ตอนที่ 12: ตรรกะสะใภ้เด่น... พิกัดบ้านสวน
รถ SUV คันเก่งของบลูแล่นเข้าสู่เขตบ้านสวนริมคลองบรรยากาศร่มรื่น ทันทีที่ล้อหยุดหมุน ตรรกะในสมองของเอริสาก็ทำงานหนักหน่วงยิ่งกว่าตอนพรีเซนต์งานพันล้าน นิ้วเรียวสวยพยายามจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เนี้ยบกริบสไตล์สะใภ้ดีเด่น 100% จนบลูที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องเอื้อมมือมากุมมือนุ่มของเธอไว้
"ใจเย็นๆ ครับบอส ทำไมมือเย็นเจี๊ยบขนาดนี้เนี่ย" บลูส่งยิ้มละไม แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู "บอกแล้วไงครับว่าแม่กับน้องๆ ของผมใจดีมาก ไม่ใช่บอร์ดบริหารสักหน่อย ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นคับ"
"จะไม่ให้เกร็งได้ยังไงล่ะบลู!" เอริหันมาถลึงตาใส่ "ฉันคำนวณสูตรการวางตัว วิธีการพูด การแต่งกายมาอย่างดี แต่พอมาถึงหน้าบ้านนายจริงๆ ตรรกะในหัวมันรวนไปหมดเลย"
บลูหลุดหัวเราะร่าพลางกระชับมือเธอแน่นขึ้น "สูตรที่ดีที่สุดของบ้านผม... คือความเป็ธรรมชาติของคุณเอริสานั่นแหละคับ ป่ะ... เข้าบ้านกัน"
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน กลิ่นหอมของแกงรัญจวนและน้ำพริกฝีมือแม่ก็ลอยมาต้อนรับ ‘คุณแม่น้ำค้าง’ หญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีรีบเดินออกมาจากครัวพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นอบอวล ผิดกับภาพลักษณ์แม่ผัวในละครที่เอริเคยจินตนาการไว้ลิบลับ
"สวัสดีค่ะคุณแม่... หนูเอริสาค่ะ" เอริยกมือไหว้อย่างอ่อนช้อยนอบน้อมที่สุดในชีวิต
"อุ๊ย! ตัวจริงสวยกว่าในรูปที่ตาบลูแอบเปิดให้แม่ดูตั้งเยอะลูก" คุณแม่น้ำค้างรับไหว้พลางดึงเอริเข้าไปกอดเบาๆ ด้วยความเอ็นดู "ตาบลูตัวดีไปหลอกบอสสาวคนเก่งแบบหนูมาได้ยังไงเนี่ย มาๆ ลูก เดินทางมาเหนื่อยๆ เข้าไปทานข้าวกันก่อน"
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น แต่สิ่งที่ทำให้ตรรกะของบอสสาวต้องพังทลายลง (พร้อมความเขินอายขั้นสุด) คือการปรากฏตัวของ ‘บาส’ และ ‘เบลล์’ น้องชายและน้องสาวตัวแสบของบลูที่แท็กทีมกันทำหน้าที่เป็กามเทพ (และหน่วยเผาพี่ชายคนโต)
"พี่เอริรู้ไหมครับ ตอนพี่บลูอยู่บ้านน่ะ ขี้บ่นเป็คนแก่เลย แถมสโลว์ไลฟ์จนแม่นึกว่าจะบวชไม่สึก" บาสแซวพลางตักอาหารให้พี่สะใภ้
"ช่ายค่ะพี่เอริ" เบลล์ช่วยเสริมทัพทันที "แต่พอ่สองสามเดือนมานี้เนี่ย อาการหนักมาก นั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์ส่องแอปขับรถทั้งวัน พอมีคำว่า 'คับ' เด้งมาคำเดียว พี่ชายคนโตของบ้านก็ดีดตัวสตาร์ทรถวิ่งแน่บออกไปทันที หนูกับบาสขอกินไอติมยังไม่เคยไปส่งเร็วขนาดนี้เลยค๊าาา"
"เฮ้ยๆ ยัยเบลล์ ไอ้บาส เผาพี่ต่อหน้าแฟนแบบนี้ พี่ก็เสียสถิติมือโปรหมดสิ" บลูโวยวายแก้เก้อ ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อพยายามตักกับข้าวอุดปากน้องๆ
เอริฟังสลับกับมองหน้าบลูที่กำลังเลิกลัก ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นเข้ามากุมหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ผู้ชายที่แสนดี คลั่งรัก และเป็เสาหลักที่แสนอบอุ่นของครอบครัวคนนี้... ตอนนี้เขาเป็ 'แฟน' ของเธอจริงๆ
่เย็น... หลังจากทานอาหารและช่วยคุณแม่ล้างจาน (แม้คุณแม่จะพยายามห้ามแล้วก็ตาม) บลูพาเอริเดินเลี่ยงมาเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน แสงแดดรำไรยามเย็นทอดผ่านร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ลมพัดโชยมาพาเอากลิ่นดินและกลิ่นหอมจางๆ ของไม้ดอกรอบบ้าน
บลูเดินโอบเอวร่างบางของเอริให้เข้ามาใกล้ พลางเอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่ สายตามองทอดออกไปที่ลำคลองเบาๆ
"เป็ไงบ้างครับบอส ตรรกะสะใภ้เด่นของบอส ผ่านเกณฑ์มาตรฐานบ้านสวนไหมคับ?" บลูหันมากระซิบถามข้างหู
"ผ่านฉลุ่ยย่ะ น้องๆ นายน่ารักมาก... คุณแม่ก็ใจดีที่สุด" เอริซบหน้าลงกับอกกว้างของบลู (ตรงตำแหน่งรอยสักใหม่ที่ตอนนี้แผลเริ่มตกสะเก็ดแล้ว) "ขอบคุณนะบลู... ขอบคุณที่พานิยายชีวิตน้ำเน่าของบอสบ้างานคนหนึ่ง ออกมาเจอความสุขที่เรียบง่ายและอบอุ่นขนาดนี้"
บลูนิ่งฟังพลางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น มือหนาลูบกลุ่มผมลื่นของเธออย่างทะนุถนอม "บอสรู้ไหม... รอยสักตรงอกซ้ายของผมประโยคที่ว่า ‘To give is to live forever’ น่ะ... ความจริงแล้ว สิ่งที่ผมอยาก 'ให้' มากที่สุดในชีวิตหลังจากนี้ ไม่ใช่แค่เวลาหรือความสบายใจชั่วคราว..."
บลูค่อยๆ เชยคางมนของเอริขึ้นมา สายตาคมกริบสะท้อนภาพของเธอคนเดียวอย่างชัดเจนและมั่นคงลึกซึ้ง
"แต่ผมอยาก 'ให้' ทั้งชีวิต อนาคต และหัวใจทั้งหมดของผม... อยู่ดูแลผู้หญิงที่ชื่อเอริสาไปตลอดกาลต่างหากคับ... เรามาสร้างตรรกะความสุขในแบบของเราด้วยกันนะ"
คำมั่นสัญญาที่แสนจริงใจและเปี่ยมไปด้วยความคลั่งรักทำเอาเอริตาปรอย น้ำตาแห่งความตื้นตันคลอเบ้า บอสสาวไม่ตอบเป็คำพูด แต่เธอเขย่งส้นเท้าขึ้นไปประกบริมฝีปากบางเข้ากับริมฝีปากของหนุ่มขับรถผ่านแอปเบาๆ แทนคำตอบ...
จูบที่แสนอ่อนหวานและเนิ่นนานท่ามกลางลมเย็นของสวนหลังบ้าน เป็การเซ็นอนุมัติแผนการเดินทางชีวิตคู่ที่ 'ไม่มีวันสิ้นสุด' และไม่มีแผนการคำนวณใดๆ ในโลกจะมาขัดขวางตรรกะหัวใจของทั้งสองคนได้อีกต่อไป...
(จบบริบูรณ์อย่างอบอุ่นและคลั่งรักที่สุดครับ❤️ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางกับเื่ราวของ บลู และ เอริสา มาด้วยกันจนถึงพิกัดหัวใจที่สมบูรณ์แบบนี้นะครับ)
ฝากกดติดตามส่งกำลังใจเล็กๆน้อยๆเพื่อเป็กำลังใจได้มีแรงออกผลงานใหม่ๆด้วยนะค้าบบ