“มันเป็คอนโดฯ ของใคร เื่นี้ต้องมีที่มาสิ”
“ฝนตามหมดแล้วค่ะ ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ในเมื่อเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของพี่บอล ความสัมพันธ์ของเราก็ไม่จำเป็อีกต่อไปเื่ระหว่างเราเป็ไปไม่ได้แล้วล่ะค่ะ จากนี้ไปให้พี่บอลดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ สักวันพี่บอลจะต้องเจอกับคนที่เหมาะสม ลืมฝนไปเถอะนะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มให้เขาด้วยน้ำตา แล้วตัดสินใจลุกขึ้นช้า ๆ ส่งยิ้มให้แฟนหนุ่มและเพื่อนรักเป็ครั้งสุดท้ายด้วยความเ็ป ก่อนจะเบี่ยงตัวเดินจากมา ทิ้งความทรงจำดี ๆ ไว้ข้างหลัง ปล่อยให้อีกฝ่ายดำเนินชีวิตได้อย่างอิสระ ไร้การผูกมัดใด ๆ จากเธอ
ในขณะที่ภูดิศยังคงตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น้ำตาของเขาค่อย ๆ ไหลรินลงมาด้วยความเ็ป หลังจากร่างของแฟนสาวเดินหายลับไป
“ใครเป็คนส่งไลน์หลอกฝนไปแบบนั้น” ภูดิศกัดฟัน แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทำให้เขมมิกาถึงกับเสียวสันหลังวาบ เธอไม่เคยเห็นเขาโกรธมากขนาดนี้มาก่อน แต่ต้องปั้นหน้าเศร้า พลางยกมือลูบหลังเพื่อปลอบโยน
“ตัดใจเถอะนะคะ ตอนนี้ฝนท้องไปแล้ว ชีวิตของพี่กับฝนทิพย์เดินคนละเส้นทางแล้วนะคะ” เขานิ่งเงียบไม่ตอบคำถาม ก่อนจะตัดสินใจลุกเดินจากไป ปล่อยให้เขมมิกานั่งอยู่ลำพังแต่เพียงผู้เดียว หญิงสาวกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ จนถึงขนาดนี้แล้ว ความรักที่ภูดิศมีให้ฝนทิพย์ยังไม่ลดน้อยลง
“ฝนทิพย์ แกมันแย่งทุกอย่างไปจากฉัน ั้แ่เด็กจนโต ฉันเคยชนะอะไรแกบ้าง ทั้งที่ฉันตั้งใจเรียนอย่างหนักเพื่อคว้าอันดับหนึ่งของห้อง แต่แกแทบไม่ต้องพยายาม เลิกเรียนก็ไปขายของมีเวลาทบทวนแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่แกก็ยังแย่งอันดับหนึ่งไปจากฉัน ไม่ว่าโรงเรียนจะส่งไปแข็งขันที่ไหนก็ตาม แกก็จะชนะเสมอ ทั้งที่ฉันก็พยายามไม่ต่างจากแก ส่วนพี่บอลฉันรักของฉันมาก่อน แต่พอเขาเจอแก เขาก็รักแกจนถอนตัวไม่ขึ้น ทำไม ๆ ๆ ฉันต้องมีเพื่อนอย่างแกด้วย แกจะปล่อยให้ฉันชนะสักครั้งไม่ได้หรือไง” เขมมิกาพูดด้วยความคับแค้นใจ พร้อมน้ำตารินไหลลงอาบแก้ม เมื่อนึกถึง่เวลาที่ผ่านมา
“หึ! ฉันอยากรู้นัก ว่าสภาพอย่างแกตอนนี้ จะไปได้สักกี่น้ำ อนาคตแกดับวูบแล้ว ไม่พ้นแม่ค้าขายขนมเหมือนยายของแกนั่นแหละ อนาคตของฉันจะต้องดีกว่าแกเป็สิบเท่าคอยดู” เขมมิกาพูดพร้อมยกยิ้มมุมปาก รอเวลาที่สักครั้งในชีวิตจะมีโอกาสชนะคนอย่างฝนทิพย์ได้
หลังจากรตีกลับมาไทย เธอกับหิรัญมักจะใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าเขาจะประชุมดึกแค่ไหน หญิงสาวมักจะนั่งรอโดยไม่เรียกร้องขอเวลา ด้วยเพราะเข้าใจถึงหน้าที่การงานของอีกฝ่ายว่ามีสิ่งต้องรับผิดชอบ ทำให้หิรัญสบายใจที่ได้อยู่ใกล้ เพราะเธอไม่เคยงอแงกับเขากับสัก
“รอนานไหม” น้ำเสียงอบอุ่นของหิรัญ ทำให้หญิงสาวที่นั่งก้มหน้าอ่านหนังสือ เงยหน้าพร้อมรอยยิ้ม
“เสร็จแล้วเหรอคะ”
“เสร็จแล้วล่ะ ไปหาอะไรอร่อย ๆ ทานกันดีกว่า” ว่าแล้วหิรัญก็พาหญิงสาวขับรถออกไปหาไปอะไรกิน เขาและเธอพูดคุยกันถึงเื่ธุรกิจต่าง ๆ ภายในรถที่เปิดเพลงเบา ๆ คลอตลอดเส้นทาง รตีเป็ผู้สมัยใหม่ที่มีวิสัยทัศน์กว้างกว่าใครหลายคนที่เขาเคยรู้จัก ไม่เพียงเท่านั้นฐานะของเธอก็ไม่น้อยหน้าใคร สามารถส่งเสริมธุรกิจของเขาได้อย่างสบาย และนั่นทำให้ทั้งหิรัญและรตีเปิดใจให้กันมากยิ่งขึ้น ทว่าระหว่างทางที่ติดไฟแดงในบริเวณถนนเส้นเดิม หิรัญนึกบางอย่างได้ จึงเหลียวมองร้านขนมข้างทางของฝนทิพย์ ที่เคยขายอยู่เป็ประจำในบริเวณนี้ ทว่าชายหนุ่มต้องขมวดคิ้ว เมื่อทอดสายตามองไปแล้วพบความว่างเปล่า ไร้เงาแม่ค้าในชุดนักศึกษาเหมือนที่เขาเคยเห็น
“ไฟเขียวแล้วค่ะ” เสียงเตือนของรตี ทำให้หิรัญได้สติ แล้วขับรถออกไป ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ในขณะที่ฝนทิพย์ละทิ้งความทุกข์ใจต่าง ๆ พร้อมอุ้มท้องอ่อน ๆ เข้าสมัครงานตามวุฒิการศึกษาที่เธอมี
“จบ ม.6 เหรอเรา”
“ค่ะ ฉันใช้วุฒิ ม.6 สมัคร” ท่าทางคนรับ ทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะวางใบสมัครลง
“ตำแหน่งพนักงานเอกสารอย่างน้อยต้องวุฒิ ปวส. ขึ้นนะ วุฒิ ม.6 ยังน้อยไป น้องไปหาที่อื่นก่อนละกัน” ว่าแล้วเขายื่นเอกสารสมัครงานคืนให้ สายตาผิดหวังของเธอจับจ้องมองเอกสารในมือพร้อมกับเดินออกมา แล้วเลื่อนสายตาทอดมองไปยังโลกกว้างด้วยความท้อแท้ ผ่านมาหลายบริษัทแล้วยังไม่มีวี่แววว่าเธอจะได้งานทำเหมือนที่ตั้งใจไว้ พลันย่อตัวลงนั่งยังเก้าอี้แล้วพ่นลมหายใจออกมา