หลังจากกินข้าวกันเสร็จทั้งสองคนก็เดินเล่นต่ออีกหน่อยก่อนจะกลับขณะที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านช่วงที่กำลังจอดรถเพื่อรอไฟแดงไทม์ก็รู้สึกแปลกๆขึ้นมา
“มึงทำไมถนนมันโล่งขนาดนี้วะ”
“นี่มันสี่ทุ่มแล้วถนนก็เริ่มโล่งสิ”
“หรอ”สงสัยเขาจะคิดมากไปเองก็ได้มั้ง
สัญญาณไฟเปลี่ยนสีติมบิดรถออกแต่ขณะที่กำลังขับอยู่ๆก็มีรถยนต์ปริศนาขับปาดหน้าจนติมต้องหักหลบ
“ปาดหาพ่อมึงหรอ!!!!”ติมเบี่ยงจอดก่อนจะตะโกนด่าจนเพื่อนต้องดึงเสื้อห้าม “ใจเย็นมึง”
“แม่ง!ขับเหี้ยอะไรเนี่ย”
ขณะที่ติมกำลังเตรียมจะออกรถไทม์ก็เหลือบเห็นว่ารถคันนั้นค่อยๆลดกระลงก่อนจะมีกระบอกปืนค่อยๆ โผล่ออกมา
“เชี่ย!ติมๆ!” ไทม์ตีแขนสะกิดเพื่อนเป็นจังหวะเดียวกันที่ติมเห็นพอดี
ปัง!!ปัง!!
คนปริศนาในรถลั่นไกใส่ทำให้ทั้งสองหนุ่มต้องบิดรถหนีตายไปตามถนนเส้นหลัก
“แม่งเอ้ย!!!!เหี้ยไรวะเนี่ย!!”
ติมขับรถหลบกระสุนไปจนถึงวัดหนึ่งใกล้ๆแถวนั้น ด้วยความที่รถมันไม่ได้เร็วขนาดนั้นพวกเขาจึงต้องหนีมาหลบในวัดทั้งสองคนวิ่งมาหลบในสุสานหลังวัดหลังโกฐใส่กระดูก
ชายปริศนาเดินดุ่มๆพลางใช้เท้าแหวกพุ่มไม้เพื่อหาพวกเขาอยู่สักพักใหญ่ก่อนจะเดินจากไป
“เขาไปยัง”ไทม์ส่งเสียงกระซิบถามเพื่อน ติมชะโงกหน้าดูเพื่อตรวจสอบก่อนจะค่อยๆออกจากหลังโกฐใส่กระดูกเพื่อเช็คให้ชัวร์
“ไปล่ะ”
ไทม์ออกจากด้ายหลังโกฐใส่กระดูกกวาดสายตามองรอบๆด้วยความระแวง “นี่มันอะไรกันวะเนี่ย ผู้ชายคนนั้นเป็นใครอ่ะทำไมต้องไล่ยิงเราด้วย”
“ไม่รู้สิแต่เดี๋ยวอีกไม่นานก็คงรู้แหละ”
“ยังไงอ่ะ”
ติมขับรถพากลับมายังทางเดิมทางที่พวกเขาโดนไล่ยิ่งมาก่อนจะจอดรถเทียบพบว่ามีตำรวจมาจากไหนก็ไม่รู้มายืนรอแล้ว
“หวัดดีครับน้า”
“ไงไอ้หลานยังโอเคดีกันใช่มั้ย”
“ครับยังไม่ตายครับ”
ติมเล่าให้ฟังว่าสารวัตรคนนี้คือน้าชายของเขาระหว่างที่พวกเขากำลังหลบซ่อนจากชายปริศนานั่นที่วัดติมก็ได้แอบส่งข้อความไปให้น้าทำให้น้าติมมาถึงที่เกิดเหตุแม้จะช้ากว่าชายคนนั้นไปนิดเดียว
“เดี๋ยวไปให้ปากคำที่สน.ก่อนนะ”
“ได้ครับ”
พวกเขามาให้ปากคำที่สน.อยู่ครึ่งชั่วพอเสร็จก็ขอตัวกลับกันก่อนขี่มอเตอร์ไซค์ตรงกลับบ้านโดยที่ไม่ได้แวะที่ไหนพอมาถึงบ้านต่างคนต่างก็ล้มตัวลงนอนสลบไสลจากความเหนื่อยล้าทันที
“มึงคิดว่าคนๆ นั้นเขาเป็นใครวะ”ไทม์เอ่ยถามขณะที่สายตายังคงจดจ้องไปที่เพดานด้วยความว่างเปล่า
“ไม่รู้ว่ะ”
“จะใช่คนที่เคยเล่นงานพวกเราป่ะ”
“มีสิทธิ์เอาเป็นว่าช่วงนี้มึงก็พยายามอย่าไปไหนคนเดียวก็แล้วกันต้องระวังตัวหน่อยเพราะไม่รู้ว่าจะโดนเล่นงานตอนไหน”
“พูดแบบนี้แสดงว่ามึงจะไม่อยู่เป็นเพื่อนกูหรอ”
“ใคนบอกกูก็อยู่กับมึงตลอดมั้ย” ไทม์ยกยิ้มอย่าพอใจก่อนจะพลิกตะแคงหันไปกอดเพื่อน“แค่นี้กูก็อุ่นใจล่ะ”
“มึงอย่าทำแบบนี้สิเดี๋ยวสาววายฟินสมองไหลหรอก”
“ฮ่าๆๆๆๆงั้นหรอ”
“นอนๆเดี๋ยวพรุ่งนี้มึงต้องกรอกน้ำพริกอีก”
“อือฝันดีนะ”
“ฝันดีๆ”
อีกด้านหนึ่งที่หน้าโกดังเก็บของร้านในเวลาเที่ยงคืนกว่าๆมีกลุ่มวัยรุ่นนับสิบมารวมตัวกันสุมหัวกันเสียงดังจนไม่เกรงใจชาวบ้านรอบๆ
“เฮ้ยเอามาอีกมวนดิ” บอลเอื้อมมือไปรับบุหรี่มาจุดก่อนจะสูดควันเข้าปอดแล้วพ่นออกมา
“ไอ้บอลแล้วสรุปมันว่าไง” บอลหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแชทที่คุยกับใครบางคนค้างไว้
teerapol : ส่งพรุ่งนี้บ่ายทันมั้ยครับ
น้ำพริกกากหมูแม่ศร: ทันอยู่ครับ
teerapol : ขอบคุณมากครับ
“บอลมึงเอาจริงดิ” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น “อะไร”
“ก็เรื่องนั้น…”
“นี่อย่าบอกนะว่ามึงกลัว”
“ก็พวกเราโดนจับมาแล้วรอบนึงนี่ อีกอย่างยัยนั่นก็น่ากลัวด้วยถ้ายัยนั่นรู้เรื่องมีหวังพวกเรา-อั่ก!”
ยังไม่ทันที่เพื่อนชายคนนั้นจะได้พูดจบก็ถูกบอลยันเท้าเข้าที่อกจนกระเด็นติดกำแพงโกดังสังกะสีจนเกิดเสียงดังลั่น
“มึงจะกลัวเหี้ยอะไรในเมื่อตอนนี้มึงก็ออกมาแล้วถ้ามันจัดการเราเราก็แค่จัดการมันก่อนไง แค่นี้มันก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้แล้วอีกอย่างนะ ต่อให้มันรู้ก็ไม่มีทางมาทันหรอกเพราะตอนนี้มันกำลังประชุมธุรกิจอยู่ที่ต่างจังหวัด กว่าจะกลับก็อีก”
“แต่ว่า…”
“ถ้าพวกมึงกลัวจะไม่ทำกูก็ไม่ได้ว่านะแต่กูก็ไม่รับประกันว่าต่อจากนี้พวกมึงจะเจออะไรบ้าง”บอลแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะเพราะเขารู้ว่าจะไม่มีใครกล้าปฏิเสธความร่วมมือเขาแน่เพราะถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งกล้าที่จะไม่ยอมร่วมมือพวกเขาจะโดนบอลเล่นงงานยันครอบครัวแน่เพราะงั้นทุกคนเลยยอมทำตามจำนน
หย่อนตัวลงกล่องไม้ใกล้ๆแสยะยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ
“พรุ่งนี้ตอนบ่ายเตรียมตัวให้พร้อมกูรับรองได้เลยว่า…มันจะสนุกแน่”
ในขณะที่พวกบอลกำลังสนุกกับแผนการอันชั่วร้ายแต่พวกไม่รู้เลยว่าอีกด้านหนึ่งที่ข้างหลังโกดังยังมีใครบางคนที่กำลังยืนแอบฟังพวกเขาอยู่
ขยับตัวพลางยืดเส้นยืดสายเพื่อให้คลายความเมื่อยก่อนจะยันตัวลุกพร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา
“บ่ายสองแล้วหรอเนี่ย”
หันไปหาเพื่อนเพื่อจะปลุกแต่ก็ต้องขมวดคิ้วเพราะพอหันมากลับไม่เจอติมแล้ว
สงสัยคงลงไปข้างล่างแล้วมั้ง
เมื่อวานพวกเขานั่งกรอกน้ำพริกใส่ถุงตั้งแต่เช้าจนถึงตี2 เพราะเมื่อวานลูกค้าทักมาบอกว่าขอให้ส่งวันนี้ตอนบ่ายพวกเขาก็เลยต้องช่วยกันนั่งกรอกตั้งแต่เช้า
เดินลงมาจากชั้น2ก็พบว่าติมกำลังนั่งทำหน้าเครียดที่โซฟากับบูมที่กำลังพูดอะไรบางอย่างกับติมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“มันไม่มีอะไรหรอกมึงเค้าอาจจะเป็นคนแก่ที่มึงสมัครเฟสแล้วเกิดหาของไปจัดเลี้ยงก็ได้”
“กูก็ไม่อยากจะคิดแบบนั้นหรอกแต่สถานที่กับแอคเคาท์มันแปลกไงอีกอย่างเมื่อวานพวกกูก็พึ่งจะโดนไล่ยิงมาด้วยจะไม่ให้กูคิดได้ไงล่ะ”
“มีอะไรกันอ่ะ”ไทม์เดินมาสมทบมองเพื่อนทั้งสอง
“ก็ไอติมอ่ะดิแม่งคิดมาก” ติมไม่ตอบอะไรเพียงแต่ถอนหายใจ “เอาน่าไม่มีอะไรหรอก น่าๆถ้ามึงเครียดมึงรออยู่บ้านก็ได้ เดี๋ยวกูไปเอง”
“แบบนั้นกูยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่”
“พอๆเลิกเถียงกันได้แล้ว สรุปว่าไปกันทั้งหมดนี่แหละ ไปขนของได้แล้วไป”บูมดันหลังทั้งคู่ให้ไปเตรียมตัวขนของไทม์แอบสังเกตเห็นสีหน้าของติมที่ดูกังวลเป็นอย่างมาก
“ติมมันจะไม่เป็นไรเว้ย เชื่อกู”ไทม์เอื้อมแตะบ่าทำให้ติมต้ัองยอมจำนวนอย่างช่วยไม่ได้
“เฮ้อ~ เออๆจะพยามยามล่ะกัน”
ออกเดินทางไปยังจุดหมายโดยติมเป็นคนขับรถของตัวเองไปส่งเพื่อนขณะที่กำลังขับรถไปก็เปิดเพลงไปพลางแก้ความเงียบภายในรถ
“นี่ที่ที่เราต้องไปส่งนี่มันห่างจากบ้านกี่โลหรอ”บูมชะเง้อหน้าจากเบาะหลังมาถามเพื่อน
“ประมาณยี่สิบโลอ่ะ”
“โหไกลจัง”
“เอาเถอะส่งเสร็จก็กลับ”
รถยนต์ขับไปเรื่อบๆตามถนนเส้นหลักอยู่ครึ่งชั่วโมงจนในที่สุดก็มาถึงสักทีทั้งสามหนุ่มกวาดสายตาสำรวจจากภายในรถ
“เปิดข้างหลังให้หน่อย”
ไทม์ลงจากรถไปก่อนก่อนเพื่อนคนอื่นๆจะตามลงไป ระหว่างที่ไทม์กับบูมกำลังเตรียมลงของติมก็กวาดสายตาสำรวจรอบๆมันเป็นโกดังร้างที่ดูเก่าอายุน่าจะราวๆ กว่าสิบกว่าปีแถมที่นี่ก็เงียบเกินจนไม่น่ามีใครอาศัยหรือทำงานอยู่
“มึงทักหาเขายัง”
“ทักแล้วๆเขาบอกว่าให้เขาเข้าไปได้เลย”
“เดี๋ยวก่อนมึงจะเข้าไปเลยหรอ” ติมหันไปถามด้วยสีหน้าซีเรียส “ใช่ ทำไมอ่ะ”
“มึงกูว่ามันแปลกๆ”
“ไม่มีอะไรหรอกพวกมึงรออยู่นี่แหละ กูไปล่ะ”
“เดี๋ยวกูไปด-”
“เฮ้ยพวกมึง มาทำไรอ่ะ”ยังไม่ทันที่ติมจะพูดจบก็มีเสียงของใครบางคนพูดแทรกพอหันไปก็พบว่าเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เล่นฟุตบอลด้วยกัน
“งั้นกูไปก่อนนะอยู่คุยกับเพื่อนไป” ไทม์รีบเดินไปโดยทิ้งให้ติมกับบูมอยู่คุยเพื่อนในทีมฟุตบอลเขารู้แหละว่าเพื่อนห่วง แต่แค่มาส่งของเอง เดี๋ยวก็กลับแล้ว
เดินเข้ามาในโกดังพลางกวาดสายตามองรอบๆข้างในโกดังทีมีแต่ตู้คอนเทนเนอร์แต่มันกลับไร้วี่แววของมนุษย์เลยไทม์ยกมือถือโทรหาลูกค้าเพื่อจะยืนยันตำแหน่งส่งให้แน่ใจ
“ฮัลโหลครับผมมาถึงแล้วครับ”
[คร้าบๆผมก็มาถึงแล้วครับ]
เสียงปลายสายที่คุ้นเคยกับบการปรากฏของคนที่เคยเห็นกันมาก่อน
“บอลทำไมนาย”
บอลเลิกคิ้วยกยิ้มมุมปากอย่างสบายใจ“เดาสิ มึงคงไม่ได้โล่ขนาดที่ไม่รู้เรื่องหรอกนะ”
ประมวลผลตามสิ่งที่บอลพูดทั้งออเดอร์ที่สั่งและแอคเคาท์ที่ทักมานั่นแสดงว่าที่ติมพูดคือเรื่องจริงสินะ
“อ่อแบบนี้นี่เอง ทำแบบนี้ทำไม”
“ความพอใจส่วนตัว”บอลยกยิ้มแสยะก่อนที่คนอื่นๆนับสิบที่คาดว่าน่าจะเป็นพวกของบอลเข้ามาล้อมเขาจนไม่มีทางหนี
“ไหนๆมึงก็มาแล้ว เรามาเล่นสนุกกันเถอะ”
“สรุปพวกมึงมาทำอะไรที่นี่เนี่ย”ริงเพื่อนร่วมทีมฟุตบอลของติมเอ่ยถามเพื่อนด้วยความสงสัย “พาไอ้ไทม์มาส่งของ”
“ห๊ะ? ส่งของ? ทำไมมาส่งที่นี่อ่ะ”
“แล้วกูจะไปรู้มั้ยเนี่ยก็ลูกค้ามันบอกให้มาส่งที่นี่อ่ะ” ริงปั้นหน้าคิ้วขมวด อย่าว่าแต่ริงเลยเขาก็งงเหมือนกัน
“เออกูถามไรหน่อยดิ”
“หือ?”
“ที่นี่มีคนอยู่มั้ย”ไหนๆ ก็เจอริงแล้วเขาก็ถามซะเลย ริงอาศัยอยู่อาพาร์ตเมนท์ข้างๆโกดังนี่คิดว่าเขาน่าจะต้องรู้อะไรบ้างแหละ
“ไม่มีนะที่นี่มันร้างมานานแล้วถ้าจะมีก็มีแต่พวกขี้ยาไม่ก็พวกวัยรุ่นมาสุมหัวกันนั่นแหละ”
“หรอ”
“เออจะว่าไปช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมามันมีพวกวัยรุ่นกลุ่มนึงมาสุมหัวที่โกดังอยู่”ประโยคของริงทำเอาติมอยากจะรู้
“พอจะเห็นมั้ยว่าเป็นใคร”
“มันเห็นไม่ค่อยชัดอ่ะพวกมันชอบมากันตอนกลางคืน แต่ถ้าจำไม่ผิดนะ จำได้ว่ามันจะมีคนนึงอ่ะอ่า…ไอ้นั้นน่ะ ที่ออกทีวีอ่ะ”
“ทีวี?”
“คือกูก็จำไม่ค่อยได้อ่ะที่มันออกข่าวช่วงนี้อ่ะ” ริงนึกไปพลางตีไหล่ติมไป ติมก็ลุ้นไปกับเขาเหมือนกันขอให้อย่าเป็นพวกที่เขาคิดเลย
“อ๋อ!นึกออกแล้ว! ไอ้นั้นไงลูกนักการเมืองที่ยักยอกเงินบริจาคกับแชร์ลูกโซ่อ่ะ”
“ว่าไงนะ!!นี่มึงพูดจริงใช่มั้ย!!”ริงพยักหน้าตอบในขณะที่ติมก็จับไหล่เพื่อนเขย่าจนหัวแทบโยกนี่เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ หรอเนี่ย แย่ล่ะสิ เพื่อนเขาแย่แน่ๆ
ไม่รอช้าติมเดินตรงดิ่งจะเข้าไปด้านในแต่จู่ๆบูมก็มาขวางเขาไว้ “มึงจะไปไหน”
“ไปช่วยไอ้ไทม์”บูมยังคงยืนนิ่งพร้อมกับกำมือแน่น “ไม่ไปได้มั้ย”
ประโยคของบูมทำเอาติมถึงกับคิ้วขมวดปม“มึงพูดบ้าอะไรนั่นเพื่อนมึงจะโดนกระทืบนะเว้ย!!!”
“ก็กูไม่อยากให้มึงเจ็บนี่!!”น้ำตาค่อยๆ ไหลอาบน้ำก่อนจะค่อยๆ เดินมาจับแขนของติมแต่กลับถูกปัดออกอย่างไม่ใยดี
“แล้วเพื่อนมึงล่ะไอ้ไทม์มันไม่ใช่เเพื่อนมึงหรอ ไหนว่าจะช่วยกันดูแลมันไงไหนว่าจะไม่ทิ้งมันแล้วไง”
“ก็กูชอบมึงกูไม่อยากให้มึงไปเจ็บตัวนี่”
ติมสูดหายใจลึกเพื่อระงับอารมณ์โกรธที่ตอนนี้พร้อมที่จะปะทุทุกเมื่อ
“ชอบก็ส่วนชอบเพื่อนก็ส่วนเพื่อน สิ่งที่มึงควรโฟกัสตอนนี้คือเพื่อนมึงไม่ใช่กูกูน่ะไม่เป็นอะไรหรอกมึงก็รู้ แต่ไอ้ไทม์อ่ะ มันสู้ใครไม่ได้ถึงต่อสู้ได้สุดท้ายมันก็โดนรุมอยู่ดี มึงจะไม่ไปกูไม่ว่านะ แต่อย่าขวางกู”
พูดจบติมก็เดินออกไปทิ้งไว้ให้บูมยืนร้องไห้อยู่คนเดียวเสียงร้องไห้ระงมไปทั่วมือท้วมทุบพื้นด้วยความโมโหและความเจ็บปวด
ทั้งที่อุตส่าห์พยายามไม่ให้เขาไปเสี่ยงอันตรายแล้วแต่ทำไมเขาถึงไม่ยอมฟังเลยทั้งที่พยายามจะรักษาความสัมพันธ์แบบนี้แล้วแต่ทำไมมันถึงพังทุกที
ทุกอย่างก็เพราะมันเพราะไอ้ไทม์คนเดียว ถ้าไม่มีมันสักคนติมคงอยู่กับเขาถ้าไม่มีมันทุกคนจะได้สนใจเขาแค่เดียว
ร่างท้วมลุกขึ้นยืนเปิดประตูรถหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าที่เขาเอามาด้วย
“ลาก่อนนะเพื่อนยากลาก่อนไทม์”
อีกด้านหนึ่งติมกำลังวิ่งอย่างสุดชีวิตพลางหยิบมือถือโทรสายตรงหาลูซี่แต่ไม่ว่าจะโทรยังไงก็โทรไม่ติดสักที
“เวรเอ้ยรับโทรศัพท์สิพี่”
เมื่อโทรไม่ติดก็ต้องโทรหาคนพี่ติมกดเบอร์โทรหาลุคแต่ไม่ว่าจะโทรยังไงก็โทรไม่ติดเหมือนกัน
“สัสเอ้ย!!ทำไมไม่รับวะเนี่ย!!”
“เฮ้ย!มึงเป็นใครวะ” เสียงจากด้านหลังให้ติมหยุดชะงักขณะที่มือยังคงกดโทรยิกๆ
“เฮ้ย!กูถามว่ามึงเป็นใคร-”
ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะจะแตะไหล่ก็ถูกติมหันฟาดขาใส่จนกระเด็นติดกำแพงสังกะสีของโกดัง
“มึงไม่เห็นรึไงว่ากูโทรศัพท์อยู่”พูดไปกัดฟันไปเพื่อระงับความโมโห
[ว่าไงครับคิดถึงพี่รึไง]
ในที่สุดปลายสายก็รับเสียทีแต่ไม่ใช่คนที่อยากให้รับนะแต่เป็นคนที่เขาเกลียดต่างหาก
“พวกไอ้บอลล่อไทม์เข้าไปในโกดังฝากโทรตามตำรวจกับพวกพี่ลูซี่ที โลเคชั่นส่งไปในแชทแล้ว”
[เข้าใจแล้วเดี๋ยวพี่จะรีบไป]
วางสายเสร็จเก็บโทรศัพท์กางเกงก็ไม่อยากจะขอความช่วยเหลือจากฟาโรห์หรอกนะแต่ตอนนี้ที่คนอื่นกำลังทำงานจนไม่สามารถสละเวลามารับโทรศัพท์ได้ก็มีแต่เขานี่แหละที่จะสามารถประสานงานทุกทางให้เขาขณะที่กำลังเข้าไปช่วยไทม์ได้
“เพื่อนกูอยู่ไหน”
“เหอะ!ป่านนี้คงโดนกระทืบไม่ก็โดนเอาไปแล้วมั้ง”
พูดจบติมก็กระโดดฟรีคิกเต็มหน้าของศัตรูก่อนจะเริ่มการตะลุมบอล 1:4โดยที่ติมมีแค่ตัวเปล่าต่างกับอีกฝ่ายที่มีทั้งมีดและท่อเหล็ก
“มึงตาย!!”
ฝ่ายศัตรูวิ่งพุ่งเข้าใส่ติมหลบท่อเหล็กก่อนจะดึงมาแล้วใช้ฟาดเข้าที่หัวของอีกฝ่ายอย่างแรงระเนระนาด
“ตายหรอพวกมึงต่างหากที่จะตาย”
ติมเดินเข้าโกดังแต่แทนจะเจอเพื่อนแต่กลับเจอพวกของบอลนับสิบยืนรอเขาอยู่พร้อมกับอาวุธเต็มมือ
“ขี้โกงกันนี่หว่า”
“เขาเรียกฉลาดเว้ยมีแค่ท่อคิดหรอว่าจะชนะกูได้”
“ก็ลองดูดิจะได้รู้ว่าแค่ท่อมันจะชนะได้มั้ย”