เฟยิพาลี่เฉี่ยวมาถึงหน้าจวนตระกูลหลิวสาวใช้ซูปี้กับฮ่าวอู๋ดักรอยู่แล้วซูปี้เหลือบเห็นเฟยิแบกลี่เฉี่ยวมานางรีบวิ่งเข้าใส่
“คุณหนู...”
เฟยิค่อยๆปล่อยนางลงจากหลัง
“เ้าประคองนางเข้าไปด้วย”
“เ้าค่ะ”
“คุณชายพานางไปทำอะไรมาถึงได้มีสภาพกลับมาเยี่ยงนี้”
ฮ่าวอู๋กล่าว
“เื่มันยาวกลับก่อนเถอะ”
ซูปี้แอบพาลี่เฉี่ยวเข้าจวนหลบๆซ่อน ๆไม่อยากให้ที่บ้านเห็นสภาพนางเช่นนี้ มารดาลี่เฉี่ยวกลับเหลียวเห็นว่าทั้งสองกำลังเดินเข้าห้อง นางเดินตามมาที่หน้าประตูห้อง
“ลี่เอ๋อ..กลับมาแล้วเหรอเป็อย่างไรบ้าง”
ลี่เฉี่ยวยังไม่ได้สติมือยังทำท่าตบ แล้วพูดว่า “ไป ๆ ๆ”
ซูปี้ใช้มือปิดปากนางมืออีกข้างทำเสียงจุ่ ๆ
มารดานางสีหน้างง “ลี่เอ๋อ ใครไปไหน”
“ไม่มีอะไรเ้าค่ะฮูหยิน คุณหนูแค่ล้อเล่นกับข้า ประเดี๋ยวคุณหนูก็จะนอนแล้วเ้าค่ะ”
“งั้นเหรองั้นก็พักผ่อนเถอะ ข้าไม่กวนแล้ว”
หลังมารดากลับซูปี้เอามือออกจากปากลี่เฉี่ยวนางก็หลับสนิทแล้ว
จวนสกุลหลี่
พ่อบ้านได้รับคำสั่งจากหลี่เว่ยซุนให้ตามเฟยิมาพบ
“ท่านพ่อมีเื่ใดกับข้า”
“เ้าไปรู้จักสนิทสนมกับคุณหนูสกุลหลิวั้แ่เมื่อใด”
เฟยิก้มหน้าคิดทบทวนว่าท่านพ่อรู้ได้อย่างใด แล้วเขาก็นึกได้ว่า น่าจะเป็หลัวฝาน
“ข้ารู้จักนางได้สักพักแล้ว”
“ไม่ว่าเ้าจะรู้จักนานแค่ไหนสนิทสนมกับนางเพียงใด ข้าขอสั่งห้ามเ้า ห้ามไปมาหาสู่กับนางอีก”
สีหน้าเฟยิเริ่มตึงเครียดหว่างคิ้วขมวดแทบจะติดกัน
“ข้าไม่เข้าใจทำไมต้องสั่งห้ามข้า”
“เพราะว่าข้ามีคนที่ข้าหมายปอง ที่จะให้หมั้นหมายกับเ้าแล้ว ฉะนั้นเ้าไม่ควรไปมาหาสู่กับแม่นางสกุลหลิวอีก”
เฟยิกัดฟันความโกรธเพิ่มมากขึ้น
“ไม่ห้ามก็สั่ง มีอยู่สองอย่างนี้ที่ท่านทำกับข้ามาโดยตลอดดั่งข้าเป็สิ่งของที่ท่านอยากจะทำอะไรก็ได้ ข้าโตแล้ว ชีวิตข้า ข้าเลือกเองไม่ต้องให้ท่านมาบงการ” แล้วเขาก็เดินหน้าตั้งออกจากตรงนั้น หลี่เว่ยซุนโกรธมาก ยกมือชี้นิ้วตามหลังเฟยิ
“เ้า..เ้าลูกไม่รักดีข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อเ้า” น้ำเสียงสั่นด้วยความโมโห
เฟยิพอถึงห้องก็เรียกหาฮ่าวอู๋ ให้ฮ่าวอู๋ไปสืบข่าวว่าบิดาเขาได้จัดหาใครที่จะมาหมั้นหมายกับเขา และจู่ ๆทำไมจะหาคู่ให้ ฮ่าวอู๋ไปสืบข่าวสักพักก็กลับมาพร้อมคำตอบ
“คุณชายขอรับ”
“เข้ามา”
“สิ่งที่ท่านให้ข้าจัดการด้วยความสามารถของข้า ไม่มีเื่ใดที่ข้าจัดการไม่ได้” ฮ่าวอู๋โอ้อวดพรรณนาความเก่งตนแต่ก็โดนเฟยิตัดบท
“พูดมากเล่ามา”
สีหน้าฮ่าวอู๋เปลี่ยน
“เป็คุณชายใหญ่กับพี่สะใภ้ของคุณชายที่แนะนำญาติผู้น้องของนางให้กับคุณชาย เห็นเขาพูดกันว่าเป็สตรีที่อ่อนโยนน่ารัก”
เฟยิถอนหายใจเฮือกใหญ่
“จะมีภรรยาจะต้องให้ผู้อื่นมาเลือกแทนข้างั้นเหรอ น่าขันนัก”
เมื่อเขารู้แล้วว่าใครเป็คนบงการหาคู่ให้กับเขาก็ปล่อยผ่านเื่นี้ไปก่อน เพราะไม่ได้สนใจที่จะมีภรรยาตอนนี้ เขากลับคิดถึงเื่เมื่อคืนเพราะเห็นว่าเหอซานหลัวฝานและชายอีกคนคือ จ้านผิงทำไมพวกเขาถึงอยู่ด้วยกัน
“เื่นี้เอาไว้ก่อนฮ่าวอู๋ไปหาเหอซานกับข้า”
ทั้งสองไปที่ด้านหลังจวนที่เหอซานอยู่เหอซานกำลังทำความสะอาดเก็บเศษใบไม้เฟยิเข้าไปจะขอคุยด้วยเพียงแค่เดินเข้าไปยังไม่ได้เอ่ยเหอซานหันมองเฟยิก็แทรกพูดขึ้นว่า
“ท่านอยากรู้เื่อะไรพูดมาเถิด”
“แม้..ๆๆ พวกเรามาเดินเล่นไม่ได้งั้น”ฮ่าวอู๋แสดงท่าทางล้อเล่น
เหอซานเอียงหน้ามอง เฟยิก็มองไปที่ฮ่าวอู๋เช่นกัน ด้วยแววตาดุดัน
“สายตาอาฆาต” ฮ่าวอู๋บ่นพึมพำก้มหน้าลงทันที
“วันเทศกาลโคมไฟ”เฟยิพูดยังไม่จบคำ
เหอซานรู้ว่าเฟยิจะถามอะไรเขาเล่าให้เฟยิฟัง
“ข้ากับหลัวฝานไปสืบข่าวเพราะได้ยินมาว่า จะมีขุนนางชั้นผู้ใหญ่นัดหารือกัน และก็เป็เช่นนั้นจริงๆข้าเห็นกับตาว่าเป็ใต้เท้าสีกับใต้เท้าหลิว ที่นัดพบกัน และคนของพวกเขาอีกสองสามคน สิ่งที่ข้าได้ยินมันเกี่ยวข้องกับเสบียงอาหารอะไรสักอย่างแต่พวกเราได้ยินไม่ถนัด ถึงอย่างไรคงเป็เื่ไม่ดีแน่”
“แต่ก็ไม่สามารถตัดสินได้ว่าพวกเขาทำเื่ไม่ดี” เฟยิกล่าว
“มันก็ถูกของท่านต้องเฝ้ารอการเคลื่อนไหวของพวกเขาต่อไป”
“แล้วอีกคนเป็ใครทำไมถึงได้อยู่กับเ้าด้วย”
“อ๋อใต้เท้าซ่ง ซ่งจ้านผิงเป็องครักษ์ นายท่านหลี่ให้มาช่วยพวกเราด้วยข้าก็รู้แค่นี้”
“ซ่งจ้านผิงเป็องครักษ์” เฟยิพูดย้ำเหมือนว่ากำลังคิดบางอย่าง
“ท่านมีอะไรหรือ” ฮ่าวอู๋ถามต่อ
“ไม่มีอะไร”เฟยิเขาเพียงอยากรู้ว่าคนที่คุยกับลี่เฉี่ยวในงานวัดเกิดเป็ใคร เฟยิยังจำสัญลักษณ์ที่ข้อมือคนร้ายในวันเทศกาลโคมไฟได้ดีเขาสอบกับเหอซานว่าเคยได้เห็นสัญลักษณ์ดังกล่าวหรือไม่เหอซานเงียบไปครู่นึงเขาคุ้นตาแต่ยังนึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน
“ไว้ข้านึกออกแล้วจะบอกท่าน”
จวนตระกูลหลิว
ลี่เฉี่ยวตื่นนอนนางยังรู้สึกมึนๆ ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง มือทั้งสองจับที่หัวทุบไปสองตุบ
ในหัวของนางมีความจำเลือนรางนางนึกถึงที่ตอนเฟยิจูบ
“ท่านคิดกับข้าเช่นไรกันแน่”นางยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วอยู่ ๆก็รู้สึกปวดหัวมาทันทีนางเรียกหาซูปี้
“ซูปี้ข้าปวดหัวจังเลย”
“ดื่มนี่ก่อนเ้าค่ะจะได้ดีขึ้น” ซูปี้ยกถ้วยยาแก้สร่างเมาให้
ลี่เฉี่ยวดื่มแล้วางมันลงนางทบทวนเื่เมื่อคืนวันเทศกาลโคมไฟ
“ข้าจำได้ว่าข้าดื่มไปนิดหน่อยแล้วหลังจากนั้นข้าก็จำไม่ได้ ข้ากลับมาที่จวนอย่างไร เป็เ้าใช่ไหมที่พาข้ากลับมา”
“ไม่น่าจะนิดหน่อยนะดูจากสภาพ” ซูปี้พูดด้วยน้ำเสียงประชด
“เ้าว่าอย่างไรนะ”
“เปล่าเ้าค่ะข้าพูดว่าท่านคงดื่มไปนิดหน่อย เดี๋ยวก็หาย”
“คุณหนูเ้าค่ะ..”เสียงสาวใช้เรียกลี่เฉี่ยวจากนอกห้อง
ซูปี้เดินไปเปิดประตู “ หยวนชิง..มีเื่ใด”
“นายท่านเรียกคุณหนูเข้าพบเ้าค่ะ”
“เสี่ยวหยวนบอกท่านพ่อสักพักเดี๋ยวข้าตามไป”
“เ้าค่ะ”
หลิวอี้เฉิงยืนหันหลังมือกอดหน้าอกในวันพรุ่งจะเข้าวังประชุมและคิดจะถือโอกาสจะพาบุตรสาวไปแนะนำให้องค์ชายรองรู้จักเผื่อองค์ชายรองจะสนใจนาง
ลี่เฉี่ยวเดินเข้ามา
“ท่านพ่อมีเื่ใดหรือเ้าคะ”
หลิวอี้เฉิงหันกลับมาพิจารณาดูลูกสาวตน แล้วกล่าวกับบุตรสาวตนด้วยน้ำเสียงแข็ง
“ข้าจะไม่อ้อมค้อมละน่ะเ้าก็ถึงวัยอันควรที่จะต้องมีคู่ครองได้แล้วคู่ครองของเ้าจะต้องช่วยส่งเสริมบารมีข้า และจะต้องทำให้เ้าได้อยู่อย่างสุขสบายเช่นนั้นเ้าจะต้องทำตามที่ข้าสั่งเท่านั้น เข้าใจหรือไม่”
หัวคิ้วของลี่เฉี่ยวขมวดสายตาจ้องมองที่บิดา
“ข้าไม่เข้าใจ”
“ช่างเถอะพรุ่งนี้แต่งตัวให้สวยข้าจะพาเ้าเข้าวังด้วย”
“ข้าไม่เข้าใจท่านหมายถึงอะไร ข้าจะต้องมีคู่ครอง แล้วท่านจะหาใครมาให้ข้า ท่านพ่อข้าขอเลือกคู่ครองเองได้หรือไม่”
“ไม่ได้! อย่าเหลวไหล ต้องเป็คนที่ข้าเลือกเท่านั้นคนที่ข้าไม่ได้เลือกอย่าฝันว่าจะเข้ามาในชีวิตเ้าได้” หลิวอี้เฉิงสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินออกไป ลี่เฉี่ยวนั่งเศร้าหน้าตาละห้อยนางนั่งพูดคนเดียว
“เข้าวัง..ทำไมต้องเข้าวังท่านพ่อจะจับข้าให้คู่กับใคร”
นางนั่งคิดครู่หนึ่งเหมือนจะมีแผนการบางอย่าง
“ได้..ข้าก็อยากจะรู้นักคนที่จะมาเป็คู่ครองข้า รับที่ข้าเป็ได้หรือไม่”
หยวนชิงสาวใช้แอบฟังที่ใต้เท้าหลิวกับลี่เฉี่ยวคุยกันนางได้ยินทุกคำพูด
“ใต้เท้าหลิวจะหาคู่ให้คุณหนูข่าวดีเช่นนี้คุณชายหลี่น่าจะต้องได้รับรู้” หยวนชิงยิ้มกริ่ม
ลี่เฉี่ยวกลับห้องนางเรียกซูปี้ช่วยหาชุดที่จะใส่เข้าวังในวันพรุ่งนี้นาง้าชุดที่ดูโทรมเก่าๆ
“เ้ามีชุดเก่าๆที่มันดูน่ารังเกียจไหม เอามาให้ข้าหน่อย”
“ถ้ามันเก่าและน่ารังเกียจขนาดนั้นแล้วข้าจะเก็บไว้ทำไมเ้าคะข้าไม่เก็บไว้ใส่หรอกเ้าค่ะ”
“อืม..นั่นสินะ”เสียงตอบรับแ่เบาเสมือนไม่มีแรง สักพักก็เปล่งเสียงดังใสขึ้นมา
“ไม่เป็ไรข้ารู้แล้ว” นางไปค้นหาเสื้อผ้าตนเองที่ไม่ค่อยได้ใส่เอามาขยี้ๆ ให้ดูเก่าและฉีกให้มีรอยขาดเป็จุด ๆยกชูขึ้นอย่างภูมิใจ
“น่าจะพอได้ชุดที่ข้าจะใส่เข้าวังพรุ่งนี้” พร้อมทั้งยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
“คุณหนู..แล้วนายท่านจะยอมให้คุณหนูสวมชุดนี้อย่างงั้นหรือ”
“เอาน่าข้ามีวิธี”