You Are My Light 28 ((ตอนจบ))
วันนี้ฉันเข้ามหาลัยแต่เช้าเพื่อยื่นเื่จบตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อวานก็คุยกับคุณหยางแล้วเรียบร้อยตกลงให้เขาได้ทำหน้าที่พ่อของซันไชน์แค่บางครั้งตามความเหมาะสมภายใต้เงื่อนไข ถ้าเมื่อไหร่เขามีคนที่ถูกใจและพร้อมที่จะแต่งงานเขาต้องเลิกยุ่งกับซันไชน์ทุกกรณี เขาเองก็มั่นใจและยอมรับเงื่อนไข ที่ตกลงแบบนั้นเพราะจันทร์เ้าเองก็จำเขาไม่ได้จันทร์บอกแค่ว่ารู้สึกเ็ปลึกๆเวลาเห็นเขาแต่ไม่รู้ว่าเขาคือใคร ฉันอธิบายเื่ราวต่างๆให้จันทร์ฟังเล่าเท่าที่ฉันรู้จากที่จันทร์เคยเท่าให้ฟัง บทสรุปคือฉันให้เขาได้เพียงเท่านั้น ฉันรู้ว่าเงื่อนไขมันฟังดูเห็นแก่ตัวแต่สำหรับคนที่ทำให้พี่กับหลานฉันเป็แบบนั้นแค่นี้มันก็ยังถือว่ามากพอแล้วล่ะ
ส่วนเื่ครอบครัวบอสฉันเองก็ไม่รู้ว่าควรวางตัวยังไง ในเมื่อทั้งแม่และน้องสาวเขาต่างก็ไม่ได้ชอบหรือเอ็นดูอะไรพวกฉันั้แ่แรก การก้าวออกมาแบบนี้มันดีที่สุดแล้วสำหรับฉันกับลูก แต่บอสนั่นก็ครอบครัวเขาฉันเลยเลือกที่จะไม่เล่าอะไรออกไปกลัวว่าครอบครัวเขาจะมีปัญหา ยิ่งเขาเพิ่งเปิดใจคุยกับคุณรอนแล้วด้วยฉันยิ่งไม่อยากบอกเขา
“ขอบคุณนะคะ” ฉันเอ่ยบอกคนที่กำลังทำหน้าที่ขับรถ เขาหันมามองแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองถนนต่อ
“ขอบคุณเื่อะไรครับ” บอสถาม
“ก็เื่ที่ร้านไงคะที่คอยช่วยทุกอย่างเลย แล้วก็เื่อื่นๆด้วยมันเยอะมากเลย”
“หึหึ แค่หนูบอกพี่ยอมทำให้ทุกอย่าง” เขาว่าแบบนั้นก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปยังร้านอาหารร้านหนึ่ง
“ถึงแล้วครับ” บอสหันมาบอก เอื้อมแขนมาปลดเข็มขัดให้หลังจากที่เขาปลดเข็มขัดตัวเองเสร็จ แต่เมื่อปลดให้ฉันเสร็จเขาไม่ได้ถอยออกห่างแต่เขาใช้มือประคองที่ท้ายทอยฉันก่อนจะโน้มใบหน้าต่ำลงมาจนริมฝีปากเราแตะกันเบาๆ ริมฝีปากร้อนแตะลงมาแช่ไว้เบาๆก่อนจะเริ่มขยับจูบอย่างเชื่องช้าและอ่อนโยน ไม่รู้ว่าเขาจูบนานแค่ไหนแต่หัวใจฉันมันยังเต้นรัวเร็วและรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งท้อง เมื่อเขาผละออกห่างเราจ้องตากันไม่กี่วิเขาก็โน้มต่ำลงมาจูบอีกครั้งเบาๆ
“ทำไมใส่ชุดนักศึกษาแล้วมันได้อารมณ์อ่ะ” คนหื่นกระซิบข้างหูเบาๆก่อนจะร้องเจ็บเมื่อฉันตีมือลงบนต้นแขนของเขา
“ก็มันจริงนี่”
“พอเลย ไม่ต้องมามองแบบนั้น ทำไมมือเร็วแบบนี้!” ฉันเหวใส่เขาเสียงเข้มเมื่อพบว่ากระดุมสองเม็ดแรกถูกปลดออกจากรัง บนเนินอกยังมีรอยแดงริ้วเป็รอยนิ้วมือ มันยังดีที่รถเขาติดฟิล์มกันแดดสีทึบอย่างน้อยก็เบาใจว่าคนข้างนอกจะไม่เห็น แต่นี่อะไร มือไวเกินไปแล้ว
“ขอโทษครับ เดี๋ยวพี่ใส่ให้” มือร้อนยื่นมาติดกระดุมให้ทั้งยังเช็คประโปรงและเสื้อ ก่อนลงจากรถเขาหยิบเสื้อแจ็คเก็ตติดมือมาให้ฉันสวมก่อนเข้าร้านอีกด้วย มือร้อนเอื้อมมากุมมือฉันเดินไปที่โต๊ะที่มีเพื่อนของเขานั่งอยู่รวมถึงคุณกรด้วย พวกเขาน่าจะนัดกันหรือไม่ก็บังเอิญเจอนะ
“กูเจอมันมาคนเดียวเลยชวนมันมานั่งด้วยกัน คงไม่เป็ไรใช่ไหม” คุณหยางเอ่ยถาม
“ไม่เป็ สั่งยังน้องยังไม่ได้ทานอะไรเลยั้แ่เช้า” บอสเลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง
“เอะอะน้องหิว ชวนไปกินเหล้าไม่ว่างอยู่กับน้อง เฮอะ! ใช่สิพวกกูไม่ใช่น้องนี่” คุณกรทำหน้างอนบอสแต่คุณหยางกับบอสกลับหัวเราะซะอย่างนั้น
“เออ ไม่ใช่น้องก็ทำใจนะ” บอสตอบกวนๆ เขายังคุยเล่นกับเพื่อนแต่มือเขาเอื้อมมาวางที่ต้นขาฉัน ก่อนจะเอียงหน้ามากระซิบบอกเบาๆ
“ถอดแจ็กเก็ตมาคลุมเข่าครับ” ฉันทำตามอย่างว่าง่ายระหว่างที่ถอดเขาเองก็ช่วยด้วย ซันไชน์พอเห็นฉันนั่งลงก็ยิ้มกว้างจะเข้ามาหาแต่ติดที่ว่ามีผู้ชายตัวโตสองคนนั่งกั้นไว้นี่แหละ
“หาม๊า”
“กรมึงขยับ ลูกกูจะมาหาม๊าเขา” บอสบอกเพื่อน คุณกรหัวเราะน้อยๆก่อนจะขยับลุกอุ้มไชน์มาส่ง
“ขอบคุณครับ” ไชน์หันไปบอกคุณกรก่อนจะปีนผ่านบอสเขามานั่งคั่นกลางระหว่างฉันกับบอส ที่ร้านเป็โต๊ะแบบโซฟาเวลานั่งเลยค่อนข้างสบายหน่อย
“วันนี้ซนไหมครับ”
“ไม่ซน เป็เด็กดีมากๆเลยครับ” ซันไชน์รายงานด้วยท่าทางอวดๆ ฉันหัวเราะน้อยๆก่อนจะคุยเล่นกับลูกระหว่างรออาหาร มีบางครั้งที่เงยหน้าตอบเพื่อนบอสเวลาพวกเขาถามฉัน
“ตะวัน”
“คะ?” ฉันเงยหน้ามองคนข้างๆ บอสน่ะ
“ทานข้าวบ้างครับ” อ่า เขาจะดุฉันอีกแล้วใช่ไหม
“ก็ทานอยู่” ฉันตอบเสียงงึมงำ
“มึงก็ดุน้องเกินไป”
“ถ้าไม่ห่วงกูก็ไม่ดุหรอกนะ”
“กูล่ะเบื่อมึงจริงๆ เห่อน้องไม่จบไม่สิ้น” ทั้งบอสและเพื่อนคุยเล่นกันอยู่นานสลับกับทานข้าว แต่ฉันก็ต้องใอย่างมากเมื่อลูกชายเลียนแบบคำพูดของบอสกับเพื่อนด้วยท่าทางหน้าตาใสซื่อ
“ม๊าๆ กูอยากกินไก่ทอด” กรี๊ด!!! ซันไชน์ลูก
“ซันไชน์ลูก หนูห้ามพูดคำนั้นนะครับ” ฉันเอ่ยสอนลูกอย่างใจเย็นทันที ส่วนอีกสามคนก็หน้าเหวอไปแล้วที่ได้ยินซันไชน์พูดแบบนั้น
“ทำไมอ่ะครับ ก็ป๊าพูด พ่อพูด ลุงกรพูด ไชน์เองก็พูดได้” วัยต่อต้านจริงๆสินะ่อายุประมาณนี้
“ป๊ากับเพื่อนป๊าสนิทกันมากๆไงครับ แต่มันก็เป็คำพูดที่ไม่ควรพูดนะ ถ้าหนูพูดก็จะไม่น่ารัก ม๊าก็จะไม่ชอบ”
“แต่ป๊าก็พูด” เด็กน้อยยังเถียงต่อ
“ขอโทษครับ ต่อไปป๊าจะไม่พูดแล้วครับ ไชน์ไม่ต้องพูดแบบป๊านะเข้าใจไหม มันไม่ดีเลยครับ” บอสเองก็สอนช่วยเช่นกัน
“ถ้าไชน์ไม่พูด ม๊าจะรักไชน์เหมือนเดิมใช่ไหม” เด็กน้อยยังคงต่อรอง
“ถ้าหนูไม่พูดคำหยาบ ไม่ดื้อและเชื่อฟังม๊า ม๊าก็จะรักไชน์ รักมากขึ้นเรื่อยๆๆเลยครับ”
“ครับ ไชน์จะไม่พูดอีกแล้วครับ”
“แต่เมื่อกี้หนูทำตัวไม่น่ารักที่พูดคำหยาบคายแบบนั้น ม๊าจะลงโทษโดยการห้ามดูการ์ตูนนะ” เมื่อบอกไปลูกชายก็พยักหน้ารับทั้งยังทำหน้ากรุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“เมื่อกี้ป๊าก็พูดไม่เพราะ ม๊าลงโทษป๊าด้วยสิครับ”
“เดี๋ยวๆ ทำไมมาลงที่ป๊าได้ล่ะ” บอสถามอย่างไม่เข้าใจ แต่เพื่อนเขาทั้งสองคนหัวเราะอย่างสนุก เมื่อซันไชน์ไม่ยอมบอสจึงเปลี่ยนมามองอ้อนฉันแทน
“งั้นคืนนี้ให้ป๊านอนคนเดียว โทษฐานที่พูดไม่เพราะดีไหมครับ” ฉันจ้องหน้าบอสอย่างผู้ชนะ แต่คนที่มีความผิดกลับทำหน้าตาละห้อยน่าสงสาร
“ทำไมใจร้ายกับป๊าแบบนี้ล่ะ” บอสเริ่มงอแง ยื่นมือมาเขี่ยแขนฉันอ้อนๆ
“คนผิดก็ต้องถูกลงโทษค่ะ” ยืนยันเสียงเข้ม บอสยิ่งทำตาละห้อย
“ฮาๆๆ ขำอ่ะน่าสงสารจังเลย” เสียงคุณกรและคุณหยางดังขึ้นแต่บอสคงจะแค้น เลยหาคนที่ต้องถูกลงโทษเป็เพื่อนเขา
“ตะวันครับ หยางก็พูดไม่เพราะต่อหน้าลูกนะ ความผิดหยางล่ะต้องลงโทษเหมือนกันนะ”
“เฮ้ย ไม่เกี่ยวนะตะวันอย่ามามองพี่แบบนั้น”
“งั้นพรุ่งนี้งดเจอซันไชน์นะคะคุณหยาง”
“โอ๊ย!! ไม่นะ จะไม่ลงแดงตายไปก่อนหรือไงล่ะไม่เจอลูกตั้งหนึ่งวันเลยนะ”
“สม ต่อไปนี้ใครพูดไม่เพราะไม่ต้องมาเจอกุ เอ่อ ไม่ต้องมาเจอผมกับลูกเลยครับ!!”
ต่อไป ทั้งบอสและเพื่อนเขาคงจะพูดกันเพราะพริ้งแน่ๆ ความห่วงไชน์ที่พวกเขามีให้เ้าลูกหมูของฉัน ยิ่งทำให้ฉันเริ่มรักและเชื่อใจพวกเขา ขอบคุณทุกคนที่เอ็นดูซันไชน์ ขอบคุณที่เขารักและเอ็นดู
ซันไชน์...
ม๊ารักหนูนะลูก...
บอส...พี่โรม หนูรักพี่นะ อยู่เป็รอยยิ้มและแสงสว่างให้หนูตลอดไปนะคะ...รักพี่นะ
==================================
มาถึงตอนสุดท้ายแล้วนะคะ ยาวมากๆสำหรับเื่นี้ ทิ้งปมพี่หยางกับจันทร์เ้าไว้เพราะบางที ความเ็ปเราก็ไม่ต้องเปิดเผยมันออกมาให้รับรู้ก็ได้ แต่คนที่รู้ตัวและเสียโอกาสไปขอให้เขาจดจำความผิดพลาดนั้นเป็บทเรียนและจงแก้ไขตัวเอง...
อีบุ๊ค คนหาในเม็บด้วยคำว่า Nanaกะหอยทาก ได้เลยค่ะ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ Nanaกะหอยทาก นะคะ
ปล.หลังวันที่ 5 ตุลาคม 2562 ถึงจะเปิดเื่ใหม่นะคะ เงื่อนไขเดิม คือจะอัพให้อ่าน 80% ฟรี
ขอบคุณสำหรับการติดตามน้องตะวันและคุณโรมค่ะ รักคนอ่านทุกคนนะคะ