บทที่ 15 ทางสำนัก... จะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น
"เช่นนั้นโจวอ้านผู้นี้ต้องขอขอบคุณศิษย์พี่เป็การล่วงหน้าแล้ว!"
ชายหนุ่มประสานหมัดคารวะพร้อมกับแย้มยิ้มบาง
เหลียงซิงเฉินพึงพอใจกับคำตอบของอีกฝ่ายเป็อย่างมาก
โจวอ้านผู้นี้มีชื่อเสียงั้แ่อายุยังน้อย และก่อนหน้านี้ ก็มีข่าวลือมาว่าตอนที่อีกฝ่ายอายุเพียง 15 ปี ชายหนุ่มได้ทำการสังหารกองกำลังของตระกูลศัตรูจนหมดสิ้น
ดินแดนอำนาจหลายแห่งของตระกูลโจวเองก็ได้ถูกจัดการโดยโจวอ้าน
แม้ว่าคนผู้นี้จะยังอายุน้อย แต่กลับโเี้และไร้ความปรานีอย่างแท้จริง
คนประเภทนี้ย่อมได้รับคำชื่นชมจากเหลียงซิงเฉิน
“ในอนาคต ข้า้าต่อสู้เพื่อชิงอำนาจในสำนักพยับเร้นลับ และข้าก็้ามือขวาเช่นเ้า" เหลียงซิงเฉินเอ่ย
โจวอ้านพยักหน้า "ข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อสนับสนุนศิษย์พี่!"
“ท่านพี่ เหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี่?" ทันใดนั้น น้ำเสียงที่เต็มด้วยความดีใจดังขึ้นจากทางด้านข้าง
หญิงสาวผู้มีความสง่างาม และมีใบหน้างดงามวิ่งเข้ามา
นางไม่ใช่ใครอื่น แต่คือคุณหนูแห่งตระกูลเหลียงซื่อ เหลียงจือ
“ท่านพี่ ไม่ใช่ว่าทางสำนักส่งท่านไปคุ้มกันเมืองซาเฉิงหรอกหรือ? ท่านกลับมาั้แ่เมื่อไหร่?" แววตาของเหลียงจือเต็มไปด้วยประกายความตื่นเต้น
เหลียงซิงเฉินยิ้ม “ข้าเพิ่งกลับมาเมื่อวานนี้เอง เมืองซาเฉิงเป็ของเราแล้ว”
"จริงหรือ? ท่านพี่ของข้าเก่งที่สุดเลย!" เหลียงจือก้าวมาข้างหน้า คว้าแขนของเหลียงซิงเฉินไว้ ดวงตาของนางเป็ประกาย และเอ่ยอย่างดีใจ “การยึดครองเมืองซาเฉิงถือเป็ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของสำนักพยับเร้นลับ ท่านพี่ ตอนนี้ท่านจะได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็ ‘ศิษย์ชั้นยอด' แล้วใช่หรือไม่?
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ศิษย์ชั้นยอด’ โจวอ้านที่อยู่ด้านข้างเองก็แสดงท่าทีตื่นเต้นเล็กน้อย
ศิษย์ชั้นยอด ด้วยอำนาจที่สูงส่ง พวกเขาทั้งหมดต่างเป็บุคคลชั้นยอดของสำนักทั้งสิ้น
ศิษย์ชั้นยอดของสำนักพยับเร้นลับจะได้รับทรัพยากรที่ยอดเยี่ยม และพวกเขาจะกลายเป็ผู้แข็งแกร่งในอนาคต
‘ไม่แปลกใจเลยที่เหลียงซิงเฉินไม่้าลงมือด้วยตัวเอง เขากำลังจะได้เลื่อนขึ้นเป็ศิษย์ชั้นยอดนี่เอง ดังนั้นใน่เวลาอันสำคัญนี้ เขาจึงต้องระวังตัวให้มาก…’ โจวอ้านเอ่ยในใจ
จากนั้น โจวอ้านก็รู้สึกดีใจขึ้นมา ด้วยการคุ้มครองจากต้นไม้ใหญ่อย่างเหลียงซิงเฉิน ไม่ใช่ว่าเขาจะสามารถเดินอยู่ในสำนักพยับเร้นลับได้อย่างราบรื่นหรอกหรือ?
เมื่อคิดได้ดังนี้ ชายหนุ่มก็ตัดสินใจทันที ไม่ว่าอย่างไร ก็จะทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จจงได้!
เหลียงซิงเฉินลูบศีรษะของเหลียงจือเบา ๆ "มันจะเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร? ศิษย์ชั้นยอดเป็สถานะที่สูงส่ง เป็สถานะพิเศษ มันจำเป็จะต้องได้รับการความเห็นชอบโดยเหล่าผู้าุโของสำนัก และต้องมีการตรวจสอบโดยท่านประมุข มันยังเร็วเกินไปที่จะพูดในตอนนี้"
สิ้นคำ ใบหน้าของเหลียงซิงเฉินก็ฉายแววเย่อหยิ่ง
“หึหึ มันเป็เื่ของเวลาเท่านั้น!" เหลียงจือเต็มไปด้วยความมั่นใจในตัวพี่ชายของตน
“เอาล่ะ การท้าทายบันไดพยับกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว เ้าควรเตรียมตัวให้ดี!" เหลียงซิงเฉินเอ่ย
เหลียงจือโบกมือไปมา "ท่านไม่ต้องกังวล! การท้าทายระดับนี้เป็เื่ง่ายมาก ข้าจะคว้าอันดับหนึ่งมาให้ได้ และจะไม่ทำให้ท่านต้องเสียหน้าอย่างแน่นอน!”
เหลียงซิงเฉินยิ้ม “ตอนนี้พูดน่ะมันง่าย เ้ายังไม่เดินขึ้นไปบนบันไดด้วยซ้ำ"
“ฮึ่ม ดูถูกข้าอีกแล้ว คอยดูเถอะ!" เหลียงจือทำหน้ายุ่ง และแสร้งทำเป็ไม่พอใจ
เหลียงซิงเฉินไม่เอ่ยอะไรอีก ชายหนุ่มเหลือบมองโจวอันอย่างสื่อความหมาย “จะสายแล้ว พวกเ้าเตรียมตัวให้พร้อม และข้าจะรออยู่ที่้าของบันไดพยับ"
“เข้าใจแล้ว ท่านพี่!" เหลียงจือยิ้มอย่างเชื่อฟัง
โจวอ้านเองก็ประสานหมัดคารวะ “เข้าใจแล้ว ศิษย์พี่ซิงเฉิน"
หลังจากนั้น แสงกระบี่สีขาวก็สว่างวาบขึ้น และเหลียงซิงเฉินก็หายตัวไปต่อหน้าคนทั้งสอง
โจวอ้านหันไปมองเหลียงจือ เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าไม่คิดเลยว่าน้องสาวของศิษย์พี่ซิงเฉินเองก็จะอยู่ในหมู่ผู้มาใหม่ของปีนี้ด้วย ดูเหมือนว่าข้าคงไม่สามารถรักษาอันดับหนึ่งเอาไว้ได้เสียแล้ว"
ชายหนุ่มนึกว่าเหลียงจือจะตอบกลับอย่างเป็มิตร แต่ไม่คิดเลยว่าหลังจากเหลียงซิงเฉินจากไป นางก็จะสลัดคราบความน่ารักก่อนหน้านี้ออกไปจนหมด
หญิงสาวมองอีกฝ่ายและเอ่ย "เมื่อครู่นี้พี่ชายของข้าพูดอะไรกับเ้า?"
"หืม?" ชายหนุ่มผงะไป จากนั้นจึงส่ายหน้า “มันก็แค่การพูดคุยทั่วไป ข้าเป็หลานชายของผู้าุโโจวอวี่ฝู ศิษย์พี่ซิงเฉิน..."
"เ้าจะพูดหรือไม่พูด?" ก่อนที่โจวอ้านจะเอ่ยจบ เหลียงจือก็เอ่ยแทรกขึ้นมา “อย่าพูดจาไร้สาระกับข้า พี่ชายของข้าเป็ใคร? ทำไมเขาต้องสละเวลามาคุยกับเ้า? เขาไม่มีเวลามาสนใจข้าด้วยซ้ำ หากเ้าไม่ยอมพูด เมื่อเ้าเข้าไปในสำนักพยับเร้นลับหลังจากนี้... หึ!"
เหลียงจือคุ้นชินกับการทำตัวหยิ่งยโสและอวดดี ดังนั้นนางจึงไม่สนใจที่จะฟังคำอธิบายของโจวอ้าน
"เอ่อ..."
“เร็วเข้า หากเ้ากล้าโกหกข้าแม้แต่คำเดียว เ้าก็เตรียมรอรับผลที่ตามมาได้เลย!"
หากเป็คนอื่นมันคงไม่สำคัญอะไร แต่เหลียงจือคือน้องสาวของเหลียงซิงเฉิน หากเขาสร้างความไม่พอใจให้กับหญิงสาวตรงหน้า ก็อาจเกิดปัญหาในภายหลังได้ ดังนั้นหลังจากที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง โจวอ้านจึงเอ่ย “ข้าสามารถบอกท่านได้ แต่ท่านจะต้องเก็บมันเป็ความลับ และห้ามเข้ามาแทรกแซงเป็อันขาด"
“ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว รีบพูดมาเร็ว ๆ เถอะ!" เหลียงจือแทบจะหมดความอดทน
"ศิษย์พี่ซิงเฉินบอกให้ข้าทำบางอย่างให้กับเขา"
……
หุบเขาอวิ๋นเสิน
ที่ทางเข้า
บนลานกว้างปูด้วยหินสีแปลกตา เหล่าผู้ที่เลือกท้าทายบันไดพยับได้มาถึงทีละคน
เซียวนั่วยืนอยู่ด้านหลังของฝูงชน ด้วยท่าทีค่อนข้างสงบ
จากนั้น ชายชราก็เดินทางมาถึงพร้อมกับคนอื่น ๆ
"ทุกคนมารวมตัว!" ชายชรายืนอยู่บนพื้นสูง เขากวาดสายตามองกลุ่มคนรุ่นเยาว์ตรงหน้า "ข้าจะย้ำกฎอีกรอบ ก่อนตะวันตกดิน ผู้ที่สามารถข้ามผ่านป่าหนองน้ำ 120 ลี้นี้ไปได้ และสามารถเดินขึ้นไปบนบันไดพยับได้สำเร็จจะถือว่าสอบผ่าน"
"ผู้ที่สอบตกจะไม่สามารถเข้าร่วมสำนักได้"
“อีกเื่หนึ่ง มีอันตรายมากมายในป่าหนองน้ำแห่งนี้ หากพวกเ้าได้รับาเ็หรือเสียชีวิต ทางสำนัก... จะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น!"
ประโยค ‘ไม่รับผิดชอบ’ ที่เอ่ยออกมาทำให้ผู้คนมากมายรู้สึกเย็นะเืไปทั่วแผ่นหลัง
เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ผู้ที่เข้าร่วมทุกคนจะได้เข้าสู่สำนักพยับเร้นลับ
ไม่มีเวลาให้คนทั้งหมดได้คิดสิ่งใด ชายชราโบกมือ
"ไปได้!"
สิ้นสุดเสียงพูด ร่างหลายร่างก็พุ่งตัวเข้าไปด้านใน
ความยาวโดยรวมของหุบเขาอวิ๋นเสินและบันไดพยับนั้นมีความยาวมากกว่า 120 ลี้ และเต็มไปด้วยอุปสรรคอันตรายมากมาย หาก้าอันดับหนึ่ง มีแต่ต้องแข่งกับเวลา
เซียวนั่วที่อยู่ในฝูงชนเองก็ไม่ลังเล ราวกับหมาป่าโผกระโจนไปข้างหน้า ชายหนุ่มะโไกลหลายจั้ง หายเข้าไปใน ‘สนามรบ’ เบื้องหน้า
“ผู้าุโหลิว ผู้มาใหม่ปีนี้ต่างมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าทีเดียว!" บนพื้นสูง ชายวัยกลางคนเอ่ย
ชายชราผู้รับผิดชอบในการต้อนรับผู้มาใหม่พยักหน้าเบา ๆ “ผู้มาใหม่ย่อมมีความกระตือรือร้นเป็ธรรมดา เมื่อเข้าไปในสำนัก สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือลับคมของพวกเขา"
ชายวัยกลางคนยิ้ม “เมื่อครู่นี้ข้าเห็นว่ามีชายคนหนึ่งนามว่าโจวอ้าน เขาคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้มาใหม่ปีนี้”
“โจวอ้านคือหลานชายของผู้าุโโจวอวี่ฝู และเหลียงจือคนนั้นก็เป็น้องสาวของเหลียงซิงเฉิน... ทั้งสองคนนี้จะต้องคว้าสองอันดับแรกไปได้แน่”
"น้องสาวของเหลียงซิงเฉิน?" ชายวัยกลางคนตกตะลึง “ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมของรางวัลปีนี้ถึงมีอาวุธิญญาถึงสองชิ้น ปรากฏว่ามันถูกเตรียมไว้ให้สองคนนี้นี่เอง”
……
หุบเขาอวิ๋นเสิน
ลึกเข้าไปในป่า
การต่อสู้เพื่อแข่งขันกับเวลายังคงดำเนินต่อไป
อาวุธิญญาสองชิ้นที่เป็รางวัลทำให้ผู้คนบ้าคลั่ง สำหรับอัจฉริยะรุ่นเยาว์เหล่านี้ เกียรติยศและรางวัลเป็สิ่งจำเป็
ป่าใกล้ขอบหนองน้ำ
จระเข้ตาสีแดงมีความยาวมากกว่าสองจั้ง ร่างปกคลุมด้วยเกราะหนาพุ่งเข้าใส่เซียวนั่ว
จระเข้ตาแดงคือาาที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาอสูรระดับล่าง กำลังรบของมันสามารถเทียบได้กับขั้นก่อร่างระดับเก้า แต่การป้องกันของมันกลับสูงเทียบเท่าอสูรระดับกลาง!
ดังนั้น ต่อให้เป็ผู้อยู่ขั้นสร้างรากฐานเมื่อเห็นจระเข้ตาแดงเหล่านี้ พวกเขาก็ยังไม่เต็มใจที่จะเผชิญหน้ากับมันนัก
โฮกกกก!
จระเข้ตาแดงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เมื่อพุ่งตัวออกจากหนองน้ำ มันก็นำโคลนจำนวนมากออกมาด้วย
ดวงตาของเซียวนั่วหรี่ลงเล็กน้อย เมื่ออสูรร้ายพุ่งมาตรงหน้า ชายหนุ่มก็ขยับตัวไปด้านข้าง หลบกรงเล็บดุร้ายของมัน ขณะเดียวกัน มือขวาก็พุ่งตรงไปยังดวงตาข้างหนึ่งของจระเข้!
ฉึก!
นิ้วมือของเซียวนั่วเปรียบเหมือนกรงเล็บ เจาะทะลุลูกตาข้างหน้าของสัตว์ร้ายอย่างไร้ความปรานี
โฮกกกก!
จระเข้ตาแดงคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง ร่างขนาดใหญ่ของมันล้มลงกับพื้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้ฝุ่นตลบไปทั่ว
แม้ว่ามันจะได้รับาเ็สาหัส แต่จระเข้ตาแดงก็ไม่ได้ตายในทันที มันเหวี่ยงร่างของมันและพุ่งเข้าใส่เซียวนั่วอีกครั้ง!
ครั้งนี้ ชายหนุ่มไม่คิดหลบ ก้าวเท้าไปข้างหน้า ิญญาดาราทมิฬฟันออกไป
ฟึ่บ!
ิญญาดาราทมิฬตัดผ่านอากาศ เกิดเป็วงล้อพระจันทร์เสี้ยวที่งดงาม
ฉึก!
เกราะของจระเข้ตาแดงแยกออกจากกัน เืพุ่งออกมาเป็สาย พร้อมกับหัวของจระเข้กระเด็นหลุดไปไกล
หลังจากจัดการกับอุปสรรคตรงหน้าแล้ว เซียวนั่วก็ไม่หยุดนิ่ง เขาพุ่งตรงไปยังส่วนลึกของป่าทันที