F-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง)

    12.ตรอกคนตาย

        ปะ พวกเราเดินไปดูรอบๆนี้ก่อน เสียงเอ่ยปากชวนดังออกมาจากปากของวิทย์ สาวน้อยที่กำลังจ้องมองใบหน้าของเขาอยู่นั้น ผงกหัวเป็นเชิงตอบรับเบาๆ ทั้งสองไม่รู้ว่าจะทำอะไรก่อนดี เพราะวิทย์ก็ถือว่ายังใหม่อยู่สำหรับโลกวิญญาณแห่งนี้ แพรก็พึ่งจะเข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรกวันนี้คงได้แต่ต้องหาข้อมูลที่นี่ให้ได้มากที่สุด วิทย์เอ่ย โทรศัพท์มือถือของวิทย์ถูกเปิดขึ้น สายตาของเขาจ้องมองไปยังหน้าต่างสนทนา ของหน้าจอเกมส์ เขารอ รอคำตอบจากใครสักคน ใครก็ได้            ...เราควรทำอะไรก่อนดีให้อยู่รอดที่นี่...นี้เป็นคำถามของเขาที่กรอกลงไปนี้เป็นคำถามที่ไม่ว่าใครก็คงอยากรู้คำตอบเอามากๆ เงียบ ไม่มีใครตอบ เขาได้แต่จ้องอยู่อย่างนั้น และเดินไปข้างหน้า  ด้านหน้าเป็นทางคอนกรีตตรงไป วงแสงนี้มีด้วยกันทั้งหมด 2 ชั้นด้วยกัน วงในสุด สีทองเข้มสุด วงสุดท้ายสีส้ม ในวงแสงสีส้มนี้มันทำให้ พวกวิญญาณ ที่เร่ร่อนอยู่ด้านในมึนงง เดินไปเดินมา บ้างก็ยืนนิ่งๆ ไม่ได้ดุร้ายอะไร แต่สภาพของแต่ละคนนี้ดูแทบไม่ได้เลย มีชายคนหนึ่ง ใบหน้าหายไปซีกหนึ่ง มีหนอนตัวอ้วน ดิ้นดุกดิกๆออกมาจากรหูของเขา แพร มองจ้องอยู่นานก่อนจะ โกงคออ้วกออกมาด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว สองมือของหล่อน ปล่อยจากการเกาะแขนของวิทย์ ก่อนจะโค้งตัวลงไปอ้วกราวกับคนเมา            ไหวไหม?            ไม่เป็นไรพี่ หนูแค่ยังไม่ชิน พวกนี้มันอะไรกันพี่ ฟอร์ด บอกว่าเป็นวิญญาณคนที่ตายแล้ว ผีหรือเปล่าพี่            จะว่าแบบนั้นก็ได้มั่ง จริงสิ ถามฟอร์ดให้ทีว่าเราควรทำอะไรตอนนี้            อืม ฟอร์ดบอกว่าเราต้องชำระวิญญาณเหล่านี้ให้ไปสู่สุคติ เธอบอกว่าพี่ทำได้ แค่ทำลายดวงวิญญาณพวกนี้ด้วยมือ  พวกที่เข้ามาในเขตอาคมนี้มันจะไม่ทำร้ายใคร            อืม งั้นเรามาทำลายวิญญาณเร่ร่อนพวกนี้กันก่อน                 หนูทำไม่ได้ค่ะ ฟอร์ด บอกว่าหนูต้องมีอาวุธอาคมก่อน หาซื้อได้ที่ Shop            เครพี่ดูให้แปบ ว่าแต่ ทำไมพี่ทำได้ละ            พี่มีตราประทับวิญญาณแล้วก็เลยทำได้ และพี่ก็ใช้ อาวุธ อาคมที่ขายใน Shop ไม่ได้ด้วย            อ่าวงานเข้าอีกแล้ว แล้วพี่ใช้อะไรได้บ้างละที่นี่            ไม่รู้ เธอตอบ แพรพูดออกมาแบบไม่ทุกข์ร้อนเท่าไร            อืมๆ มีมีด กับธนูไม้ ที่ซื้อได้ อย่างละ 150 G พี่มี 250 G จะเอาอะไร            หนูขอ ธนู ดีกว่ามีดคงไม่ไหว พวกนี้น่าแขยงชะมัด            ได้ ธนู 150 ลูกอีก 25 ดอก 50 G รวมเป็น 200 G เฮ่อ! วิทย์ถอนหายใจออกมาดังๆอาลัยอาวรณ์ให้กับการใช้เงินของเขาเอง ยังไงก็ของมันต้องมีละนะ ช่วยไม่ได้บ่นมั่นใจ  แล้วก็ยื่น ธนู พร้อมลูกให้กับ แพรไป หลังจากนั้นทั้งสองก็กวาดล้างวิญญาณเร่ร่อนที่หลุดเข้ามาใน วงแสงรอบนอกสุดจนหมดแพรใช้ธนูได้ดีและลูกธนูก็ไม่ได้หายไปไหนหลังจากยิงออกไปมันก็ตกอยู่ใกล้ๆแถวๆที่เหล่าวิญญาณเร่ร่อนสลายไป  ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น พวกมันไม่สู้ ไม่หนี เพียงแต่เดินวนไปวนมาทำตัวโง่ๆรอการชำระจากทั้งสองก็เท่านั้น งานนี้จึงเป็นเรื่องง่ายมาก สำหรับทั้งสองคน วิทย์ ก็ออกกระบวนท่ามวยไทย หมัดเท้า เข่า ศอกไปเรื่อย ส่วนแพรก็ราวกับซ้อมยิงธนูก็ไม่ปาน            ผ่านไป สี่ ชั่วโมง ดวงวิญญาณเร่ร่อนที่เข้ามาติดอยู่ในวงแสงวงนอกสุดก็หมดลง แล้วสิ่งอัศจรรย์ที่สุดก็เกิดขึ้น แสงสีทองสาดส่องไปทั่วบริเวณละอองอณูสีทองของดวงวิญญาณมากมายที่ถูกกำจัดลงในวงแสงศักดิ์สิทธิ์ วงนอกสุดลอยเขาไปภายในวงแสงด้านใน กินเวลานานนับนาที สร้างความแปลกใจให้กับท้องสองคนในยามนี้ไม่น้อย            มันเกิดอะไรขึ้น   แพรถามออกมาด้วยความฉงน            ไม่รู้สิ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน  ยังไงลองถามคู่หูของแพรดูก่อนไหม            อะอืม!เธอบอกว่าประตูมิติเชื่อมต่อสถานที่ แต่ไม่มีรายละเอียดอะไรอีก เธอไม่รู้ว่าปลายทางเป็นที่ไหนอืม!ยังไงเราลองดินเข้าไปดูกันก่อน วิทย์ไม่อาจประมาทได้ แม้จะค่อนข้างแน่ใจว่าที่นี่ปลอดภัย แต่ก็ต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน ร่างทั้งสองเดินหน้าตรงกลับเข้าไปยังวงแสงศักดิ์ด้านในด้วยความระแวดระวังตัวทันทีที่ทั้งสองก้าวผ่านวงแสงเข้ามาก็ต้องตะลึงตาค้างอีกครั้ง  ด้านหน้าทั้งสองเป็นถนนสายหนึ่ง ที่มีบ้านเรือนสมัยเก่า เรียงรายออกไปจนสุดถนน ถนนเส้นนี้ทอดยาวออกไปมากเท่าไรไม่ทราบได้ ปลายสุดถนนเป็นเสาหลักเมืองสีทองอร่ามมี อักขระสีทองลอยหมุนวนอยู่รอบๆ  มองเห็นได้แต่ไกล  มันสวยงามวิจิตรด้วยลายกนก ที่แกะสลักบนเสาหลักเมืองต้นนี้ แสงสีทองอ่อนๆส่องแสงเรืองรองออกมาเป็นระยะ ถัดไปจากเสาหลักเมืองต้นนั้นมองเห็นเป็นเพียงหมองปกคลุมหนาแน่นมองไม่เห็นสิ่งใดอีก  สองข้างทางเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ขาย เปิดร้านขายของกันเรียงราย แต่ละร้านเรียงกันไปจนสุดถนน ผู้คนมากมาย ไม่สิ ดวงวิญญาณมากมายเดินไปมากันให้วุ่นวาย บ้างจับจ่ายซื้อของต่างๆราวกับว่าที่นี่เป็นตลาด ใช้ มันคือตลาด            ทั้งคู่กวาดสายตาไปรอบๆ            ที่นี่ที่ไหนพี่วิทย์            พี่ก็ไม่รู้ วิทย์ตอบออกไปเมื่อถูกถาม            ดูนั้นสิ ด้านหลังพวกเรา นั้นมันภาษาอะไร  วิทย์หันกลับไปมองด้านหลังทันที ตามที่ แพรร้องบอก มีประตูโขงคล้ายกับประตูทางเข้าวัด ไม่ผิดเพี้ยน  แพรชี้มือไปที่ตัวหนังสือด้านบนประตู มันเป็นอักขระ บางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน            ภาษาอะไรกัน  พี่ก็ไม่เคยเห็นมาก่อน อ๊ะ ยาย!   สายตาของวิทย์ก็ไปตกอยู่ที่หญิงชราท่าทางใจดี สวมชุดไทยโจงกระเบนสทองเสื้อสีขาวถือไม้ตะพดอันเล็กๆในมือขวา ยืนอยู่ข้างๆ ตัวของเขา ไม่รู้ว่าเธอมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร            อืม!ข้าเองแหละ ทำไมรึเจ้าหนู เอ๋!แม่หนูข้างๆเอ็งใช้ได้นิ น่ารักทีเดียว แล้ว หนูมากับไอ้คนไม่ได้เรื่องแบบนี้ได้ยังไงแม่หนู            ยายเจ้าที่ส่งสายตาสงสัยพร้อมกับถามออกไป แพรวที่ทำหน้าตะลึงอยู่ในคราแรก ผงะถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง ด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไป            ยะยาย พี่เหรอพี่วิทย์ แพรถามวิทย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ            ชิ!จะแตกตืนไปทำไม ยายแก่จิปากออกมาอย่างไม่ชอบใจ ก่อนที่จะไม่สนใจแพรอีก            ยายเจ้าที่ บ้านพี่เองนะ และยังเป็นต้นตระกูลพี่เองประมาณว่าญาติผู้ใหญ่มากๆของพี่นะ วิทย์แนะนำออกไปสวัสดีค่ะคุณยาย แพรยกมือไหว้อืมไหว้พระเถอะลูก ดี ดี มีสำมาคารวะต่อผู้หลักผู้ใหญ่ ยายเจ้าที่เอ่ยชมออกมาว่าแต่ ไหนเทพอารักษ์บอกว่ายายเสียตบะไปมากจวนเจียนที่วิญญาณจะแหลกสลาย แล้วยายออกมาได้ยังไง  ผู้เป็นเหลนถามออกมาท่าทางฉงน            หึ ก็แค่ที่นี่แหละที่ข้าออกมาได้ปกติ  และข้าคิดว่าคงต้องอยู่ที่นี่สักพักดีกว่าสิงอยู่ในเหรียญนั้น  จนกว่าตบะจะคืนมา ขืนรอให้แกช่วยอย่างเดียว คงได้ดับศูนย์ไปจริงๆก็เท่านั้นความรู้พื้นฐานก็ไม่มี วิธีเอาตัวรอดก็ห่วยแตก ตอนนี้เอ็งยังงงกับชีวิตเอ็งอยู่เลย จะทำอะไรจะไปไหน เอ็งยังไม่รู้ แล้วเอ็งจะช่วยข้าได้อย่างไร ยายแก่บ่นออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับเหลนของเหลนของเหลนของตนเอง ไม่รู้เลยว่า วิทย์มันเป็นเหลนรุ่นไหนของตนกันแน่ แต่ก็ต้องพึ่งพามันละนะ            ก็จริงของยาย วิทย์ยอมรับออกมา พร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ เพราะตนเองไม่รู้จริงๆว่า จะทำอะไรจะไปทางไหน            หึ แต่ก็ยังที่หาที่นี่เจอละนะ มันไม่ง่ายนักหรอกที่จะเข้ามาที่นี่ได้ ตามมา ถึงจะโง่ไปหน่อย แต่ฉันก็จะช่วย เอ้อ!ยายเจ้าที่ ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ถึงแกจะไม่มีลมหายใจแล้วก็ตาม ทั้งสองเดินตามแก่ที่ลอยตัวนำหน้าทั้งสองไปอย่างช้าๆ เพราะยายเจ้าที่ไม่ได้ก้าวขาเลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าสังเกตดีๆทุกๆคนที่อยู่ที่นี่ก็ไม่มีใครก้าวขาเลยแม้แต่น้อย ทำให้ทั้งสองคน กลายเป็นจุดสนใจของดวงวิญญาณที่นี่ไปในทันที  เสียงซุบซิบมากมายดังไปตามถนนทันทีที่ทั้งสองเดินผ่านไปคนเป็น นี้ๆ ดูนั้นสิ คนเป็นมาที่นี่ได้ยังไง หญิงแก่ที่ยืนซื้อของอยู่สะกิดคนข้างๆ ให้มองมาทางทั้งสองมันไม่แปลกหรอกพวกหมอผี พ่อมด ก็มากันออกบ่อย            ไม่ๆ ไม่ใช่หมอผีแน่ๆ ดูสิ พวกนั้นมีตบะญาณที่อ่อนแอเบาบางที่สุด แต่ทำไมมีรังสีอันตรายออกมาจากพวกมัน อันตราย อันตราย  เธอพูดซ้ำๆ แล้วถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ผู้คน รอบข้างต่างแหวกทางออกไปทันทีทั้งสองคนทำหน้างง งวยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเพียงยายแก่เจ้าที่ที่เดินอยู่ด้านหน้าเท่านั้นที่ รู้ว่าเพราะอะไร เพียงไม่นาน ยายแก่ก็พาทั้งคู่เลี้ยวขวาเข้าไปยังร้านเล็กๆร้านหนึ่ง ที่มีป้ายหน้าร้าน เล็กๆที่เขียนด้วยอักขระ ที่อ่านไม่ออกอ่า มีลูกค้า มีลูกค้า ลูกค้ามา เดซี่ เดซี่ เดซี่  วิญญาณตัวเล็กหน้าตาแปลกๆไม่เหมือนมนุษย์ ร้องออกมาจากด้านหลังเค้าเตอร์ แขนของมันโบกไปมาพร้อมกับมือที่ว่างเปล่าไร้นิ้วมือ ใช่มันมีแค่มือ แต่นิ้วมือทั้งหมดหายไป แขนทั้งสี่ข้างโบกไปมา หากมองดูดีๆ ชิ้นส่วนของร่างวิญญาณตนนี้  ทั้งแขน และขา คอ หัว ตัว ของมันไม่ได้ต่อกันจริงๆ ใช่มันเพียงเรียงกันเป็นร่างของเขาทั้งๆ ที่ ชิ้นส่วนต่างๆของเขามันแยกออกจากกันชัดเจนมีช่องว่าให้มองทะลุไปได้         เดซี่ เจ้า พวกเจ้าลูกค้า เชิญ เชิญด้านใน เชิญ เจ้าต้องการคำแนะ นำ สำหรับร้านของข้าหรือไม่ เจ้า หรือ เจ้าจะเอาคนนำทาง เจ้าต้องบอก ต้องบอก ... มันพูดๆไม่หยุด ตั้งแต่เห็นพวกเขาสามคนเดินเข้ามา แขนท่อนบนของมันหมุนไปหมุนมาดวงตาก็เลือกออกไปคนละทางต้องการคนแนะนำ  ยายแก่เป็นคนเอ่ยออกมาได้ซิ ได้เลย ได้ๆ เดซี่ เดซี่ ลูกค้ามา ลูกค้า..วิทย์ที่ยืนมองอยู่ด้านหลังพลางนึกในหัว   ถ้าเข้าต้องคุยกับเจ้านี้คงต้องอึดอัดตายแน่ๆ พ่อค้าคนนี้ ดูมันพูดจาแปลกๆยังไงพิกล กว่าจะรู้เรื่องแต่ละอย่างนี้ทำเอาเหงื่อตก  ไม่รู้ว่ามันมาเป็นพ่อค้าได้อย่างไรไม่นานก็มิวิญญาณ ร่างเล็กๆสีเขียวลอยออกมาจากด้านหลังเค้าเตอร์อันเดิม รูปร่างเล็กๆมีหน้าตาเหมือนตุ๊กตาบาบี้ไม่ผิดเพี้ยน ใช่แล้วนี่มันตุ๊กตาบาบี้ที่มีวางขายกันทั่วไปที่โลกมนุษย์แน่นอน            ข้า เดซี่ ยินดีต้อนรับ อย่าไปสนใจเจ้าบ้า เนล มันเป็นวิญญาณไม่สมประกอบป้ำๆเป๋อแบบนี้ประจำ ไม่รู้ว่าเมื่อไรเจ้าของร้านจะซ่อมมันซักที  นี่มันก็ทำให้ลูกค้าสับสนในบางครั้งละนะ ไปเลยเข้าไปดูแลหลังร้านโน้นเจ้าบ้า เนล เดซี่ร้องไล่เสียงดังเกินตัวอันเล็กจิ๋วของมันมาก  แล้วให้ เนวเนว ออกมาอยู่ตรงนี้แทน....  เดซี่พร่ำบ่นออกมายาวเหยียดโดยไม่สนใจพวกเขาทั้งสามเลย  นี่เป็นการต้อนรับลูกค้าที่แปลกมาก  ทั้งสองคนที่ยืนนิ่งไม่พูดอะไรอยู่ด้านหลังยายเจ้าที่ แน่ละ เมื่อไม่รู้เรื่องอะไร สู้เงียบไว้จะดีกว่า            อะแฮม! ยายเจ้าไอออกมาเบาๆเพื่อเรียกความสนใจ            อ๊ะ!ลูกค้า โทษที ข้ามัวแต่จัดการกับเจ้าบ้าพวกนี้ที่มันเอ๋อๆ ไม่สมประกอบ ข้าละไม่ชอบเลยพวกที่ไม่เต็มเต็งแบบนี้ ข้าไม่รู้ว่าข้าทนอยู่กับพวกมันได้อย่างไร แต่ก็แบบนี้ละนะ ผู้ดูแลร้านจ้างพวกมันมา  ข้าก็คงได้แต่ทนพวกมัน.....บนไปยืดยาวอีกครั้ง            อะแฮม! ยายเจ้าไอออกมาเบาๆอีกครั้งเพื่อเรียกความสนใจ  เราต้องการขายของ            อ๊ะ!ขายของสินะ พวกเจ้าอยากจะขายอะไรละ เดซี่ ที่ยืนอยู่บนเค้าเตอร์พูดออกมา ปีกสองคู่เล็กๆของเธอขยับไปมา            เหรียญปากผี เราจะขายเหรียญปากผี ไอ้หนู เอาเหรียญมา            อ๊ะ! ไม่มี ผมจะไปมีมันได้ยังไง วิทย์ร้องออกมาด้วยความงุนงง            มีสิ เอ็งกำจัด วิญญาณเร่ร่อนพวกนั้นเอ็งก็จะได้เหรียญปากผีมา  ยายเจ้าที่บอกออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย            ที่ไหน ผมไม่เคยเห็นของแบบนั้นเลย ไม่เคยเก็บได้ด้วยซ้ำ  วิทย์ ยังปฏิเสธเสียงแข็งโป๊ก! โอ๊ย!เสียงไม้ตะพด เคาะลงบนหัวของวิทย์ จนเจ้าตัวต้องร้องเสียงหลงออกมา เอามือลูปหัวปอยๆตามมาด้วยเสียตะคอกไม่พอใจของยายเจ้าที่            แล้วเอ็งเก็บของไว้ที่ไหน มันก็อยู่ที่นั่นแหละ รีบดู เดี๋ยวก็เคาะอีกซักโป๊กสองโป๊กหรอกวิทย์นึกถึงคลังมิติของเขาทันที ภายในนั้นมีเหรียญสีดำสนิท ราบเรียบไร้ลวดลาย เป็นเพียงโลหะเหมือนเหรียญบาท วางอยู่กองหนึ่ง 579 เหรียญ ไม่ต้องนับจำนวนของมันเลยด้วยซ้ำ ของที่อยู่ในคลัง ถึงจะวางไม่เป็นระเบียบก็ตาม เขาก็รู้ว่ามันมีอะไรบ้าง จำนวนเท่าไร มันไม่ค่อยเหมือนเกมส์ที่เขาเล่นๆผ่านมาที่คลังจะมีตารางเป็นช่องๆ แต่นี่ไม่ มันเป็นห้องโลง มีของอยู่ไม่กี่อย่าง ปืนกับกระสุนของเขาก็ไม่อยู่แล้ว มันหายไปตั้งแต่ตอนที่เกือบตาย ครั้งก่อน ตอนนี้ มีเพียงเหรียญ และผ้าเก่าๆ อีกกองหนึ่ง****จริงๆพระเอกจะมีนิสัยกวนๆหน่อยๆชอบหยอกล้อคนแก่แบบแนวๆรักคนแก่ชอบทำให้ผู้สูงวัยอารมณ์ดีอะครับ*****ตอนนี้ ผมอ่านและแก้ไขคำผิดไปแล้วแต่ก็ยังไม่แน่ใจว่ามันหมดหรือยัง รูปประโยคที่ติดขัดไม่สวยงามก็แก้ไขแล้ว แต่ต้องแจ้งก่อนนะครับว่าบางทีคนเขียนมีไอเดียกระฉูดออกมาแบบรีบๆ ทำให้ตอนพิมพ์ต้องพิมพ์ด้วยความเร่งรีบ รูปประโยคจึงไม่ชัด คำตกก็มีมาก พยายามแก้ไขอยู่ครับ เพื่อนๆนักอ่านที่อ่านเจอจุดไหนไม่ดีไม่เหมาะก็คอมเม้นบอกหน่อยจะเป็นกำลังใจผู้แต่งอย่างสูง