เหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น

    เหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น (ตอนพิเศษ-เวลาที่มีค่า)



    “คุณพล็อตคะ ได้เวลาพบลูกค้าแล้วค่ะ” เลขาผมชื่อเฟย์กดโทรศัพท์เข้ามาหาผม ซึ่งกำลังนั่งอยู่ในห้องทำงาน
    สามปีแล้วตั้งแต่ผมตั้งบริษัทหลักทรัพย์รณรงค์ทรัพย์ขึ้นมา ผมมีลูกค้าอยู่ในมือจำนวนมาก ตลาดหุ้นก็เริ่มค่อยๆ ฟื้น ตอนที่ผมสู้กับวรเดช ดัชนีตลาดหุ้นอยู่ที่ 1400 – 1500 จุด ตอนนี้มันขึ้นไป 1800 กว่าจุดแล้ว
    “ลูกค้าเป็นใคร?” ผมถามเลขา
    “ชื่อคุณเมย์ เป็นสาวลูกครึ่ง ทำบริษัทเกี่ยวผลิตชิพคอมพิวเตอร์ค่ะ”

    ผมเดินไปที่ห้องรับแขกได้พบกับลูกค้าสาวสวยคนหนึ่ง เธอไว้ผมเป็นลอนมีผมทอง ใบหน้ารูปไข่ทาปากแดง
    ผมยกมือสวัสดี สาวสวยคนนั้นไหว้ตอบบอกว่า“คุณพล็อต ดิฉันต้องการเอาบริษัทเมย์เทค (May Tech)ของฉันเข้าตลาดหุ้นค่ะ ด้านข้อมูลดิฉันให้ลูกน้องส่งมาให้คุณตรวจก่อนหน้าแล้ว”
    ผมทำบริษัทหลักทรัพย์หลักทรัพย์นอกจากรายได้ที่มาจากค่าคอมมิสชั่นจากลูกค้าแล้ว รายได้อีกทางหนึ่งคือนำบริษัทต่างๆ เข้าตลาดหุ้นโดยเราจะได้ส่วนแบ่งนอกจากค่าจ้างแล้วเรายังจะได้หุ้นของบริษัทนั้นด้วย
    หุ้นที่กำลังจะเข้าตลาดหุ้นโดยเสนอขายนักลงทุนครั้งแรกเราจะเรียกว่าหุ้น IPO (Initial Public Offering)
    “ถ้าเช่นนั้นบริษัทเราขอค่าจ้างเป็นส่วนแบ่งหุ้น IPO 5% ครับ” ผมบอกส่วนแบ่งรายได้ที่บริษัทควรจะได้
    คุณเมย์พยักหน้า ผมบอกอีก“ตามที่คุณส่งข้อมูลมา ฝ่ายบัญชีผมคำนวณมูลค่าหุ้นแล้ว ราคาเหมาะสมของหุ้นบริษัทคุณอยู่ที่ราคา 2.5 บาท (สองบาทห้าสิบสตางค์) แต่เราจะเสนอขายหุ้นคุณให้นักลงทุนที่ราคา 2 บาทต่อหุ้นถือว่าเป็นส่วนลดให้ลูกค้า 20% โดยบริษัทคุณจะมีหุ้นทั้งหมดสองพันล้านหุ้น ระดมทุนได้สี่พันล้านบาท”
    คุณเมย์ยิ้มให้“ฉันอยากให้ราคาหุ้นของฉันสูงกว่านี้อีกสักหน่อย”
    “ไม่ได้หรอกครับ ถ้าสูงกว่านี้ส่วนลดจะน้อยลง มันจะไม่จูงใจให้ลูกค้ามาซื้อหุ้นคุณนะครับ เราอยากขายหุ้นให้หมดมากกว่า”
    คุณเมย์หัวเราะ“คุณพล็อต ถ้าคุณดันราคาหุ้นเราสูงขึ้นกว่านี้ เราจะให้ส่วนแบ่งคุณเพิ่มขึ้นอีก”
    ผมนิ่งเงียบ จากนั้นตอบ“2.20 บาท เป็นยังไงครับ? ถ้าราคานี้ผมว่ายังพอจูงใจลูกค้าให้มาซื้อหุ้นคุณอยู่นะ”
    คุณเมย์ยิ้ม ผมก็ยิ้มตอบ ได้ยินคุณเมย์บอกต่อ“ขอบคุณค่ะ วันนี้คุณพล็อตว่างไหม? เราไปทานข้าวด้วยกันดีไหมคะ?”
    “อะ..เอ่อ..ไม่เป็นครับ”
    คุณเมย์มีสีหน้าผิดหวัง“เสียดายค่ะ คิดว่าจะได้คุยธุรกิจอื่นกันต่อ”
    “อ้อ พอดีผมมีนัดกับแฟนนะครับ คงไปไม่ได้”
    “น่าอิจฉาจังนะคะ”
    หลังคุยธุรกิจเสร็จผมกับคุณเมย์ก็แยกกัน ผมออกจากห้องรับแขกเดินไปที่ห้องค้าหุ้น ผมปรบมือเรียกลูกน้อง พูดลูกน้องหลายสิบคน
    “หุ้นบริษัทเมย์เทค เคาะราคา IPO ที่ 2.2 บาท ราคาอย่างไม่เป็นทางการนะ โทรถามลูกค้าเลยจะสนใจไหม ถ้าไม่จองตอนนี้ราคาอาจเพิ่มได้นะ”
    โบรกเกอร์ผมรีบทำงานทันที รีบช่วยกันถามลูกค้าจะยอมจ่ายเงินซื้อหุ้นบริษัทเมย์เทคหรือไม่
    ผมโทรหาคุณธีร์“คุณธีร์ ผมมีหุ้นบริษัทเมย์เทคจะเสนอขาย ผมตรวจสอบแล้วเป็นหุ้นที่มีบริษัทกำไรดีมาก กองทุนไทยสตาร์ของคุณสนใจจะซื้อไหม ราคาแค่ 2.2 บาทเอง ถ้าเอาผมจะกันให้คุณ 5% นะ หนึ่งร้อยล้านหุ้น”
    ด้วยชื่อเสียงตอนนี้ของผม บริษัทต่างๆ ที่อยากเข้าตลาดหุ้น สนใจจะให้ผมเป็นผู้จัดการให้จำนวนมากเพราะผมมีทีมมาร์เก็ตติ้งที่เก่ง ขายหุ้น IPO ได้หมด
    คุณธีร์ตอบรับว่าสนใจ ผมโทรหาลูกค้ารายใหญ่ของผมเพื่อแบ่งหุ้น IPO ให้ ส่วนใหญ่แล้วหุ้น IPO เวลาเข้าตลาดมักจะราคาสูงขึ้น ทำให้มีลูกค้าสนใจจองจำนวนมาก

    หลังวุ่นวายอยู่ทั้งวัน ผมกับอิ๊งนัดกันไปกินข้าว วันนี้เราขับรถไปไกลถึงพัทยาเลย แต่กว่าจะไปถึงก็เกือบสามทุ่มแล้วเพราะรถติดด้วย
    ผมจับมืออิ๊งเดินไปตามริมหาด หาร้านอาหารทาน
    อิ๊งถามว่า“พล็อต มาไกลขนาดนี้พรุ่งนี้ไม่ทำงานเหรอ?”
    “ทำสิ แต่พล็อตอยากอยู่กับอิ๊งมากกว่าน่ะ เดี๋ยวหาว่าไม่มีเวลาให้”
    “บ้า อิ๊งไม่ได้เอาแต่ใจตัวเองขนาดนั้น”
    ผมเดินจูงมืออิ๊งหาอะไรทานกัน สายลมเบาๆ พัดพาลมกลิ่นทะเลเตะจมูก อิ๊งเกาะแขนผมแน่น ผมรู้สึกถึงความรักที่เธอมีให้ผม
    ความสวยของอิ๊งทำให้ผมอดโน้มหน้าไปจุมพิตหน้าฝากเธอไม่ได้ อิ๊งก็ไม่ได้ขัดขืน เธอเพียงแค่ยิ้มอย่างมีความสุข
    หลังทานอาหาร เราสองคนเข้านอนพักด้วยกัน ผมนอนกอดอิ๊งไว้ ที่จริงผมคิดจะมีอะไรกับเธอ

    เช้าวันต่อมามีโทรศัพท์ดังขึ้น ผมรับสายพี่เมฆหัวหน้าหน่วยโบรกเกอร์
    “มีอะไรพี่เมฆ”
    “คุณพล็อต แย่แล้วบริษัทเมย์เทคมีปัญหา!”
    ผมตกใจ“ปัญหาอะไร?”
    “บริษัทมีข่าวว่าผู้บริหารตบแต่งงบการเงิน”
    “เป็นเรื่องจริงเหรอ? ตรวจสอบดีแล้วนะ”
    พี่เมฆบอกว่า“ผมไม่แน่ใจ เท่าที่ผมให้ฝ่ายบัญชีตรวจงบก็ไม่มีปัญหานะ แต่ดูเหมือนบริษัทจะกำไรเกินจริง เช่น ขายชิพคอมพิวเตอร์ได้แสนชิ้นก็บอกว่าแสนห้าหมื่นชิ้น”
    “แล้วรู้ได้ยังไง?”
    “เป็นแค่ข่าวลือน่ะครับ ถ้าไม่รีบแก้ข่าวนี้ มีหวังหุ้น IPO ขายออกไม่หมดแน่”
    ผมหันไปมองอิ๊งซึ่งนอนอยู่ อิ๊งลืมตาถามว่า
    “มีอะไรเหรอพล็อต?”
    “อ้อ งานที่บริษัทมีปัญหานิดหน่อยน่ะ”
    “พล็อตไปทำงานก่อนก็ได้นะ รีบกลับกรุงเทพกันเถอะ” อิ๊งบอก
    ผมพยักหน้า ผมกับอิ๊งแต่งตัวเสร็จผมก็ขับรถไปต่อ ขับรถต่อไปได้เกือบสามชั่วโมงก็มีป้าย
    __จันทรบุรี__
    อิ๊งงง“อ้าว เราจะไปกรุงเทพไม่ใช่เหรอ?”
    “ทุเรียนเมืองจันทร์อร่อยดี พล็อตอยากกิน”“แล้วงานล่ะ”
    ผมยิ้ม “อิ๊ง งานไม่ใช่ทุกอย่างหรอกนะ ลืมแล้วเหรอพล็อตเคยสัญญาอะไรไว้กับอิ๊ง พล็อตจะมีเวลาให้อิ๊งเยอะๆ ไง”
    “ไม่เป็นไร อิ๊งไม่คิดมากหรอก”
    ผมว่าสามปีที่ผ่านมาอิ๊งโตขึ้นนะเธอทำงานแล้วด้วย ผมยิ้มให้และขยี้หัวเธอเบาๆ
    “ไม่หรอกน่า สัญญาก็เป็นสัญญาสิ”
    ผมขับรถพาอิ๊งไปจันทรบุรี เรากินส้มตำที่ทำจากเนื้อทุเรียนซึ่งไม่ค่อยเหมือนที่อื่นและกินอาหารขึ้นชื่อของที่นี่
    ระหว่างผมเดินซื้อของกัน อิ๊งถามอีกว่า
    “ไม่ไปทำงานไม่เป็นอะไรแน่นะ?”
    “ถึงไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว”

    เช้าวันต่อมาผมไปทำงานตามเดิม ผมถามพี่เมฆ“พี่เมฆ หุ้น IPO ของเราลูกค้าจองหมดหรือยัง?”
    พี่เมฆส่ายหน้า“พอมีข่าวไม่ดีมาลูกค้าหลายคนก็ยกเลิกการจองหรือขอชะลอไว้ก่อน”
    ผมพยักหน้าโทรไปหาคุณเมย์“คุณเมย์ ข่าวลือเรื่องบริษัทตบแต่งบัญชีนี่ยังไงครับ”
    “เมย์ก็ไม่รู้นะคะ งบบริษัทเมย์มีผู้ตรวจสอบบัญชีเซ็นรับรองนะคะ อาจจะเป็นคู่แข่งก็ได้ค่ะ ต้องการทำลายชื่อเสียงบริษัทเมย์”
    “โอเคครับ”
    ผมวางสายไปจากเรียกทุกคนเข้าประชุม“บริษัทเมย์เทคโดนข่าวลือโจมตี ยุคนี้สื่อโซเชียลไวมาก บวกกับนิสัยคนที่พร้อมจะเชื่อข่าวด้านลบมากกว่าข่าวบวกยิ่งเชื่อง่ายเข้าไปอีก เราต้องรีบแก้สถานการณ์ ไม่งั้นหุ้น IPO จะขายไม่หมด”
    พี่เมฆถาม“ทำยังไงดีครับ”
    “ง่ายมาก ผมเตรียมแผนสำรองเผื่อหุ้นขายไม่หมดไว้แล้ว ผมจะเพิ่มราคาหุ้น IPO ขึ้นไปอีกเป็น 2.5 บาท”
    คนในที่ประชุมหน้าตาแปรเปลี่ยนทันที
    “หา เพิ่มราคาแล้วคนจะซื้อเหรอครับ” พี่เมฆถามอีก
    “พอของแพงคนจะชอบคิดว่าดี นี่เป็นเรื่องจริง”
    ผมเอานิสัยของคนทั่วไปมาใช้ คือคนมักจะชอบคิดว่าของแพงมักจะเป็นของดี ของไฮโซ ซึ่งที่จริงมันก็เกี่ยวบ้างไม่เกี่ยวบ้าง สินค้าบางอย่างต้นทุนต่ำแต่พอวางตลาดติดตราพวกแบรนด์เนมเข้าไปก็เพิ่มราคาไปหลายสิบเท่ามันเป็นเรื่องธรรมดา

    วันต่อมาผมเรียกคุณเมย์มานั่งแถลงข่าวร่วม ผมบอกเคาะราคาหุ้น IPO บริษัทเมย์เทคอย่างเป็นทางการที่ 2.5 บาท เพราะบริษัทนี้มีกำไรดีโตต่อเนื่องทุกปี ผมไม่ได้โกหกนะตอนให้ฝ่ายบัญชีตีมูลค่าหุ้นก็ได้ 2.5 บาท
    “เรื่องข่าวลือที่บริษัทตบแต่งบัญชีล่ะคะ?” นักข่าวถาม
    “ไม่มีเรื่องนั้นแน่นอนครับ งบการเงินของบริษัทเมย์เทคได้รับการรับรองจากบริษัทตรวจสอบบัญชีชั้นนำของประเทศ ถ้างบการเงินของปลอมผู้ตรวจสอบบัญชีก็ติดคุกด้วยน่ะสิครับ รวมทั้งผมเองก็อาจต้องรับผิดชอบด้วย ผมเคยผ่านจุดนั้นมาแล้วจะไม่กลับไปอีกหรอกครับ”
    “แล้วหุ้น IPO ที่ขึ้นราคาจะขายหมดหรือคะ?”
    “หุ้นเมย์เทคมีกำไรติดต่อกันกว่าหกปี กำไรเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าปีละ 20% เป็นธรรมดาครับที่จะมีความต้องการมาก แต่สำหรับลูกค้าเก่าที่ผมให้ราคาไว้ 2.2 บาท ก็ยังซื้อได้ในราคาเดิมนะครับ แต่ถ้าไม่จองก่อนวันที่ 18 พฤษาคมนี้ ผมคงไม่สามารถให้ราคาเดิมได้”

    หลังแถลงข่าวเสร็จ คุณธีร์รีบโทรมาถาม “คุณพล็อต คุณเพิ่มราคาหุ้น IPO เหรอ?”
    “ใช่ครับ หุ้นมีคนต้องการมากผมเลยเพิ่มราคา แต่คุณธีร์ไม่ต้องห่วงนะครับ กองทุนไทยสตาร์ของคุณยังได้ราคาที่ 2.2 บาทเหมือนเดิม แต่ผมจะเพิ่มส่วนแบ่งหุ้นให้ จาก 5% เป็น 7% โอเคไหมครับ”
    “ได้ รีบจัดการให้ผมเลย ผมเตรียมเงินไว้พร้อมแล้ว”
    ผมบอกมาร์เก็ตติ้งทุกคนให้โทรไปขายหุ้นให้ลูกค้าราคาแพงกว่าเดิมแต่ถ้าซื้อตอนนี้จะได้ราคาเดิม ตอนแรกมาร์เก็ตติ้งมีสีหน้าไม่เชื่อนัก แต่เมื่อโทรไปลูกค้ากลับรีบยิ่งจอง นี่เป็นแผนจิตวิทยาล้วนๆ แถมได้เงินเพิ่มขึ้นด้วย

    วุ่นวายอยู่ทั้งวัน เวลาเลิกงานมาถึง ผมก็เก็บของใส่กระเป๋าใบเล็กของผม มีคนๆ หนึ่งเดินมาหา ผม เขารีบบอกผม
    “สวัสดีครับคุณพล็อต ผมชื่อพิพัฒน์ เป็นเจ้าของบริษัทพิพัฒน์วิทยาขายเนื้อไก่ วัวและหมู ผมอยากเอาบริษัทเข้าตลาดหุ้น คุณจะช่วยผมได้ไหม?”
    ผมพยักหน้า “ยินดีครับ แต่ว่าวันนี้ผมเลิกงานแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ ไว้พรุ่งนี้เราค่อยคุยกัน มีอะไรฝากข้อมูลไว้กับคุณเมฆหัวหน้าโบรกเกอร์ผมได้เลยครับ”
    “อะ..อ้อ..ครับ” คุณพิพัฒน์ทำหน้างุนงง

    ผมไปที่ลานจอดรถ จากนั้นขับรถไปรับอิ๊งที่ทำงานเธอ ไปยืนรอรับอยู่ที่หน้าบริษัทอิ๊ง
    อิ๊งเดินเข้ามาส่งยิ้มให้ ผมเองก็ยิ้มตอบเดินไปจับมือเธอ
    “วันนี้ไปกินข้าวบ้านผมนะ หรือไม่ก็พาพ่อแม่ผมไปกินข้าวข้างนอกกัน”
    อิ๊งพยักหน้า เราสองเดินไปที่ลานจอดรถ ในใจผมมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เวลางานคือเวลางาน เวลาให้ครอบครัวคือเวลาให้ครอบครัว
    ผมไม่อยากให้มันมาปนกันยุ่งอีกแล้ว
    ผมรู้ว่าการบ้างานไม่ได้มีประโยชน์อะไร มันมีแต่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างผมกับครอบครัว
    ถึงผมจะมีเงินเป็นพันล้านหมื่นล้าน แต่ไม่มีใครอยู่เคียงข้าง มันจะมีประโยชน์อะไร
    เวลาที่ผมอยู่กับคนที่รักสิ ถึงเป็นเวลาที่มีค่าที่สุด มีความสุขที่สุด
    เวลาที่เงินก็ไม่อาจซื้อได้..

    ------------------------- ตอนพิเศษ จบ ------------------------
    ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายแล้วนะคร้าบ วัตถุประสงค์ของตอนนี้ก็คืออยากให้เห็นความร้ายกาจของพล็อตตอนที่เป็นราชันตลาดหุ้น แม้มีฐานะยิ่งใหญ่แต่ก็รู้จักแบ่งงาน แบ่งเวลาส่วนตัว ชี้ให้เห็นชีวิตว่าถึงจะบ้างานก็มีความสุขได้นะ ที่ผ่านมาไรต์รู้ตัวว่าเขียนแต่พล็อตในฉากเครียด บ้างาน เจ้าคิดเจ้าแค้น ตอนพิเศษตอนนี้อยากให้เห็นมุมมองที่มีความสุขของพล็อตบ้าง แต่ก็ยังไม่ทิ้งความร้ายกาจในเชิงธุรกิจไป
    ขอบพระคุณชาวกวีบุ๊กมากเลยนะครับที่ตามอ่านกันมาถึงตอนจบ ส่วนเรื่องหน้าจะเป็นอะไรนั้นส่วนตัวคิดว่าจะเขียนแฟนตาซีกำลังภายในนะครับ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจก็คงจะมีอีก โปรดรออ่านได้เลย อ่านกันมาจนจบ ชอบไม่ชอบก็เม้นท์บอกได้นะ จะได้นำไปปรับปรุงในงานเรื่องหน้า

    คล้ายกับเรื่องเหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น ที่คุณอ่าน