ศรัณย์นั่งมองดูจอโทรศัพท์แบบเหงาๆ ในห้องของตัวเอง ไล่ปัดอ่านข้อความไลน์ที่เขาส่งไปหาริสายาวยืดแต่เธอก็ไม่ยอมตอบกลับ
คืนนั้นเขาพยายามห้ามใจตัวเองอย่างถึงที่สุดจนสามารถทนการยั่วยวนของเหมียวได้และกัดฟันหนีออกมาจากอ้อมกอดสาวสวยก่อนที่จะเสียความบริสุทธิ์ที่เก็บไว้มานาน พอลงจากรถได้เขาก็รีบวิ่งกลับเข้าไปที่โต๊ะแต่ก็พบว่าริสากลับไปแล้ว โทรหาหรือไลน์ไปเธอก็ไม่ยอมตอบเขาเลยรีบกลับหอพักแล้วไปยืนเคาะประตูเรียกอยู่นานแต่ก็ได้รับกลับมาเพียงความเงียบจนเขายอมแพ้
หลายวันผ่านไปด้วยความอึดอัดในใจของศรัณย์ เพราะนี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาทะเลาะกันด้วยเรื่องแบบนี้ ที่ผ่านมามีอยู่บ้างที่ต่างคนก็ต่างเล่าให้กันฟังว่ามีคนอื่นมาติดพันและอยากขอคบเป็นแฟนด้วย ซึ่งทั้งคู่ก็แค่ยิ้มยินดีและพูดแซวกันสนุกๆ ตามประสาเพื่อน
ในส่วนของศรัณย์เมื่อครั้งล่าสุดที่มีรุ่นน้องสุดน่ารักมาขอคบเป็นแฟน ด้วยความที่เขาคิดอยากจะตัดใจจากริสาให้เด็ดขาดพอดีก็เลยลองคบด้วยแม้ว่าท้ายที่สุดความสัมพันธ์กับสาวรุ่นน้องก็เป็นไปไม่ได้นานเพราะความรู้สึกมันยังไม่ใช่ โดยที่ริสาก็ยิ้มรับและแซวเขาเหมือนเคย
แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปจากที่เคยเป็น ริสาไม่เคยหายไปจากชีวิตเขาเงียบๆ ได้หลายวันแบบนี้ แม้จะรู้กันอยู่เต็มอกว่าไม่ได้เป็นแฟนกันแต่การที่เขาหายไปกับเหมียวเพียงสองคนแบบนั้นเขารู้ว่าคงทำให้ริสาไม่พอใจแน่ๆ
"เฮ้ออออ แฟนกันก็ไม่ใช่ แต่ทำไมกูต้องตามง้อด้วยวะ.. ยัยบ้านั่นชอบทำให้คนอื่นรู้สึกผิดเก่งจริงๆ"
เขาโยนโทรศัพท์ทิ้งลงข้างตัวแล้วเอนหลังลงนอนเตียงยกมือก่ายหน้าผากคิดหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ท้ายที่สุดพอคิดเห็นภาพริสากำลังทำหน้าบึ้งลอยเข้ามาในหัวก็อดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์กลับมากดข้อความไลน์ส่งไปง้อซ้ำๆ อยู่แบบนั้น
"สาาาา จะงอนไปถึงไหน กูไม่ได้มีอะไรกับเหมียวจริงๆ นะ"
"อยู่ห้องรึเปล่า เดี๋ยวลงไปหานะ"
"หรือออกไปกินข้าวกันก็ได้ เริ่มมืดแล้วด้วย เลือกร้านที่มึงชอบเลยโอเคป่าว"
ก๊อก ก๊อก...
ขณะที่เขากำลังพิมพ์ง้อริสาอยู่เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น.. มาหาถึงห้องเวลานี้จะเป็นใครอื่นได้นอกจากริสา.. เขาคิดแบบนั้นก็ดีดตัวเองลุกจากที่นอนแล้วยิ้มกว้างรีบวิ่งไปเปิดประตูพร้อมส่งเสียงเรียกชื่อคนที่คิดถึง
"ริสา!... อะ-เอ่อ.. เธอ.."
"หวัดดีค่ะรัน ยังจำกันได้ไหมคะ?"
"เหมียว.. ทำไม.. ไม่สิ เธอมาที่นี่ได้ยังไง"
"ขอเข้าไปหน่อยน้าาาา"
เหมียวเอียงคอยิ้มหวานแล้วเดินเบียดศรัณย์เข้าไปด้านในโดยไม่ยอมตอบคำถาม เขาทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะห้ามเธอเอาไว้ยังไง แต่รู้แค่ว่าการปล่อยให้เธอเข้ามาอยู่ในห้องกันเพียงสองคนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีแน่ เขาเลยเปิดประตูทิ้งเอาไว้แล้วเดินตามเข้าไปกลางห้อง
แมวสาวจอมเจ้าเล่ห์ไม่ยอมให้เขาหนีไปไหนง่ายๆ เลยทำเป็นเดินมองสำรวจรอบห้องแล้วฉวยโอกาสจังหวะที่เขาเผลอ เดินเลยไปปิดประตูล็อคกลอนเสร็จเรียบร้อยก็กลับมายืนตรงหน้า จ้องมองเขาด้วยสายตาซุกซนเหมือนเด็ก
"คืนนั้นรันทิ้งให้เหมียวอยู่แบบนั้นได้ยังไง เสียมารยาทกับผู้หญิงจังนะคะ"
"ผมทำแบบนั้นกับเหมียวไม่ได้หรอกนะ ผมกับริสาเป็น.."
"ค่าาา ค่า.. เป็นคู่นอนกันใช่ไหม เชื่อก็ได้ค่ะ.. แต่เหมียวก็ไม่ได้จะขอรันเป็นแฟนซะหน่อย ไม่เห็นต้องกลัวเลย"
"ก็นั่นแหละ.. ผมว่าเหมียวกลับไปก่อนดีกว่า ผมไม่อยากให้ริสาต้องรู้เรื่องนี้"
"อืมมม.. แต่ยัยสาก็รู้นะคะว่าเหมียวมาที่นี่"
"ห๊ะ?.. หมายความว่าไง?"
"ฮ่าๆ แล้วคิดว่าทำไมเหมียวถึงรู้จักห้องของรันล่ะ.. ก็ยัยสานั่นแหละเป็นคนบอกให้เหมียวมาที่นี่เอง"
"สา.. เป็นคนบอกงั้นเหรอ.."
"อืม.. คืนนี้เหมียวไม่ปล่อยให้รันหนีไปไหนหรอกนะ เรามาคุยกันเรื่องคืนนั้นต่อให้จบดีกว่าค่ะ"
.
.
.
หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้...
ริสากำลังเดินเล่นอยู่ในห้างสรรพสินค้าแบบไร้จุดหมาย เธอแค่ต้องการจะฆ่าเวลาไปเรื่อยเปื่อยเพราะยังไม่อยากกลับห้องไปบังเอิญเจอกับศรัณย์ที่อาจจะมาดักรออยู่หน้าประตู
เธอรู้ดีว่าศรัณย์ก็เป็นหนุ่มหล่อที่มีเสน่ห์ดึงดูดสายตาสาวๆ พอสมควร และที่ผ่านมาเธอก็ยินดีหากเขาจะเลือกคบคนที่ถูกใจจริงๆ ดีกว่าต้องมาเสียเวลารอคอยเธอที่ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้ ด้วยมิตรภาพความเป็นเพื่อนที่ยาวนานเธอก็อยากเห็นเขามีความสุขกับคนที่ดี.. ซึ่งแน่นอนว่าต้องไม่ใช่คนที่เห็นผู้ชายเป็นของเล่น ต้องไม่ใช่ผู้หญิงแบบยัยเหมียว
เธอนั่งพักที่ร้านอาหารแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดไล่อ่านข้อความไลน์ที่ศรัณย์ส่งมาง้อและยืนยันซ้ำๆ ว่าไม่ได้มีอะไรกับเหมียวในคืนนั้น แม้จะเชื่อใจว่าเขาคงไม่โกหกแต่เธอก็ยังจัดการอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองไม่ได้เลยยังไม่อยากจะคุยอะไรกับเขาในตอนนี้
ติ๊งงง...
ข้อความใหม่เด้งเตือนขึ้นมา พอเห็นว่าใครเป็นคนส่งก็ถอนใจเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ตอบกลับ
"ริสาาา ทำไรอยู่ คุยได้ป่ะ"
"ว่าไงมึง จะมาหาเรื่องอะไรกูอีกล่ะ"
"นี่มึงโกรธอะไรกูป่าวเนี่ย ทำเหมือนหลบหน้าหลบตาด้วย เรื่องคืนนั้นเหรอ"
"ก็เออสิ แต่กูไม่อยากคุยละ ช่างมันเหอะ"
"วันนั้นกูแค่พารันออกไปคุยอะไรกันนิดหน่อยเอง ไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ นะ"
"อย่างมึงเนี่ยนะจะแค่คุย"
"อืม คุยกันยังไม่ทันจะรู้เรื่องรันก็หนีกูวิ่งกลับเข้าไปหามึงเลยอะ ท่าทางจะหลงมึงน่าดู"
ริสาถึงกับอมยิ้มและรู้สึกดีขึ้นมาบ้างเมื่อรู้ว่าศรัณย์ยังไม่ติดบ่วงเพื่อนสาวตัวแสบได้ง่ายๆ
"แล้วมึงพาเค้าออกไปคุยอะไรกันวะ"
"กูก็แค่อยากให้แน่ใจว่าเค้าจะไม่หลอกกินมึงฟรีน่ะสิ แค่ดึงไปถามว่าแอบมีแฟนซุกไว้รึเปล่า และเค้าคิดกับมึงยังไง"
"เหรอ แล้วรันมันว่าไง"
"ยังไม่ทันตอบว่าไงก็รีบหนีไปซะก่อน"
ริสาหลุดขำออกมาเบาๆ พร้อมกับเริ่มคิดให้อภัยศรัณย์อยู่หน่อยๆ จนกระทั่งเหมียวเริ่มคำถามที่ทำให้เธอต้องคิดหนัก
"กูถามจริงๆ นะ มึงชอบรันรึเปล่า แบบว่าชอบเกินกว่าเป็นคู่นอนอะไรแบบนั้นมั้ย"
"จะรู้ไปทำไมวะ"
"บอกตรงๆ เลยนะ กูว่ากูชอบรันเข้าแล้วว่ะ จริงอยู่ที่เพิ่งเจอกันครั้งเดียวแต่กูคิดถึงเค้าทุกคืนเลย"
ริสาได้อ่านก็หน้าชาเพราะไม่รู้ว่าจะตอบยังไง รวมถึงไม่แน่ใจว่าคนอย่างเหมียวจะพูดจริงหรืออยากเล่นเกมส์อะไรอีก เธอเลยนั่งคิดอยู่สักพักก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป
"กูยังไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับรันเป็นพิเศษถึงขนาดนั้นหรอกนะ เราก็แค่นัดเจอกันเป็นครั้งคราว"
"จริงเหรอ ถ้ามึงไม่คิดจริงจังอะไรกับเค้า งั้นกูขอจีบรันได้รึเปล่า"
"ผู้ชายของมึงก็มีเป็นโหลแล้วไม่ใช่เหรอ"
"ถ้ารันเค้ายอมให้โอกาส กูจะเลิกกับผู้ชายคนอื่นๆ ทุกคน กูอยากจะเป็นแฟนที่ดีให้ใครสักคนแล้วว่ะ"
"มันไม่เกินไปหน่อยเหรอวะเหมียว"
"เออ เรื่องแบบนี้กูไม่จำเป็นต้องโกหกหรอกนะ"
ริสาขมวดคิ้วทำหน้าคิดหนักเพราะเริ่มรู้สึกว่าคราวนี้เหมียวเอาจริง เพราะถ้าเป็นเกมส์สนุกๆ ของเหมียวเหมือนก่อนก็คงไปแอบหาทางเอาเองโดยไม่ต้องมาพูดให้ฟังแบบนี้
"แต่ยังไงเค้าก็เป็นผู้ชายของกู มึงอย่ายุ่งดีกว่า"
"ก็ถ้ามึงไม่ได้รักไม่ได้ชอบเค้ามึงจะกั๊กไว้ทำไมวะ ผู้ชายคนนี้ กูขอเถอะ"
"ไม่ได้กั๊กโว้ย แค่รู้สึกแปลกๆ ถ้าต้องแบ่งผู้ชายกับเพื่อน ใครที่ไหนทำกันวะ"
"กูก็ไม่ได้จะขอแบ่ง แต่จะขอรันเป็นแฟนเลยต่างหาก ว่าไง มึงเปิดทางให้หน่อยได้ไหม?"
ริสาคิดต่อสู้กันในใจกันอย่างหนัก เธอรู้ดีว่าถ้าบอกตามความรู้สึกจริงๆ ออกไปว่าอยากจะเก็บศรัณย์ไว้เป็นแฟนในสักวันหนึ่งแค่นี้ก็น่าจะจบ แต่ตัวเองก็ยังไม่ชัดเจนว่าสักวันหนึ่งนั้นคือเมื่อไหร่ ซึ่งเธอเองก็รู้ว่ามันดูเป็นคนเห็นแก่ตัวมากๆ และในความรู้สึกลึกๆ อีกมุมหนึ่งที่ความเป็นเพื่อนสิบปีมันฝังรากจนไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไรก็ห้ามเอาไว้
"แล้วมึงแน่ใจเหรอ ว่ารันจะรับรักมึง"
"ก็ต้องลองดูอะ ถ้ารันเค้าไม่ได้หลงมึงมากขนาดนั้นกูก็คงมีโอกาสแหละ มึงคิดว่าไงล่ะ รันเคยบอกรักมึงบ้างรึยัง"
ริสาอ่านแล้วรู้สึกได้ว่าเหมียวเริ่มเป็นกังวล และเธอก็มั่นใจว่าศรัณย์หนักแน่นต่อความรู้สึกที่มีกับตัวเองมากแค่ไหน เธอเลยอยากจะเห็นเหมียวลองโดนหักอกดูจริงๆ สักที
"ไม่รู้นะ มันก็ไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น ส่วนกูก็ไม่ได้รู้สึกกับรันมากขนาดนั้นอ่ะ"
"จริงเหรอ มึงจะยอมเปิดทางให้กูใช่ป่ะ"
"ลองดูก็ได้ แต่กูว่ารันก็คงไม่ง่ายหรอกนะ"
"ขอบใจนะสา งั้นขอที่อยู่ของรันหน่อยสิ มึงรู้ใช่ป่ะว่าเค้าพักอยู่ที่ไหน ขอกูไปเจอไปคุยกับเค้าแป๊บเดียวนะ"
"ที่อยู่เลยเหรอ..."
"นะเพื่อน"
ริสานั่งคิดอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ที่อยู่หอพักพร้อมกับหมายเลขห้องของศรัณย์ไปให้ เสร็จก็ปิดโทรศัพท์เพราะไม่อยากลังเลกับความไม่แน่นอนของหัวใจตัวเองจนไม่อยากรับรู้อะไรต่ออีก เธอแค่คิดว่าสิ่งที่ทำได้ตอนนี้คืออยู่เงียบๆ และถือว่านี่เป็นการทดสอบศรัณย์ว่ารักเธอจริงอย่างที่ปากพร่ำบอกอยู่ตลอดเวลารึเปล่า
เธอนั่งทานอาหารไปด้วยใจเลื่อนลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พยายามบอกตัวเองว่ายังไงศรัณย์ก็คงไม่ยอมเปิดประตูห้องให้ยัยเหมียวแน่นอน เวลาผ่านไปพักใหญ่จนข้าวหมดจาน ในที่สุดเธอก็ทนความอึดอัดต่อไปไม่ไหว ริสารีบออกจากที่นั่นแล้วตรงดิ่งไปที่ลานจอดรถ คว้าโทรศัพท์มาเปิดแล้วรีบกดโทรหาศรัณย์ทันที
"ฮัลโหลรัน อยู่ห้องใช่ป่ะ... เรื่องอื่นช่างมันก่อน ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง แต่ฟังเรื่องนี้ดีๆ นะ.. เดี๋ยวอีเหมียวอาจจะไปหามึงที่ห้อง อย่าหลงกลเด็ดขาด เข้าใจมั้ย!"