คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 37 ทดลอง

            ผ่านไปสิบห้านาที หวังซื่อหิ้วตะกร้ากลับมาเบื้องหลังยังมีทั้งชุ่ยจูและผิงซุ่นที่ตามมาด้วย

             “เจินจูซื้อกระดูกกลับมาแล้ว เจ้าบอกมาว่าควรทำอย่างไร ย่าจัดการให้เอง”พอหวังซื่อเข้าประตูมาก็ตะโกนเรียกเจินจูอย่างรอไม่ไหว

             “ท่านย่าข้าเพิ่งตั้งน้ำบนเตา เอากระดูกลงไปลวกก่อนครู่หนึ่งตักขึ้นมาทิ้งให้ฟองลอยบนผิวน้ำแล้วค่อยเคี่ยวน้ำแกง ...อันนั้นเครื่องในอีกเดี๋ยวข้าจะเอาไปล้างที่ริมลำธาร ...เอ๋ พี่รอง ผิงซุ่นพวกท่านมาแล้ว” เจินจูยื่นศีรษะออกมาจากหลังบ้าน

             “เจินจูอันนี้ ข้าเอาไปล้างเถิด ครั้งก่อนข้าเคยทำแล้ว ล้างได้สะอาดมากด้วยไม่มีกลิ่นเลย” ชุ่ยจูยิ้มแล้วยึดงานล้างเครื่องในหมูมาไว้ที่ตนเอง

             “ได้สิเช่นนั้นขอบคุณพี่รองแล้ว” มีคนช่วย เจินจูย่อมยินดีแน่นอนอยู่แล้ว

             “พี่สามวันนี้ท่านจะทำอะไรอร่อยๆ หรือ?” เสียงร้องของผิงซุ่นดังก้องกังวานทะลุไปทั้งลานบ้าน

             “…ผิงซุ่นคือ เบาเสียงหน่อยเถิด ในบ้านยังมีคนกำลังพักผ่อนอยู่ แล้วก็อร่อยสิกลางวันเจ้าก็จะรู้เอง ขาดเจ้าไปไม่ได้เลย” เจินจูยกนิ้วชี้ขึ้นตั้งตรงทำเสียง“ชู่ว” หนึ่งเสียง

             “ผิงซุ่นเจ้าไปล้างเครื่องในหมูกับข้า ห้ามก่อกวนอยู่ที่นี่” ชุ่ยจูคว้าผิงซุ่นไว้ แล้วดึงไปทางหลังเขาด้วยกันใบหน้าผิงซุ่นไม่เต็มใจอย่างมาก

             เจินจูมองพลางหัวเราะ“ฮ่า ฮ่า” หนึ่งเสียง แล้วหันศีรษะกลับมากล่าวกับหูฉางกุ้ยที่กำลังทำความสะอาดคอกหมู“ท่านพ่อ เมื่อครู่ท่านบอกว่าบนภูเขาฝั่งทิศใต้มีป่าไผ่ใช่หรือไม่?”

             ป่าไผ่ เช่นนั้นไม่ใช่หมายความว่ามีหน่อไม้หรือนั่นเป็นสิ่งที่เจินจูชอบทานมาก แต่มาที่นี่ระยะหนึ่งแล้ว บนโต๊ะอาหารไม่พบร่องรอยของหน่อไม้เลยหรือที่นี่ไม่ทานหน่อไม้?เป็นไปไม่ได้น่า

             “อืมมีผืนป่าไผ่ ค่อนข้างใหญ่เลย” หูฉางกุ้ยทำความสะอาดคอกหมูด้วยพลั่วอย่างว่องไว

             “เช่นนั้นไม่มีคนไปขุดหน่อไม้หรือ?”เจินจูประหลาดใจ

             “ป่าไผ่ลึกงูเยอะ เด็กน้อยกับฟู่เหรินเข้าไปกันไม่ได้” หูฉางกุ้ยอธิบายเสียงกลัดกลุ้มป่าไผ่นี้ต้องข้ามภูเขาสองลูกจึงจะถึง นับว่าเป็นเขตในเขาลึกชาวไร่ชาวนาส่วนใหญ่จะไม่เข้าไปเสี่ยงอันตรายในป่าลึกเพื่อขุดหน่อไม้เหล่านั้นอีกทั้งหน่อไม้ต้องใช้น้ำมันในการผัดมาก ไม่เช่นนั้นแล้วจะทั้งแข็งทั้งฝืดคนในหมู่บ้านจะมีสักกี่ครัวเรือนกันที่ไม่เสียดายน้ำมันจำนวนมาก เพื่อผัดหน่อไม้หนึ่งถาด

             เจินจูกลับค่อนข้างรู้สึกสนใจเป็นอย่างยิ่งท่านพ่อของนางกล่าวว่าเด็กและฟู่เหรินไม่เหมาะจะเข้าไปเช่นนั้นก็กล่าวได้ว่าตัวเขาเองสามารถไปได้จำได้ว่าตะกร้าไผ่ที่ชายชราหูถักก็ใช้ตอกไผ่ทำขึ้น นางกะพริบตาสีหน้าปีติยินดี “ท่านพ่อเช่นนั้นไผ่ในบ้านล้วนเป็นผู้ใดไปตัดหรือ”

             “ข้ากับลุงเจ้า”

             “ท่านพ่ออีกสักครู่ท่านว่างแล้วเหลาไม้เสียบให้ข้าหน่อย ได้หรือไม่?” เจินจูปล่อยปัญหาป่าไผ่ไว้ก่อนวัตถุดิบสำคัญของช่วนช่วนเซียงยังเตรียมไม่เสร็จเลยจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน

             “ได้ตรงนี้ใกล้เสร็จแล้ว เจ้าห่างออกไปไกลๆ หน่อย ระวังกระเซ็นโดนตัวเจ้า”หูฉางกุ้ยเตือนด้วยความระมัดระวัง

             “ฮิ ฮิทราบแล้ว” เจินจูถอยไปสองก้าว “ท่านพ่อ บ้านเราเผาถ่านที่ไร้ควันได้หรือไม่?”

             “ได้ก็ยุ่งยากเล็กน้อย หากเจ้าต้องการ พ่อจะเผาให้เจ้า” หูฉางกุ้ยกล่าวแล้วยิ้มซื่อๆ

             เจินจูยิ้มหวานท่านพ่อนางผู้นี้แม้พูดน้อย แต่ปฏิบัติต่อคนในครอบครัวได้อดทนเป็นอย่างยิ่ง

             เจินจูอบอุ่นในใจ“อื้ม วันที่หิมะตกในกระท่อมกระต่ายต้องใช้ถ่านนิดหน่อยเกรงว่าควันจะมากจนรมควันกระต่ายได้”

             “เช่นนั้นย่อมได้รอช่วงบ่ายมีเวลาพ่อจะไปเผา” หูฉางกุ้ยไม่ผัดวันประกันพรุ่งตกปากรับคำอย่างตรงไปตรงมา

             “ฮิ ฮิขอบคุณท่านพ่อ เช่นนั้นอีกเดี๋ยวข้าค่อยมาหาท่าน” เจินจูหันมายิ้มบางๆ ให้เขาแล้วหมุนกายกลับเข้าไปหาสิ่งของในห้อง

             เครื่องเทศที่นางซื้อมาเมื่อวานไม่ได้มากมายนักล้วนเป็นวัตถุดิบเล็กน้อยที่เห็นได้บ่อยทั่วไป เช่น โป๊ยกั๊ก อบเชย กานพลูผักชีล้อม เปลือกส้ม เป็นต้น นางบีบเค้นสมองหวนรำลึกอย่างสุดกำลังเครื่องเทศที่สามารถนึกขึ้นได้ล้วนซื้อมาบ้างแล้วเล็กน้อยรวมกับฮวาเจียวที่ซื้อมาครั้งก่อนกับพริกแห้งของตนเอง น่าจะเพียงพอแล้วส่วนรายละเอียดจะปรับให้เข้ากันอย่างไร เอ่อ... ลองหลายๆ ครั้งหน่อยก็แล้วกัน

             เจินจูม้วนของเข้าด้วยกันถือไปห้องครัว เริ่มครุ่นคิดส่วนประกอบกับหวังซื่อ

             หวังซื่อมองไม่คิดเลยว่าอาหารนี่ต้องใช้เครื่องเทศมากมายเช่นนี้ อดตกใจไม่ได้ แต่...ที่ทำให้นางตกใจยิ่งกว่าคือคาดไม่ถึงเลยว่าเจินจูจะจำชื่อเครื่องเทศได้เยอะเพียงนี้ รู้ว่าเผิงต้าเฉียงคนนั้นตายไปสองสามปีแล้วเจินจูในตอนนั้นอายุไม่เกินเจ็ดแปดขวบ ผ่านมานานแล้วยังจำได้ชัดเจนเพียงนี้เลยหรือแววตาที่เต็มไปด้วยความแปลกใจของหวังซื่อมองไปทางเจินจู

             เจินจูไม่ได้ใส่ใจอาการแปลกใจของหวังซื่อเพียงขมวดคิ้ว แล้วหันไปใส่เครื่องเทศในถ้วยเพิ่มๆ ลดๆ ไม่หยุด อันนี้มากหน่อยอันนั้นน้อยหน่อย เฮ้อ ทำให้คนปวดหัวเสียจริง

             เอ๋...ดูเหมือนว่านางจะมองข้ามของสำคัญที่สุดไปเลย วัตถุดิบสำคัญที่สุดของหม้อหม่าล่าน่าจะเป็นเต้าเจี้ยวหรือไม่? พระเจ้า!ยุคนี้มีเต้าเจี้ยวหรือไม่? เจินจูราวกับถูกฟ้าผ่าก็ไม่ปานแข็งทื่อดังหุ่นไก่ [1] นานอยู่พักหนึ่งสติจึงกลับมา

             “ทำไมหรือเหตุใดสีหน้าจึงดูไม่ดีเช่นนี้” หวังซื่อเห็นสีหน้าเจินจูผิดปกติ จึงรีบถามทันที

             เจินจูเม้มปากรู้สึกว่าตนเองเหมือนทึ่มไป ตอบด้วยใบหน้ากลุ้มใจ “ท่านย่าขาดวัตถุดิบสำคัญไปอย่างหนึ่ง คาดว่าจะทำไม่สำเร็จแล้วล่ะ”

             “อ่าคืออันใด? ละแวกใกล้เคียงพวกเรานี้ไม่มีหรือ?” หวังซื่อรีบถามทันที

             “เป็นวัตถุดิบเครื่องปรุงชนิดหนึ่งเต้าเจี้ยว” เจินจูตอบแล้วหลุบศีรษะลงอย่างไร้เรี่ยวแรง

             “เต้าเจี้ยว?บ้านเรามีนะ เจ้าจำมิได้หรือครั้งก่อนใช้อบเนื้อเจ้ายังชมออกมาว่าอร่อยอยู่เลย”หวังซื่อมองเจินจูอย่างกล่าวไม่ออก ยัยหนูคนนี้กลับจำมิได้หรือ?

             “บ้าน…เรา…มี?”นางจ้องตาโตอย่างไม่เชื่อเล็กน้อย สมัยโบราณก็มีเต้าเจี้ยวหรือ?

             “ใช่สิก่อนไหว้พระจันทร์ไม่ใช่ว่าพี่สาวคนโตกับพี่เขยคนโตเจ้ามอบให้หนึ่งกระปุกหรือบรรพบุรุษตระกูลพี่เขยใหญ่เจ้าก็อาศัยความร่ำรวยจากการทำเครื่องปรุงรสแต่น่าเสียดายที่ต่อมาถูกครอบครัวอื่นบีบจนไร้หนทางทำมาหากินตอนนี้ทำได้เพียงฝากไว้ที่ร้านขายของชำเล็กน้อยชีวิตความเป็นอยู่ก็ไม่ได้มีกินมีใช้แบบเมื่อก่อน” หวังซื่อรำพันในปากแต่ยังใส่ใจกับความร้อนในเตาอยู่เป็นระยะ “หากเจ้าต้องการใช้อีกเดี๋ยวเรียกผิงซุ่นให้กลับไปหยิบมา”

             “อื้ม...อื้ม ต้องการใช้” ที่แท้ยุคโบราณก็มีเต้าเจี้ยวจริงด้วย ฮ่า ฮ่า เจินจูดีใจกว่าที่คาดไว้มากนักดูเหมือนว่านางจะโง่เขลาเบาปัญญาที่ดูแคลนความเฉลียวฉลาดของแรงงานคนโบราณไป ดังนั้นขอเพียงแค่ผัดเครื่องเทศผสมให้เข้ากับเต้าเจี้ยวได้หลังจากนั้นเทน้ำแกงกระดูกหมูที่ปรุงไว้แล้วลงไปเคี่ยวให้ดี น้ำแกงที่ได้น่าจะต่างจากที่เคยกินไม่มากแล้วล่ะนางคิดอย่างไม่ค่อยมั่นใจ

             หลังครึ่งชั่วยามกลิ่นหอมสายหนึ่งล่องลอยไปทั่วลานบ้านครอบครัวหู

             ชุ่ยจูกับเจินจูนั่งอยู่ใต้ชายคากำลังเสียบแผ่นปอดหมูที่ลวกแล้ว ผิงอันกับผิงซุ่นช่วยอยู่ข้างๆ อย่างอยากรู้อยากเห็นดมกลิ่นหอมที่กระจายออกมาจากครัว สองคนก็อยากกินจนต้องกลืนน้ำลาย

             เจินจูถือไม้ไผ่เสียบที่หูฉางกุ้ยช่วยเหลาให้อีกมือก็เสียบปอดหมู ในใจเริ่มกลุ้มใจขึ้นมา วัตถุดิบยุคปัจจุบันสามารถเสียบช่วนช่วนเซียงได้หลากหลายมากมายแต่ที่นี่ เจินจูกลับคิดรูปแบบได้ไม่มากหากนางบอกว่าตนเองชอบทานอาหารประเภทเนื้ออย่าง ปลาหมึก กระเพาะ ผ้าขี้ริ้วกลีบกระเพาะสัตว์พวกนี้แล้วจะไปหาที่ใดได้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงของจำพวก ลูกชิ้นไส้กรอก เต้าหู้แห้งเลย

             “ท่านพี่ท่านพี่ ท่านคิดอะไรอยู่? เรียกท่านก็ไม่ได้ยิน”ผิงอันแตะเจินจูเล็กน้อย มองนางอย่างประหลาดใจ

             “โอ้ข้ากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่?” เจินจูขมวดคิ้วด้วยใบหน้ากลุ้มใจเฮ้อ... ต้องโทษตนเองที่ไม่จัดการตรวจสอบตลาดให้ดีขณะนี้ก็ทำมาครึ่งหนึ่งแล้วจะล้มเลิกกลางคันไม่ได้

             “เจินจูขมวดคิ้วเรื่องอันใดหรือ กล่าวออกมาให้ฟังได้นะ ทุกคนจะได้ช่วยกันออกความคิดเห็น”ชุ่ยจูมองที่นางอย่างกังวลเล็กน้อย

             เจินจูยิ้มมาทางชุ่ยจูเอาความกลัดกลุ้มในใจสลัดทิ้งไปข้างหนึ่ง อย่างไรเสียก็อยู่ในสถานการณ์ทดลองตนเองขัดแย้งในใจไม่รู้จะทำอย่างไรก็ไม่มีความหมายลองทำดูหลายครั้งหน่อยน่าจะดีกว่า

             “พี่รองปลาของหมู่บ้านต้าวันราคาถูกหรือไม่?” จู่ๆเจินจูก็นึกถึงลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นปลานี้นางเคยทำตามมารดาคนเก่าอยู่ ไม่ยากก็แค่ที่นี่ไม่มีเครื่องบดเนื้อ ต้องสับด้วยตนเองจึงจะได้

             “มีทั้งถูกมีทั้งแพงปลาเกล็ดเงินกับปลาตะเพียนมีก้างมากและกลิ่นคาวแรงราคาจะถูกมากถูกจนทุกคนไม่ชอบทาน ปลากินหญ้า ปลาไน ปลาหัวโตจะแพงหน่อยก้างน้อยและกลิ่นคาวไม่แรง” ชุ่ยจูตามหวังซื่อไปตลาดหมู่บ้านต้าวันอยู่บ่อยๆจึงค่อนข้างเข้าใจราคาตลาดของปลาอยู่มากนัก

             เจินจูกะพริบตาและหัวเราะขึ้นมาทันใด ตนเองช่างเป็นคนทึ่มนักคาดไม่ถึงเลยว่าจะไม่เข้าใจหลักการคนพื้นที่หาวัตถุดิบที่ต้องการ [2] สินค้าการเกษตรไม่น้อยของหมู่บ้านทั้งถูกทั้งเยอะแปรรูปนิดหน่อยล้วนสามารถกลายเป็นวัตถุดิบของช่วนช่วนเซียงได้

             เจินจูวางงานในมือลงวิ่งไปห้องครัวแล้วกระซิบเป็นการส่วนตัวกับหวังซื่ออยู่ครู่หนึ่งหวังซื่อฟังจบก็พยักหน้าเป็นครั้งคราว แล้วเรียกผิงซุ่นเข้ามาทันที“เจ้าไปเรียกพ่อเจ้า ให้เขาไปหมู่บ้านต้าวันซื้อปลาเกล็ดเงินกับปลาตะเพียนกลับมาสองตัวซื้อตัวใหญ่หน่อยนะ ปลาสองชนิดนี้ถูกนัก เอาแบบสดใหม่ ห้ามจำผิดเล่า”

             ผิงซุ่นวิ่งกระโดดจากไปเกี่ยวกับของกินแล้วเขากระตือรือร้นมากมาโดยตลอด

             แม้หมู่บ้านต้าวันจะห่างจากหมู่บ้านวั้งหลินไม่ไกลนักแต่ไปกลับต้องใช้เวลาไม่น้อย เจินจูจึงให้หวังซื่อลองทำลูกชิ้นหัวไชเท้าดูนางเคยทานลูกชิ้นหัวไชเท้าเสียบเข้าด้วยกันที่ตลาดโต้รุ่ง รสชาติไม่เลวนัก ต้นทุนถูกมากด้วยแม้นางจะไม่เคยทำมาก่อนก็ตาม ภายใต้การบรรยายของนางหวังซื่อพยักหน้าเป็นระยะๆลูกชิ้นหัวไชเท้าเช่นนี้ทำไม่ยาก คล้ายขนมหัวไชเท้าที่สกุลหูทอดฉลองปีใหม่นิดหน่อยแต่ค่อนข้างจะเปลืองน้ำมัน หวังซื่อจึงรีบหยิบหัวไชเท้าที่ปลอกและล้างไว้เรียบร้อยแล้วขึ้นมาตัดออกครึ่งหนึ่งฝานเป็นเส้นบางๆ เริ่มตระเตรียม

             เจินจูที่ไม่ค่อยสนใจฝีมือครัวมาตลอดชอบทานแต่ไม่ชอบลงมือทำด้วยตนเอง มองไปที่หวังซื่อเหมือนว่าจะเต็มไปด้วยความมั่นใจนางจึงวางใจแล้วไปทำเรื่องอื่นได้

             ชุ่ยจูกับผิงอันที่อยู่นอกบ้านเอาปอดหมูเสียบเข้าด้วยกันเรียบร้อยแล้วเจินจูจึงให้ผิงอันยกถ้วยน้ำร้อนไปให้หลี่ซื่อที่กำลังเร่งทำเสื้อผ้าใหม่ตัวนางเองก็เทหนึ่งถ้วย ตั้งใจยกไปให้คนป่วยที่พักรักษาบาดแผล ชุ่ยจูอยากรู้อยากเห็นจึงตามไปพร้อมกัน

             หลัวจิ่งนอนอยู่บนเตียงไม่พูดไม่จามาตลอดความเจ็บปวดบนร่างกายกำลังเตือน ว่าสภาพของเขาตอนนี้ถูกคนพามารักษาให้พ้นจากอันตรายและได้รับความเมตตาจนเกิดเป็นบุญคุณ ในใจเขาสำนึกบุญคุณนัก แม้จะไร้หนทางตอบแทนในตอนนี้แต่เขาจดจำไว้ในใจแล้ว ต้องมีสักวันหนึ่งที่เขาจะจ่ายคืนให้เป็นเท่าตัว

             นอกลานบ้านมีเสียงต่างๆดังสะท้อนเข้ามาเป็นระยะ ครอบครัวเกษตรกรเล็กๆ นี้เหมือนว่าคนจะไม่น้อยเลยแสดงให้เห็นว่าคึกคักมีชีวิตชีวานัก

             ไม่กี่เดือนก่อนในลานบ้านจวนสกุลหลัวหลังโตก็เคยมีคนมากมายคึกคักเจี๊ยวจ๊าวนัก

             แววตาของหลัวจิ่งหดหู่ลงฉับพลัน

             ฮ่องเต้ตอนนี้มีอาการประชวรสถานการณ์ระหว่างพระราชบุตรไม่กี่พระองค์และองค์ไท่จื่อ [3] กำลังตึงเครียดอุปนิสัยขององค์ไท่จื่อนั้นมืดครึ้มและเหี้ยมโหดไม่เป็นที่โปรดปรานของผู้คนเจ้าหน้าที่พลเรือนและทหารในที่ลับที่แจ้งล้วนถูกพระราชบุตรไม่กี่พระองค์ดึงมาเป็นพวกท่านปู่ของเขาอยู่ในตำแหน่งบุคคลสำคัญ ย่อมถูกพระราชบุตรอยากดึงไปเป็นพวกด้วยตามความหมายของท่านปู่คือต้องการรักษาความเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดแต่หลัวเชี่ยนลูกพี่ลูกน้องที่เป็นพี่สาวของเขากลับเป็นนางสนมขององค์ชายสามไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อยที่สกุลหลัวจะถูกองค์ไท่จื่อจัดให้อยู่ในพรรคพวกของพระราชบุตรองค์ที่สาม

             สามเดือนก่อนองค์ไท่จื่อฉวยโอกาสตอนที่ฮ่องเต้ประชวรหนักไม่สนใจการบริหารบ้านเมืองของราชสำนักนำกองพลทหารและม้าหลายพันคนมาปิดล้อมตำหนักของพระราชบุตรองค์ที่สามไว้ กล่าวหาว่ามีคนรายงานต่อทางการว่าพระราชบุตรองค์ที่สามมีแผนการร้ายก่อกบฏจึงใช้อำนาจบีบบังคับค้นจวน พบเสื้อคลุมมังกรห้ากรงเล็บหนึ่งตัวอยู่ภายในห้องลับและพบจดหมายปกปิดหลายฉบับสมรู้ร่วมคิดกันต่อต้านทางการในเวลานั้นพระราชบุตรองค์ที่สามถูกองค์ไท่จื่อกักบริเวณไว้ส่วนผู้ช่วยและพรรคพวกของเขาทั้งหมด ล้วนถูกองค์ไท่จื่อตัดสินลงโทษในข้อหาเป็นพรรคพวกสมรู้ร่วมคิดก่อกบฏใช้ความเร็วจู่โจมอย่างรุนแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ทั้งหมดถูกค้นบ้านยึดทรัพย์สินและติดคุกเจ้าหน้าที่พลเรือนและทหารที่ยืนอยู่เต็มราชสำนักล้วนไม่มีผู้ใดคาดถึง ว่าฮ่องเต้ยังไม่ทันได้สิ้นพระชนม์องค์ไท่จื่อก็อาจหาญใส่ร้ายป้ายสีพระราชบุตรและสังหารข้าราชบริพารมากมาย

             น่าเวทนาหลายสิบชีวิตสกุลหลัวทั้งเบื้องบนและเบื้องล่างของเขานักทั้งหมดล้วนกลายเป็นเหยื่อสังเวยภายใต้การยึดอำนาจขององค์ไท่จื่อ ตายตาไม่หลับยิ่ง

     

             เชิงอรรถ

            [1] แข็งทื่อดังหุ่นไก่ หมายถึง ตะลึงจนตัวแข็งทื่อ

            [2] คนพื้นที่หาวัตถุดิบที่ต้องการเปรียบเปรยถึง ไม่อาศัยกำลังภายนอก แต่ใช้ศักยภาพของตนเองพยายามทำอย่างเต็มที่

            [3] องค์ไท่จื่อ หรือ 太子คือ องค์ชายรัชทายาท ผู้ที่จะได้เป็นฮ่องเต้องค์ต่อไปหลังจากฮ่องเต้สิ้นพระชนม์แล้ว

    คล้ายกับเรื่องคู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730