มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย

    ตอนที่ 149 เรามาแตกดับพร้อมกัน

    “เพลิงหยินเก้าเร้นลับ...” ลมหายใจของราชาหลัวซาหวู่ซิ่นกระชั้นขึ้น ผู้ปกครองเมืองเต็มสุขแห่งนี้ เขาเคยได้ยินเพลิงหยินเก้าเร้นลับสี่คำนี้มาก่อน


    เพลิงหยินแยกออกมาได้หลายแบบ และแบบที่น่ากลัวที่สุดแบบหนึ่งก็คือ เพลิงหยินเก้าเร้นลับ ในตำนานของโลกฝึกตนบอกไว้ว่า นี่คือสมบัติที่ได้รับการปกป้องของนิกายเส้นทางปีศาจหลัวซา เพลิงหยินสีเขียวของเขาจะว่าไปก็ได้อยู่ แต่มันไม่ได้เมื่อเอาไปเทียบกับเพลิงหยินเก้าเร้นลับ เพลิงหยินของเขามันเป็นได้แค่ตะกอนที่ไร้ค่า


    “แม้ว่าจะเป็นเพลิงหยินเก้าเร้นลับ แล้วยังไง!” ราชาหลัวซาหวู่ซิ่นไม่นานก็สงบลง และจากนั้นก็เยาะเย้ย “เจ้าไม่ใช่อะไรมากไปกว่าผีตัวเล็กๆ ต่อให้เอาเพลิงฟ้าเก้าซ่อนเร้นมา ก็เหมือนเดิม เจ้าก็ยังไม่สามารถควบคุมมันได้! เชื่อฟังและตายซะ!”


    พร้อมกันนั้น มือขวาของเขาก็ระเบิดเพลิงสีเขียวทึมๆ ออกมา หลังจากนั้น เขาก็สั่นแขนขวาของเขา กลุ่มก้อนของเพลิงสีเขียวทันใดนั้นก็เคลื่อนขึ้นมา หุ้มหมัดขวาของเขาไว้ จากนั้น พร้อมกับเสียงคำราม เขาก็ต่อยลงไปที่ฉินเฉา


    “ไร้ความหมาย” ฉินเฉาแค่ยื่นกรงเล็บขวา ซึ่งลุกไหม้ไปด้วยเพลิงโชติช่วงสีขาวขึ้นไป จากนั้นก็รวมเข้ากับกรงเล็บ “ชิมพลังสุดยอดของเทพปีศาจนี่ซะ...ขย้ำปีศาจเก้าเร้นลับ!”


    น้ำเสียงของฉินเฉาตกลง กรงเล็บสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหยกพุ่งออกไป


    ตูม! หมัดขนาดใหญ่ตกลงมาบนขย้ำปีศาจของฉินเฉาที่ยื่นออกไป สิ่งแปลกๆ ก็เกิดขึ้น อากาศรอบๆ แกว่งไปมา คลื่นอากาศที่รุนแรงกระจายออกไปทุกที่


    หมัดของราชาหลัวซาหวู่ซิ่นถูกบังคับให้หยุดโดยฝ่ามือบางๆ ของฉินเฉา พื้นดินใต้เท้าฉินเฉาแตกออก ถูกทำลายภายใต้แรงกดดันของพลังของทั้งสอง ทำให้เศษหินฟุ้งกระจาย


    “แค่ก!” ปากของราชาหลัวซาหวู่ซิ่นกระอักเพลิงเขียวที่มีพลังชีวิตของเขาออกมา หัวใจเขาสั่น และถอยหลังไปหลายก้าว


    “ปะ เป็นอย่างนี้ได้ยังไง!”


    ตาของฉินเฉาหม่นแสงนิดหน่อย เขาหดมือกลับคืน และพึมพำกับตัวเอง


    “ฟู่ วิญญาณนี้อ่อนแอจริงๆ”


    “ฮึ่ม!” ราชาหลัวซาหวู่ซิ่นสังเกตฉากนี้ เขาขบฟัน และตะโกนออกมาเสียงดังราวฟ้าผ่า


    “กับวิญญาณของแก มาดูกันว่าแกจะทนหมัดของข้าได้กี่หมัดกัน!” พร้อมกันนั้น ราชาหลัวซาหวู่ซิ่นก็ยกมือที่หุ้มไว้ด้วยเพลิงหยิน และฟาดลงที่ฉินเฉาพร้อมเสียงคำราม


    “ไม่ดีแล้ว...” ฉินเฉายังคงยิ้มได้ “นอกจากขย้ำปีศาจเก้าเร้นลับ นิกายหลัวซาของเรายังมีวิชาลับอีก”


    หลังจากพูดอย่างนั้น ฉินเฉาก็ยื่นกรงเล็บออกไป ด้วยนิ้วกลางและนิ้วชี้ กลุ่มของเพลิงสีขาวที่กำลังลุกไหม้ได้ลุกไหม้อยู่บนปลายนิ้วทั้งสอง


    “แม้ว่าความแข็งแกร่งของร่างวิญญาณนี้จะทำได้แค่ลุกไหม้ เร้นลับที่ 7 แต่แค่จัดการกับราชาหลัวซาตัวนี้ แค่นี้ก็พอ! วิชาอัญเชิญเก้าเร้นลับ ขุนพลผีเก้าเร้นลับ!”


    น้ำเสียงของเขาตกลง กลุ่มของเพลิงขาวโชติช่วงบนปลายนิ้วของเขา ทันใดนั้นก็เปลี่ยนไปเป็นเพลิงดำโชติช่วง


    จากนั้น ร่างฉินเฉาก็สั่น เพลิงโชติช่วงบนปลายนิ้วของเขา ทันใดนั้นก็กระโดดออกไปจากนั้นก็กระจายออก ราวกับแบ่งเซลล์ มันกระจายกันเป็นกลุ่มเพลิง 7 กลุ่ม ลุกไหม้อยู่รอบๆ ร่างฉินเฉา


    ภายในพริบตา เพลิงทั้ง 7 กลุ่มได้ลดขนาดลงพร้อมกัน


    แต่เวลานี้ หมัดของราชาหลัวซาหวู่ซิ่นได้ฟาดลงมาถึงแล้ว


    ตูม! เพลิงที่ลดขนาดลง ทันใดนั้นก็ลุกพรึบ และพลังที่รุนแรงก็พุ่งออกไปพร้อมกัน ปะทะกับหมัดของราชาหลัวซาหวู่ซิ่นที่ฟาดลงมาโดยตรง


    “อ๊ากกก!” ราชาหลัวซาหวู่ซิ่นกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด หดมือของเขากลับ และถอยหลังไปหลายก้าวอย่างควบคุมไม่ได้ ชนเข้ากับบ้านรอบๆ หลายหลัง


    จากนั้น ตาของเขาก็เบิกกว้างอีกครั้ง เห็นเพียงแค่ จุดที่เขาเหวี่ยงหมัดลงไปเมื่อกี้ มีร่างในชุดเกราะสีดำลึกลับ รวมทั้งหัวหน้าของเขาซ่อนอยู่หลังดาบนักรบคู่ และร่างของเขาลอยอยู่ในอากาศ


    ร่างของนักรบหุ้มด้วยควันสีดำอย่างหนาแน่น ซึ่งแทบจะสูงถึงสามเมตร ใบหน้าที่ซ่อนอยู่เหมือนจะปิดบังจิตสังหารที่แข็งแกร่งเอาไว้ ราชาหลัวซาหวู่ซิ่นรู้สึกว่าข้างในเกราะนั้น มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องเขาด้วยความต้องการสังหาร


    นี่ทำให้ราชาหลัวซาหวู่ซิ่นสั่นไปทั้งตัว ความรู้สึกกลัวนี้ ฝังลึกลงไปถึงวิญญาณ


    ความรู้สึกนี้ เขาไม่เคยรู้สึกถึงมันมาก่อน แม้ว่าเขาจะเผชิญหน้ากับคู่ปรับเก่าจงขุ่ย!


    “วิชาอัญเชิญเก้าเร้นลับ...” ราชาหลัวซาหวู่ซิ่น ทันใดนั้นก็สังเกตว่าวิชาอัญเชิญนี้เป็นหนึ่งในวิชาลับของนิกายหลัวซา เพลิงหยินเก้าเร้นลับ รวมกับ พลังในการอัญเชิญปีศาจที่ทรงพลังจากนรกเก้าเร้นลับ เพื่อช่วยโจมตี


    ขุนพลผีเก้าเร้นลับนี้ สร้างมาจากนรกที่เจ็ด (จากทั้งหมดเก้านรก) ความแข็งแกร่งของมันเทียบได้กับระดับร่างทองคำ (ขั้นที่ 7) ในโลกของการฝึกตน และรุนแรงอย่างมาก


    แกรก แกรก! ขุนพลผีตัวนั้น ทันใดนั้นก็ดึงมือออกมา วาดดาบยาวสองเล่มบนเอวของเขาออกมาตรงหน้าราชาหลัวซา พร้อมตั้งท่ากากบาท แสงสีดำสองแสงลอยออกมาตัดผ่านกากบาทนั้น


    “อ๊า!” ราชาหลัวซาหวู่ซิ่นคำรามออกมาเสียงดัง รีบขยับหลบไปด้านข้าง หลบแสงสีดำ


    แสงกากบาทตกลงบนผิวหน้าของพื้น และพื้นทันใดนั้นก็แยกออกไปสองเสี่ยง ราวกับโลกทั้งใบถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วน


    หลี่ที่อยู่ใกล้ๆ ตะลึง ถูกฉินเฉาทำให้กลัวจนทำอะไรไม่ถูก เขาเข้าใจความแข็งแกร่งของฉินเฉาดี ซึ่งยังอยู่ในชั้นกลางของขั้นหลอมจิต เสนาธิการปีศาจ (ขั้นกลาง ขั้นที่ 3)


    แต่ความแข็งแกร่งของเขาที่ปรากฏออกมาตอนนี้ ใกล้เคียงกับร่างทองคำ (ขั้นที่ 7) โดยเฉพาะ ขุนพลผีดำนั่นที่เขาอัญเชิญมา ความแข็งแกร่งของมันอยู่ในจุดสูงสุดของร่างทองคำ ซึ่งทำให้ผู้คนสั่นไปด้วยความกลัว


    วูบบบ! ขุนพลผีที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ ทันใดนั้นก็ยกดาบทั้งสองเล่มขึ้น เอียงขึ้น และเหมือนกับมิสไซล์ เหวี่ยงไปที่ราชาหลัวซาหวู่ซิ่นตัวใหญ่


    “อ้ากกก!” ราชาหลัวซาหวู่ซิ่นรีบตอบสนอง เขารีบฟาดฝ่ามือไปที่ขุนพลผีนั่น


    ปัง! มือใหญ่ยักษ์ของเขาตบเข้าด้วยกัน ตบขุนพลผีราวกับกำลังตบยุง


    แต่ใครจะรู้ ดาบคู่ของขุนพลผีหยุดอยู่ที่ด้านข้าง แสงสีดำทั้งสองลอยเข้ามาตัดมือของราชาหลัวซาหวู่ซิ่น ฝ่ายราชาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด มือเขาสั่น ร่างของเขาถอยกลับไปอย่างต่อเนื่อง แทบจะล้มลงกับพื้น


    “ย่าห์!” ขุนพลผีคำรามออกมา ดาบคู่ของเขายังคงปล่อยคลื่นดาบสีดำออกไปอย่างต่อเนื่อง ฟาดเข้าใส่ราชาหลัวซาหวู่ซิ่นซ้ำไปซ้ำมา


    “อ๊ากก!” ก่อนที่คลื่นดาบจะไปถึง ราชาหลัวซาหวู่ซิ่นในที่สุดก็คำรามออกมาอย่างทนไม่ไหว “ข้าจะกลับมาเอาคืน!”


    เมื่อน้ำเสียงของเขาตกลง ร่างขนาดใหญ่ของเขาจู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นควันสีดำ และกระจัดกระจายเข้าไปในพื้น คลื่นดาบก็ตกลงไปที่พื้น ตัดมันเปิดออกเป็นรอยแตกลึก 2 รอย


    “ฮึ่ม ถือว่าเจ้าหนีเร็ว!” ฉินเฉาพ่นลมออกจมูกอย่างเย็นชา เขาโบกมือ ขุนพลผีทันใดนั้นก็หายเข้าไปในกลุ่มเพลิง 7 กลุ่ม และจากนั้นก็เรียกมันกลับเข้าร่าง


    “หึ วิญญาณนี้อ่อนแอจริงๆ ...ข้าต้องกลับแล้ว สิ่งที่ทำไปถือว่ายกประโยชน์ให้เจ้าหนูนี่แล้วกัน...” เขาถอนใจ จากนั้นก็มองขึ้นไป และกางแขนออก ควันสีดำพุ่งขึ้นไป และลอยเข้าไปในระฆังที่อยู่กลางอากาศ


    ในที่สุด ร่างของฉินเฉาก็ตกลงมาบนพื้น ระฆังสีดำกลับเข้าไปในร่างของเขา ร่างอรหันต์ปีศาจของฉินเฉาก็เปลี่ยนกลับเป็นวิญญาณธรรมดา ตาของเขาเหมือนกำลังสับสน และขาของเขาอ่อนแรง


    “มะ เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?” ฉินเฉารู้สึกไร้พลัง เหมือนกับความแข็งแกร่งถูกดูดออกไป


    หลี่พุ่งเข้ามา และช่วยประคองเขาขึ้นจากพื้น


    “หลี่ เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกับฉัน?” ฉินเฉาส่ายหัวเพื่อให้หายงง และถามออกไป


    “ไม่มีอะไร เจ้าแค่ทำลาย และจัดการจนราชาหลัวซาหวู่ซิ่นหนีไป” หลี่ข้ามเรื่องสำคัญ


    “ฉันจัดการราชาหลัวซาหวู่ซิ่นจนหนีไปจริงๆ?” ฉินเฉาอ้าปากกว้าง “ดูเหมือนว่ารัศมีพุทธนี้ก็มีประโยชน์ แต่ว่าคงจะใช้มากไป มันทำให้ฉันงงไปหมด”


    “อาจเป็นเพราะเจ้าแยกกับร่างกายมานานแล้ว เรารีบกลับไปข้างบนกันเถอะ”


    หลี่รีบพูด


    “ได้ ฉันยังต้องช่วยพาเบบี้ไปเจอแม่ของเธอเป็นครั้งสุดท้ายอีก” ฉินเฉาพยักหน้า หายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้ง พยายามรักษาสติ และออกจากเมืองเต็มสุขไปพร้อมกันกับหลี่


    ทางกลับของพวกเขาปกติอย่างมาก เพราะว่าพวกเขาไม่พบผู้คนตามทางเลย


    ฉะนั้น ไม่นาน พวกเขาก็ผ่านเส้นทางกระดูกในยมโลก และกลับขึ้นไปบนโลก


    มันเลยช่วงกลางคืนไปแล้ว ฉินเฉาและหลี่ออกมาจากประตูนรก และยืนอยู่ตรงหน้าคฤหาสน์ตระกูลเหลียว


    พระอาทิตย์แขวนอยู่เหนือหัววิญญาณของพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะรู้สึกไม่ค่อยสบาย แต่มันก็ไม่เป็นอันตรายกับพวกเขา


    “เจ้าอยากจะพาวิญญาณเหลียวชาชากลับก่อน หรือจัดการเรื่องของหลี่เสี่ยวอ้ายก่อน?” หลี่กลับมาเป็นเหมือนเดิม ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา


    “พาเหลียวชาชากลับก่อน!” ฉินเฉาคิดอยู่ชั่วขณะแล้วพูดว่า “ถ้าเรารอนานกว่านี้ ร่างของเธอจะเย็นซะก่อน!”


    “ดี” หลี่หยักหน้า และหยิบเอาไม้แกะสลักออกมา ปากของหลี่พึมพำคาถาไม่กี่คำ ทันใดนั้นวิญญาณของเหลียวชาชาก็ลอยออกมาจากไม้แกะสลัก และลอยลงมาบนพื้น


    “ร่างของนายก็จะเย็นด้วย!” เหลียวชาชาได้ยินอย่างชัดเจนกับเรื่องที่ฉินเฉาและหลี่คุยกันเมื่อกี้ กระทืบเท้าฉินเฉาอย่างไม่พอใจ และคำรามอย่างโกรธๆ ว่า “คุณหนูคนนี้แม้ว่าจะตาย แต่ศพก็ยังหอม!”


    “ชิ เธอคิดว่าเธอเป็นกลิ่นหอมของเมียน้อยหรือไง (หมายความว่ากลิ่นหอมของเมียน้อยจักรพรรดิเชียนหลง) !” ฉินเฉากลอกตาของเขา “ถึงแม้จะตายก็ยังมีกลุ่มผึ้งมาร่วมงานศพ”


    “ผึ้งอะไร ผีเสื้อต่างหาก ผีเสื้อ ตกลงนะ!”


    “หือ ผีเสื้อ” ฉินเฉายกยิ้ม “ไม่กี่วันร่างของเธอก็ไม่ได้ล้อมรอบด้วยผีเสื้อ แต่เป็นแมลง”


    “ฉินเฉา...” เหลียวชาชากอดเอวฉินเฉาไว้ และมองมาที่เขาด้วยท่าทางเสียใจอย่างสุดซึ้ง


    “อะไร? เธอต้องการอะไร? อย่าข่มขืนฉันนะ ฉันเป็นคนรักครอบครัว”


    “ไม่ต้องกลับแล้ว เรามาแตกดับไปด้วยกันเถอะ...”


    “เหลวไหลน่า!” ฉินเฉาขมวดคิ้ว ยื่นมือออกไปจับเอวของสาวน้อย และวางเธอพาดบ่าของเขา จากนั้นก็ตบก้นเธอสองครั้งอย่างไม่ปรานี “รักตัวเองหน่อย กลับบ้านพร้อมคุณลุง พี่สาวลู่ลู่ของเธอเป็นห่วงอยู่นะ!”


    พร้อมกันนั้น เขาก็ผ่านประตูคฤหาสน์พร้อมทั้งแบกสาวน้อยไปด้วย ฉินเฉาถอนหายใจ ในใจคิดว่าสภาพคนตายแบบนี้สะดวกมากไปแล้วจริงๆ ถ้าเป็นไปได้ เขาจะพุ่งไปส่องที่ห้องอาบน้ำสาว นั่นคงจะสุดยอดมากๆ เลย


    เมื่อพวกเขากลับเข้าไปที่ห้องรับแขก ฉินเฉาก็พบหยูลู่ที่กำลังกอดร่างของเขาอยู่ หัวซบกับไหล่ของเขา พร้อมกับหลับไปอย่างเหนื่อยล้า


    “ผู้หญิงคนนี้ แม้ว่าฉันจะตาย เธอก็ยังล่วงเกินร่างกายฉัน”


    “เหอะ!” เหลียวชาชาอยากจะถุยน้ำลาย “พี่ลู่ลู่หมดแรงชัดๆ เจ้าตัวลามกใหญ่อย่างนายนั่นแหละที่ล่วงเกินเธอ!”


    “เหลวไหล! เห็นชัดๆ ว่าเธอเป็นคนกอดฉัน! ดูนั่น เธอคิดว่าเธอเอามือไว้ที่ไหน! พระเจ้า ความบริสุทธิ์ของฉัน!”


    ฉินเฉาชี้ไปที่มือของหยูลู่ที่วางอยู่ที่ขาขวาของเขาไม่ไกลจากจุดสำคัญ


    “ฉินเฉา ถ้านายยังปากเสียกับพี่ลู่ลู่อีก ฉันจะตีนาย!” เหลียวชาชาระเบิดความโกรธออกมาอย่างตรงไปตรงมา ชกไปที่กลางตัวของฉินเฉา


    “เอาล่ะ เอาล่ะ รีบกลับเข้าร่างของเธอได้แล้ว จำไว้ ดูแลร่างของฉันด้วย!” ฉินเฉารีบพูด เวลานี้ หลี่ก็ใช้คาถาของเขา เขายื่นมือออกไป และผลักวิญญาณของเหลียวชาชา วิญญาณของเธอลอยและเข้าไปในร่างที่กำลังนอนอยู่บนโซฟา


    จบตอน


    *หลัวซา ของ ราชาหลัวซาหวู่ซิ่น คือ นิกายหลัวซา (รากษส) 1 ใน 6 นิกายของฝ่ายอสูร ปีศาจ


    **หลัวซา นิกายหลัวซาของพระเอกหายสาบสูญไปแล้ว (มั้ง) เหมือนจะถูกทำลายไปหลายพันปีแล้ว

    คล้ายกับเรื่องมายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย ที่คุณอ่าน