“ข้าบอกพวกท่านไปหลายครั้งแล้วมิใช่หรือ กฎของตระกูลเถียนคือต้องส่งต่อตำรับลับให้บุรุษมิใช่สตรี เพราะฉะนั้นต่อให้มีตำรับลับก็ไม่มีทางตกมาถึงมือข้า ไม่เช่นนั้นสามปีที่ผ่านมา ข้ากับท่านแม่จะต้องลำบากทำงานเย็บปักจนดึกดื่นอย่างนั้นหรือ”
สีหน้าของถังซานเปลี่ยนไปในทันที
“เช่นนั้นตอนนี้จะทำเช่นไรดี ญาติผู้พี่ของเ้างดงามยิ่งนัก จะปล่อยให้นางแต่งเข้าตระกูลกู้ใช้ชีวิตอย่างลำบากตรากตรำจริงๆ หรือ”
ชัดเจนว่าถังซานกำลังต่อรองให้เถียนฮวนเลือกระหว่างแต่งงานแทนถังหรูอี้ กับมอบตำรับลับของตระกูลเถียน
เถียนฮวนแค่นหัวเราะ “ท่านลุงกับท่านป้าสะใภ้อุปการะข้ากับท่านแม่มาสามปี มีบุญคุณใหญ่หลวงที่ชาตินี้ทั้งชาติข้าก็มิอาจตอบแทนได้ตอนนี้ข้ามีเพียงชีวิตนี้ที่ยังพอมีค่า ถ้าพี่หรูอี้ไม่ยินดีจะแต่ง ข้าก็จะแต่งแทนนาง!แต่หลังจากเื่นี้ ระหว่างเราถือว่าได้ชดใช้กันหมดแล้ว ข้ากับท่านแม่จะไม่ติดหนี้บุญคุณพวกท่านอีก!”
ก็แค่แต่งงานแทนมิใช่หรือ นางยอมแต่งอยู่แล้ว!
“ดียิ่งนัก! นางตกลงแล้ว!”
ทันทีที่ได้ยิน ถังหรูอี้ก็ปรบมือด้วยความยินดี ะโโลดเต้นอย่างร่าเริง
ถังซานขมวดคิ้ว หันไปมองกู้ฉางสุ่ยด้วยสีหน้าไม่พอใจ “เ้ามารับเ้าสาว เราก็ให้เ้าสาวไปหนึ่งคนแบบนี้ก็พอแล้วใช่ไหม”
ส่วนคำพูดสุดท้ายของเถียนฮวน พวกเขาทำเป็ไม่ได้ยิน
กู้ฉางสุ่ยมองเถียนฮวน ก่อนจะพยักหน้า “ตกลง”
การแต่งงานนี้จึงถูกตัดสินลงด้วยประการฉะนี้
เถียนฮวนอยู่บนหลังของกู้ฉางสุ่ย นางสวมกระโปรงสีแดงเข้มของถังหรูอี้ คลุมผ้าคลุมหน้าสีแดงไว้ มองถนนในหมู่บ้านหลิงเฉวียนเบื้องล่างที่ค่อยๆเคลื่อนผ่านไปในสายตาไปอย่างเลือนราง ต่อมาสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยทยอยปรากฏขึ้นตรงหน้าราวกับอยู่ในความฝัน
ตอนเช้ากู้ฉางสุ่ยบอกว่าเขามารับเ้าสาว ก็มารับเ้าสาวจริง
เขามาถึงในวันนี้ ก็หมายความว่าเขาจะพาเ้าสาวกลับบ้านในวันนี้!
เมื่อเห็นชื่อของตนเขียนเคียงคู่กับกู้ฉางสุ่ยในหนังสือสมรส นางจึงได้รู้ว่าชายผู้นี้อายุยี่สิบปีเข้าไปแล้ว
อายุเท่านี้ที่หมู่บ้านถือว่าเป็บุรุษโสดอายุเยอะ การที่เขาไม่เลือกเ้าสาวก็ไม่แปลกขอแค่ได้เ้าสาวสักคนก็พอใจแล้ว
ก่อนที่กู้ฉางสุ่ยจะมารับเ้าสาวครั้งนี้ บิดามารดาของเขาก็ประกาศไว้แล้ว...ครอบครัวพวกเขามีคนมากรายจ่ายเยอะ ไม่มีเงินเหลือ ดังนั้นจึงไม่มีสินสอดให้เ้าสาว ส่วนสินเดิมของเ้าสาวก็ขึ้นอยู่กับครอบครัวของนาง
ถ้าให้ก็รับไว้ ถ้าไม่ให้ก็ไม่ว่าอะไร
ขบวนรับเ้าสาวอะไรนั่นก็อย่าได้หวัง พวกเขาเป็คนใช้ชีวิตจริงจัง ไม่ทำเื่ไร้สาระพวกนั้น!
เื่ราวจึงกลายเป็เช่นนี้
ลงชื่อในหนังสือสมรส สวมกระโปรงแดงตัวใหม่ของถังหรูอี้ที่ป้าสะใภ้ค้นเจออย่างรีบร้อนคลุมผ้าคลุมหน้า จากนั้นนางก็ถูกกู้ฉางสุ่ยแบกขึ้นหลัง ‘แต่ง’ เข้าตระกูลกู้ไป
บ้านตระกูลกู้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านกานสุ่ยของตำบลสือโถว ห่างจากบ้านตระกูลถังในหมู่บ้านหลิงเฉวียนแห่งตำบลจิ่งอันระยะทางรวมกว่าหลายสิบหลี่[1] ต้องข้ามตำบลหนึ่งไปกว่าจะถึง
พวกเขาจึงออกเดินทางทันทีหลังจากกินมื้อกลางวันที่บ้านตระกูลถัง เดินทางั้แ่บ่ายยันค่ำจนพระจันทร์ลอยสูงถึงครึ่งฟ้า ถึงได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านกานสุ่ยในที่สุด
พอเข้าสู่หมู่บ้าน กู้ฉางสุ่ยก็ยังแบกนางเดินต่อไปอีกร้อยก้าว จนมาถึงหน้าลานบ้านที่อบอวลด้วยกลิ่นน้ำมันจนน่าเวียนหัว
กู้ฉางสุ่ยเดินไปเคาะประตูหน้าบ้าน เคาะติดกันกว่าสิบครั้ง จึงได้ยินเสียงตอบรับเจือด้วยความหงุดหงิดดังขึ้น
“มาแล้วๆ! มืดค่ำป่านนี้ ใครกินอิ่มแล้วไม่รู้จักอยู่นิ่งถึงได้มาเคาะประตูขอซื้อน้ำมัน!”
เสียง ‘แอ๊ด’ดังขึ้นเบาๆ เมื่อประตูถูกเปิดออก คนที่ถือตะเกียงน้ำมันอยู่เงยหน้าขึ้นมองสีหน้าหม่นหมองลงทันใด
“เ้ากลับมาเร็วขนาดนี้เชียว พาเ้าสาวกลับมาด้วยแล้วหรือ”
“อืม” เดินทางั้แ่บ่ายจนถึงค่ำ ในที่สุดกู้ฉางสุ่ยก็เอ่ยขึ้นมาคำหนึ่ง
เขาก้าวข้ามธรณีประตูที่สูงลิบ แล้วจึงค่อยๆ วางเถียนฮวนที่อยู่บนหลังลง
“เฮอะ! เ้ากลับมาพร้อมคนจริงๆ ด้วย! ดีเลย แบบนี้บ้านเราก็ประหยัดเงินไปก้อนหนึ่ง!”เจียงซื่อ มารดาของกู้ฉางสุ่ยเอ่ยเสียงเรียบ แล้วหันไปะโว่า “พ่อของลูก ออกมาเถิด!สุ่ยเกอเอ๋อร์[2]พาภรรยากลับมาแล้ว!”
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงโกลาหลดังมาจากในบ้าน ครู่เดียว คนกลุ่มหนึ่งก็วิ่งออกมากันหมด
เถียนฮวนเงี่ยหูฟังนับดู พบว่ารวมเจียงซื่อแล้วมีอยู่ห้าคนพอดี
ครอบครัวห้าคนนี้มายืนเรียงแถวกัน สายตาทั้งห้าคู่จับจ้องนางั้แ่หัวจรดเท้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ละสายตาเหมือนมีดแหลมจ้วงแทงเข้ามาไม่หยุด ทำเอาเถียนฮวนรู้สึกไม่สบายตัวเอาเสียเลย
ทันใดนั้น เงาร่างสูงใหญ่ก็ขวางอยู่เบื้องหน้านาง สายตาเสียมารยาทเ่าั้จึงถูกบดบังไปสิ้น
จากนั้น เสียงใสชัดเจนก็ดังขึ้นอีกครั้ง “ท่านพ่อ ท่านแม่ นี่คือภรรยาของข้า”
หัวใจของเถียนฮวนพลันอบอุ่นขึ้นมา
บรรยากาศตึงเครียดรอบกายก็คลี่คลายลงหลายส่วน
กู้อัน บิดาของกู้ฉางสุ่ย พยักหน้าเบาๆ
“ในเมื่อพากลับมาแล้ว เช่นนั้นก็กราบไหว้ฟ้าดินกันเถิด! เมื่อไหว้เสร็จ งานแต่งนี้ก็ถือว่าเสร็จสมบูรณ์”
หา?แค่นี้หรือ
ไม่มีโต๊ะบูชา ไม่มีธูปเทียน ไม่มีเลี้ยงแเื่ ไม่มีแม้แต่แสงสว่าง เพียงแค่กราบไหว้ฟ้าดินท่ามกลางความมืดเช่นนี้ถือว่าแต่งงานกันแล้วหรือ
เถียนฮวนพลันรู้สึกเย็นวาบในใจอีกครั้ง
แม้ความหนาวเหน็บจะเกาะกินจิตใจมากเพียงใด นางก็ยังถูกมือคู่นั้นฉุดลงให้คุกเข่ากราบไหว้ฟ้าดินจนได้
เมื่อพิธีกราบไหว้ฟ้าดินเสร็จสิ้น ผ้าคลุมหน้าเหนือศีรษะก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วภาพตรงหน้านางจึงแจ่มชัดขึ้นมาในทันที
กระทั่งถึงเวลานั้นเอง เถียนฮวนจึงได้เห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจน...นอกจากกู้ฉางสุ่ยซึ่งกลายเป็สามีของนางแล้วยังมีสตรีร่างอ้วนกลม ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่กำยำ และเด็กอีกสามคน
เด็กสาวสองคนอายุราวสิบสามสิบสี่และสิบเอ็ดสิบสอง ส่วนอีกคนเป็เด็กชายตัวเล็กดูแล้วอายุน่าจะไม่ถึงสิบขวบ
คนเหล่านี้คือบิดามารดาและพี่น้องของกู้ฉางสุ่ย
ขณะเถียนฮวนกำลังสำรวจพวกเขา ทั้งหมดก็มองนางกลับด้วยสายตาประเมินเช่นกัน
กู้อันผู้เป็บิดามองแล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“นี่คือบุตรสาวของถังซิ่วไฉงั้นหรือ หน้าตาก็พอดูได้อยู่”
“นางแซ่เถียน” กู้ฉางสุ่ยเอ่ย
ทั้งห้าคนถึงกับชะงักไป
เถียนฮวนรีบอธิบาย “ท่านพ่อ ข้าชื่อเถียนฮวน ถังซิ่วไฉที่พวกท่านพูดถึงเป็ท่านลุงของข้า”
“อ้อ แซ่เถียนหรือ อา ข้านึกออกแล้ว! เ้าคือบุตรสาวของหมอเถียนผู้นั้นที่เมื่อสามปีก่อนเป็ต้นเหตุให้มารดาของท่านเ้าเมืองเสียชีวิตใช่หรือไม่ข้าจำได้ว่าน้องสาวของถังซิ่วไฉแต่งเข้าตระกูลเถียนในอำเภอ ตอนนั้นงานแต่งของบ้านนั้นยิ่งใหญ่มากคนจากหลายหมู่บ้านในรัศมีสิบหลี่แปดตำบลแห่มาดูกันใหญ่ แต่ไม่นานนัก ตระกูลเถียนก็ล่มสลายบุรุษในบ้านตายเกลี้ยง ข้ายังนึกว่าคนในตระกูลนั้นสูญสิ้นหมดแล้วเสียอีก ไม่คิดเลยว่ายังมีเหลืออยู่อีกคนหนึ่ง!”เจียงซื่อร่ายยาวไม่หยุด
ครั้งหนึ่ง ตระกูลเถียนเคยโด่งดังเพียงใด ตอนล่มสลายก็ครึกโครมเพียงนั้น
แม้จะผ่านไปสามปีแล้ว ผู้คนยังคงเล่าขานข่าวลือไม่รู้จบ
กู้ฮวาจือ ผู้เป็น้องสาวสามีก็พยักหน้า “อย่างนี้นี่เอง! ข้ากะแล้วเชียว คนตระกูลถังนับว่าเป็ปัญญาชนบุตรสาวที่ถูกเลี้ยงดูอย่างดีถึงเพียงนั้น จะยอมแต่งกับเขาได้อย่างไร แต่ดูตอนนี้ก็เหมาะกันดีบุตรสาวที่ตระกูลล่มสลายกับเด็กที่ถูกเก็บจากแม่น้ำ สองคนนี้เหมาะจะเป็สามีภรรยากันยิ่งนักแบบนี้ตระกูลเราก็ไม่ต้องกลัวว่าญาติฝั่งภรรยาจะมาเกาะกินอีก!”
ฝันร้ายที่ผ่านมาถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง แถมยังถูกนำมาพูดอย่างเปิดเผยเป็เื่ขบขันเถียนฮวนรู้สึกเจ็บแน่นกลางอก นางรีบกำมือแน่น สะกดกลั้นไม่ให้ร่างกายตัวเองสั่นเทา
ขณะนั้นเอง มือใหญ่แข็งแรงข้างหนึ่งก็ยื่นมาจับข้อมือนางไว้
[1] หลี่ หน่วยวัดระยะทางในระบบจีนโบราณ 1 หลี่ เท่ากับ 500 เมตร
[2] เกอเอ๋อร์ คำเรียก เด็กชาย หรือ เด็กหนุ่ม