รถยนต์ของวาตีขับถึงบ้านเมื่อตอนพลบค่ำฝนที่ตกติดกันหลายชั่วโมงเริ่มขาดเม็ด อากาศโดยรอบจึงยังคงชื้นไปด้วยความเย็นเฉียบเมื่อลงจากรถ สายลมที่พัดผ่านจึงก่อให้เกิดความรู้สึกหนาวเยียบจนต้องลูบท่อนแขนไปมา บ้านหลังนี้หล่อนเพิ่งย้ายมาอยู่เมื่อสามปีก่อนพร้อมกับครอบครัวตัวบ้านมีโครงสร้างเป็ ‘กล่องกลางกรุง’กำแพงปูนหนาทึบสูงท่วมหัวยาวจรดรอบทิศด้านหน้ามีประตูรั้วกรุอลูมิเนียมคอมโพสิตสำหรับเปิดเข้าออกทางรถยนต์ติดกันเป็ประตูเล็กตีไม้ซี่เป็แผงแนบชิดจนทึบข้างกันล้อมปูนขอบเตี้ยทาสีน้ำตาลเข้มเป็แนวยาว ตามกำแพงปลูกชาฮกเกี้ยนตัดแต่งทรงข้างประตูเล็กมีป้ายไม้แนวยาวเซาะตัวหนังสือเป็ร่องลึกลงสีขาวบนพื้นสีดำกำกับบ้านเลขที่ ‘777’
ด้านในถัดเข้าไปมีผนังปูนสีดำและต้นแคนาช่วยบังสายตาอีกชั้นเพื่อเพิ่มความเป็ส่วนตัวเว้นระยะพอให้มองลอดจากภายในได้...ตลอดทางเดินจากหน้าบ้านเข้าไปด้านในผ่านประตูไม้สีดำหุ้มบานกรอบเหล็กตกแต่งหมุดสร้างบรรยากาศขัดแย้งแบบตะวันออกเล็กน้อย ชั้นล่างกรุผนังหินสีดำเซาะร่องตัดกับพื้นทางเดินกรวดล้างสีขาวอีกฝั่งตรงส่วนกลางบ้านเป็สวนขนาดย่อมพื้นหญ้าสีเขียวตัดเรียบเตียนสลับกับเฟิร์นข้าหลวงล้อมดินซึ่งปลูกลีลาวดีเอาไว้มีแสงสีนวลกระจ่างจากโคมไฟอัพไลท์แบบเตี้ยสำหรับใช้ในสวนภายนอกสาดลงบนพื้นเห็นเงาของต้นไม้ยามค่ำ
แม่ของหล่อนชอบปลูกต้นไม้...ฉะนั้นต้นไม้ทุกชนิดในบ้านแม่จึงเป็ผู้เลือกและลงมือปลูกมันด้วยตนเองไปพร้อมกับคนรับจัดสวนโดยไม่เคยแสดงความเบื่อหน่ายหรือเหน็ดเหนื่อย เพราะแม่ใช้เวลาหมดไปกับต้นไม้ใบหญ้าอย่างน้อยก็้าจะทำตัวไม่ให้ว่าง เพื่อจะแก้ความคิดถึงพ่อซึ่งจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อหลายปีก่อน เหมือนเช่นวันนี้แม่ของหล่อนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวซึ่งตั้งอยู่กลางสวนโปร่งในมือถือนิยายเล่มหนึ่งเป็นิยายที่หล่อนเขียนเมื่อห้าปีก่อน...นิยายที่มีคู่รองเป็คนสูงวัยสร้างสีสันและต้นแบบนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นหล่อนถอดเอาชีวิตรักของพ่อกับแม่ไปผูกเป็เื่ราวให้ดำเนินไปตามครรลอง
“ทำไมมานั่งตากน้ำค้างอยู่ตรงนี้คะแม่”
วารีวางนิยายในมือลงบนตักเงยหน้ามองลูกสาวที่ก้าวมายืนชิดเก้าอี้ ส่งยิ้มให้อย่างเนือยๆ “อยู่ในบ้านมันอุดอู้น่ะแม่เบื่อ...ก็เลยมานั่งเล่น”
“แล้วทำไมแม่ถึงนั่งอ่านนิยายตรงนี้ล่ะคะแสงสว่างมีนิดเดียว สายตาจะเสียนะคะ”
“แม่นั่งอ่านไปนิดเดียวเองตั้งใจว่าจะเข้าบ้านอยู่เหมือนกันละ”
“ถ้าอย่างนั้นเข้าบ้านเถอะค่ะไม่รู้ว่าป้ารุ่งทำกับข้าวอะไรไว้ให้ทานมั่ง วาหิวจะแย่แล้ว”
วารีจึงผุดลุกขึ้นอย่างว่าง่ายแล้วเดินเคียงหล่อนเข้าไปในบ้านตรงไปยังส่วนที่กั้นไว้เป็แพนทรี่และโต๊ะรับประทานอาหารโดยออกแบบให้เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น ผนังมุมหนึ่งกรุกระจกทึบสีดำเกิดเงาสะท้อนเพิ่มมิติและความหรูหราส่วนผนังอีกด้านเป็ตู้เก็บของบานไม้สีขาวพ่นไฮกลอส
บนโต๊ะรับประทานอาหารมีกับข้าวสามอย่างทั้งประเภทแกง ผัดและทอด ป้ารุ่งซึ่งเป็พี่สาวของแม่และเป็ผู้ที่ดูแลทุกสิ่งภายในบ้าน จัดแจงคดข้าวหอมมะลิเรียงเม็ดสวยลงในจานทั้งสามแล้วลงนั่งบนเก้าอี้ที่ว่าง ปากก็บ่นพึมพำ
“ป้าบอกให้แม่ของวากินข้าวก่อนก็ไม่ยอมบอกว่าจะรอวากลับมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา ดูซิ...ป้าก็เลยต้องหิ้วท้องรอไปอีกคนถ้าวากลับมาช้ากว่านี้ ป้าได้พลอยอดไปนั่งดูละครกันพอดีวันนี้กำลังถึงตอนสนุกอยู่ด้วย”
ป้ารุ่งผู้เป็ป้าแท้ๆของหล่อนมักจะบ่นเรื่อยเปื่อยได้ั้แ่เื่สากกะเบือยันเรือรบมีทั้งเื่จุกจิกหยุมหยิมตามประสาคนที่ต้องดูแลบ้านช่องทุกกระเบียดนิ้วเื่ของคนข้างบ้านรวมถึงคนในซอยไม่เว้นแม้แต่เื่สัพเพเหระที่ไปนั่งจับกลุ่มฟังเขาเล่ามาที่ร้านทำผมหรือแม้แต่เื่ในแวดวงบันเทิงทั้งที่ชอบเปิดอ่านจากนิตยสารต่างๆหรือไม่ก็ละเม็งละครที่ดูจนติดแทบทุกเื่ั้แ่ภาคบ่ายยันภาคกลางคืนซึ่งหล่อนก็ฟังจนชินหูมาั้แ่ไหนแต่ไร บางครั้งจึงเออออห่อหมกไปตามเื่โต้ตอบกลับบ้างตามสมควร
“ละครเื่อะไรกันคะที่ป้ากำลังติด” หล่อนถามกลับแบบเรียบเรื่อยขณะมือข้างหนึ่งเอื้อมไปตักน้ำแกงราดลงในจานข้าว
“เื่ ลวงเงาทางช่อง 13 ไงละ แม่นางเอกคนน้องที่เป็ฝาแฝดน่ะ ช่างร้ายกาจเสียจริงเชียวตามไปราวีเมียหลวงไม่เว้นแต่ละวัน จนบ้านแตกสาแหรกขาด นี่ถ้าป้าเป็เมียอีตาผ.อ.จอมเ้าชู้นะป้าจะแอบไปตัดไอ้นั่นโยนให้เป็ดกินั้แ่รู้ว่าแอบไปมีเมียน้อยแล้วไม่ปล่อยให้ถูกสวมเขาแบบนี้หรอก”
ป้ารุ่งเล่าพลางเคี้ยวข้าวหยับๆตามประสาคนช่างจำนรรจาแต่หล่อนก็ชอบแกล้งขัดคอป้า “ละครมันก็คือละครนั่นแหละป้าคนเขียนบทเขาก็ปั้นเสริมเติมแต่งให้เื่มันสนุกสนาน เข้มข้น ชวนติดตามบางฉากมันก็เว่อร์เกินจริงซะด้วยซ้ำ”
“ก็คงอย่างนั้นแหละว่าแต่เมื่อไหร่จะมีละครที่ผู้จัดเขาสร้างจากนิยายของหนูอีกก็ไม่รู้นะ...ป้าดูมาตั้งหลายเื่มีแต่สนุกๆทั้งนั้น อย่างเื่ไฟร้อนเกมลวงที่พ่อเทเล่นนั่น ป้าก็ช้อบ ชอบเสียดายแต่ว่านิสัยของพ่อเทคนนั้นไม่ได้เื่เลยนะ เที่ยวไปทำผู้หญิงท้องป้าละเกลี๊ยด เกลียดจริงเชียว”
“เื่ไม่จริงหรอกป้าเทเขาออกมาแก้ข่าวแล้วนี่นา”
ทว่าป้ารุ่งคงจะคันปากจึงเล่าอย่างออกรสออกชาติ “ไม่จริงได้ยังไงกันป้าเห็นในหนังสือตั้งหลายเล่มก็ลงข่าวทำนองนี้ทั้งนั้น”
หล่อนขี้คร้านโต้ตอบ...นึกถึงนิยายชุดที่แวะไปคุยกับบอกอสาวมาวันนี้ทันที
เห็นไหมล่ะ...ไม่ว่าใครก็ตาม เมื่อเสพข่าวประเภทซุบซิบเข้าไปมักจะปักใจเชื่อว่าข่าวพวกนั้นมีมูลความจริงทั้งสิ้น ไม่ต้องไปดูที่ไหนไกลคนใกล้ตัวอย่างป้ารุ่ง ผู้ชอบอยากรู้อยากเห็นเื่ของชาวบ้านเป็ที่หนึ่งยังฟาดแส้ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าเท เตโชทำผู้หญิงคนนั้นท้องจริงๆ
แล้วกับภูพัดล่ะ?
เมื่อนึกถึงนายแบบหนุ่มคนนั้นหล่อนจึงแกล้งเลียบเคียงถามออกไปว่า “แล้วป้าเคยอ่านข่าวของนายแบบที่ชื่อภูพัดไหมคะ”
ป้ารุ่งทำตาโตอย่างสนอกสนใจพร้อมกับรีบเล่า“ภูพัด...ชื่อคุ้นๆอยู่นาใช่คนที่หน้าตาหล่อๆ ผิวขาวๆ ปากงี้แด๊ง แดง ที่เคยมีข่าวว่าควงดาราสาวที่ชื่อเพลงดาวนั่นใช่ไหม”
“คนนั้นแหละป้า”
“ป้านึกออกแล้วนายแบบคนนี้ หน้าตาก็ดี๊ดี ไม่นึกว่าจะเป็พวกชอบผู้ชายด้วยกันสมัยนี้มันดูคนยากจังนะ ป้าว่าเห็นแต่ภายนอกดูไม่ออกหรอกว่าใครผู้ชายจริงผู้หญิงแท้ แต่ลองถ้ามีข่าวซุบซิบแบบนี้ขนาดพวกกะเทยในร้านทำผมปากซอยมันยังพูดกันให้แซ่ดเลยนะฟันธงได้เลยว่าต้องเป็ชัวร์”
หล่อนจึงไหวไหล่พลางเบ้ปากอย่างเคยชิน...
เห็นไหมละ?ขนาดป้ารุ่งยังคิดว่าคุณเป็เกย์เลย!
“แล้วถ้าสักวันเขาพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่เพศที่สาม ป้าจะเชื่อไหม?”หล่อนเลียบเคียงถามออกไป เพื่อเป็อีกหนึ่งวิธีในการเก็บข้อมูล
“ดูอย่างชลันแฟนเก่าของหนูสิ ไปมาหาสู่กันเป็ปีๆ ป้ายังดูไม่ออกสักกะนิด”
เมื่อเอ่ยชื่อชลันกลางวงอาหารเย็นวาตีจึงหยุดกึก กำลังจะรวบช้อนเพื่อตัดบท เพราะรสชาตินั้นกร่อยจนฝืดคอทีเดียวได้แต่มองหน้าแม่กับป้าสลับไปมาก่อนจะลุกขึ้นขอตัวกลับเข้าห้องนอน
“วันนี้เหนื่อยจังค่ะขอตัวก่อนนะคะ”
//////////////////////////////////////////////////จบบทที่ 4