หลังจากหวังเหว่ยออกมาจากหมู่บ้านไกลพอสมควรเขาได้หยุดใช้ "ทักษะคนและพาหนะรวมเป็นหนึ่ง" ทำให้ระดับเลเวลของเขากลับมาอยู่ที่ระดับเลเวล34ตามเดิม จากนั้นหวังเหว่ยได้หลับตาทำสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังปราณอสูรตลอดการเดินทางไปยังป่าสัตว์อสูร เวลาผ่านไปหนึ่งวัน เฟิงเป้าได้พาหวังเหว่ยมาถึงยังป่าสัตว์อสูรเป็นที่เรียบร้อย โดยป่าแห่งนี้มีชื่อว่า "ป่าสัตว์อสูรหมื่นอสรพิษ" ภายในป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์อสูรประเภทอสรพิษที่มีระดับเลเวลไม่ต่ำกว่าระดับเลเวล30อยู่มากมาย ทำให้ป่าแห่งนี้มีผู้คนแวะเวียนเข้ามาแสวงหาโชคภายในป่าไม่มากนัก เนื่องจากความอันตรายของเหล่าสัตว์อสูรประเภทอสรพิษภายในป่า ป่าแห่งนี้เป็นป่ารกทึบขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่อันตรายที่สุดของอาณาจักรมนุษย์ ภายในป่าแห่งนี้ มีสมุนไพรระดับทั่วไปอยู่นับพันชนิด สมุนไพรระดับวิเศษอยู่หลายร้อยชนิด รวมไปถึงสมุนไพรเซียนอีกนับสิบชนิด อีกทั้งยังเต็มไปด้วยสัตว์อสูรประเภทอสรพิษอีกจำนวนหลายร้อยชนิด ซึ่งอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มทั่วทั้งป่าแห่งนี้ หลังจากมาถึงยังหน้าทางเข้าของป่าสัตว์อสูรหมื่นอสรพิษ หวังเหว่ยได้ใช้ "ทักษะตรวจจับระยะไกล" เพื่อตรวจสอบสัตว์อสูรภายในป่าแห่งนี้ ทำให้ได้พบว่าภายในป่าแห่งนี้มีสัตว์อสูรประเภทอสรพิษที่มีระดับเลเวลตั้งแต่30ไปจนถึงสัตว์อสูรประเภทอสรพิษที่มีระดับเลเวล41 ภายหลังจากตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นว่า “อืม... เฟิงเป้าภายในป่าแห่งนี้มีสัตว์อสูรประเภทอสรพิษอาศัยอยู่มากมายเจ้าเลือกสถานที่ได้ยอดเยี่ยมจริงๆ เจ้ามั่นใจหรือว่าจะสามารถเอาตัวรอดจากพิษนานาชนิด ของสัตว์อสูรประเภทอสรพิษภายในป่าแห่งนี้ได้ !” เฟิงเป้าได้แสดงอาการตกตะลึงออกมาในทันทีหลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย “ขออภัยด้วยขอรับนายท่าน ข้าเพียงแต่เคยเดินทางผ่านป่าสัตว์อสูรแห่งนี้เมื่อสิบกว่าปีก่อน ในตอนนั้นข้ารวมถึงเฟิงเค่อและเฟิงเฟย กำลังเร่งรีบเดินทางเลยไม่มีเวลาได้เข้าไปสำรวจภายในป่าแห่งนี้ขอรับ” “อืม ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไม่ต้องรู้สึกผิดในเรื่องนี้ โชคยังดีที่ข้าพึ่งได้รับ "ดาบเพลิงโลหิต" มาหากไม่เช่นนั้นในวันนี้พวกเราคงต้องมาที่นี่เสียเที่ยวเป็นแน่ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้ามีวิธีทำให้สัตว์อสูรประเภทอสรพิษเหล่านี้ไม่กล้าเข้ามาใกล้พวกเรา เพียงแต่ว่าป่าแห่งนี้มีขนาดใหญ่กว่าป่าหลังหมู่บ้านอสูรสีฟ้าหลายเท่านัก... เอาล่ะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้วันนี้ทั้งวันพวกเราจะเดินทางโดยไม่หยุดพักและไม่สังหารสัตว์อสูรประเภทอสรพิษภายในป่าแห่งนี้ เพราะข้าไม่ต้องการสูญเสียกองกำลังในอนาคตของข้าไปแม้แต่ตนเดียว เจ้าจงเร่งเดินทางอย่างระมัดระวังเพื่อเข้าไปยังป่าส่วนลึก ในจุดที่มีพลังปราณอสูรหนาแน่นที่สุดของป่าแห่งนี้” “นายท่าน ในระหว่างที่พวกเราเดินทางเข้าไปภายในป่าแห่งนี้ เหล่าสัตว์อสูรประเภทอสรพิษภายในป่าต้องขัดขวางพวกเราแน่ขอรับ...” “เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เรียก "ดาบเพลิงโลหิต" ออกมา จากนั้นหวังเหว่ยได้ใช้พลังปราณอสูรของตนทำให้ "ดาบเพลิงโลหิต" เปล่งพลังออร่าสีแดงออกมาจากลวดลายอันน่าเกรงขามบนตัวดาบ ซึ่งพลังออร่าอันน่าเกรงขามนี้ มีพลังอำนาจในการสะกดข่ม สามารถข่มขู่เหล่าสัตว์อสูรที่มีระดับต่ำกว่าระดับตำนานลงมา ตามระดับของสัตว์อสูรตนนั้น “เจ้าเริ่มเดินทางไปยังพื้นที่ภายในป่าส่วนลึกได้เลย” “รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเป้าได้ทำหน้าที่พาหวังเหว่ยบุกตะลุยเข้าไปภายในป่าสัตว์อสูรหมื่นอสรพิษแห่งนี้ ตลอดทั้งวันหวังเหว่ยได้พบกับเหล่าสัตว์อสูรประเภทอสรพิษมากมาย และในทุกครั้งเมื่อเหล่าสัตว์อสูรประเภทอสรพิษรับรู้ได้ถึงพลังออร่าสีแดงที่ออกมาจากลวดลายอันน่าเกรงขามของ "ดาบเพลิงโลหิต" เหล่าสัตว์อสูรประเภทอสรพิษก็จะพากันเลื้อยหนีหวังเหว่ยและเฟิงเป้าไปกันคนละทิศละทาง ตลอดเส้นทางที่หวังเหว่ยและเฟิงเป้าได้ผ่านไป จนในที่สุดเมื่อใกล้ถึงเวลามืดค่ำ หวังเหว่ยและเฟิงเป้าก็ได้เข้ามาถึงยังป่าส่วนลึกตามแผนที่ได้วางไว้ ขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า หวังเหว่ยได้นำเฟิงเป้ารวมถึงตนเองกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูร วูบ
ณ สถานที่ต่างๆ ภายใน 3อาณาจักร
ข่าวเรื่องชายหนุ่มเผ่าพันธุ์มนุษย์อายุ15ปี สามารถสังหารยอดฝีมือเผ่าพันธุ์มังกรที่มีระดับเลเวล42 ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ด้านศาสตราวุธประเภทหอกลงได้ ได้ทำให้ทุกเมืองภายใน3อาณาจักรต่างพากันแอบส่งยอดฝีมือ ออกไปตามหาชายหนุ่มนามว่านิรนามผู้นี้ โดยเหล่ายอดฝีมือที่ถูกส่งมามีทั้งผู้ที่ต้องการสังหารชายหนุ่มนามว่านิรนาม และผู้ที่ต้องการช่วยปกป้องชายหนุ่มผู้นี้ อีกทั้งยังมีตระกูลภายในอาณาจักรมนุษย์นับไม่ถ้วนที่ต้องการรับชายหนุ่มผู้นี้เข้าไปเป็นสมาชิกภายในตระกูลของตนเอง และมีบางตระกูลถึงขั้นประกาศว่าจะยกหลานสาวให้แต่งงานกับชายหนุ่มนามว่านิรนามผู้นี้ หากชายหนุ่มผู้นี้ยอมตกลงเข้าร่วมเป็นสมาชิกของตระกูลอีกด้วย
มิติแดนอสูร
หลังจากกลับเข้ามาภายในมิติแดนอสูรเฟิงเป้าได้ใช้ "ทักษะแปลงกายรูปร่างมนุษย์" กลับมาเป็นร่างมนุษย์ “นายท่านกลับมาแล้ว” เฟิงเค่อราชาหมูอสูรเขี้ยวตันกล่าวทักทายหวังเหว่ย “อืม เฟิงเค่อ ทักษะที่ข้าสอน เจ้าฝึกคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว” “คือ... นายท่าน ข้ายังฝึกไม่สำเร็จในขั้นที่สองเลยขอรับ” “ขั้นที่สอง! หมายความว่าเจ้าฝึกฝน "ทักษะปฐพีแห่งการป้องกัน" ขั้นที่หนึ่งสำเร็จแล้ว” “ใช่แล้วขอรับนายท่าน เฟิงเฟยเองก็ฝึกฝน "ทักษะปฐพีแห่งการฟื้นฟู" ขั้นที่หนึ่งสำเร็จแล้วเช่นกันขอรับ” “ยอดเยี่ยม พวกเจ้าทั้งสองทำได้ดีมาก! เฟิงเป้าดูเหมือนว่าเจ้าจะตามหลังสหายทั้งสองของเจ้าอยู่ก้าวหนึ่งแล้วล่ะ” “ไม่เป็นไรขอรับการได้รับใช้นายท่านสำคัญเหนือกว่าสิ่งอื่นใดขอรับ” เฟิงเป้ากล่าวกับหวังเหว่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจทำให้เฟิงเค่อและเฟิงเฟยเขม่นตามองเฟิงเป้าด้วยความอิจฉา “อืม... เอาไว้หลังจากกลับไปถึงเมืองอสูรจันทราข้าจะให้เจ้าได้มีเวลาฝึกฝนอย่างเต็มที่” “ขอบคุณนายท่านขอรับ” หวังเหว่ยยิ้มตอบรับคำกล่าวของเฟิงเป้า จากนั้นเขาได้หันไปมองหญิงสาวทั้งสามคนที่กำลังยืนมองเขาอยู่ “แล้วพวกเจ้าล่ะการฝึกฝนเป็นอย่างไรกันบ้าง ?” “พวกข้ามีระดับเลเวลถึง21แล้วเจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจูกล่าวตอบหวังเหว่ย “โอ้! พวกเจ้าคงขยันหมั่นฝึกซ้อมกันน่าดู ระดับเลเวลถึงได้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้” หวังเหว่ยพยักหน้าเล็กน้อยอย่างพึงพอใจหลังจากได้เห็นพัฒนาการที่ดีของเหล่าหญิงสาว หญิงสาวทั้งสามแสดงสีหน้ายิ้มแย้มออกมาหลงจากได้รับคำชมจากหวังเหว่ย “พวกเราเพียงแค่ฝึกซ้อมตามที่นายท่านสั่งเจ้าค่ะ” “ฮ่าๆ ดีมาก ตั้งใจฝึกฝนกันต่อไปล่ะ ในอนาคตพวกเจ้าจะได้เป็นกำลังสำคัญของข้าอย่างแน่นอน” “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” หญิงสาวทั้งสามกล่าวกับหวังเหว่ย หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับคำกล่าวของหญิงสาวทั้งสามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เอาล่ะ นี่ก็เริ่มจะมืดค่ำแล้ว พวกเรานอนพักผ่อนกันดีกว่า เฟิงเค่อวันพรุ่งนี้ข้าจะให้เจ้าออกไปต่อสู้กับสัตว์อสูรผู้ปกครองป่าแห่งนี้ร่วมกับข้า เจ้าจงเตรียมตัวให้พร้อม ส่วนเฟิงเฟย เฟิงเป้า ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู พวกเจ้าตั้งใจฝึกฝนตนเองภายในมิติแดนอสูรแห่งนี้กันต่อไป ในอนาคตเมื่อถึงเวลาข้าจะให้พวกเจ้าร่วมต่อสู้พร้อมกันกับข้าอย่างแน่นอน” “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู กล่าวกับหวังเหว่ยอย่างพร้อมเพรียงกัน จากนั้นพวกเขาได้แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามสถานที่พักของตนเอง เมื่อยามเช้ามาถึง หวังเหว่ยได้เริ่มฝึกฝนทักษะทางดาบที่มีชื่อว่า "ทักษะเจ็ดดาบทลายมิติ" ทักษะนี้มีทั้งหมดเจ็ดดาบ โดยแต่ละดาบจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นหลายเท่าตัวทวีคูณขึ้นไปเรื่อยๆ ทักษะนี้เป็นสุดยอดทักษะทางดาบที่หวังเหว่ยเคยได้คิดค้นขึ้น แต่ทักษะนี้มีผลข้างเคียงจากการใช้ทักษะ ในขณะที่ระดับพลังปราณอสูรมีไม่เพียงพอ ถ้าฝืนใช้ทักษะนี้ในเวลานั้น จะได้รับผลสะท้อนกลับของพลังหลังจากใช้ และทำให้ผู้ใช้ได้รับบาดเจ็บภายใน ตั่งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง ตามความรุนแรงจากการสะท้อนกลับของพลัง ยิ่งระดับดาบของทักษะนี้มีระดับสูง แรงสะท้อนกลับของพลังก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย เวลาผ่านไปครึ่งวันในที่สุดหวังเหว่ยก็ได้ฝึกฝน "ทักษะเจ็ดดาบทลายมิติ" ดาบที่หนึ่ง ได้สำเร็จ ท่ามกลางสายตาของเฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู “นายท่าน ท่านฝึกฝนทักษะได้สำเร็จแล้วหรือขอรับ” เฟิงเค่อได้กล่าวถามหวังเหว่ย “ใช่แล้ว ข้าฝึกฝนดาบที่หนึ่งของ "ทักษะเจ็ดดาบทลายมิติ" สำเร็จแล้ว เอาล่ะ คงได้เวลาออกไปต่อสู้กับสัตว์อสูรผู้ปกครองป่าแห่งนี้ เฟิงเค่อเจ้าพร้อมแล้วหรือยัง” ระดับเลเวลของกลุ่มหวังเหว่ยในปัจจุบัน หวังเหว่ย เลเวล 34 ราชาหมูอสูรเขี้ยวตัน เฟิงเค่อ เลเวล34 ราชาหนูอสูรพงไพร เฟิงเฟย เลเวล33 ราชาแมวป่าอสูรวายุ เฟิงเป้า เลเวล33 สัตว์อสูรชั้นสูงจิ้งจอกขาวราตรี ฉิงเหม่ย เลเวล21 สัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอก เหม่ยหลิน เลเวล21 สัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอก เหม่ยจู เลเวล21 “ข้าพร้อมแล้วขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อกล่าวด้วยความกระตือรือร้น “ดี เช่นนั้นเจ้าจงกลายร่างเป็นสัตว์อสูร และย่อขนาดร่างกายลงเหลือขนาด2เมตร ข้าจะขี่หลังเจ้าออกไปจากมิติแดนอสูรแห่งนี้” “รับทราบขอรับนายท่าน” หลังจากกล่าวจบ เฟิงเค่อได้กลายร่างเป็นราชาสัตว์อสูรหมูเขี้ยวตันและได้ย่อขนาดร่างกายที่มีขนาด7เมตร ลงเหลือ2เมตร หลังจากพูดคุยกับเฟิงเฟย เฟิงเป้า ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจูเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้ขึ้นขี่หลังของเฟิงเค่อและออกมาจากมิติแดนอสูรในทันที วูบ
ป่าสัตว์อสูรหมื่นอสรพิษ
“นายท่านขอรับ ท่านมีแผนจะทำอะไรต่อหรือขอรับ” เฟิงเค่อได้กล่าวถามหวังเหว่ย “ตอนนี้เราอยู่ในส่วนลึกของป่าแห่งนี้กันแล้ว วันนี้ก่อนตะวันตกดิน เราจะเดินทางไปยังรังของสัตว์อสูรผู้ปกครองป่าแห่งนี้และสยบมันเพื่อทำสัญญาสัตว์อสูร” “รับทราบขอรับนายท่าน” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เรียก "ดาบเพลิงโลหิต" ออกมา และได้ทำเช่นเดิมใช้พลังปราณอสูรของตนทำให้ "ดาบเพลิงโลหิต" เปล่งพลังออร่าสีแดงออกมาจากลวดลายอันน่าเกรงขามบนตัวดาบ จากนั้นหวังเหว่ยได้ให้เฟิงเค่อ เริ่มเดินทางเข้าไปในจุดที่มีพลังปราณอสูรหนาแน่นที่สุดภายในป่าเพื่อตามหาสัตว์อสูรผู้ปกครองป่าแห่งนี้ตามแผนที่ได้วางไว้ ในระหว่างทางหวังเหว่ยและเฟิงเค่อ ได้พบเจอกับสัตว์อสูรประเภทอสรพิษมากมายที่มีระดับเลเวล33ถึง38 ซึ่งได้พากันเลื้อยหนีออกห่างไปจากจุดที่หวังเหว่ยและเฟิงเค่ออยู่ เนื่องจากเกรงกลัวพลังออร่าสีแดงที่ออกมาจากลวดลายอันน่าเกรงขามของ "ดาบเพลิงโลหิต" หลังจากเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง หวังเหว่ยและเฟิงเค่อได้เดินทางมาถึงยังจุดที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูง และมีทะเลสาบอยู่แห่งหนึ่ง รอบทะเลสาบแห่งนี้ ถูกรายล้อมไปด้วยสมุนไพรหายากหลากหลายชนิด หลังจากตรวจสอบทะเลสาบแห่งนี้ด้วย "ทักษะตรวจจับระยะไกล" ทำให้หวังเหว่ยได้พบว่าทะเลสาบแห่งนี้ เป็นที่อยู่ของสัตว์อสูรผู้ปกครองป่าแห่งนี้ ซึ่งในตอนนี้หวังเหว่ยและเฟิงเค่อ อยู่ห่างจากทะเลสาบเพียง 100เมตรเท่านั้น ราชินีอสรพิษอสูรวารี ที่รับรู้ได้ถึงตัวตนของหวังเหว่ยและเฟิงเค่อมาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว และรู้สึกได้ถึงพลังออร่าสีแดงที่ออกมาจากลวดลายอันน่าเกรงขามของ "ดาบเพลิงโลหิต" ได้อย่างชัดเจน ราชินีอสรพิษอสูรวารีจึงได้เลือกที่จะหลบซ่อนตัว เพื่อรอให้หวังเหว่ยเดินผ่านทะเลสาบแห่งนี้ไป “ข้ารู้ว่าเจ้าหลบซ่อนตัวอยู่ภายในทะเลสาบแห่งนี้ หากเจ้ายังไม่ยอมออกมา ข้าจะขโมยสมุนไพรของเจ้าไปทั้งหมด” โฮกกกกกก! ราชินีอสรพิษอสูรวารีระดับเลเวล41 ที่มีขนาดลำตัวยาวกว่า15เมตร ได้ร้องคำรามเสียงดังออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อได้ยินว่าหวังเหว่ยจะมาขโมยสมุนไพรที่ตนเองเฝ้าดูแลอย่างทะนุถนอมไป หวังเหว่ยได้ยืนจ้องมองราชินีอสรพิษอสูรวารี ที่กำลังคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว จากนั้นได้กล่าวขึ้นว่า “เฟิงเค่อ เจ้าเริ่มใช้ "ทักษะปฐพีแห่งการป้องกัน" ขั้นที่หนึ่ง ได้เลย” “ขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อได้กล่าวกับหวังเหว่ยพร้อมกับเริ่มใช้ "ทักษะปฐพีแห่งการป้องกัน" ขั้นที่หนึ่ง ในทันที วิ้ง วิ้ง เกราะสีน้ำตาลอ่อนได้ออกมาปกคลุมร่างกายของเฟิงเค่อ ทำให้พลังป้องกันของเฟิงเค่อเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จากนั้นหวังเหว่ยได้ใช้ "ทักษะคนและพาหนะรวมเป็นหนึ่ง" กับเฟิงเค่อ ทำให้ระดับเลเวลของหวังเหว่ยเพิ่มขึ้นมาเป็นระดับเลเวล45 อีกทั้งหวังเหว่ยยังได้ใช้รูปแบบพลังของนักอัญเชิญอสูร "เพิ่มพลังโจมตี" "เพิ่มพลังป้องกัน" "เพิ่มความเร็ว" ให้กับเฟิงเค่อและได้บอกให้เฟิงเค่อใช้พลังอย่างเต็มที่ เพื่อเปิดฉากพุ่งเข้าโจมตีขู่ขวัญ ราชินีอสรพิษอสูรวารี โดยแต่ละก้าวของเฟิงเค่อได้บดขยี้พื้นดินจนแตกออกจากกันก่อนจะพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงเพื่อเข้าปะทะกับราชินีอสรพิษอสูรวารี ตูม! ราชินีอสรพิษอสูรวารีได้กระเด็นกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่หลายต้นอย่างรุนแรง เป็นระยะทางยาวหลายสิบเมตร ส่วนหวังเหว่ยและเฟิงเค่อ ได้ถอยหลังไปเพียงไม่กี่ก้าวจากแรงปะทะ ราชินีอสรพิษอสูรวารีได้รีบพยุงตัวเองขึ้น จากนั้นได้ปลดปล่อย "ทักษะคลื่นลำแสงพิษ" ซึ่งมีพิษร้ายแรงออกจากปากของตนเพื่อโจมตีหวังเหว่ย “ดี! ข้าจะให้เจ้าได้รับรู้ถึงความสามารถของข้า” ฮ้าห์ หวังเหว่ยได้ใช้ "ทักษะเจ็ดดาบทลายมิติ" ดาบที่หนึ่ง เพื่อส่งคลื่นพลังของดาบเข้าปะทะกับ "ทักษะคลื่นลำแสงพิษ"ของราชินีอสรพิษอสูรวารี ตูม! โฮกกกก ราชินีอสรพิษอสูรวารี ได้ถูกคลื่นพลังจากทักษะดาบของหวังเหว่ยกระแทกจนกระเด็นออกไปหลายสิบเมตร หวังเหว่ยเมื่อเห็นดังนั้นจึงได้ปลดปล่อยพลังปราณอสูรทั้งหมดผสานเข้ากับ "ดาบเพลิงโลหิต" จากนั้นได้ให้เฟิงเค่อพุ่งเข้าไปหาราชินีอสรพิษอสูรวารี เพื่อโจมตีด้วยพลังทั้งหมดที่มี ตูม! หวังเหว่ยได้ใช้ "ทักษะเจ็ดดาบทลายมิติ" ดาบที่หนึ่ง โจมตีไปยังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านข้างของราชินีอสรพิษอสูรวารี อย่างรุนแรง จนทำให้เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ลึกนับสิบเมตรขึ้นตรงบริเวณนั้น จากนั้นหวังเหว่ยได้หันไปมองทางราชินีอสรพิษอสูรวารีที่กำลังได้รับบาดเจ็บ และได้ยก "ดาบเพลิงโลหิต" ขึ้นสูงจากนั้นรวบรวมพลังปราณอสูรเพื่อเตรียมใช้กระบวนท่าโจมตีอีกครั้ง ในขณะนั้นเองได้มีเสียงอ่อนหวานเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “ดะ... ได้โปรดเมตตาข้าน้อยด้วยเถิดเจ้าค่ะ ข้ายินดีทำสัญญาติดตามรับใช้ท่าน ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ” ราชินีอสรพิษอสูรวารีได้กล่าวกับหวังเหว่ยด้วยความเกรงกลัว “เจ้าแน่ใจแล้วรึ ?” “ข้าแน่ใจเจ้าค่ะ ข้ายินดีทำสัญญาเพื่อติดตามรับใช้ท่าน” หลังจากกล่าวจบ ราชินีอสรพิษอสูรวารี ได้เริ่มต้นการทำสัญญาสัตว์อสูรกับหวังเหว่ยในทันที หวังเหว่ยได้ตอบรับการทำสัญญาสัตว์อสูรกับราชินีอสรพิษอสูรวารี หลังจากทำสัญญาเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นมาว่า “เจ้าตัดสินใจได้ถูกต้องแล้วที่เลือกติดตามข้า เอาล่ะในเมื่อเจ้าเป็นสัตว์อสูรของข้าแล้ว ข้าจะทำการรักษาบาดแผลให้กับเจ้า” หลังจากกล่าวจบ หวังเหว่ยได้ใช้รูปแบบพลังของนักอัญเชิญอสูรรูปแบบที่สี่ "รักษา" เพื่อทำการรักษาบาดแผลทั้งหมดของเฟิงเค่อราชาหมูอสูรเขี้ยวตันและราชินีอสรพิษอสูรวารี วิ้ง วิ้ง วิ้ง ผ่านไปไม่กี่วินาที บาดแผลทั้งหมดของ เฟิงเค่อราชาหมูอสูรเขี้ยวตัน และราชินีอสรพิษอสูรวารี ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย ส่วนหวังเหว่ยหลังจากใช้รูปแบบพลังของนักอัญเชิญอสูรรูปแบบที่สี่ "รักษา" พลังปราณอสูรของเขาได้ลดลงไปจำนวนหนึ่ง “เอาล่ะ ตอนนี้บาดแผลของเจ้าก็หายดีแล้ว ข้ามีเรื่องอยากสอบถามเจ้าสักหน่อย” “เจ้าค่ะนายท่าน” ราชินีอสรพิษอสูรวารี ได้กล่าวตอบหวังเหว่ย “เจ้ามีสัตว์อสูรอยู่ในปกครองทั้งหมดกี่ตน” “23,256ตน เจ้าค่ะนายท่าน” “ถือว่าเป็นจำนวนที่น่าพอใจ เจ้าช่วยเรียกเหล่าสัตว์อสูรในปกครองของเจ้าทั้งหมดให้มารวมตัวกันที่นี่ ข้าต้องการที่จะทำสัญญากับสัตว์อสูรในปกครองของเจ้าทั้งหมด” “เรื่องนี้... ข้าไม่สามารถบังคับให้พวกนั้นทำสัญญากับนายท่านได้เจ้าค่ะ พวกเราเหล่าสัตว์อสูรมีอิสระในการเลือกทำสัญญากับคนที่ตนเองต้องการเจ้าค่ะ” “อืม ข้ารู้เรื่องนี้ดี ข้ามีวิธีของข้า เจ้าเพียงแค่เรียกรวมตัวพวกนั้นและบอกกับพวกนั้นว่าเจ้าทำสัญญาสัตว์อสูรกับข้าไปแล้วก็พอ ข้าจะกลับมาหาเจ้าในอีกสองวันข้างหน้า” “รับทราบเจ้าค่ะ นายท่าน” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้นำเฟิงเค่อรวมถึงตนเอง กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูร ทำให้ราชินีอสรพิษอสูรวารี ตกตะลึงในทันที เมื่อเห็นหวังเหว่ยและเฟิงเค่อหายตัวไปต่อหน้าต่อตา