้ยมีแค่ท่อคิดหรอว่าจะชนะกูได้”

            “ก็ลองดูดิจะได้รู้ว่าแค่ท่อมันจะชนะได้มั้ย”

             

    คล้ายกับเรื่องtime- ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508