Time and Space ห้วงความทรงจำรักในต่างโลก (Yaoi)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 44 สะเทือนลั่นพิภพ (2) หมวดที่ 2 ภารกิจทดสอบ: ราชวงศ์จิ้นเหนือ

            เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของเด็กหนุ่ม เหล่าเสนาบดีต่างตกใจจนหน้าถอดสี พลางลุกขึ้นพร้อมกันเจิ้งอี้เฉิงก็ไม่ต่างจากพวกเขาที่แสดงอาการตกใจและตื่นเต้น  

            ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์เรียกซูอวี้จ้งมาอยู่ข้างๆ แล้วพูดกับขุนนางคนสำคัญว่า “เขาเป็นบุตรกำพร้าของรัชทายาท ในปีนั้นพระชายารัชทายาทได้ให้กำเนิดพระโอรสองค์โตเวลานั้นเรายังไม่ทันได้ประทานชื่อให้เขาก็เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน นับตั้งแต่นั้นมา เราคิดว่าความตายได้พรากพวกเราจากกันตลอดกาล ไม่คิดเลยว่ารัชทายาทได้จัดการทุกอย่างก่อนวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว โดยให้องครักษ์ที่เราพระราชทานให้เขาพาเด็กทารกหนีออกจากทะเลเพลิง เพื่อภายหน้าเหตุการณ์พลิกผันกลับมาหาเรา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เขาจึงพาเด็กไปส่งให้ซูอ้ายชิงและฝากให้เขาเลี้ยงดูวันนี้จ้งเอ๋อร์เติบโตอย่างปลอดภัย จึงสามารถบันทึกลงบนแผนภูมิหยกประจำราชวงศ์และได้สืบเชื้อสายตามลำดับเชื้อพระวงศ์ของตนเองตอนนั้นที่เราส่งคนไปเพื่อประทานชื่อให้เขาภายหลัง วันนี้เขากลับมาใช้ชื่อเดิมได้แล้วทว่าซูอ้ายชิงอุ้มชูพระราชนัดดาของเรามากว่าสิบปี บุญคุณนี้ยากลืมเลือน จึงให้ ‘จ้ง’ เป็นชื่อเล่น เรียกจ้งเอ๋อร์เหมือนเดิมเถิด”          

            ซูตงเฉินรีบคุกเข่าทันที “กระหม่อมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางพระทัยจากรัชทายาท กระหม่อมยอมตายอย่างจงรักภักดี การตอบแทนบุญคุณเป็นหน้าที่ของกระหม่อม ดังนั้นจึงไม่บังอาจเรียกว่าเป็น ‘บุญคุณ’ ทูลขอความกรุณาฝ่าบาททรงนำคำนี้กลับคืนกระหม่อมตายหมื่นครั้งก็ไม่อาจรับไว้ได้พ่ะย่ะค่ะ”  

            ฮ่องเต้ตรัสด้วยรอยแย้มสรวล “ซูอ้ายชิงไม่จำเป็นต้องถ่อมตัวเราบอกว่าเจ้าสมควร เจ้าก็สมควรได้รับ”  

            ซูตงเฉินกลับยืนกรานไม่ยอมรับไว้ “จวนอันกั๋วกงได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากฮ่องเต้มาทุกรุ่นบรรพบุรุษต่างอบรมสั่งสอนให้จงรักภักดีต่อฮ่องเต้และรับใช้บ้านเมืองกระหม่อมเพียงทำตามหน้าที่ ไม่ควรได้รับคำสรรเสริญเช่นนี้มิฉะนั้นกระหม่อมยอมตายเพื่อตอบแทนพระคุณของฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ”  

            หากฮ่องเต้ยังกล่าวต่อไปอีก เท่ากับบีบบังคับให้เขาไปตายแล้วแน่นอนว่าตอนนี้ไม่อาจเป็นเช่นนั้นได้ ดังนั้นพระองค์จึงแย้มพระโอษฐ์แล้วเปลี่ยนคำพูด “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ช่างเถิด คำว่า ‘จ้ง’ สำคัญมาก ในฐานะหลานชายฮ่องเต้ที่เกิดจากพระชายาเอก ทว่ากลับเติบโตนอกวังช่วงเวลานี้ไม่อาจลืม… อืม แม้จ้งเอ๋อร์ไม่ได้เข้าพิธีสวมกวาน ทว่าสามารถตั้งชื่อรองให้ก่อนได้รอเขาโตเป็นผู้ใหญ่ค่อยใช้อีกครั้ง เจิ้งอ้ายชิง จ้งเอ๋อร์เป็นหลานของเจ้าเจ้าคิดชื่อรองให้เขา คิดว่าอย่างไร? ”  

            กระบอกตาของเจิ้งอี้เฉิงร้อนผ่าว เขาครุ่นคิดอย่างรอบคอบ ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธและกล่าวกับเสนาบดีที่เหลือว่า “ข้าทำงานกับใต้เท้าทุกท่านมาหลายปีแล้ว ในเมื่อฝ่าบาททรงไม่รังเกียจ คงดีกว่าหากทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันคิดชื่อรองให้พระราชนัดดาของฮ่องเต้แล้วค่อยให้ฝ่าบาทพิจารณาอีกที”  

            ก่อนหน้านี้เหล่าเสนาบดีเคยคิดว่าหนิงอ๋องต้องได้ตำแหน่งแน่นอนผู้ใดเล่าจะรู้ว่าพระราชนัดดาจะโผล่ออกมาจากฟากฟ้าดูจากท่าทีฝ่าบาทก็รู้โดยไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความ ราชวงศ์จิ้นเหนือนับตั้งแต่ก่อตั้งอาณาจักรมาพวกเขาให้ความสำคัญกับการสืบสันตติวงศ์เป็นอย่างมาก ในตอนนั้นรัชทายาทเป็นพระโอรสองค์โตที่เกิดจากพระมเหสีเอกหยวนโฮ่วทั้งพระราชนัดดาของฮ่องเต้ก็เป็นพระโอรสองค์โตที่พระชายาเอกในรัชทายาทให้กำเนิดซึ่งสืบสายเลือดโดยตรงอย่างที่ไม่อาจปฏิเสธได้เป็นไปได้มากว่าฮ่องเต้มาดหมายให้พระราชนัดดาของพระองค์เป็นมกุฎราชกุมาร ในเวลานี้การผูกมิตรกับหลานชายฮ่องเต้ไม่เพียงทำให้ฮ่องเต้ประทับใจในตัวพวกเขามากขึ้นทว่าการเอนเอียงน้ำหนักไปทางพระราชนัดดาของฮ่องเต้ยังเป็นประโยชน์และไม่เสียหายต่อตำแหน่งและอนาคตของครอบครัวตนเองอีกด้วย            

            ฮ่องเต้รับสั่งให้ซูตงเฉินยืนขึ้นและนั่งลงอีกฝั่ง จากนั้นก็ดึงมือของพระราชนัดดามากุมไว้พลางแย้มสรวลขณะที่มองเหล่าเสนาบดีอ้างอิงข้อมูลที่หลากหลาย พูดกันคล่องแคล่วปานน้ำไหลไฟดับ และโต้เถียงกันเองอยู่ครึ่งค่อนวันก่อนจะได้ชื่อรองที่เหมาะสมที่สุดว่า ‘หยวนจ้ง’ ซึ่งฮ่องเต้พอพระทัยเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าซูตงเฉินและซูอวี้จ้งก็แสดงออกว่าชื่นชอบมากเช่นกัน  

            ฮ่องเต้ทรงประทับอยู่ที่จวนอันกั๋วกงราวครึ่งค่อนวัน หลังจากเสวยพระกระยาหารกลางวันเสร็จก็เสด็จกลับวังก่อนลุกขึ้น พระองค์ทรงแย้มพระโอษฐ์และตรัสว่า “พรุ่งนี้เราจะมารับจ้งเอ๋อร์กลับวังซูอ้ายชิงเตรียมตัวให้จ้งเอ๋อร์ คนที่คอยติดตามจ้งเอ๋อร์ก่อนหน้านี้ก็ให้ตามเข้าวังไปด้วยเพื่อคอยอยู่รับใช้จ้งเอ๋อร์ชั่วคราว เรื่องอื่นของจ้งเอ๋อร์ไม่ต้องกังวลเราจะสั่งให้คนมาจัดการอย่างเหมาะสม”  

            ซูตงเฉินและซูอวี้จ้งกล่าวขอบคุณพร้อมกัน จากนั้นก็ส่งฮ่องเต้ออกจากจวน   

            จนกระทั่งฮ่องเต้และขุนนางทั้งหมดจากไป ซูอวี้จ้งจึงเดินตามบิดากลับไปที่ห้องหนังสือกระบอกตาของเขาแดงก่ำ “ท่านพ่อ”           

            ซูตงเฉินดึงเขาเข้ามากอดในอ้อมแขน ตบไหล่ของเขาแผ่วเบาแล้วกล่าวปลอบโยนเสียงนุ่ม “จ้งเอ๋อร์อย่าเศร้าไปเลยเจ้าเป็นสายเลือดโดยตรงของรัชทายาท ดังนั้นก็ควรกลับไปหาบรรพบุรุษที่จากมาจากนี้ไปเจ้าจะต้องกตัญญูต่อฝ่าบาทแทนเสด็จพ่อ ทั้งยังต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อล้างแค้นให้เสด็จพ่อและเสด็จแม่เจ้าต้องปกป้องตนเองให้ดี อายุยืนยาวร้อยปีเช่นนี้จะได้ไม่ทำให้รัชทายาทและพระชายารัชทายาทผิดหวังรวมถึงคนเหล่านั้นที่บุกน้ำลุยไฟเพื่อเจ้า และคนที่ตั้งความหวังกับเจ้าไว้สูง”   

            ซูอวี้จ้งพยักหน้าอย่างรวดเร็ว พลางสะอื้นเล็กน้อย “ขอรับ ลูกเข้าใจ… ลูกเพียง… คิดถึงท่านพ่อ… ท่านพี่… ท่านปู่… ”  

            ซูตงเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “อีกไม่กี่ปีเจ้าก็สามารถออกจากวังมาสร้างจวนได้แล้วแม้อยู่ในวังก็มีโอกาสให้พวกเราได้เจอกันไม่น้อย เมื่อก่อนทุกๆ เดือนหรือสิบเดือนพ่อถึงจะกลับมาภายหลังก็จะเป็นเช่นเดิม ในอดีตพวกเราเจอกันในจวน ในอนาคตก็สามารถเจอกันในวังได้เป็นไปได้ว่าฝ่าบาทจะพาเจ้ามาว่าราชการด้วย พวกเราก็จะได้เจอกัน”         

            “อืม ลูกเข้าใจขอรับ” ซูอวี้จ้งอารมณ์ดีขึ้นมาทันทีและหัวเราะทั้งน้ำตา  

            สองพ่อลูกปรึกษากันว่าจะพาผู้ใดเข้าวังบ้างส่วนฮ่องเต้ที่อยู่ในห้องทรงงานก็รับสั่งให้กรมโยธาธิการซ่อมแซมวังตะวันออก  

            ในราชสำนักพลันเกิดความโกลาหล ทุกคนต่างคาดเดาว่าในที่สุดฮ่องเต้ก็ตัดสินพระทัยแต่งตั้งหนิงอ๋องเป็นรัชทายาท บางคนเฝ้ารอ บางคนเรียกประชุมเสนาธิการทหารลับๆบางคนหารือกับขุนนางใหญ่ในค่ายเดียวกัน บางคนรีบไปหาหนิงอ๋องที่จวนเพื่อส่งของขวัญแสดงความภักดีเมืองหลวงปั่นป่วนวุ่นวาย วังหลังก็ไม่สงบเช่นกันทุกคนต่างพากันไต่ถามเจตจำนงที่แน่ชัดของฝ่าบาท  

            อย่างไรก็ตาม ฮ่องเต้ไม่ได้ปล่อยให้พวกเขารอนานเกินไปวันรุ่งขึ้นพระองค์ได้ชี้แจงในราชสำนักว่า หนานกงจี๋ พระราชนัดดาที่เกิดจากพระชายาเอกของรัชทายาทยังมีชีวิตอยู่ ซูตงเฉินเลี้ยงดูมานานนับสิบปี บัดนี้ได้เติบโตและจะกลับมาที่วังหลวงเพื่อรับเกียรติยศที่เขาสมควรได้รับซูตงเฉินช่วยเหลือพระโอรสของรัชทายาทอย่างไม่เกรงกลัวอันตราย ทั้งยังตกอยู่ในอันตรายหลายครั้งจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดและได้อบรมเลี้ยงดูเขามากว่าสิบปี รวมถึงผลงานการสังหารผู้บุกรุกและปกป้องดินแดนทางตอนใต้ด้วยเหตุนี้จึงพระราชทานบรรดาศักดิ์อู่หนิงโหวสืบทอดไปสามชั่วอายุคนบุตรคนโตของซูตงเฉินอย่างซูอวี้เมิ่งก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหลานชายรุ่นแรกของอันกั๋วกงที่จะสืบทอดบรรดาศักดิ์กั๋วกงในอนาคตหากซูตงเฉินมีลูกชายคนที่สองก็สามารถสืบทอดบรรดาศักดิ์โหวได้ อันกั๋วกงสอนลูกชายได้เหมาะสมทว่าภรรยาเอกเป็นภัย ดังนั้นข้อดีข้อเสียจังหักล้างกัน ไม่ได้รับคำชมและไม่ได้รับโทษ  

            ทันทีที่มีพระบรมราชโองการ ขุนนางทุกคนต่างก็ถกเถียงกันใหญ่ไม่รอให้ฝ่ายตรงข้ามหาเหตุผลที่เหมาะสม ฮ่องเต้ก็ส่งคนไปรับหนานกงจี๋ผู้เป็นพระราชนัดดาเข้าวังและประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน            

            หนานกงจี๋สวมใส่ชุดพระราชนัดดาของฮ่องเต้ ซึ่งฝ่ายเครื่องแต่งกายรีบจัดทำถวายเขาเดินย่างเท้าเข้าไปในวังด้วยท่าทีสงบและมั่นคง   

            หนานกงจี๋เดินมาถึงใต้ขั้นบันไดสู่พระราชวังและทำพิธีคำนับ “หนานกงจี๋เข้าเฝ้าเสด็จปู่ ขอเสด็จปู่ทรงพระเจริญหมื่นปี”  

            ฮ่องเต้ทรงแย้มพระสรวลอย่างปีติแล้วตรัสว่า “ดีๆเข้ามาเถิด”  

            “ขอบพระทัยเสด็จปู่” หนานกงจี๋ยืนขึ้นแล้วเดินไปทางฝั่งที่หนิงอ๋องอยู่ก่อนจะคำนับเขา “เสด็จลุงรอง” จากนั้นก็เดินไปยืนด้านหลังอย่างนอบน้อม   

            ฮ่องเต้หันศีรษะอย่างร่าเริงไปมองซูตงเฉินที่ได้รับอนุญาตให้เข้าราชสำนักเป็นกรณีพิเศษ “ซูอ้ายชิง เจ้าปฏิเสธที่จะแต่งงานใหม่มาสิบกว่าปีเพื่อหลานชายข้า ความซื่อสัตย์จงรักภักดีควรค่าแก่การตอบแทน  

            ตอนนี้พระราชนัดดาได้กลับมาที่วังแล้ว เจ้าควรพิจารณาเรื่องการแต่งงานเจ้าอยู่ในช่วงอายุสามสิบ มีบุตรชายเพียงคนเดียวก็คงอ้างว้างอยู่บ้างหากเรามาเป็นพ่อสื่อ เจ้าจะว่าอย่างไร? ”          

            ซูตงเฉินใจกระตุก ทว่าไม่สามารถปฏิเสธได้ เขาจำใจต้องก้าวออกมาคำนับ “กระหม่อมขอบพระทัยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของฝ่าบาท”  

            ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้เคยกล่าวว่าจะไม่มอบสมรสพระราชทานให้ทว่าไม่ได้รับปากว่าจะไม่เป็นพ่อสื่อยามนี้เมื่อคิดได้อย่างมีไหวพริบ ในใจจึงรู้สึกพอใจอย่างมาก พระองค์ลูบเคราด้วยรอยแย้มสรวลและตรัสว่า “องค์หญิงฉงอานอายุน้อยกว่าซูอ้ายชิงไม่กี่ปีสวรรค์ช่างสรรค์สร้างมาให้เป็นคู่กัน เรามองว่าไม่มีคู่ใดเหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว”  

            ราชวงศ์จิ้นเหนือไม่มีกฎว่าราชบุตรเขยห้ามรับตำแหน่ง ในทางกลับกัน พวกเขาถูกให้ความสำคัญมากกว่า ดังนั้นฮ่องเต้จึงจงใจทาบทามองค์หญิงฉงอานที่เป็นแม่หม้ายให้ซูตงเฉินเหล่าขุนนางมองดูก็ทราบว่านี่คือบุญคุณตบตา  

            ซูตงเฉินทำอะไรไม่ถูก ทว่าจะทำเป็นไม่รู้ผิดชอบชั่วดีก็ไม่ได้ จึงทำได้เพียงแสร้งขอบคุณด้วยความประหลาดใจ “กระหม่อมมีความดีความชอบเพียงเล็กน้อย หาได้สลักสำคัญอันใดกระมัง? หากองค์หญิงไม่รังเกียจ ก็เป็นกระหม่อมที่อาจเอื้อมแล้วกระหม่อมขอบพระทัยฝ่าบาท” เขาพูดพลางคุกเข่าด้วยความเคารพและโขกศีรษะคำนับอย่างจริงใจ           

            ฮ่องเต้มีความสุขยิ่งนัก พระองค์ทรงพระสรวลแล้วตรัสว่า “ดีๆ ”  

            เหล่าขุนนางพากันล้อเลียนและแสดงความยินดีกับฝ่าบาทที่ได้ราชบุตรเขยที่ดีรวมถึงแสดงความยินดีกับแม่ทัพใหญ่ซูที่ได้รับการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์โหว ได้สมรสกับองค์หญิงนับเป็นเรื่องมงคลที่มาพร้อมกัน ทั้งยังได้เลื่อนตำแหน่งไปอีกขั้น  

            ระหว่างทางกลับเมืองหลวง ซูตงเฉินถูกนักฆ่าลอบโจมตี และเพื่อช่วยชีวิตบุตรชายคนเล็กทำให้เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด ซึ่งเรื่องนี้ขุนนางใหญ่จำนวนไม่น้อยล้วนทราบดี ในอดีตยังคิดว่าเป็นศัตรูทางตอนใต้ของเขาตอนนี้เพิ่งเข้าใจ เกรงว่าคงเป็นเพราะหลานชายของฮ่องเต้ และเกรงว่าเรื่องที่คล้ายกันนี้จะไม่ได้มีเพียงหนึ่งครั้งบรรดาศักดิ์โหวถือเป็นสิ่งที่เขาใช้ชีวิตแลกมา แม้จะมีบางคนอิจฉาริษยา ทว่าส่วนใหญ่กลับจับตาดูอย่างเงียบงันไม่ถึงกับมองว่าเขาเป็นศัตรู ส่วนกองกำลังที่อยู่เบื้องหลังของพระโอรสทั้งสามพระองค์ แม้จะเกลียดเขามาก ทว่าไม่กล้ากระทำอย่างผลีผลาม การกวาดล้างครั้งใหญ่ของฮ่องเต้ก่อนหน้านี้ทำให้พวกเขาหวาดกลัวไม่น้อยและไม่ง่ายที่จะปกป้องตนเองดังนั้นในเวลานี้จึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม  

            วันนี้เป็นวันของซูตงเฉิน ชื่อของเขาดังกึกก้องไปทั่วเมืองหลวงและแพร่สะพัดออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็วเกรงว่าคงแพร่กระจายไปทั่วราชวงศ์ในเวลาไม่กี่วัน           

            สำหรับแรงกดดันที่ทยอยมาอย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าด้วยคำสรรเสริญหรือการฆ่าด้วยไม้กระบองซูตงเฉินและอันกั๋วกงได้เตรียมพร้อมทุกอย่าง และเตือนคนในจวนทั้งหมดล่วงหน้าว่าไม่อาจจองหองอวดดีหักด้ามพร้าด้วยหัวเข่า และจำเป็นต้องรอบคอบระมัดระวัง  

            ลำดับต่อมา การสมรสของซูตงเฉินและองค์หญิงฉงอานจะถูกจัดขึ้นอย่างจริงจังและเร่งรีบทำให้ซูตงเฉินปวดศีรษะไม่จบสิ้น โชคดีที่การออกเรือนขององค์หญิงมีกรมพิธีการเป็นคนจัดการและกรมวังได้จัดเตรียมความร่วมมือหลายอย่าง จวนอันกั๋วกงเพียงดำเนินการตามพิธีโดยไม่จำเป็นต้องลงแรงให้เปลืองเวลาแต่อย่างใด  

            เยี่ยนเฟ่ย ‘พูดคุย’ กับซูตงเฉินทุกวัน และถอนหายใจเรื่องการแต่งงานของเขาไม่หยุดแผนการไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่พวกเขาปูทางไว้ก่อนหน้านี้มากมายล้วนเปล่าประโยชน์คราแรกพวกเขาคิดจะ ‘เปิดเผย’ ความเป็นชายรักชายอย่างช้าๆ เพื่อที่จะเลี่ยงเสน่ห์เย้ายวนของสตรีทว่าตอนนี้กลับไม่กล้าพูดสักคำ มิฉะนั้นจะเป็นการดูถูกองค์หญิง หมิ่นเบื้องสูงและเป็นการฆ่าตัวตาย           

            “แต่งกับองค์หญิงก็ยังถือว่ามีข้อดีอยู่ ในอนาคตจะไม่มีผู้ใดกล้าส่งสนมผู้งดงามมาให้เจ้า” เยี่ยนเฟ่ยพูดติดตลก “เจ้ายังต้องหาทางทำให้องค์หญิงคลอดบุตรชายเพื่อสืบทอดบรรดาศักดิ์ของเจ้าไม่อย่างนั้นองค์หญิงไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ องค์หญิงฉงอานเป็นอาแท้ๆ ของพระราชนัดดา นิสัยซื่อตรง หนักแน่นเด็ดขาด มีนางคอยคุ้มกัน เจ้าไม่สามารถควบคุมฮ่องเต้หรือสั่งการใต้ฟ้าได้คาดว่าฮ่องเต้คงไม่คิดจะฆ่าเจ้าอีกแล้วกระมัง”  

            “คงใช่ อย่างน้อยฮ่องเต้ก็ให้ข้าแต่งงานกับองค์หญิงฉงอานที่อายุพอๆกัน นับว่าเป็นโชคดีในโชคร้าย หากปฏิบัติต่อข้าเป็นเว่ยชิง แล้วให้ข้าแต่งงานกับองค์หญิงรองที่แก่กว่าข้าสิบปีนั่นคงเอาข้าถึงตายแล้ว” ซูตงเฉินถอนหายใจ “ให้องค์หญิงคลอดบุตรชายเป็นพันธนาการที่เยี่ยมยอดสำหรับนางและข้า ถือเป็นวิธีการรูปแบบหนึ่ง”           

            ในยุคปัจจุบันมีหลายวิธีในการมีบุตร นอกจากนี้ยังควบคุมการมีบุตรได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการติดต่อกันอย่างใกล้ชิดระหว่างทั้งสองฝ่ายที่เป็นผู้ให้ยีนเนื่องจากเป็นการดำเนินการอย่างลับๆดังนั้นเทคโนโลยีรูปแบบนี้จะไม่เปลี่ยนกระบวนการทางประวัติศาสตร์ TASA อนุญาตให้ใช้การอย่างเงียบๆ ได้ในมิติเวลาอื่นภายใต้สถานการณ์บีบบังคับตราบใดที่ไม่ทำให้คนในพื้นที่รู้ก็ไม่นับว่าเป็นการละเมิดกฎ ซูตงเฉินและเยี่ยนเฟ่ยสงบลงมากเมื่อพูดถึงประเด็นนี้  

            เยี่ยนเฟ่ยรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย เขาและซูตงเฉินปฏิบัติภารกิจมากมาย อยู่ในมิติเวลาอื่นหลายภพหลายชาติและอยู่ด้วยกันเสมอในความเป็นจริง ทว่าพวกเขากลับบริสุทธิ์ผุดผ่องมาจนถึงทุกวันนี้ พลังหยางของไตยังอยู่ดี เมื่อเห็นว่าคนที่ชอบถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้อื่นเขาจึงเพิกเฉยไม่ได้ ทว่าไม่ต้องการให้มันส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของซูตงเฉิน ดังนั้นจึงพยายามควบคุมตนเองอย่างหนักก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มร่าเริง “วันใดที่เจ้าแต่งงาน ข้าจะช่วยเอง เจ้าไม่ต้องห่วง มีข้าอยู่ทั้งคน”  

            ซูตงเฉินตอบรับอย่างมีความสุข “ตกลง”

     

    คล้ายกับเรื่องTime and Space ห้วงความทรงจำรักในต่างโลก (Yaoi) ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530