ณ ปลายสุดของอาณาเขตจวนสกุลเซี่ยอันกว้างใหญ่ ที่ซึ่งทุกย่างก้าวของชีวิตถูกขีดคั่นด้วยกรอบจารีตประเพณีอันเข้มงวด ทุกสายตาล้วนจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวราวกับเป็บทละครที่ต้องแสดงให้สมบูรณ์แบบ ทว่า...ยังมีมุมหนึ่งที่หลุดรอดจากพันธนาการเ่าั้
เรือนไม้เก่าแก่หลังหนึ่งซุกซ่อนกายอย่างเงียบงันอยู่หลังแนวหมู่ไม้ใหญ่และซุ้มเถาวัลย์อันหนาทึบ กาลเวลาได้สลักร่องรอยแห่งความทรุดโทรมไว้บนเนื้อไม้ทุกอณู สำหรับผู้คนภายนอก มันอาจเป็เพียงเรือนร้างผุพังที่รอวันโค่นล้มลงมา ทว่าสำหรับเซี่ยหยาง...ที่นี่คือโลกทั้งใบ คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บงำความลับอันเปราะบางของเขาไว้ กายเขาอาจเป็บุรุษตามครรลองโลก ทว่าดวงใจนั้นไซร้เป็สตรีโดยแท้
ภายในเรือน แม้ภายนอกจะดูรกร้าง แต่กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้แห้ง ผ้าแพรพรรณหลากสีสัน ทั้งชมพูอ่อน ม่วงพาสเทล หรือแดงสดดุจกลีบกุหลาบ พาดผ่านชั้นไม้เก่าๆ อย่างตั้งใจ โต๊ะเครื่องแป้งไม้สลักลายโบตั๋นตั้งชิดหน้าต่างบานหนึ่ง บนนั้นเรียงรายไปด้วยตลับแป้งหอม ผงชาดแต้มแก้ม และขวดน้ำมันดอกไม้เล็กๆ ตุ๊กตาหุ่นเชิดรูปนางรำในชุดงดงามวางอิงแอบตามมุมห้อง ชั้นหนังสือเล็กๆ บรรจุตำนานรักของเหล่าสตรี และม้วนภาพวาดหญิงงามในอิริยาบถต่างๆ ทุกสิ่งทุกอย่างในเรือนหลังนี้คือประจักษ์พยานถึงตัวตนที่เขาต้องซุกซ่อนไว้จากโลกภายนอก
แสงสุดท้ายของวันอ่อนแรงลอดผ่านรอยแยกของบานหน้าต่าง สาดกระทบร่างระหงที่นั่งสงบนิ่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองขัดเงา นิ้วเรียวยาวบรรจงแต้มชาดสีแดงสดลงบนริมฝีปากอิ่มได้รูปอย่างแ่เบา ดวงหน้านวลผ่องที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตนั้นงดงามหาใดเปรียบ คิ้วโก่งเรียวดุจคันศร ขนตางอนยาวเป็แพ ดวงตาคู่โศกหวานล้ำสะท้อนภาพดรุณีน้อยผู้หนึ่งในอาภรณ์สตรีสีชมพูอ่อน ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างงดงาม ปักปิ่นหยกสั่นไหวระยิบระยับยามขยับกาย เวลานี้...เขาคือ “นาง” อย่างสมบูรณ์แบบ สตรีผู้มีความสุขเล็กๆ ในโลกส่วนตัว
ทว่าความสุขนั้นช่างเปราะบางเหลือเกิน หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอหน่วยตาคู่สวย ก่อนจะรินไหลอาบสองแก้มเนียนเป็ทางยาว เสียงสะอื้นแ่เบาหลุดจากริมฝีปากที่เพิ่งแต้มสีชาดสดใส "อีกไม่นาน...ข้าคงมิอาจมาที่นี่ได้อีกแล้วกระมัง" นางกระซิบกับเงาในคันฉ่อง ภาพใบหน้าของฉินเหมยอิงและคำประกาศิตของผู้เป็บิดาเื่การหมั้นหมาย วนเวียนอยู่ในห้วงคำนึง ความสุขเพียงน้อยนิดที่นางเฝ้าถนอมในเรือนหลังนี้กำลังจะมลายหายไปสิ้น
ความรันทดกัดกินหัวใจของนางอย่างช้าๆ “เหตุใด์จึงลิขิตให้ข้าเกิดมาเป็เช่นนี้?”
หากต้องสูญเสียพื้นที่แห่งนี้ไป สูญเสียโอกาสที่จะได้เป็ตัวของตัวเองเช่นนี้ ชีวิตที่เหลือจะมีค่าอันใดอีกเล่า อิสรภาพที่เคยััได้ในเรือนหลังนี้ บัดนี้กลับดูเหมือนกรงทองที่ใหญ่ขึ้นอีกหน่อยเท่านั้น เมื่อโลกภายนอกบีบคั้นจนแทบขาดอากาศหายใจ ที่พักใจแห่งนี้จะยังคงเป็ที่พักพิงได้อีกนานเท่าใดกัน... หรือบางที การปลดปล่อยที่แท้จริง อาจรออยู่ ณ ก้นบึ้งของความมืดมิดแห่งนั้น...ในสระบัวนิ่งสงัด ที่กำลังสะท้อนเงาจันทร์อันเยียบเย็นจับขั้วหัวใจ
ภายในเรือนไม้เก่าคร่ำคร่า แสงเทียนริบหรี่สาดส่องกระทบเงาร่างอรชรใน อาภรณ์สตรีสีชมพูอ่อน อย่างวิจิตร “นาง” คือเซี่ยหยางในโลกที่เขาสรรสร้างขึ้นเอง คือดวงใจที่ปรารถนาจะโบยบินอย่างอิสระ ดวงหน้างามล้ำที่แต่งแต้มอย่างประณีตเงยขึ้นสบตากับเงาในคันฉ่องทองเหลืองอีกครา หยาดน้ำใสคลอหน่วยเนตรคู่โศก นี่คือการอำลา...ครั้งสุดท้าย
ความจริงอันโหดร้ายว่าวันพรุ่งนี้จะต้องเข้าพิธีหมั้นหมายกับสตรีที่ไม่เคยรู้จัก ยิ่งกว่านั้นคือการต้องสวมบทบาท “คุณชายเซี่ย” ไปตลอดกาล กลบฝังตัวตนที่แท้จริงนี้ไว้ใต้หน้ากากแห่งบุรุษชาตรี มันบีบคั้นหัวใจจนแทบแหลกลาญ เรือนหลังนี้...โลกใบเดียวที่เซี่ยหยางสามารถเป็นางได้อย่างเต็มภาคภูมิ กำลังจะถูกพรากไปพร้อมกับลมหายใจแห่งอิสรภาพ
“มิอาจ...มิอาจให้ผู้ใดล่วงรู้ความลับนี้ได้” นางกระซิบกับเงาในคันฉ่อง หากนางต้องตายไป ความจริงนี้ต้องมอดไหม้ไปพร้อมกับนาง ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลเซี่ยที่บิดาหวงแหนนักหนา จะต้องไม่ด่างพร้อยเพราะตัวตนอันผิดแผกของนาง
ประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวฉายชัดขึ้นในดวงตาที่ยังชุ่มด้วยน้ำตา นางค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์สตรี สีชมพูอ่อน ผืนงามทีละชิ้น พับเก็บอย่างทะนุถนอมเป็ครั้งสุดท้าย กลิ่นหอมอ่อนๆ จากผ้าแพรและเครื่องประทินผิวยังคงกรุ่นกำจาย ความทรงจำอันแสนหวานและขมขื่นในคราวเดียวกันพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จากนั้น นางหยิบอาภรณ์บุรุษสีเข้มที่เตรียมไว้ขึ้นสวมใส่อย่างรวดเร็ว ผมยาวสลวยที่เคยเกล้าเป็มวยผมสตรี ถูกปล่อยลงมาอย่างไม่ใส่ใจ ใบหน้าหมดจดที่ไร้เครื่องสำอางบัดนี้ซีดเซียวแต่ยังคงเค้าความงามสะท้านใจ
เซี่ยหยางในคราบคุณชายหยิบไหสุราที่วางอยู่มุมห้องขึ้นมา เปิดจุกแล้วกรอกลงคออย่างไม่แยแสรสชาติที่บาดคอ สุราเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ดวงตาของเขาแดงก่ำขึ้นเล็กน้อย พอที่จะสร้างภาพลักษณ์คุณชายเสเพลผู้กำลังกลัดกลุ้มใจได้ “เช่นนี้...คงไม่มีผู้ใดสงสัย” เขาพึมพำกับตนเอง
มือเรียวคว้าคันประทีปที่ตั้งอยู่ ชั่วครู่หนึ่งเขามองเปลวไฟที่สั่นไหวในนั้น มันคือจุดจบ...และอาจเป็จุดเริ่มต้นของการปลดปล่อย มือขาวซีดค่อยๆ เอียงคันประทีป จรดเปลวไฟลงบนกองผ้าแพรพรรณอาภรณ์สตรีที่เขารวบรวมไว้กลางห้อง ไฟสีส้มแดงลุกเลียเนื้อผ้าอย่างรวดเร็ว จากหนึ่งเป็สอง จากสองเป็สี่...ไม่นานเปลวเพลิงก็โหมกระพือ ลุกลามไปทั่วเรือนไม้เก่าที่เต็มไปด้วยวัตถุไวไฟ ความร้อนระอุขับไล่ความเยียบเย็นในใจเขาออกไปชั่วขณะ เซี่ยหยางมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า น้ำตาหยดสุดท้ายไหลรินอาบแก้ม ก่อนจะหันหลังให้เปลวเพลิงที่กำลังกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างของ “นาง”
เขาก้าวออกจากเรือนที่กำลังจะกลายเป็สุสานแห่งความลับ ตรงไปยังสระบัวท้ายจวนที่มืดมิดและสงัดเงียบ กลิ่นควันไฟเริ่มคละคลุ้งในอากาศ เสียงไม้ประทุแตกดังเปรี๊ยะปร๊ะไล่หลังมาไม่หยุดหย่อน เซี่ยหยางเดินโซซัดโซเซเล็กน้อยตามบทบาทที่คุณชายขี้เมาพึงเป็ มือยังคงกำไหสุราไว้แน่น ก่อนจะเหวี่ยงมันทิ้งไปอย่างไม่ไยดีเมื่อถึงขอบสระ
เงาจันทร์สั่นระริกบนผิวน้ำสีดำสนิท เขาทอดถอนใจยาว มองเงาสะท้อนของตนเองที่พร่าเลือน “ลาก่อน...ความทรมาน” สิ้นคำนั้น ร่างของคุณชายเซี่ยก็เอนลงราวกับหมดเรี่ยวแรง พลัดตกลงไปในสระน้ำเย็นเฉียบ ความเย็นะเืเสียดแทงเข้าสู่ผิวกาย แต่ใจเขากลับสงบนิ่งอย่างประหลาด ร่างกายที่หนักอึ้งค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง อากาศในปอดเริ่มหมดไป ภาพสุดท้ายที่เห็นคือแสงสีแดงจากเปลวเพลิงที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำเหนือหัว...ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง
“ไฟไหม้..! ไฟไหม้ที่เรือนท้ายจวน..!” เสียงะโโหวกเหวกดังขึ้นทำลายความเงียบสงัดยามค่ำคืน บ่าวไพร่ชายหญิงในจวนสกุลเซี่ยต่างแตกตื่นวิ่งพล่านไปยังต้นเพลิง แสงไฟสีแดงฉานส่องสว่างไปทั่วบริเวณ กลุ่มควันหนาทึบลอยทะมึนขึ้นสู่ท้องฟ้า
“เร็วเข้า! ตักน้ำมาดับไฟ!” เสียงสั่งการดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล
ขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการสกัดเพลิงที่กำลังลุกลามเรือนไม้เก่าอย่างบ้าคลั่งนั้นเอง บ่าวชายผู้หนึ่งที่วิ่งไปตักน้ำริมสระก็ชะงักกึก ร้องเสียงหลง “นั่น! นั่นใครอยู่ในสระน้ำ!”
ทุกสายตาหันขวับไปมอง ร่างของใครผู้หนึ่งลอยคว่ำหน้าอยู่ในน้ำ ห่างจากขอบสระไปไม่มากนัก “คุณชายใหญ่! เป็คุณชายใหญ่เซี่ยหยาง!”
ความแตกตื่นยิ่งทวีคูณ หลายคนกระโจนลงไปในสระอย่างไม่คิดชีวิต ว่ายตรงไปยังร่างนั้นแล้วช่วยกันลากขึ้นมาบนฝั่งอย่างทุลักทุเล ร่างของคุณชายเซี่ยในอาภรณ์บุรุษเปียกโชก เนื้อตัวเย็นเฉียบ ใบหน้าซีดขาวราวกับไร้โลหิต ดวงตาปิดสนิท ลมหายใจ...แ่เบาจนแทบจับไม่ได้
“คุณชาย! คุณชายขอรับ!” เสียงร้องเรียกและเสียงร่ำไห้ระงมไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางแสงไฟอันร้อนแรงและความอลหม่านนั้น ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น...ว่าในชั่วพริบตาที่ร่างนั้นถูกอุ้มขึ้นจากน้ำ ประกายแสงวูบหนึ่งได้พุ่งเข้าสู่ร่างนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเลือนหายไปราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น.