ไอยูที่นั่งส่งอ่านหนังสืออยู่ในสวน
หันไปมองหน้ามีอาร์อย่างงุนงง
“คือว่า...”
มีอาร์ทำสีหน้าสลด
พลางคิดว่า....
ทำไมพี่ธันย์ถึงต้องมาคุยโทรศัพท์แถวนี้ด้วย!!
แต่มันก็ถือว่าเป็นเรื่องดี
ที่ในที่สุดไอยูจะได้รู้ความจริงสักที
“มีอาร์”
ไอยูมองมีอาร์อย่างคาดคั้น
เพราะสีหน้าของมีอาร์
บ่งบอกว่าเธอรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ก็ได้ ๆ คือว่าเรื่องมันเป็นแบบนี้...”
หลังจากนั้นมีอาร์ก็เล่าทุกอย่างให้ไอยูฟัง
ไอยูรู้สึกอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง
หลังจากที่มีอาร์เล่าจบ
แล้วใบหน้าของเธอ
ก็เปลี่ยนเป็นเศร้าสลดทันทีหลังจากนั้น
.....................
ณ ปัจจุบัน
“.............”
ซีลูบหัวไอยูเบาๆ อย่างเอ็นดู
“.............”
ไอยูยืนมองซีโดยไม่ได้คิดอะไร
“เข้าไปเถอะ”
ซีพูด
“ขอบคุณนะคะ”
ไอยูโน้มตัวให้ซี
เพื่อแสดงความเคารพ
ก่อนจะหันหลังเดินเข้าห้องเรียนไป
“ไอยู แกโอเคใช่ไหม?”
มีอาร์ถามขึ้นทันทีที่เห็นไอยูเดินเข้าห้องมา
“อือ โอเคแล้ว”
ไอยูตอบ
“แต่แว่นนั่น”
มีอาร์ทักเรื่องแว่นดำที่ไอยูใส่อยู่
“ใส่ไว้ ดีกว่าไม่ใส่น่ะ”
ไอยูบอก
“งั้นเหรอ”
มีอาร์รู้ทันทีว่าเพื่อนของเธอ
คงไปแอบร้องไห้มา
เธอจึงไม่ได้ถามอะไรต่อ
ไม่นานนักการเรียนก็ได้เริ่มต้นขึ้น
และจบลงในชั่วพริบตา
และทั้งวันพฤหัสฯและศุกร์
ไบร์ทยังคงตามขอคืนดีไอยู
และธันย์ก็ผลัดไปเกลี้ยกล่อมไอยู
แต่ดูเหมือนไอยูจะยุ่งเกินกว่าที่จะมาสนใจพวกเขา
แล้วก็มักจะมีซีและมีอาร์มาช่วยกันไว้ตลอด
เธอยังคงรับงาน
และอ่านหนังสือทุกครั้งที่ว่าง
เพื่อไม่ให้ตัวเองว่างจนมีเวลาคิดมาก
จนถึงสุดสัปดาห์
ไอยูก็ยังคงไปทำงาน
แต่รับงานน้อยลง
เพื่อจะได้มีเวลาอ่านหนังสือ
และอยู่กับแอลเคมากขึ้น
รุ่งเช้าของวันอาทิตย์
ไอยูไม่มีงานในวันนี้
เธอจึงตั้งใจว่าเธอจะอยู่กับแอลเคทั้งวัน
เธอตื่นตามปกติตรงเวลา
และเตรียมมื้อเช้าอย่างอารมณ์ดี
“พี่ไอยู ผม....”
อยู่ๆ เสียงสั่น ๆ ก็ดังขึ้นมาจากบันได
“..............”
ไอยูชะเง้อหน้าไปมอง
และเห็นน้องชายของเธอยืนนิ่ง
แววตาสั่นเครือน้ำตาไหลอาบแก้ม
“เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น!!
ร้องไห้ทำไม?”
ไอยูวางทุกอย่างตรงหน้า
แล้วเดินไปหาแอลเคโดยพลัน
ด้วยความตกใจ
“ผม....ผมอยู่ด้วย”
แอลเคก้มหน้าพึมพำ
“พี่..... ผมอยู่ด้วย ตอนพ่อกับแม่...”
แอลเคเงยหน้าขึ้นมามองไอยูช้าๆ
น้ำตาก็ไหลพลั่งพรูออกมา
“..........”
ไอยูจึงโอบกอดแอลเคไว้
และรู้สึกได้ว่าตัวของเขาสั่นระริก
“ถ้าผม.....ถ้าผมไม่ดื้อจะไปนั่งข้างหน้า
พ่อกับแม่ก็คง......”
แอลเคยังคงพูดต่อในอ้อมแขนของไอยู
“พ่อกับแม่ปกป้องผมไว้
เป็นเพราะผม.....”
เขายังคงพึมพำ
“เป็นเพราะผม.....
ผมทำให้พวกเขาต้องตาย”
แอลเคร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
“ไม่ใช่หรอก มันไม่ใช่ความผิดของน้อง”
ไอยูกอดปลอบแอลเค
และลูบหลังเขาอย่างอ่อนโยน
“น้องไม่ผิดอะไรเลย”
ไอยูพูดย้ำ
“คนที่ผิด คือคนที่ขับรถมาชนต่างหาก
เข้าใจไหม? อย่าโทษตัวเองแบบนี้”
ไอยูพูด
“ผม....”
แอลเคยังคงร้องไห้ต่อไป
แล้วก็จมลงในความทรงจำ
ที่เพิ่งกลับมาของเขา
...................
เมื่อ 10 ปีที่แล้ว
“ที่รักคะ?
วันหยุดนี้เราพาลูกไปเที่ยวกันดีไหมคะ?”
เสียงใสๆ ถามขึ้น
ขณะนั่งอยู่บนรถที่กำลังแล่นบนถนน
เพื่อจะขับไปรับลูกสาวจากโรงเรียน
ทำให้เด็กน้อยที่เพิ่งจะอายุได้แค่5 ขวบ
ตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ
ในอ้อมแขนอันอบอุ่นของคนผู้เป็นแม่
“อื้ม!! ดีเลย เราพาสโนว์ไปด้วยดีไหม?”
เสียงทุ้มตอบ
ระหว่างที่กำลังจดจ่ออยู่กับการขับรถ
“..............”
เด็กน้อยขยี้ตาแล้วหันไปมองสุนัขตัวสีขาว
ที่นอนอยู่ที่เบาะหลังรถ
ก่อนจะยิ้มออกมา
เพราะเขาจะได้ไปเที่ยวในวันหยุดนี้
“ทำไมเขาขับแบบนั้น”
เสียงทุ้มนั้นทำให้เด็กน้อยหันมองตรงไปข้างหน้า