
เคนจิสอดส่องสายตาไปตามชั้นวางภายในห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาของชั้นดาดฟ้าห้องนี้มีพื้นที่ค่อนข้างอับแสงชั้นวางเหล็กถูกจัดเรียงชิดติดผนัง ้าเต็มไปด้วยกล่องกระดาษที่มีสติกเกอร์แปะระบุรายการอุปกรณ์ต่างๆ บางกล่องดูถูกใช้งานมานานจนขอบเริ่มขาด บ้างก็ปิดเทปกาวอย่างแ่าบ่งบอกว่าของที่อยู่ข้างในอาจไม่ได้ถูกนำมาใช้บ่อยนัก
มีตู้เหล็กสูงเรียงกันเป็แนวตรงติดผนังอีกด้านปิดล็อกด้วยแม่กุญแจพื้นที่ด้านหน้าตู้วางกระดาษลังที่มีอุปกรณ์กีฬาและของจิปาถะเก็บไว้เป็กองกระจัดกระจายกล่องบางกล่องถูกเปิดออกแล้ว บ้างก็ยังคงปิดสนิท ข้างกล่องมีกระติกน้ำร้อนเก่า ๆวางอยู่ ดูเหมือนจะถูกทิ้งไว้นานมากจนฝุ่นจับเป็ชั้น
มุมห้องมีถุงผ้าใบใหญ่ที่น่าจะเคยใช้เก็บเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์กีฬาบัดนี้ถูกพับเก็บไว้อย่างไม่เรียบร้อยพื้นห้องเกลื่อนไปด้วยเศษกระดาษและฝุ่นที่ลอยค้างในอากาศเล็กน้อยจากการเคลื่อนไหวของพวกเขา
“ก็คิดอยู่แล้วว่าเ้าฟุรุคาว่านั่นต้องไว้ใจไม่ได้ดูสายตาปลาบปลื้มของพวกนักเรียนหญิงตอนที่มองหมอนั่นพร่ำดิ น่าขนลุกชะมัด”
เขาส่ายหน้ายิ้มขำโดยไม่ตอบอะไรกับท่าทีหัวเสียของเคนจิ
“เฮ้ทางนี้ดูเหมือนจะมีของที่พอใช้ได้อยู่เหมือนกันนะเนี่ย”
ฮารุโตะเหลือบไปเห็นไม้เบสบอลสองด้ามวางอยู่ริมผนัง
ส่วนคนอื่นๆต่างลื้อค้นลังกระดาษบนชั้นวางหาสิ่งของที่พอใช้ประโยชน์ได้
“ว่าแต่วิธีที่จะออกไปจากที่นี่ล่ะ?พวกนายคิดไว้เรียบร้อยแล้วหรือยัง ถ้าเกิดไปเจอเ้าตัวพวกนั้นละก็มีหวัง...”
ชิโฮะกัดเล็บเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็กังวล
“ฉันคิดว่าเราควรใช้บันไดหนีไฟของชั้นสี่ลงไปจนถึงด้านล่างจะมีประตูทางออกทิศใต้อยู่ใกล้ที่สุดและพื้นที่ด้านหลังเป็ตรอกแคบ คิดว่าคงพอหลบสายตาพวกมันได้บ้างถ้าเราจะลองเสี่ยง...”
ฮารุโตะเสนอ
“แต่ปัญหาคือมันดันอยู่สุดทางเดินอีกฟากใช่ไหมล่ะถ้าไม่มีพวกมันป้วนเปี้ยนอยู่ก็ดีสิ”
เคนจิเอ่ยก่อนหันไปถามความเห็นจากเรย์
“นายคิดว่าไง”
เขาครุ่นคิดสักพักก่อนจะบอกความ้ากับอีกฝ่ายขณะกำลังเปิดค้นลังกระดาษใบหนึ่งซึ่งถูกผนึกด้วยเทปกาวแ่า
“ฉันคิดว่าแผนของฮารุโตะน่าสนใจแต่เราจะแวะเข้าไปในห้องพยาบาลกันก่อนที่นั่นมีของที่ฉันคิดว่าเอาไว้ใช้กับพวกมันได้ —เฮ้เคนจิ ไฟแช็กของนายยังอยู่ไหม”
“หืม...ก็ยังอยู่นะ”
เคนจิล้วงในกระเป๋าหยิบออกมาโชว์ให้อีกฝ่ายเห็นก่อนจะเดินมาดูของภายในลังที่เรย์เพิ่งเปิด
“นี่นายแอบสูบบุหรี่อีกแล้วงั้นเหรอเคนจิ!”
ชิโฮะเหวใส่
“ไว้ก่อนได้ไหมยัยคุณหนูมันใช่เวลาทำงานของสภานักเรียนรึไง—”
เคนจิหันกลับมาเมื่อกล่าวจบก็ถึงกับต้องคิ้วขมวดเมื่อเห็นสิ่งของด้านในที่เรย์กำลังรื้อ
“อย่าบอกนะว่านายจะใช้ไอ้นี่น่ะ”
“อาจได้ผลก็ได้ใครจะรู้ล่ะ”
หลังจากตะเตรียมสิ่งของเสร็จพวกเขาย้อนกลับมาฟังการตัดสินใจของคนอื่น ๆ ซึ่งคำตอบนั้นก็ไม่ผิดไปจากที่เรย์คาดการณ์เลยสักนิด
สุดท้ายแล้วไม่มีใครยอมไปเสี่ยงตายกับคำพูดของเขาเพียงไม่กี่คำเมื่อเทียบกับภาพสยดสยองที่ทุกคนได้เผชิญก่อนหน้า
เขาคิดว่านั่นเป็ผลดีกับตนเองด้วยซ้ำหากต้องเคลื่อนไหวด้วยจำนวนคนที่เยอะขนาดนี้ คงไปรอดได้ไม่ไกลโดยไม่สูญเสีย
ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีมโนธรรมแต่การเอาตัวรอดเป็เื่ที่ทุกคนต้องหัดดิ้นรนกันเอง
“แต่ว่านะทั้งคุณคาวางุจิและนาคาชิม่าคุงจะลงไปเสี่ยงกับพวกเขาจริงๆ งั้นหรือครับ”
ฟุรุคาว่าเอ่ยถามขึ้นอย่างเสียดายเขาจ้องมองไปยังร่างกายของทั้งคู่ด้วยแววตาไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด
“ค่ะ พวกเราตัดสินใจแล้วบนนี้รู้สึกอึดอัดไปหน่อย”
รุ่นพี่สาวยิ้มเย็นตอบอีกฝ่าย
“น่าเสียดาย...ขอให้องค์เทพคุ้มครองพวกคุณนะครับ”
“เหอะเก็บไว้บอกตัวเองเถอะ”
เคนจิพึมพำอย่างหมั่นไส้
พวกเขาช่วยกันเอาสิ่งกีดขวางออกอย่างเบามือ
“พวกนายแน่ใจนะว่า้าแบบนี้จริงๆ ต่อให้พวกนายหนีเ้าตัวประหลาดพวกนั้นวกกลับมาอีกรอบพวกฉันคงไม่สามารถเปิดให้ได้อีกแล้ว ขอให้เข้าใจด้วย”
กลุ่มนักเรียนเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“อืม พวกเราเข้าใจถ้าข้างนอกนั่นพวกฉันได้เจอหน่วยงานของรัฐแล้วล่ะก็...จะรีบแจ้งพวกเขาแน่นอนว่ายังมีคนหลบอยู่ที่นี่”
เคนจิพยักหน้าเอ่ยตอบก่อนจะปิดประตูลงด้วยความเบามือ
“ขอให้โชคดี”
“พวกนายก็ด้วย”
พวกเขาเดินลงมาจากชั้นดาดฟ้าทันทีเมื่อมาถึงทางเดินอาคารเรียนบนชั้นสี่กลิ่นไม่พึงประสงค์กระโจนเข้าใส่พวกเขาโดยตรง
พื้นทางเดินถูกเืสด ๆย้อมจนเป็สีแดงฉาน กลิ่นคาวเืโชยตามมาขณะก้าวไปตามพื้นกระเบื้อง
อาคารเรียนแห่งนี้อบอวลด้วยกลิ่นคนตายทุกหนแห่ง
“อุ๊ก!”
ทางเดินเหยียดยาวตรงหน้ามีซากชิ้นส่วนมนุษย์เกลื่อนกลาดแขน ขา ลำตัว หัว และอวัยวะภายในกระจายระเกะระกะไปทั่ว รู้สึกถึงััเหนียว ๆใต้เท้าเวลาเหยียบลงบนพื้นในแต่ละย่างก้าว สายตาทุกคนตื่นตะลึงพยายามไม่กวาดตามองภาพสยดสยองนั่น ต้องบอกว่าภาพตรงหน้าโหดร้ายเกินไปสำหรับพวกเขา
มีเท่าไหร่ ตายกันไปเท่าไหร่คำตอบคือมากเกินนับ
ภายในโถงทางเดินบนอาคารชั้นเรียนก็เละเทะยับเยินไม่ต่างกันบนพื้นเต็มไปด้วยเศษกระจกและเืที่ไหลนอง
ลางสังหรณ์อัปมงคลกัดเซาะสภาพจิตใจจนเกิดหนาวสั่นไปถึงสันหลังขณะเดินผ่านศพเ่าั้แต่ขาจำต้องก้าวเดินไปข้างหน้าไม่อาจหยุดได้
“อ็อก...ความรู้สึกแบบนี้มันน่า... คลื่นไส้จริง ๆ”
ชิโฮะเอามือปิดปากตัวเองเอาไว้พร้อมส่งเสียงเหมือนจะอาเจียนออกมาสองสามที
พวกเขาเดินเขย่งปลายเท้า เยื้องกรายช้าๆ เพื่อไม่ให้เกิดเสียง พยายามข่มกลั้นความอยากอาเจียนช่องไฟบนเพดานส่องสว่างติดเป็จุด ๆ สามารถมองเห็นโถงทางเดินที่เหมือนกันจากอีกฟากของปีกอาคารได้ทุกอย่างเงียบสงัดจนได้ยินเสียงฝีเท้าขนาดใหญ่เดินตึงตังบอกตำแหน่งไปมาอยู่บริเวณชั้นล่าง
เป็ไปไม่ได้เลยที่คนทั่วไปสามารถย่ำจนเกิดเสียงฝีเท้าได้หนักขนาดนี้

โชคดีที่ชั้นนี้ไม่มีพวกมันเดินเตร็ดเตร่เคนจิเดินนำก้าวข้ามผ่านเศษซากศพฝ่าความมืดสลัวในโถงทางเดินโดยมีทุกคนตามมาติด ๆ
เมื่อมาถึงประตูเคนจิผลักประตูปิดสนิทของห้องพยาบาลให้แง้มออก พอมีช่องให้มองเข้าไปเห็นด้านในแนบใบหน้าให้ตามองผ่านเข้าไปทางช่องแง้มประตูระมัดระวังการเคลื่อนไหวให้มีเสียงน้อยที่สุดแล้วจึงหันมาพยักเป็สัญญาณให้กับทุกคนว่าปลอดภัย
ประตูทางเข้าเปิดตัวออกอย่างเงียบเชียบแล้วดันตัวเองเข้ามาหลบในห้องพยาบาลซึ่งอยู่ทางมุมฝั่งตะวันตกได้อย่างราบรื่น ห้องพยาบาลแห่งนี้หรูหราและตกแต่งอย่างดีพื้นห้องปูด้วยกระเบื้องสีขาวสะอาดที่แวววาวราวกับกระจก ผนังถูกทาสีครีมอ่อน ๆให้ความรู้สึกสบายตา และมีม่านสีขาวบาง ๆแขวนรอบเตียงผู้ป่วยสองเตียงที่ตั้งอยู่ติดผนังอย่างเป็ระเบียบเตียงเหล่านี้ถูกจัดไว้อย่างประณีต พร้อมหมอนและผ้าห่มสีขาวสะอาดวางพับเรียบร้อย
ชั้นวางอุปกรณ์การแพทย์ถูกติดตั้งตามผนังห้องขวดแอลกอฮอล์ชนิดต่าง ๆ วางเรียงรายบนชั้นแก้วบางขวดเป็ขวดโลหะเงางามบ่งบอกถึงราคาสูงขณะที่บนเคาน์เตอร์หินอ่อนสีขาวมีเครื่องมือแพทย์ต่าง ๆ จัดเรียงอย่างระมัดระวังกล่องปฐมพยาบาลและอุปกรณ์อื่น ๆ ถูกจัดวางไว้อย่างมีระเบียบเรียบร้อยโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้องเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารและกระดาษโน้ตที่วางซ้อนกันอย่างประณีตใกล้ ๆ กันนั้นมีเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะและโทรศัพท์ตั้งอยู่
ทุกคนต่างเคลื่อนไหวให้ได้เบาที่สุดแยกย้ายกันเลือกเก็บของใช้ที่มีประโยชน์ลงในเป้สะพาย
เรย์ลองใช้โทรศัพท์ของห้องพยาบาลแต่มันก็ไม่มีสัญญาอย่างที่คาด จากนั้นเขาสอดส่องสายตาจนเจอสิ่งที่เขาตามหา เรย์เดินเข้ามาที่ชั้นวางอุปกรณ์ทางการแพทย์เขาเห็นขวดแอลกอฮอล์ที่ถูกวางเรียงกันอยู่บนชั้นเขาหยิบขวดแอลกอฮอล์ขนาดใหญ่ที่มีความเข้มข้นสูงสุดมา ก่อนจะหันไปมองรอบ ๆเพื่อหาอุปกรณ์เพิ่มเติม ดวงตาของเขาสะดุดเข้ากับขวดน้ำเกลือที่วางอยู่ใกล้ ๆเรย์หยิบขวดเปล่าขึ้นมาพิจารณาและพบว่ามันพอจะทำหน้าที่เป็ภาชนะเก็บของเหลวได้ดีพอ
“เฮ้!นายจะทำอะไรน่ะ?”
ชิโฮะกระซิบถามด้วยความสงสัยแต่เรย์ไม่ตอบเขาเพียงแค่ก้มหน้าก้มตาจัดการสิ่งที่อยู่ในมือ
เรย์เทแอลกอฮอล์ลงในขวดน้ำเกลืออย่างระมัดระวังจนได้ปริมาณที่มากพอจากนั้นเขาหยิบผ้าพันแผลที่อยู่บนเคาน์เตอร์มารวมถึงเศษผ้าจากห้องเก็บอุปกรณ์
‘โชคดีจริงๆ ที่ตัดสินใจรื้อลังพวกนั้นดูเหมือนว่าจะเป็ของเหลือจากงานแข่งกีฬาเมื่อครั้งก่อน’
เขาฉีกมันเป็ชิ้นยาว ๆ เพื่อใช้เป็ไส้ชนวน ปล่อยให้ปลายอีกข้างยื่นออกมาข้างนอกจากนั้นเขาแนบขวดไว้กับมืออย่างระมัดระวัง
“เฮ้แค่นี้น่าจะพอนะ เริ่มกันเลยไหม”
เคนจิวางพลุที่พวกเขาเพิ่งได้มาจากห้องเก็บของลงบนพื้นยังมีบางส่วนเหลือเก็บไว้ในกระเป๋าเป้อีกจำนวนหนึ่ง
เรย์พยักหน้าให้อีกฝ่ายเป็สัญญาณตามแผนที่พวกเขาวางเอาไว้
“หวังว่าจะได้ผลนะ”
เคนจิเปิดหน้าต่างบานกระจกเลื่อนภายในห้องสายลมยามค่ำคืนโชยมาอย่างแ่เบาเขาลงมือจุดชนวนพลุทั้งหมดก่อนเขวี้ยงลงไปยังกลางสนามเบื้องล่าง
เสียงของมันดังก้องสนั่นต่อเนื่องส่องสว่างพร่าพรายเป็ประกาย ดึงดูดพวกตัวประหลาดนั่นลงไปยังชั้นล่าง
พวกเขาอาศัยจังหวะนี้ช่วยกลบเสียงฝีเท้ารีบวิ่งไปยังบันไดหนีไฟตรงบริเวณสุดทางเดินของอีกฟาก