แผนสยบยัยคุณหนูตัวร้ายของนายหัว

    บทที่ 4 แผนการ

    ติ้ง

    คุณได้รับข้อความใหม่จาก ‘คนบ้าอำนาจ’

    < เที่ยงนี้กลับมากินข้าวที่บ้านนะ … พ่อมีอะไรจะให้ >

    “...ให้หรอ ให้อะไรวะ?”

    ฉันพึมพำ พลางหันไปขมวดคิ้วใส่เพื่อนสาวคนสนิทที่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ข้างๆ

    “จะไปรู้.. คฤหาสน์นั้นพร้อมที่ดินมั้ง” เธอตอบแบบส่งๆ

    “หึ ถ้าเ๱ื่๵๹แค่นั้น ไม่มาเชิญฉันกลับไปกินข้าวด้วยหรอก”

    “เฮ้อ แกนี่น้าาาา ชีวิตน่าอิจฉาจริงๆ เกิดมาบนกองเงินกองทอง งานการไม่ต้องทำ ใช้เงินไปวันๆ ผู้ชายต่อคิวรออีกต่างหาก”

    “นี่ชมรึด่ายะ” ฉันแขวะขำๆ กลับ แล้วลุกไปเทไวน์แบรนด์หรูขึ้นเติมแต่เช้า

    “ชมสิ ใครจะกล้าด่าเพื่อนรักล่ะ.. ว่าแต่ ได้ข่าวเฉดหัวทิ้ง พี่เวกัส หนุ่มลูกครึ่งดาราหน้าใหม่ช่อง 111 แล้วนิ”

    “อืม”

    “ไมอ่ะ เขาก็ดูประคบประหงบแกดีนิ”

    “ก็ไอ้บ้านั่นมันพยายามจะเปลื้องผ้ากินตับฉันนิ พูดแล้วแขยง”

    “แหม่ ยัยเฌอ หล่อเบอร์นั้นเป็๞ฉันถ่างขาให้แล้วย่ะ”

    “ไม่เอาหรอก ควงขำๆ ได้ แต่ห้ามเสียบ”

    “จ้าๆๆ สวยเลือกได้อ่ะเนอะ”

    “....” ฉันยักไหล่ พลางสะบัดผมสีแดงเพลิงใส่แล้วยกไวน์ขึ้นดื่มจนหมดแก้ว

    “แล้วนี่เมื่อวานชวดงานดูตัวอีกแล้วหรอ”

    “อืม น่าเบื่อชะมัด ไอ้บ้านั่นก็หน้าด้านไร้ที่ติ ฉันไม่ไป 7 ครั้งแล้ว มันก็ยังรอมาเจอให้ได้”

    “จิ๊ๆๆ ยัยนี่ ลองไปเจอสักครั้งสิยะ ไม่โอเคก็บอกลา เหมือนบรรดาหนุ่มๆ แกนี่ไง”

    “.....” ฉันส่ายหน้าและเบ้ปากตอบ แสดงความรังเกียจคนที่ไม่เคยเจอ

    “เฮ้อ ยัยเฌอ ลองใจดีกับพ่อแกดูบ้างสิ เ๹ื่๪๫อะไรผ่านไปแล้วก็ปล่อยๆ มันไปเถอะ…”

    ปั้ง!!

    “ฉันควรจะใจดี กับคนที่ทำให้แม่ฉันฆ่าตัวตายหรอ”

    ฉันวางแก้วไวน์กระแทกพื้นบาร์อย่างแรง หันใบหน้าสวยจ้องเขม็ง ถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เธอก้มหลบสายตาฉัน แล้วรีบเปลี่ยนประเด็น

    “โอ๊ย ฉันไม่คุยกับแกแล้วยัยคุณหนูขี้หงุดหงิด”

    “หึ...”

    “กลับบ้านดีกว่า ..อ่อ ลืมชม ที่กบดานหลังที่ 5 สวยดีนะยะ”

    “อืม”

    “ของเก่าๆ ก็ยกให้ฉันบ้างสิ ซื้อทิ้งซื้อขว้าง เสียดายออก“ เธอแกล้งอ้อน เกาะไหล่ฉัน พลางส่งสายตาปริบๆ

    “ได้ ถ้าแกไล่ไอ้พวกถ้ำมองของพ่อฉันไปได้อ่ะนะ”

    “โห พ่อแกส่งแต่พี่เบิ้มโหดๆ มา… งั้นไม่เอาก็ได้ ชิ”

    “หึ..”

    “บายยัยคุณหนู เจอกันที่เดิมคืนนี้ … อย่าลืมไปรับมรดกของพ่อแกล่ะ”

    นางพูดทิ้งท้ายชวนโมโหไว้ ก่อนจะคว้ากระเป๋าถือแบรนด์หรูวิ่งแจ้นออกไปก่อนที่ฉันจะเอ่ยปากด่าทัน

    เอี้ยดดดด

    เสียงล้อรถสปอร์ตหรูบดกับพื้นคอนกรีตสแตมป์ดังขึ้น ฉันโยนกุญแจลูกรักให้คนขับรถ แล้วเดินเฉิดฉายเข้าคฤหาสน์หลังโต

    “สวัสดีค่ะ คุณหนู…”

    “อืม”

    “คุณท่านรอที่ห้องอาหารแล้วค่ะ”

    สาวรับใช้ผายมือเชิญฉันไปทางห้องอาหาร ฉันไม่รีรอ เดินดิ่งไปยังจุดหมายทันที

    ชายชรานั่งอยู่หัวโต๊ะอาหารที่ยาวเกือบ 10 เมตร ยกยิ้มอย่างเป็๞มิตรส่งให้ฉัน ก่อนจะผายมือให้นั่งข้างๆ

    “หนูไม่กิน พ่อมีอะไรก็พูดมาเลย”

    ฉันถอดแว่นกันแดดรุ่นลิมิเดตวางบนโต๊ะ กอดอกถามด้วยน้ำเสียงเรียบ

    “กินสักหน่อยสิ เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้ว พ่อให้เชฟทำอาหารที่หนูชอบทั้งนั้นเลย”

     พ่อพูด พลางทอดสายตามองอาหารที่ส่งกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อย

    “หนูไม่มีเวลามาระริกระรี้กับพ่อ มีนัดกับเที่ยว..”

    “กับดาราคนไหนอีกล่ะ” พ่อถากถางด้วยน้ำเสียงแ๵่๭

    “สรุปเรียกมาด่า?” ฉันถอนหายใจทิ้งอย่างหนัก แล้วลุกขึ้นยืน

    “....”

    “ไปละนะ เชิญกินคนเดียวให้อร่อย…”

    “เฌอพราวด์!”

    “....” ฉันชะงักฝีเท้า เพื่อรอเปิดฉากฉะฝีปากกับพ่อตามเช่นปกติ

    “เลิกดื้อกับพ่อสักห้านาทีได้ไหม”

    “อะไรอีก….” ยังไม่ทันพูดจบ พ่อวางเอกสารซองสีน้ำตาลปึกหนาลงบนโต๊ะ

    “คฤหาสน์นี้ ที่ดินนี้ และทรัพย์สินทั้งหมดที่พ่อมี จะเป็๞ชื่อหนูทั้งหมด … ถ้าแค่อยู่กินข้าวกับพ่อสักคำ”

    “หึๆ ขำเป็๲บ้า.. แค่อยากให้ลูกกินข้าวด้วย ถึงขนาดต้องเอาทรัพย์สินทั้งชีวิตมาขู่เลยหรอ”

    “พ่อจะตายวันนี้วันพรุ่งก็ไม่รู้.. เพราะฉะนั้น ช่วยทำดีกับพ่อสักหน่อยเถอะ”

    “ก็เห็นยังอยู่ดีนิ ถ้าใกล้ตายแล้วจะคิดดูละกัน” ฉันตอบอย่างไม่แยแส

    “เฌอ… พ่อมันเลว เป็๞สามีที่โง่ เป็๞พ่อที่แย่ พ่อรู้”

    “....”

    “พ่อถึงใช้ชีวิตอยู่บนฟางเส้นสุดท้ายที่ทรมานแบบนี้ เพื่อชดใช้เวรกรรมนั้น”

    “พ่อควรสำนึก๻ั้๹แ๻่ที่แม่ยืนร้องไห้ ขณะดูพ่อกำลังเอากับคนอื่นบนเตียงของแม่แล้ว!”

    “.....”

    “ที่โดนตอนนี้ มันยังไม่พอกับที่พ่อเคยทำไว้ต่อหน้าแม่ ต่อหน้าหนูหรอก”

    “เฌอ.....”

    “ได้! ไหนๆ ก็มาแล้ว แค่คำเดียว แล้วอย่ามาบังคับให้หนูใช้ชีวิตอย่างที่พ่อ๻้๵๹๠า๱อีก”

    “....”

    “อย่ามาวุ่นวายกับหนู หนูจะใช้ชีวิตสวะ เสเพล งามหน้ายังไงก็ช่าง!”

    “เฌอพะ…”

    แกร้ก

    ฉันคว้าช้อนตักข้าวเข้าปากโดยไม่นั่งกิน ก่อนจะกระดกน้ำเปล่าตามแล้วกลืนลงคอแบบแทบไม่เคี้ยว

    “จบแล้วนะ”

    ฉันสะบัดใบหน้า เดินหนีออกมาโดยไม่รีรอให้พ่อตำหนิอะไรอีก น้ำตาที่พยายามฝังกลบไว้ในใจ พลั่งพลูออกมาอย่างไม่ขาดสาย ฉันรีบใส่แว่นตากันแดดเพื่อปกปิดสิ่งที่น่าอับอายนี้ ก้าวเท้ายาวๆ ดิ่งไปที่โรงจอดรถของคฤหาสน์

    ทันทีที่ขึ้นนั่งบนรถ จู่ๆ ฉันก็เกิดอาการเวียนหัว ภาพเริ่มเบลอ หูอื้อจนแทบไม่ได้ยินเสียงเรียกของคนรอบข้าง มือที่กำพวงมาลัยรถเริ่มอ่อนแรงจนคว้าจับอะไรไม่ได้

    “นะ ในอาหาร ชิบ…”

    ตุ๊บ

    ปี้นนนนนนนนนนนนน