
ตอนที่31 ไข่ดาวชาโคล
ห้องอาหาร
“นี่คือ… อะไร?”
คุณเกรียนเม้มปากแน่นทำตาพองโตเท่าไข่ไดโนเสาร์ เมื่อฉันวางจานอาหารเช้าซึ่งในจานมีไส้กรอกและไข่ดาวที่มันค่อนข้างจะไหม้ไปสักหน่อย เพราะฉันดันมัวแต่ระวังไส้กรอกที่อยู่ในเตาไมโครเวฟ พอรู้ตัวอีกทีไข่ดาวมันก็เกรียมไปซะแล้ว
“ไข่ดาวค่ะ มันอาจจะไหม้ไปนิด ต้องขอโทษด้วยนะคะ แฮร่”
ฉันส่งยิ้มแห้งๆ กลับไป ตอนแรกกะว่าจะทำให้เซอร์ไพรสให้คุณเกรียนประหลาดใจซะหน่อย ที่ฉันทำอาหารเช้าให้ทาน ดันกลายเป็ว่าเค้าดูใซะมากกว่า
“นี่มันเรียกว่าอาหารได้งั้นเหรอ ไข่ดาวอะไรนี่มันไข่ดำชัดๆ คราวหน้าถ้าทำอาหารไม่เป็ก็อย่าเข้ามาวุ่นวายในครัวของฉันอีก รู้ไหมว่าพวกเด็กกำพร้าเด็กยากไร้ไข่ดาวเพียงฟองเดียวสำหรับพวกเขามันมีค่ามากขนาดไหน พวกคนรวยอย่างเธอก็ไม่เข้าใจหรอก ห้ามล้อเล่นกับอาหารอีกนะ”
คุณเกรียนยกมือขึ้นกอดอกหน้านิ่วคิ้วขมวด แปลงร่างจากคุณเกรียนใจดีคนเมื่อวานกลายเป็ั์น่ากลัว
“เอ๋”
ใบหน้าของฉันเหี่ยวเหลือแค่สองนิ้ว นั่งอ้าปากค้างเติ่ง ทำไมเค้าดูเกรี้ยวกราดเหลือเกิน นี่ฉันทำอะไรผิดไปงั้นเหรอก็เข้าใจอยู่หรอกนะว่าฉันทำไข่ดาวไหม้ แต่เค้าต้องโกรธเป็ฟืนเป็ไฟขนาดนี้เลยเหรอ
“หนูขอโทษนะคะ ต่อไปหนูจะไม่เข้ามายุ่งในครัวนี้อีกแล้วล่ะค่ะ ขอโทษค่ะ”
ฉันลุกขึ้นยืนค้อมตัว บ้าชะมัด จู่ๆ น้ำตามันก็คลอหน่วยตาขึ้นมาซะอย่างงั้น ฉันปากคอสั่นไปหมดแล้วน้ำตาบ้าก็ไหลออกมาจนได้
“เอ่อ ฉันขอโทษที่พูดแรงไปหน่อย”
น้ำเสียงของเค้าอ่อนลงเมื่อเห็นหยาดน้ำตาของฉัน
“นั่งลงก่อนสิ วันหลังถ้าเธออยากทานอะไรก็บอกฉันจะทำให้ทานเอง”
“ขอบคุณค่ะ”
ฉันยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ต้องใช้หลังมือปาดน้ำตาออกลวกๆ นึกงงตัวเองเหมือนกันว่ากลายเป็คนบ่อน้ำตาตื้นไปั้แ่เมื่อไหร่ แล้วหน้าตาและน้ำเสียงแบบนั้นของเค้ามันก็น่ากลัวจริงๆ แหละ เหมือนฉันโดนบีบหัวใจเลย
“หนูน่ะต้องเป็ฝ่ายขอโทษถึงจะถูกนะคะที่ไม่เจียมตัวเอาซะเลย เห็นว่าคุณเกรียนดีกับหนูมากหนูก็เลยอยากตอบแทนบ้างด้วยการทำอาหารเล็กๆ น้อยๆ ให้คุณทาน แต่ผลมันก็ออกมาแย่มาก”
“เอางี้สิ วันหลังฉันจะสอนเธอทำอาหารง่ายๆ แล้วกันดีไหม เพื่อเป็การขอโทษที่ฉันดุเธอในวันนี้”
“จริงนะคะที่คุณเกรียนจะสอนฉันทำอาหาร”
นี่เค้าจะสอนฉันทำอาหารด้วย น่ารักจัง ฉันยิ้มจนปากบาน
“จริงสิ แต่คงต้องเป็วันอื่นนะวันนี้ฉันมีธุระต้องออกไปทำ เธอเองก็ต้องอยู่บ้านทำงานบ้านตามที่ตกลงกับฉันเอาไว้ แล้วก็ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด”
“เข้าใจแล้วค่ะ หนูจะเป็เด็กดีของคุณเกรียนจะเชื่อฟังที่คุณเกรียนบอกนะคะ”
“เป็เด็กดีของฉัน งั้นเหรอ”
คุณเกรียนพึมพำออกมาเบาๆ
หือ… ทำไมเค้าต้องหน้าแดงด้วยล่ะ นี่ฉันพูดอะไรผิดไปงั้นเหรอ
“ดีมาก”
คุณเกรียนใช้ส้อมจิ้มไส้กรอกเข้าปาก จากนั้นเราสองคนก็ต่างทานอาหารในจานของตัวเองโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกเลย