บทที่ 11 พูดซะ!
แรงกดดันอันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากร่างของเขาในชั่วพริบตาอากาศโดยรอบบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ บรรยากาศเงียบงันลงราวกับโลกหยุดหมุนก่อนที่พลังปราณของทั้งสองฝ่ายจะปะทะกันอย่างรุนแรง
เหล่าผู้าุโเมื่อเห็นพลังลมปราณของจ้าวหลินก็ชะงักไปนิดนึง “เ้าเด็กนี้! เ้าสามออกไปเล่นกับเ้าเด็กนี้หน่อย”
ท้องฟ้าสีหม่นคล้ายเมฆฝนกำลังก่อตัวภายในลานหินกว้างของูเาหลังตระกูลจ้าวบรรยากาศหนักอึ้งด้วยพลังปราณที่แผ่กระจายออกมา จ้าวหลินยืนหอบหายใจเล็กน้อย ดวงตาของเขาจ้องมองผู้าุโสามจ้าวฮั่นซื่อที่กำลังยืนประจันหน้าเขาด้วยสีหน้าสงบเยือกเย็น
"เ้าหนู เ้ายังจะดื้อดึงต่ออีกหรือไม่?"ผู้าุโสามกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้เขาจะอยู่เพียงระดับ ปราณหลอมรวมขั้นต้นแต่ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนาน ทำให้เขายังคงคุมเชิงได้อย่างเหนือชั้น
จ้าวหลินยกกระบี่ขึ้น พลังปราณพวยพุ่งออกมา "ทักษะกระบี่เงาจันทร์ ลำดับที่หนึ่ง – เสี้ยวจันทร์เฉือนฟ้า!"
ทันทีที่เสียงประกาศดังก้องกระบี่ในมือจ้าวหลินเปล่งประกายสีเงินสว่างวาบ คมกระบี่กรีดผ่านอากาศเป็เสี้ยวจันทร์อันแหลมคมพุ่งตรงไปหาจ้าวฮั่นซื่อด้วยความเร็วสูง
ผู้าุโสามแค่นเสียง พลิกฝ่ามือก่อนกางออก "ฝ่ามือไหลเย็น!"
พลังปราณเย็นะเืแผ่ซ่านออกจากฝ่ามือของเขาปะทะเข้ากับคมกระบี่ของจ้าวหลินโดยตรง เกิดเสียงะเิกึกก้อง ลมปราณสาดกระจายไปรอบทิศทั้งสองฝ่ายถูกแรงปะทะกระแทกถอยออกไปคนละก้าว
จ้าวซูเหยียน ผู้าุโหนึ่งจ้องมองฉากนี้ด้วยสายตาคมกริบขณะที่ จ้าวหยุนซิงผู้าุโสองขมวดคิ้วเล็กน้อย
"เด็กนี่…สามารถต่อกรกับผู้าุโสามได้สูสีถึงเพียงนี้"จ้าวหยุนซิงพึมพำ
จ้าวหลินยังไม่หยุด เขาพุ่งเข้าไปอีกครั้ง ใช้ทุกสิ่งที่มี "ทักษะกระบี่เงาจันทร์ ลำดับที่สอง – เงาจันทร์พันสาย!" กระบี่ในมือของเขาพลิ้วไหวกลายเป็เงาซ้อนกันเป็พันเส้นโจมตีราวกับสายฝนกระหน่ำใส่ผู้าุโสาม
จ้าวฮั่นซื่อขยับมือรวดเร็ว ใช้วิชาฝ่ามือผสานกับเทคนิคหลบหลีกของเขาปัดป้องการโจมตีทั้งหมดไว้ได้ แม้จะดูเหมือนสูสีแต่ทุกการโจมตีของจ้าวหลินกลับเริ่มช้าลง แรงของเขากำลังหมดลง
จ้าวหลินหายใจแรง เหงื่อไหลซึมออกจากหน้าผาก เขาเริ่มหมดแรง!
"แค่นี้หรือ? ถ้าเ้ายังฝืนต่อไปเ้าจะยิ่งตกเป็รอง" จ้าวฮั่นซื่อกล่าว
จ้าวหลินกัดฟันแน่น ดวงตาเป็ประกาย ก่อนจะสูดลมหายใจลึกถอนกระบี่กลับเข้าฝัก "ข้าขอหยุดไว้เพียงเท่านี้"
ผู้าุโสามผ่อนปราณลง มองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาประหลาดใจผู้าุโหนึ่งและสองสบตากัน ก่อนที่จ้าวซูเหยียนจะเอ่ยขึ้น
"เ้าทำได้ดีเกินกว่าที่เราคิดไว้มากจ้าวหลิน…" น้ำเสียงของเขามีแววชื่นชม
จ้าวหยุนซิงพยักหน้า"ข้าไม่คิดว่าเด็กวัยนี้จะสามารถต่อกรกับผู้าุโสามได้นานถึงเพียงนี้นับว่าน่าประทับใจจริง ๆ"
ด้านข้างสนามประลองหลานซูเหยียนและเซี่ยเหมยหลินต่างมองการต่อสู้ด้วยความตื่นตะลึงนางไม่เคยเห็นจ้าวหลินปลดปล่อยพลังเช่นนี้มาก่อนดวงตาของเซี่ยเหมยหลินเต็มไปด้วยความกังวล
"เขาสามารถต่อกรกับผู้าุโได้ขนาดนี้…"หลานซูเหยียนพึมพำ
ขณะที่จ้าวตี้ยืนอยู่ด้านหลัง เขายิ้มบาง ๆ พลางพึมพำกับตัวเอง"คุณชายของข้า มิใช่เด็กธรรมดาจริง ๆ… ดูเหมือนว่าข้าจะเลือกข้างไม่ผิดสินะ"
จ้าวหลินถอนหายใจยาว แม้จะเหนื่อยล้าแต่ในใจของเขากลับรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ทำได้
“ตอนนี้ข้าคงได้แค่นั้นแหละข้ายังไม่สามารถชนะปราณหลอมรวมได้”
จากนั้น จ้าวหลินก็หันไปอีกข้างและประสานมือโค้งตัวไปทางต้นไม้ไกลๆก่อนเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น
“คาราวะเ้าตระกูล”
เมื่อคนอื่นเห็นจ้าวหลินทำเช่นนั้นพวกเขาก็หันมองตามไปยังทิศทางที่เขาคาราวะแต่สิ่งที่ปรากฏในสายตากลับมีเพียงต้นไม้ใหญ่และความว่างเปล่า ไม่มีวี่แววของใครอยู่ที่นั่น
“เ้าหมายความว่าอย่างไร จ้าวหลิน?” ผู้าุโสอง จ้าวหยุนซิง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
แต่ทันใดนั้น เสียงหัวเราะเบาๆ ก็ดังขึ้นคล้ายเสียงของสายลมที่พัดผ่าน
“หึหึ… สายตาไม่เลวเลย เ้านี่น่าสนใจจริงๆ”
ร่างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากเงาของต้นไม้เขาสวมชุดสีดำปักลวดลายทอง แผ่กลิ่นอายของผู้เป็ใหญ่ไว้โดยรอบั์ตาของเขาคมดุจเหยี่ยว มองตรงไปที่จ้าวหลินด้วยสายตาที่ลึกล้ำ
“เ้าตระกูลจ้าว!?”
หลานซูเหยียน เซี่ยเหมยหลิน และจ้าวตี้ต่างเบิกตากว้าง พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าจ้าวเทียนหรงจะอยู่ที่นี่ั้แ่แรกและที่สำคัญคือ... พวกเขาไม่สามารถััถึงการมีอยู่ของเขาได้เลย!
“ขออภัยเ้าตระกูลที่ข้าเสียมารยาท” จ้าวหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง
จ้าวเทียนหรงเพียงยิ้มบาง ก่อนเดินเข้ามาใกล้
“เ้าทำได้ดีมาก จ้าวหลินสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้ข้าคิดว่าระดับปราณก่อเกิด และปราณรวมจิต คงไม่มีใครเป็คู่ต่อสู้เ้า” เขากล่าวช้าๆ“สามารถรับมือกับผู้าุโสามได้ครู่นึงก็เกินคาดมากแล้วแม้แต่ข้าตอนปราณก่อเกิดอย่างมากก็สามารถข้ามระดับสู้กับปราณรวมจิตได้เท่านั้น”
ผู้าุโสาม จ้าวฮั่นซื่อ ยิ้มเจื่อนๆ ก่อนกล่าวขึ้น “แม้เ้าหนูจะยังไม่อาจชนะข้าได้... แต่ฝีมือเช่นนี้อีกไม่นานข้าก็คงต้องระวังตัวแล้ว”
จ้าวหลินเพียงยิ้มบางๆ ไม่ได้ตอบกลับ
จ้าวเทียนหรงมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง
“เ้ามาหาข้าเพราะเหตุใด?”
สายตาของจ้าวหลินเปลี่ยนเป็จริงจัง เขากำมือแน่นเล็กน้อยก่อนตอบ
“ข้ามีเื่สำคัญที่ต้องพูดกับท่าน”
จ้าวเทียนหรงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย"ว่ามา"
แต่จ้าวหลินกลับมีท่าทีลังเลเขาเหลือบตามองไปยังผู้าุโทั้งสามอย่างระแวดระวัง คล้าย้าให้แน่ใจว่าเื่ที่เขาจะพูดนั้นเป็ความลับจ้าวเทียนหรงสังเกตเห็นท่าทีของจ้าวหลินจึงหัวเราะเบา ๆ
"เ้ากังวลอะไร? พวกเขาไม่ใช่คนนอก"จ้าวเทียนหรงกล่าวก่อนจะปรายตามองไปยังผู้าุโทั้งสาม "จ้าวซูเหยียนจ้าวหยุนซิง และจ้าวฮั่นซื่อ พวกเขาเป็อาของข้า และยังเป็…ปู่ใหญ่ ปู่รองและปู่สามของเ้า"
จ้าวหลินเบิกตากว้างเล็กน้อยนี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้รับรู้ความจริงเช่นนี้
"พวกเขาเป็…ปู่ของข้าหรือ?" จ้าวหลินเอ่ยออกมาเบาๆ
"ถูกต้อง" จ้าวเทียนหรงพยักหน้า
ผู้าุโทั้งสามยืนสงบนิ่งแต่ในแววตาของพวกเขามีบางอย่างเปลี่ยนไป จ้าวซูเหยียนมองจ้าวหลินด้วยสายตาลึกซึ้งราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางสิ่ง จ้าวหยุนซิงแสยะยิ้มเล็กน้อยขณะที่จ้าวฮั่นซื่อหัวเราะเบา ๆ "ดูท่าเ้าจะใไม่น้อยเลยนะ"
"ข้าเพียงแค่ไม่คาดคิด" จ้าวหลินกล่าวพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
"เ้าคิดว่าเราจะเป็แค่ผู้าุโในตระกูลที่คอยขัดขวางเ้าหรือ?"จ้าวหยุนซิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขบขัน
"หากเป็เช่นนั้นจริง ข้าคงไม่ปล่อยให้เ้าประมือกับข้าได้ขนาดนี้"จ้าวฮั่นซื่อกล่าวเสริมพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
จ้าวเทียนหรงเห็นเช่นนั้น ก็กล่าวขึ้น “ยังไม่คาราวะปู่ของเ้าอีก” จ้าวหลินที่ได้ยินก็ชะงักไปครู่นึงแล้วสูดหายใจลึกประสานมือโค้งตัวเล็กน้อย “คาราวะท่านปู่ทั้งสาม ขออภัยข้าล่วงเกินท่านแล้ว”
ผู้าุโทั้งสามเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูและภูมิใจ “เด็กดีๆพวกข้าภูมิใจจริงๆมีหลานเก่งๆแบบนี้”
เ้าเทียนหรงเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาแล้วเอ่ยขึ้น “เ้าลองเรียกข้าว่าพ่อด้วยสิถึงแม้ที่ผ่านมาข้าอาจจะละเลยเ้าไปบ้างก็เถอะ” เข้ากล่าวด้วยความรู้สึกผิด
จ้าวหลินได้ยินเช่นนั้นปากเขากระตุกนิดนึง แล้วคิดในใจ “ข้าไม่ได้ติดใจที่เ้าละเลยเ้าของร่างคนเก่าหรอกแต่ข้ารู้สึกกระดากปากที่ข้าต้องเรียกเ้าว่าพ่อเมื่อชาติที่แล้วข้าถือว่าเคยขึ้นไปถึงจุดสูงสุดมาก่อนแต่ก็เอาเถอะเกิดร่างใหม่ก็เริ่มต้นใหม่ยอมๆไปก็แล้วกัน” เมื่อคิดได้แช่นนั้นเขาก็ประสานมือแล้วโค้งตัว “หลินเอ๋อทราบแล้วท่านพ่อ”
จ้าวเทียนหรงห็เช่นนั้นในใจรู้สึกบีบรัดด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกจนน้ำใสๆเริ่มจะออกจากดวงตา แต่เขาใช้พลังปาณทำให้ระเหิดหายไปแทน เพราะต้องรักษาภาพลักษณ์ผู้นำตระกูล
จ้าวเทียนหรงเมื่อตั้งสติได้แล้ว ก็กล่าวขึ้น “เ้ามีอะไรก็ว่ามาเถอะ”
จ้าวหลินหันไปหาจ้าวตี้แล้วพยักหน้าจ้าวตี้รู้ได้ทันที เขาจึงวางกระสอบที่ใส่ร่างจ้าวหลิงหลานลง แล้วเปิดกระสอบเผยร่างจ้าวหลิงหลานที่สะบักสะบอม ถูกมัดด้วยเชือก กำลังสลบอยู่
จ้าวเทียนหรงเห็นเข้าก็ขมวดคิ้วก่อนจะหันไปถามจ้าวหลินด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "นี่มันเื่อะไร?"
พร้อมกับใช้พลังปราณแก้มัดให้จ้าวหลิงหลานทันที
จ้าวหลินที่ได้ยินคำถามแล้วเอ่ยขึ้น“ท่านพ่อรอสักครู่ขอรับ” จากนั้นเขาก็เดินไปที่จ้าวหลิงหลานแล้วกระซิบข้างหูของนาง“ข้ารู้ว่าเ้าตื่นอยู่ ลุกขึ้นแล้วพูดมันออกมาทั้งหมด หากยังแกล้งสลบอยู่ข้าสัญญาว่าเ้าจะอยากตายมากกว่ามีชีวิตอยู่”
จ้าวหลิงหลานที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขนลุกตั้งชันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวนางพลันลืมตาขึ้นแล้วคุกเข่า “อย่าๆ อย่าทำข้าข้ายอมพูดแล้ว”
จ้าวเทียนหรงเห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วแล้วกล่าวขึ้น“หลานเอ๋อเ้าไม่ต้องกลัว มีอะไรก็พูดมา”
จ้าวหลิงหลานก็อ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าพูดออกไป
“พูดซะ!” เสียงอันเย็นเยียบของจ้าวหลินดังขึ้นด้านหลังนางสะดุ้งด้วยความกลัว
จากนั้นนางก็เริ่มเล่าทั้งหมดเื่ที่นางวางแผนจะข้าจ้าวหลิน เื่ที่จ้าวอิ่วซิงและซ่งเหยียนเป็ชู้กันเื่ที่ นางและจ้าวหยางไม่ได้เป็ลูกของจ้าวเทียนหรง เื่ที่จ้าวอิวซิงวางแผนไปจ้างยอดฝีใอจากสำนักมือโลหิตเพื่อจะสังหารจ้าวเทียนหรงเื่ที่จ้าวซิวอิงใช้พิษแม่ของจ้าวหลินและตัวจ้าวหลินเอง แล้วก็จะกลืนกินตระกูลจ้าว
ปัง! ลมปราณอันมหาศาลปะทุออกมาจากร่างของจ้าวเทียนหรงพร้อมกับผู้าุโทั้งสาม ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำพลังอันเกรี้ยวกราดแผ่ซ่านออกไปทั่วทั้งูเาก่อให้เกิดแรงกดดันอันหนักอึ้งที่ทำให้แม้แต่ก้อนหินยังแตกร้าว
ฟึ่บ!!
ในชั่วพริบตา จ้าวเทียนหรงสะบัดมือเบา ๆ ราวกับไม่ต้องออกแรง แต่พลังปราณมหาศาลกลับพุ่งออกไปราวกับอัสนีบาตพิโรธ
วูมมมม!!
ลมปราณสีทองเข้มพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของจ้าวเทียนหรงพลังนั้นก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ราวกับัทองที่ตื่นจากการหลับใหลเปล่งออร่าสว่างวาบ ปราณอันหนักหน่วงราวกับูเาถล่มพุ่งเข้าใส่ร่างของ จ้าวหลิงหลาน
ตู้มมมมมม!!!
ร่างของจ้าวหลิงหลานถูกพลังอันหนักหน่วงกระแทกเข้าเต็มๆ จนลอยละลิ่วขึ้นจากพื้น
กระดูกของนางส่งเสียงแตกร้าว!
เสียง “แคร่ก! แคร่ก!” ดังขึ้นจากข้างในร่างนางราวกับโครงกระดูกทั้งร่างกำลังจะแตกออกจากกัน
ผืนดินใต้เท้านางะเิเป็หลุมลึก!
คลื่นพลังจากแรงกระแทกทำให้พื้นหินแตกกระจายเป็รัศมีวงกว้างฝุ่นควันตลบอบอวล เศษหินปลิวว่อนไปทั่วอากาศ
ร่างของจ้าวหลิงหลานกระเด็นออกไปไกลราวกับใบไม้ที่ปลิวไปตามพายุเฮอริเคน! นางกระแทกเข้ากับก้อนหอนก้อนใหญ่ราวกันเนินเล็กๆ
"อ๊ากกกกกก!!"
เสียงกรีดร้องเ็ปดังสนั่นทั่วลาน
ก้อนหินที่นางชนเข้าไปแตกร้าวเป็ใยแมงมุม ก่อนจะพังครืนลงมา!
นางร่วงลงมากระแทกพื้นร่างสะบักสะบอม แขนขาบิดเบี้ยว เืไหลซึมออกมาจากมุมปากไม่หยุด
จากนั้น จ้าวเทียนหรงก็เดินเข้าไปอย่างช้าๆด้วยโทสะหมายจะปลิดชีวิต
“เดี๋ยวก่อนท่านพ่อ อย่าเพิ่งฆ่านาง” เสียงของจ้าวหลินดังขึ้น