“ข้าจะสู้กับเจ้าให้ตายไปข้าง!” นางซูทนการเหยียดหยามไม่ได้นางตบหน้าเขาอย่างแรงจนเกิดเสียง ‘เพียะ’ ที่คมชัดและดังกังวาน
กับผู้อื่นเฉินหย่งหลินย่อมไม่กล้าพูดเช่นนี้เหตุที่กล่าวถ้อยคำหยาบคายออกมาก็เพราะเห็นว่านางซูมีนิสัยอ่อนโยนไม่นึกเลยว่านางจะตบแรงจนเขาถึงกับมึนงง ทันใดนั้น เขาก็ดึงข้อมือของนางซูเอาไว้แล้วกัดฟันเอ่ยถาม “เจ้ากล้าดียังไงถึงตบข้า?”
นางซูไม่ถนัดการใช้กำลังแต่หยางหลิ่วที่กำลังเดินทางมาหานางในนาข้าว บังเอิญมาถึงพอดีเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้นางก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ โดยไม่ถามถึงสาเหตุหยางหลิ่วรีบเข้ามาช่วย นางยกท่อนไม้ฟาดใส่เฉินหย่งหลินในทันที
หยางหลิ่วหาใช่สตรีอ่อนแอธรรมดาแขนอันแข็งแรงของนางมีเรี่ยวแรงมากมายมหาศาลทำเอาเฉินหย่งหลินกระโดดหลบไปมาและร้องเสียงหลงไม้ท่อนใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย!
พี่หงที่อยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะปรบมือให้ เจ้าคนไร้ยางอายผู้นี้สมควรถูกจัดการให้สำนึก!
เฉินหย่งหลินวิ่งหนีไปทั่วหยางหลิ่วก็แบกไม้วิ่งไล่ตาม การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่นี้ดึงดูดผู้คนจำนวนมากเมื่อทุกคนเห็นเฉินหย่งหลินถูกตี ก็คาดเดาว่าส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับซูเหนียงจื่อไม่มีใครพูดอะไรเพื่อเขาเลย เห็นได้ชัดว่าชื่อเสียงของเขาเป็นอย่างไรในยามปกติ
ตลอดทางที่วิ่งไล่ตามหยางหลิ่วสร้างชื่อเสียงได้อย่างรวดเร็วสตรีผู้นี้สามารถทำให้ชายฉกรรจ์ต้องคลานหาฟันบนพื้นดินได้นางมีความกล้าหาญที่ทำให้คนทั้งหมู่บ้านตกตะลึง แม้เฉินหย่งหลินจะดูผอมบางไปบ้างแต่เขาก็เป็นชายฉกรรจ์นะ!
หลังจากนั้นเมื่อเย่จื้อเฟิงและเย่ชิงชิงได้ทราบเรื่องนี้ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและกล่าวว่าการที่ซื้อหยางหลิ่วมาในราคาเพียงห้าตำลึงนั้นคุ้มค่าเกินไปแล้ว!
ส่วนเรื่องเฉินหย่งหลินย่อมไม่สามารถจบลงเพียงเท่านี้ได้ สองพี่น้องได้ไปเตือนเขาอย่างหนักหน่วงหากมีครั้งหน้าย่อมไม่ใช่แค่ใบหน้าฟกช้ำดำเขียวเท่านั้น
ด้วยความซาบซึ้งใจที่พี่หงให้ความช่วยเหลือนางซูจึงนำเนื้อหมักหลายไหไปมอบให้เพื่อแสดงความขอบคุณแม้ของที่นำไปมอบให้จะไม่ได้มีราคาค่างวดมากมายแต่สิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งใดคือมิตรไมตรีระหว่างเพื่อนบ้าน
พี่หงจะกล้ารับไว้ได้อย่างไรนางบอกไม่เอาอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่อาจปฏิเสธ จึงหิ้วถังไม้เล็กๆใส่ปลาหลายตัวมาแลกเปลี่ยน
“นี่คือปลาแดงตัวเล็กๆ ที่เลี้ยงในบ่อปลาของบ้านข้าเพิ่งจับได้เมื่อเช้านี้ ซูเหนียงจื่อนำกลับไปลองชิมดูนะ”
“พี่หงเกรงใจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” นางซูรับมาอย่างช่วยไม่ได้
ปลาสีชมพูตัวเล็กๆขนาดเท่าฝ่ามือเจ็ดแปดตัวกำลังแหวกว่ายในถังไม้อย่างคล่องแคล่วนั่นคือปลาชนิดเดียวกับที่เย่ชิงชิงเคยเห็นมาก่อน เนื้อปลาชนิดนี้มีรสชาติดีเยี่ยมสีขาวหวานละมุน และง่ายต่อการปรุงอาหาร ไม่ว่าจะนึ่ง อบ ย่าง หรือทอด
นางซูหิ้วถังไม้กลับบ้านนำปลาสองตัวไปทำแกง ส่วนปลาอีกสามตัวเอาไปทำปลานึ่งซีอิ๊ว มื้อกลางวันมารดาและบุตรทั้งสองจึงได้ลิ้มรสความอร่อยของปลาสดใหม่เต็มปากเต็มคำส่วนปลาแดงตัวเล็กที่เหลืออีกสามตัว นางซูขี้เกียจปรุงจึงทำตามคำแนะนำของเย่ชิงชิง นำปลามาคลุกแป้ง จากนั้นนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ จนกรอบ
เมื่อเติมเครื่องเทศนานาชนิดแล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนปลาที่ถูกห่อด้วยแป้งก็ไม่แตกกระจายกระดูกด้านในก็ถูกตุ๋นจนนุ่มละลายในปากได้ทั้งยังมีรสชาติกลมกล่อมและหอมอร่อย!
ปลาโดยธรรมชาติก็มีความ‘สดใหม่’ เป็นจุดเด่นอยู่แล้วเมื่อนำไปทอดจากนั้นนำมาตุ๋นต่อให้เนื้อนุ่มก็ยิ่งส่งกลิ่นหอมของน้ำมันที่ซึมซาบเข้าไป ชั้นน้ำมันพริกสีแดงบางๆ เคลือบผิวปลาทำให้รสชาติสดใหม่ผสมผสานกับรสชาติเผ็ดร้อน กลายเป็นรสชาติที่ลงตัวปลาทั้งตัวสามารถกลืนลงท้องได้แบบไม่เหลือแม้แต่กระดูก!
ปลาแดงตัวเล็กที่เหลือก็เอาไปทำเป็นปลาหมักหม้อดิตามขั้นตอนของเนื้อหมูตุ๋นหม้อดินปลาสามตัวพอดีกับไหเล็กๆ หนึ่งไห เพื่อป้องกันการสับสนเย่ชิงชิงจึงทำเครื่องหมายไว้บนไหด้วย
“ข้าคิดว่าเราสร้างสรรค์เมนูใหม่ได้แล้วเจ้าค่ะขอเรียกมันว่าปลาหมักหม้อดิน”
เย่ชิงชิงลูบท้องอ้วนกลมของหม้อดินอย่างพึงพอใจน้ำลายไหลไม่หยุด นางมองเห็นอนาคตของปลาหมักหม้อดินได้ชัดเจน
เนื้อหมูตุ๋นหม้อดินนำพาความมั่งคั่งมาให้พวกนางมากมายปลาหมักหม้อดินย่อมไม่ด้อยกว่าอย่างแน่นอน ยิ่งนางซูคิดมากเท่าไรนางก็ยิ่งใจร้อนมากเท่านั้น นางจะต้องไปหาพี่หงอีกครั้งเพื่อพูดคุยเรื่องนี้
ในหมู่บ้านมีบ่อปลาเพียงบ่อเดียวซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของครอบครัวพี่หงและคนขายเนื้อสกุลหูสามีของพี่หงคือหูจื่อหลี่ ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ ของคนขายเนื้อสกุลหูสองพี่น้องร่วมกันลงทุนซื้อลูกปลา และจับปลาในบ่อปีละสองครั้งเงินที่ได้จากการขายปลาก็แบ่งกันคนละครึ่ง
นางซูต้องการซื้อปลาจากพวกเขาย่อมต้องได้รับการยินยอมจากคนขายเนื้อสกุลหูด้วย นางกล่าวว่า“หากให้พูดตามตรง พวกเราได้คิดค้นเมนูใหม่จากปลาแดงตัวเล็กและครั้งนี้เราตั้งใจจะซื้อปลาทั้งบ่อหากร่วมมือกันในอนาคตก็จะไม่ได้มีเพียงแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นหรือว่าเพราะเรื่องของข้ากับป้าซิ่ว...”
เรื่องความบาดหมางระหว่างนางซูกับป้าซิ่วชาวบ้านต่างก็ทราบดี ตั้งแต่เรื่องข่าวลือในตอนแรกจนกระทั่งป้าซิ่วพยายามจะขายเนื้อหมูของนาง แต่ถูกปฏิเสธเรื่องราวก็ดำเนินไปอย่างซับซ้อน
เมื่อมีการค้าใหญ่เข้ามาพี่หงก็ตบหน้าอกรับประกัน “เรื่องนี้ปล่อยให้ข้าจัดการเองพี่ใหญ่ของพวกเราเป็นคนใจถึง ซูเหนียงจื่อวางใจได้เลยเจ้าค่ะ!”
คนขายเนื้อสกุลหูเป็นคนใจดีนางซูจึงไม่กังวล สิ่งที่นางกลัวคือป้าซิ่วจะแอบเล่นลูกไม้ลับหลังแล้วมารังควานทุกคน การค้าขายหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ซื่อสัตย์ย่อมต้องระวังระไวอยู่ตลอดเวลา ช่างเหนื่อยยากเสียจริง!
“ปลาแดงตัวเล็กๆ ของพวกเราจะนำมาทำอะไรใหม่ๆ ได้อีกหรือ?” พี่หงอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น แล้วกล่าวชมว่า “ทุกคนต่างกล่าวว่าซูเหนียงจื่อเก่งกาจ เห็นได้ว่าจริงดังคำกล่าวเลย!”
“ทำปลาหมักหม้อดินเจ้าค่ะและในตอนนั้นก็ต้องพึ่งพาการดูแลจากเพื่อนบ้านหลายท่านเลยเจ้าค่ะ” นางซูยิ้มให้โดยไม่กล่าวอะไรมาก
แผนค้าขายส่วนใหญ่มาจากเย่ชิงชิงบุตรสาวของนางฉลาดหลักแหลม แต่ชิงชิงก็ยังเยาว์วัย ไม้ที่เด่นเกินกว่าไม้ต้นอื่นย่อมถูกลมพัดโค่น นางซูไม่ต้องการให้บุตรสาวต้องถูกชมต่างๆ นานาตั้งแต่ยังเยาว์นางจึงถือโอกาสป้องกันผู้คนที่พยายามจะเข้ามาสอบถามไปด้วย
เรื่องบ่อปลาคงไม่สามารถตกลงกันได้ภายในวันสองวันนางซูจึงซื้อปลามาสองตุ่มใหญ่ก่อน ราคาขายอยู่ที่หกอีแปะต่อหนึ่งชั่งซึ่งถูกกว่าที่ขายในเมืองหนึ่งอีแปะ
ปลาสองตุ่มใหญ่สามารถแบ่งทำได้ประมาณสามสิบไห จากนั้นก็นำไปมอบให้เผยรุ่นจือสองไหส่วนที่เหลือเย่จื้อเฟิงก็นำไปขายที่ถนนจิ้นเหมิน
ผลลัพธ์ย่อมไม่ต้องพูดถึงเมื่อล่าช่วนและเนื้อหมูตุ๋นหม้อดินเป็นที่รู้จักแผงลอยของพวกเขาก็มีชื่อเสียงมากขึ้น ลูกค้าประจำมีจำนวนมาก แถมยังบอกต่อๆ กันไปนำพาลูกค้าใหม่เข้ามาอีกมากมาย แผงลอยเล็กๆ ขายดิบขายดีทุกวันแม้แต่คนรอบข้างก็พลอยได้รับผลประโยชน์ไปด้วย